Startseite / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 5 9.0 ริกเตอร์ (2)

Teilen

บทที่ 5 9.0 ริกเตอร์ (2)

last update Zuletzt aktualisiert: 07.03.2026 20:52:56

ทันทีที่แพทย์ประจำคนไข้เดินออกไปหลังตรวจอาการเบื้องต้นเสร็จทั้งเตโซและสายพิณรีบเดินกลับเข้าห้องมาทันทีจึงพบกับปิ่นอนงค์ที่ได้นางพยาบาลสาวช่วยพยุงนั่งพิงหัวเตียงที่ปรับให้ตั้งขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นมือไปลูบที่ศีรษะหญิงสาวอีกครั้งอย่างปลอบประโลมโดยไร้คำพูดใดๆ นอกจากสายตาอันอบอุ่นส่งไปให้สาวเจ้าจนเจ้าตัวรู้สึกร้อนผ่าวที่สองแก้มขึ้นมาเสียดื้อๆ จึงส่งยิ้มบอกให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เพราะเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะมีอาการแผ่นดินไหวเก้าจุดศูนย์ริกเตอร์อีกเป็นครั้งที่สอง ยังดีที่แพทย์และนางพยาบาลเดินเข้ามาจึงทำให้เธอกับเขาละสายตาออกจากกันจึงทำให้เธอสงบลงได้บ้างจนเป็นปกติได้ไม่นานและไม่วายอดที่จะบ่นเขาไม่ได้ในใจอย่างเขินอาย

อย่าแสนดีเป็นผู้ชายอบอุ่นมากเกินไปจะได้ไหม...

“ยังรู้สึกปวดหัวอยู่หรือเปล่าปิ่น” เตโซเอ่ยถามทันทีพลางนั่งลงบนขอบเตียงคนไข้แล้วมองไปที่สาวเจ้า

“มีอาการปวดนิดหน่อยค่ะ…คุณเตโซคะ ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราแยกกันหน่อยได้ไหมคะ” ปิ่นอนงค์เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยชายหนุ่มด้วยความอยากรู้

เมื่อสาวเจ้าค้นพบว่าตัวเองหมดสติไปถึงสองวันเต็มๆ เพราะหลังจากนี้ไม่รู้จะมีโอกาสเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากแยกกับเขาอีกตอนไหนเพราะทางแพทย์จะส่งคนมาพาไปตรวจร่างกายภายในอีกครั้ง หากยืดเยื้อเวลาจะทำให้ลืมไปเสียเปล่าๆ อีกทั้งใครกันที่เป็นคนแจ้งเหตุและพาเธอมาส่งโรงพยาบาล เธอไม่รู้จริงๆ ว่าความทรงจำที่ขาดช่วงไปเกิดอะไรขึ้นบ้างและยังพบอีกว่าเตโซต้องนั่งประชุมผ่านทางแลบท็อปภายในห้องพักผู้ป่วยแทนจนเธอยิ่งรู้สึกเกรงใจและอยากตอบแทนเขาให้มากกว่านี้

แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นเขาเสียมากกว่าที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

“ผมรู้เพราะเคนโทร. บอก พอกลับมาถึงภูเก็ตผมก็รีบตรงมาที่นี่เลย ส่วนเรื่องที่เกิดเหตุตำรวจบอกแค่ว่าเป็นอุบัติเหตุตามคำให้การของชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ว่ามีรถมอเตอร์ไซต์วิ่งตัดหน้ารถคุณ แต่สำหรับผมมันไม่น่าใช่เหตุบังเอิญแน่นอน” เตโซให้คำตอบและสิ้นเสียงของชายหนุ่มก็ดึงสติหญิงสาวกลับมาพอให้เข้าใจสถานการณ์ได้บ้างก่อนจะมองไปที่สายพิณซึ่งรีบพยักหน้าพูดสำทับเตโซทันที

“สายก็คิดเหมือนคุณเตโซนะคะ มันดูบังเอิญเกินไปค่ะ ต้องเป็นการลอบทำร้ายแน่นอนค่ะ” สายพิณพูดด้วยเหตุผลที่คาดคิด

“ฉันไม่มีศัตรูที่ไหนนะคะ…ถ้าหมายถึงเชอรีนกัน ฉันบอกได้เลยค่ะว่าไม่มีทาง” ปิ่นอนงค์ให้คำตอบพลางครุ่นคิดก่อนจะชะงักเงยหน้าไปมองเตโซหับสายพิณปล้วรีบพูดออกไปทันที

“ทำไมถึงมั่นใจ” เตโซเอ่ยถาม

“เห็นเชอรีนวีนเหวี่ยงแรงๆ แบบนี้ แต่เชอรีนไม่มีทางทำเรื่องร้ายแรงได้ขนาดนี้หรอกค่ะ เชอรีนนะก็ได้แต่กล้าต่อปากต่อคำ มากหน่อยก็แค่ลงไม้ลงมือใช้กำลังเหมือนผู้หญิงทั่วไป ไม่เคยมีท่าทีคิดร้ายหรือคิดจะลงมือทำเรื่องรุนแรงกับฉันเลย” ปิ่นอนงค์ให้ตอบที่มีเหตุผลมากกว่าที่เตโซจะเชื่อ

