ANMELDEN“อย่าให้อะไร พูดต่อให้จบสิ ปู่รอฟังอยู่” เจ้าสัวธรรมรงค์พูดขึ้นอีกครั้งพลางยื่นมือไปวางลงบนบ่าของเตโซซึ่งกำลังลุกขึ้นหลบให้ตนเข้าไปหาหลานสาว
“คุณปู่ค่า” ปิ่นอนงค์ทำหน้าอ้อนเรียกคนเป็นปู่เสียงหวาน
“คิดจะปิดบังปู่มันไม่ง่ายหรอกนะปิ่น เราน่ะชอบปิดบังปู่จนปู่รู้ทันเราแล้วปิ่น แต่ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่อุบัติเหตุหรือมีคนจงใจลอบทำร้ายปิ่น ก็ฟังเอาจากตำรวจเลยแล้วกันนะ จะได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป” เจ้าสัวธรรมรงค์ส่งสายตาดุให้กับหลานก่อนจะพูดถึงคดีความพลางมองไปที่ทั้งสองซึ่งเกิดความสงสัยแล้วหันไปมองตำรวจซึ่งยืนรออยู่ไม่ไกล
“สวัสดีคุณปิ่นอนงค์ คุณเตโซ จากที่ผมตามสืบตั้งแต่ที่เกิดเหตุตามเส้นทางกลับไปยังสนามบิน พบว่ารถมอเตอร์ไซต์คันนั้นตามรถคุณปิ่นตั้งแต่คุณปิ่นขับออกจากสนามบินแล้วครับ ผมเลยส่งลูกน้องไปตามสืบว่าเป็นใครจนทราบตัวคนร้ายแล้วครับ ทางเรากำลังเร่งตามตัวมาให้ปากคำและทางตำรวจได้เปลี่ยนคดีจากอุบัติเหตุธรรมดาเป็นคดีลอบทำร้ายให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินและจงใจฆ่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ” อภิทักษ์นายตำรวจที่รับทำคดีเอ่ยชี้แจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้งหลังได้ชี้แจ้งให้กับเจ้าสัวธรรมรงค์ก่อนเดินทางมาที่โรงพยาบาล
“คนร้ายเป็นใครเหรอคะ” ปิ่นอนงค์เอ่ยถามทันทีที่นายตำรวจกล่าวจบ
“เป็นคนนอกพื้นที่ครับ พื้นเพเป็นคนเชียงรายชื่อนายมานัทหรือนายเป้อายุสี่สิบห้าปี คุณปิ่นพอจะคุ้นหน้าหรือมีปัญหาอะไรกับนายเป้มาก่อนไหมครับ” อภิทักษ์เอ่ยพลางหันไปมองลูกน้องให้ยื่นภาพถ่ายของคนร้ายไปให้กับปิ่นอนงค์
“ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้จักไม่คุ้นหน้าเลยนะคะ ยิ่งเป็นคนมาจากทางภาคเหนือฉันยิ่งไม่รู้จักค่ะ แล้วตอนนี้ที่อยู่ปัจจุบันอยู่ที่ไหนเหรอคะ” ปิ่นอนงค์เอ่ยตอบก่อนจะเอ่ยถามกลับอีกครั้ง
“จากที่สืบทราบที่อยู่ปัจจุบันอยู่ที่เชียงรายครับ ถ้าได้ตัวมาหรือหาคนรู้จักมาได้อาจจะรู้ข้อมูลเพิ่ม ถ้าคุณปิ่นไม่รู้จัก แล้วคุณปิ่นมีปัญหาครับใครหรือเปล่าครับ ถ้ามีรบกวนบอกหน่อยนะครับเผื่อนายเป้จะถูกว่าจ้างมาอีกที” อภิทักษ์ตอบแล้วถามกลับอีกครั้งตามหน้าที่ที่ตั้งใจจะมาสอบถามคนเจ็บเพิ่มเติมเมื่อทราบว่าฟื้นจากอาการบาดเจ็บแล้ว
“...ฉันไม่” ปิ่นอนงค์กำลังจะปฏิเสธเพราะเธอไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตไปมากกว่านี้แต่แล้วก็ถูกเตโซเอ่ยแทรกขึ้นมาจนเธอต้องหันขวับไปมองด้วยสายตาดุแกมไม่พอใจกับสิ่งที่เขาตัดสินใจพูดออกมา
“เธอมีปัญหากับคุณเชอรีน น้องสาวของเธอ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนทั้งสองคนมีปากเสียกันครับ” เตโซพูดกับอภิทักษ์ก่อนจะหันกลับไปมองปิ่นอนงค์ซึ่งมองมาด้วยสายตาไม่พอใจ หากแต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้เงียบลงหรือจับแค่คนกระทำแต่คนว่าจ้างยังลอยนวล
เขาคงทำเช่นนั้นไม่ได้
