เข้าสู่ระบบบทที่ 15
ความจริงค่อยๆ เปิดเผย
“วันเกิดดามันอีกสองวันหลังจากคืนเมื่อหกปีก่อนไม่ใช่เหรอคะ” ดาริกาขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ
“พี่มีบินไปสิงคโปร์ตรงกับวันเกิดของดาพอดี เลยให้คุณนราแวะบ้านดาก่อนในคืนนั้นแล้วพี่บังเอิญเจอธนา เพื่อนสนิทพี่ที่ได้รับคดีพ่อดา พี่เลยช่วยดูกล้องวงจรปิดแล้วเห็นพี่โซมือเปื้อนเลือดเดินออกมาจากห้องทำงานพ่อดา ในตอนนั้นพี่ให้เพื่อพี่จัดการแต่เรื่องก็เงียบ พี่เลยคิดว่าคงเป็นพี่โซที่ปิดบังตำรวจให้เงียบได้น่ะ” เตชินตอบออกไปตามตรงและมีแต่ความจริง
“ขอบคุณนะคะที่ยังรู้สึกผิดเรื่องพ่อดา...” เธอมองเขาอย่างขอบคุณด้วยใจจริงก่อนจะเงียบลงแล้วพูดขึ้นใหม่อีกครั้ง “ดาคิดว่าจะไปที่ห้างนั้นอีกคะ เผลอบังเอิญเจอพี่โซ ดาอยากรู้ความจริงว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมพี่โซถึงปิดบังเราเรื่องที่ยังมีชีวิตอยู่”
“ดาบอกว่ามุกทานข้าวอยู่กับพี่โซใช่ไหม” เตชินถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ” ดาริกาพยักหน้าตอบ
“พี่จะแอบตามดูมุก ถ้ามุกรู้เรื่องแน่นอนว่ามุกจะต้องไปมาหาพี่โซบ่อย พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นพี่ก็เพิ่งรู้ตัวว่ามุกมักไม่ค่อยเข้ามาบริษัทเหมือนแต่ก่อนเลย” เตชินพูดขึ้นอย่างครุ่นคิดกับตัวเองเสียมากกว่าจะบอกดาริกา
“พี่เคนด้วยคะ ถ้าพี่เคนกลับมาดาจะลองแกล้งถามดูนะคะ” ดาริกาเอ่ยขึ้นอย่างออกความคิดและอดที่จะผิดหวังในตัวของเคนไม่ได้ทั้งที่เธอทั้งไว้ใจและเชื่อใจ มองเคนเป็นพี่ชายไม่ต่างจากเตโซ
“อืม” เขาพยักหน้าอย่างยอมรับพลางมองสำรวจวงหน้าของเธอด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่เธอจะต้องเข้าใกล้เคน
ทว่า ในตอนนี้เรื่องของเตโซสำคัญต่อเขาและเธอไม่ใช่น้อยยิ่งได้รู้ว่าเตโซยังมีชีวิตและซ่อนตัวปิดบังพวกเขาทั้งสองคน รวมถึงคนข้างกายที่พวกเขาไว้ใจอย่างเคนและพราวมุก ยิ่งทำให้ดาริกาและเตชินรู้สึกสับสนไปหมดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยิ่งกังวลมากขึ้นเมื่อไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นหรือไม่หากเตโซยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้
เตชินรู้สึกเป็นห่วงดาริกาขึ้นมาฉับพลัน...
แม้จะรู้ว่าพี่ชายของตัวเองไม่ใช่คนเลวร้ายมากขนาดไม่สนใจความผูกพันตลอดหกปีที่ผ่าน แต่เขาก็ใช่ว่าจะรู้จักพี่ชายดี ดังนั้นการที่พบว่าเตโซยังมีชีวิตอยู่โดยที่ปิดบังทุกคนเช่นนี้ทำให้เตชินอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เกิดความเป็นห่วงดาริกามากขึ้นหากเตโซรู้ว่าหญิงสาวจำความได้ทั้งหมดแล้วมิหนำซ้ำยังสามารถรื้อคดีพ่อของเธอกลับขึ้นมาใหม่ได้เพราะเธอถูกกันเป็นพยานในที่เกิดเหตุตั้งแต่แรก
ถึงจะตกลงกันแล้วว่าจะร่วมมือกับเธอเรื่องของเตโซสืบหาความจริง แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้และเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ปกป้องเธอจากพี่ชาย...หน้าที่ของเขาในตอนนี้
เพราะชีวิตของเธอมีค่าสำหรับเขาเกินกว่าจะยอมให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับสาวเจ้าได้ ต่อให้ต้องกลายเป็นศัตรูกับพี่ชายเพื่อปกป้องเธอ เขาก็ยอม...