“ถึงอย่างไรก็ต้องระวังตัว ผมรู้ว่าคุณคิดว่าไม่ใช่เชอรีน แต่จิตใจคนเราเข้าใจยากรู้ไหม เราไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในของเขาคิดยังไงอยู่ คนที่คิดว่าดีมาตลอดยังกลายเป็นคนร้ายได้เลย ผมไม่ได้อยากปรักปรำน้องของคุณ แต่คิดเผื่อก็ดี” เตโซพูดพลางยื่นมือไปเกี่ยเส้นผมให้ทัดหลังใบหูของสาวเจ้าให้อย่างเบามือ

“คุณโซ ทำไมคุณดูซีเรียสกับอุบัติเหตุนี้จังเลยคะ มันไม่…” ปิ่นอนงค์เงียบไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อเตโซพลางโน้มตัวไปใกล้เล็กน้อยในขณะที่เขาไม่ขยับหนีไปไหน แต่แล้วก็ถูกสายพิณขัดจังหวะด้วยคำพูดที่ทำให้เธอเริ่มฉุกคิดตาม

“คุณปิ่นคะ ใช่ว่าคุณเตโซพูดจะไม่มีเหตุผลนะคะ ทางตำรวจเข้ามาหาคุณเตโซเมื่อวานค่ะ ทางตำรวจพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเพราะคำให้การของพยานบอกว่าเห็นรถมอเตอร์ไซต์ที่ตัดหน้ารถคุณปิ่นมีโอกาสขับแซงได้หลายครั้งแล้ว แต่เลือกที่จะขับแซงในจุดที่ห้ามแซงและอันตราย ทางตำรวจยังสงสัยไม่่แปลกหรอคะที่คุณเตโซจะสงสัยบ้าง” สายพิณพูดออกไปในสิ่งที่เตโซไม่อยากให้พูดออกมาอย่างชัดเจน

เพราะชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวตกใจหรือคิดลงมือสืบหาความจริงเอง เขาเพียงอยากเตือนให้เธอระวังตัวเท่านั้น หากพูดออกไปตามตรงคนที่ตรงไปตรงมาพุ่งเข้าชนอย่างเดียวของเธอเกรงว่าจะทำให้มีเรื่องอันตรายมากกว่าจะมีเรื่องดี ยิ่งถ้ารู้ว่าเชอรีนมีส่วนเกี่ยวข้องก็อาจจะทำให้เสียแผนเพราะสาวเจ้าคงเดินเข้าไปถามตรงๆ กระมัง หรือไม่ก็อาจจะทำให้เรื่องใหญ่โตขึ้นเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาก็เป็นได้

ทั้งเตโซและสายพิณต่างรู้จักปิ่นอนงค์ในระดับหนึ่งในเรื่องของการจัดการชีวิตของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องที่จะส่งผลต่อเจ้านายหรืออาจทำให้เด็กชายตัวน้อยเกิดปัญหาได้ เพราะสำหรับปิ่นอนงค์แล้ว เด็กชายตัวน้อยสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดฉะนั้นชีวิตของเธอจะต้องไม่เกิดปัญหาใดๆ ทั้งสิ้นที่ส่งผลต่อการเติบโตของเด็กชายตัวน้อยในอนาคต

และการที่ปิ่นอนงค์ได้ยินในสิ่งที่สายพิณพูดออกมา หญิงสาวก็มีท่าทีเปลี่ยนไปฉับพลัน จนเตโซต้องยื่นมือไปวางลงบนมือของสาวเจ้าเพื่อตึงสติให้เธอไม่ใช้อารมณ์พลางพูดออกไปด้วยโทนเสียงนุ่ม

“ยังไงเราต้องรอตำรวจมาอีกที ทางตำรวจกำลังตรวจสอบเพิ่มว่าเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดาหรือมีมากกว่านั้น ปิ่น คุณเป็นคนที่ทุกคนที่ภูเก็ตรู้ตักคุณนะ การที่ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคุณก็คงจะเป็นห่วงถึงได้ให้การแบบนั้น” เตโซมองปิ่นอนงค์ที่หันกลับมามองก่อนที่ท่าทางแข็งกร้าวน้อยๆ ค่อยๆ จางลงเมื่อได้สบสายตา

“…ฉันเข้าใจค่ะกับสิ่งที่คุณกับพี่สายกังวล ถึงยังไงตอนนี้ฉันก็ยังเชื่อว่าเชอรีนไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ…คุณปู่! คุณปู่รู้เรื่องนี้หรือเปล่าคะ อย่าให้…”

“อย่าให้อะไร”

ปิ่นอนงค์นั่งไปก่อนจะพูดยืนยันคำตอบที่ให้กับเตโซในความเชื่อใจเชอรีนก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหากเจ้าสัวธรรมรงค์ทราบเรื่องอาจจะทำให้ท่านเป็นกังวลแล้วรีบลงมาภูเก็ตจนอาจจะทำให้ความดันของท่านสูงขึ้นจนโรคที่มีอยู่ในตัวกำเริบทั้งที่ควบคุมมาได้ตลอด ทว่าเสียงเข้มทุ่มแหบของเจ้าสัวธรรมรงค์ดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วย ด้านหลังมีคณาและสาธิตเดินตามเข้ามา ถัดไปคือตำรวจที่เธอคาดได้ว่าคงเป็นเจ้าของคดี

เธอมองคนเป็นปู่ที่เดินเขามาก้วยท่าทางสุขุมและแอบส่งสายตาดุมาให้เธอก่อนจะส่งยิ้มแห้งสู้กลับไปพร้อมกับเอ่ยเรียกคนเป็นปู่เสียงอ่อน

“คุณปู่”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status