“คุณเชอรีน ลูกสาวของคุณสุพจน์ใช่ไหมครับ” อภิทักษ์เอ่ยถามขึ้นเพราะชายหนุ่มใช่ว่าจะไม่รู้จักคนตระกูลวรรณวิภากิจ
ด้วยเพราะนักธุรกิจที่ภูเก็ตผู้ที่มีอิทธิพลมาตั้งนานหลายสิบปีมีมากมายหลายคนแต่สำหรับตระกูลวรรณวิภากิจแล้วเป็นที่รู้จักโดยทั่วกันว่าควรให้เกียรติและให้ความเคารพราวกับญาติผู้ใหญ่ของตัวเอง เนื่องจากบิดามารดารวมไปถึงคนเป็นลุงคนเป็นอาของปิ่นอนงค์ได้ทำประโยชน์แก่เมืองภูเก็ตอยู่มากจนชาวบ้านชาวประมงต่างมีที่ทำมาหากินโดยไม่ถูกกดขี่จากนักธุรกิจชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจที่ภูเก็ตและไม่ให้ถูกคนใหญ่คนโตทางธุรกิจกดขี่ในทางแรงงาน ทั้งยังช่วยให้ความสงบกับการใช้ชีวิตมาหลายสิบปีของคนภูเก็ตมิหนำซ้ำยังคอยช่วยเหลือชาวประมงที่ยากจนมาตลอดไม่เคยหยุดยื่นชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เคยลืมคนเหล่านั้นจนใครต่อใครต่างยกย่องและให้เกียรติรวมไปถึงให้ความเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าสัวธรรมรงค์
“ใช่ครับ” เตโซตอบออกไป
คำพูดของเตโซทำให้ปิ่นอนงค์รุ้สึกไม่พอใจและโกรธชายหนุ่มไม่น้อย ต่างจากเจ้าสัวธรรมรงค์ซึ่งยืนนิ่งเงียบมองสถานการณ์ไร้ปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้นรวมไปถึงสายพิณที่พอจะยิ้มออกได้บ้างด้วยความเป็นห่วงเจ้านายสาว
“โอเคครับ เจ้าสัวสะดวกให้คุณเชอรีนมาให้ปากคำไหมครับ” อภิทักษ์หันไปถามเจ้าสัวธรรมรงค์
“ฉันยินดีพาไป เพราะเมื่อสองอาทิตย์...วันที่สองคนนี้ทะเลาะกันฉันก็รู้เรื่อง ก็เลยส่งคนไปพาเชอรีนขึ้นไปกรุงเทพฯ เพื่อให้งานเชอรีนทำที่นั้นแทนเพื่อเลี่ยงไม่ให้สองคนทะเลาะกันอีก แต่ถ้าอุบัติเหตุที่เกินขึ้นเป็นฝีมือของเชอรีนจริงๆ ฉันก็ยินดีทำตามกฎหมายอย่างไม่มีการปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น” เจ้าสัวธรรมรงค์พูดพลางหันไปมองปิ่นอนงค์ที่มีสีหน้าไม่พอใจหันไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมาทางอภิทักษ์
“ขอบคุณครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ เรียกคุณเชอรีนมาให้ปากคำได้เร็วที่สุดยิ่งดีนะครับ” อภิทักษ์รับคำก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อและเมื่อเจ้าสัวธรรมรงค์พยักหน้ารับคำของตนก็พากันเดินกลับออกไป ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยจึงเหลือเพียงคนในครอบครัว
“เอาล่ะ ปู่จะกลับโรงแรมก่อนแล้วกันนะ” เจ้าสัวธรรมรงค์เข้าใจในสิ่งที่เตโซพูดออกมาเพราะตนก็มีความคิดไม่ต่างจากเตโซจึงเลือกที่จะปล่อยให้คนทั้งสองได้เคลียร์กันเอง
“สายด้วยนะคะ จะต้องเตรียมตัวไปรับน้องนายกลับจากโรงเรียนค่ะ” สายพิณรู้สึกได้ถึงความมึนตึงระหว่างเตโซกับปิ่นอนงค์จึงอยากให้เวลาทั้งสองคนได้พูดคุยกัน
น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว
เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี
“จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’
“โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่
ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ
“ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