ขอเพียงเธอยังมีชีวิตและกลับมาเป็นคนที่สดใสเหมือนเมื่อก่อนก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา
สายตาหม่นหมองมองบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนของคณินหรือคนของเตโซ เปมิกากำมีดเอาไว้ในมือแน่นเพื่อตั้งรับหากอีกฝ่ายคิดเข้ามาทำร้ายเธอ ทั้งที่ดูดีแล้วว่าจะไม่มีใครตามมาได้แต่ไม่คิดเลยว่าอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังกลับมาจากข้างนอกผู้ชายหน้าบึ้งคนนี้จะมายืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทางคุกคาม
“คุณเปมิกาใช่ไหมครับ” พฤกษ์เอ่ยถามออกไปเสียงเรียบร้อยและพยายามทำตัวให้เป็นมิตรกับอีกฝ่าย
เพราะการที่เขาปรากฏตัวทำให้หญิงสาวเกิดความหวาดระแวงจนคว้ามีดมาถือเพื่อป้องกันตัว และเขาก็ไม่อยากทำให้สาวเจ้าบาดเจ็บหรือตัดสินใจหนีไปอีกจนตามตัวยากหรือไม่ก็อาจถูกคนของคณินเจอตัวจนเกิดเรื่องร้ายก่อน
“แกเป็นใคร” เปมิกาเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วด้วยความระแวงมองไปที่พฤกษ์
แม้ชายหนุ่มจะมีท่าทางคุกคามแต่ก็ดูสุภาพเกินกว่าจะเป็นของคณินเช่นกัน เธอจึงถามออกไปเพื่อยั่งเชิงอีกฝ่ายก่อนจะลดท่าทีระแวงลงเมื่อชายหนุ่มให้คำตอบพร้อมกับพูดชื่อของใครอีกคนที่เธอตั้งใจจะออกตามหาในวันพรุ่งนี้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายตามเธอเจอได้อย่างไรและยังตามเจอก่อนคนของคณิน
“ผมพฤกษ์ คนสนิทของคุณเตโซครับ” พฤกษ์ตอบออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังจนทำให้เปมิกาเกิดระแวงหนัก
“คุณเตโซ? ฉันจะเชื่อแกได้ยังไง” แม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่เธอก็ยังถามออกไปเพื่อความแน่ใจ
“ธิรงค์ตายแล้วครับ และหลักฐานทุกอย่างที่คุณโซมีในตอนนี้ก็คือวิดีโอการประชุมกับคลิปแอบถ่ายในวันเกิดเหตุและพยานบุคคลที่จะเอาผิดคณินกับศศินครับ ถ้าเป็นคนของคณินผมคงไม่ยืนคุยกับคุณเปรมอย่างใจเย็นแบบนี้แน่ครับ” เตโซอธิบายออกไปและยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เข้าไปใกล้ให้เธอตกใจจนกลัวขึ้นมา
“ถ้ามีจริงก็ต้องรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าคุณธนากร พูดออกมา” เปมิกาเอ่ยถามออกไปทั้งที่รู้ว่ามันเป็นคำถามโง่ๆ แต่จะมีคนที่ตอบได้อยู่หนึ่งคนว่าใครกันแน่ที่ฆ่าธนากร
มีแค่เพียงหนึ่งคนเท่านั้น
หรือหากเป็นคนของเตโซแล้วมีหลักฐานจริงๆ แน่นอนว่าจะต้องเปิดดูคลิปวิดีโอ แต่ไม่ว่าพฤกษ์จะตอบได้หรือตอบไม่ได้ก็ทำให้เธอเชื่ออยู่ดีว่าชายหนุ่มเป็นคนของเตโซแน่นอน เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์กับใครอีกคนที่จับมือเธอค่อยๆ กรีดปลายมีดที่แหลมคมลงบนคอของธนากร
แน่นอนว่าคำตอบของคนคณินจะเป็นการบังคับมากกว่าถามตอบเช่นนี้
“ผมไม่ทราบครับ วิดีโอในคืนเกิดเหตุกับคุณธนากร คุณเตโซเพียงคนเดียวที่ได้ดูเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรมีใครได้เห็นความโหดร้ายนั้นครับ” พฤกษ์ยังคงตอบออกไปตามตรง
“ใช่! มันโหดร้ายและชั่วจนเกินจะเยียวยา...” เปมิกาขึ้นเสียงอย่างหัวเสียและโกรธแค้นคนคนนั้นก่อนจะเงียบลงแล้วลดมือที่ถือมีดลงอยู่ในระดับข้างกายแล้วถามออกไป “คุณโซอยู่ที่ไหนรอ...ฉันตัดขาดกับโลกภายนอกเพื่อป้องกันไม่ให้คนของคณินตามตัวเจอ จนไม่รู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ผมจะพาไปครับ ระหว่างทางผมจะอธิบายสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดหกปีที่ผ่านมาให้ฟัง คุณเปรมพร้อมจะเชื่อใจแล้วไปกับผมหรือเปล่าครับ” พฤกษ์เอ่ยถามออกไปเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับเปมิกาอีกครั้ง
“ฉันเชื่อใจคุณ แต่คุณแน่ใจใช่ไหมว่าไม่มีคนของคณินตามมา” แม้จะเชื่อใจพฤกษ์แล้วแต่ก็ยังระแวงคนของคณิน
“ผมไม่มั่นใจ แต่จะพยายามพาคุณเปรมไปหาคุณเตโซให้ปลอดภัยและไม่ถูกคนของคณินเจอตัวครับ” พฤกษ์ให้สัญญาด้วยความมั่นใจอยู่ครึ่งหนึ่งเพราะตอนนี้ทางฝั่งตนนำอยู่หนึ่งก้าว
“ฉันจะเชื่อใจและไว้ใจคุณ” เปมิกาพยักหน้าแล้วปามีดทิ้งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้พฤกษ์เพื่อให้เขารีบพาเธอไปพบกับเตโซด้วยความร้อนใจ
และหวังว่าจะไปหาเตโซได้อย่างไร้ขวางหนามหรือเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น
“ผมจะดูแลคุณเปรมตลอดทางไปหาคุณโซให้ดีที่สุดครับ” พฤกษ์ให้คำมั่นอีกครั้งกับเปมิกาและตัวเองก่อนจะพาสาวเจ้าเดินไปทางด้านหลังบ้าน
ซึ่งเป็นเส้นทางที่พฤกษ์เข้ามาและยังเป็นเส้นทางที่เปมิกาใช้เข้าออก
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







