LOGIN“คุณโซบอกกับพี่แล้วว่าน้องดาลืมเรื่องเมื่อหกปีก่อนไป แล้วน้องดาจำได้ตั้งแต่เมื่อไร” เปมิกากอดพลางลูบศีรษะลูบหลังดาริกาพร้อมกับถามออกไป
“ดาจำได้ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อนคะ แต่มันคือเหตุการณ์ที่ดาเข้าไปเจอพ่อก่อนจะหมดสติแล้วตื่นขึ้นมาเจอพี่โซคะ ดาเลยเข้าใจผิดจนมาเมื่อกี้ที่ได้รู้ความจริง” ดาริกาตอบพลางผละออกยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา
“คุณเตโซเป็นคนดีมาก ดีจนพี่รู้สึกผิดจนไม่กล้าจะรับความช่วยเหลือจากเขาเลย แต่เขาก็ส่งคนมาปกป้องพี่จากคนของศินกับคณินจนพฤกษ์ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส” เปมิกาหลุบสายตาลงอย่างรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
“พฤกษ์เหรอคะ” ดาริกาขมวดคิ้วถามกลับ
“ดาคงไม่รู้สินะ พฤกษ์เป็นผู้ช่วยอีกคนของคุณเตโซและยังคอยเป็นสายให้กับพ่อของดาจนตอนนี้ก็ยังเป็นสายให้กับกรมตำรวจ น้อยคนที่จะรู้ว่าพฤกษ์คือคนของคุณเตโซ พี่เองก็เพิ่งมารู้ตอนได้เจอกับคุณเตโซก่อนจะเจอน้องดา” เปมิกาให้คำตอบ
“พี่โซดีกับเรามาตลอด” ดาริกาสำทับเปมิกาอย่างตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกเดินเส้นทางไหนดีหลังเรียนจบ
เธอได้ตัดสินใจแล้วอย่างไม่มีเปลี่ยนใจ
“พี่ไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยนอกจากทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นพยานบุคคลสำคัญให้ คุณโซเองก็ต้องการให้พี่เป็นพยาน” เปมิกาพูดขึ้นอย่างไม่ทันสังเกตอาการของดาริกาสักนิด
ดาริกาทำเพียงส่งยิ้มบางอย่างขอบคุณเปมิกาพลางครุ่นคิดไปด้วยว่าเธอจะคืนอิสระให้กับเตชินอย่างที่ชายหนุ่มต้องการมาตลอดในวันที่เธอเรียนจบ เพราะเธออยากใช้เวลาที่เหลือกับเขาก่อนที่จะไม่ได้อยู่กับคนที่เธอรักไปตลอดกาล และเธอจะมอบชีวิตให้กับเตโซกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นเตโซท่านประธานที่มครต่างก็เคารพนับถือมีคนล้อมหน้าล้อมหลังอีกครั้ง
คืนทุกชีวิตของทุกคนกลับไปเป็นตัวเองในแบบที่ต้องการไม่ใช่ต้องมารับผิดชอบปกป้องเธอแบบนี้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องทำเพื่อคนทั้งสองอย่างไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
แม้หัวใจของเธอจะเจ็บปวดก็ตาม
“น้องดา พี่ถามได้ไหมเรื่องของคุณเตชิน” เปมิกาซึ่งทราบเรื่องของเตโซกับเตชินจึงอดไม่ได้จะเอ่ยถามออกไป
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ดาริกาถามกลับแทนเป็นการตอบ
“กับคุณเตชินดารู้สึกยังไงกับเขา” เปมิกาเอ่ยถามออกไปอย่างไม่รีรอหรืออ้อมค้อม
“ดา...ดารักพี่เตคะ รักมากจนไม่สามรถเห็นแก่ตัวได้อีกแล้ว” ดาริกาอึกอักก่อนจะตอบออกไป
“แล้วกับคุณเตโซล่ะ” ครานี้ถามถึงเตโซที่ควรจะเป็นสามีของดาริกาตามพินัยกรรม แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเตชินเพราะความจริงที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนที่ควรแต่งงานกับดาริกาคือเตชินไม่ใช่เตโซ
“กับพี่โซดารู้สึกว่าเป็นพี่ชายที่แสนดีที่สุดเลยคะ ถ้ามีใครมาถามว่าพี่โซไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ทำไมต้องให้ความสำคัญด้วย ดาจะแย้งกลับออกไปทันทีว่าพี่โซคือพี่ชายแท้ๆ จนละเลยความสำคัญไม่ได้คะ” ดาริกาเอ่ยตอบออกไปตามตรงกับความรู้สึกที่มีให้กับเตโซ
“น้องดาไม่คิดเหรอว่าระหว่างกับคุณเตชินอาจจะเป็นเพียงความผูกพันที่มีมากกว่าจะเกิดเป็นความรักก็ได้ แต่กับอีกคนอาจจะเป็นความรักที่ยังไม่รู้ตัว” เปมิกาเอื้อนเอ่ยออกไปด้วยความคิดว่าดาริกาอาจกำลังเข้าใจผิดก็เป็นได้
“กับพี่เตคงเป็นอย่างที่พี่เปรมพูด แต่กับดาแล้วมันคือความรักค่ะ พี่เปรมก็มีความรักคงเข้าใจดี...พี่เปรมเคยรู้สึกไหมคะว่าตอนสบตากับใครแล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมากระแทกจนทั้งตัวสั่นไหวหัวใจเต้นแรก ดามีความรู้สึกแบบนั้นกับพี่เตมาตลอดจนพยายาหาทางเข้าหาหาทางสนิทกับพี่เต แต่ดาไม่เคยรู้สึกกับใครเลย” ดาริการ่ายยาวออกไปกับความรู้สึกของตัวเองที่มีให้กับเตชินมาตลอด
“นั่นสินะ...ตอนเราหวั่นไหวกับใครคนนั้น เราพยายามทำทุกอย่างให้ได้เจอให้ได้คุยเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเขา เพื่อให้ได้เป็นคนพิเศษสำหรับเขา และไม่เคยรู้สึกกับใครพิเศษเท่าเขาคนนั้น” เปมิกาพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยรักศศิน เด็กหนุ่มที่ใครต่างก็พูดว่าคงจบไม่สวยเพราะอีกฝ่ายเด็กเกินไป
“ใช่ค่ะพี่เปรม ดารู้สึกแบบนั้นกับพี่เตคนเดียวมาตลอด แต่หกปีที่ผ่านมาเขาทั้งร้ายทั้งห่างเหินกับดาแต่ดาก็ยังรัก กับใครก็ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย...ความรักก็เป็นแบบนี้ ไม่มีรูปแบบตายตัวเลยเนอะ จะรักใครก็รักไม่เปลี่ยน ทำให้เราทุ่มเทให้กับอีกคนที่ไม่ได้รักแบบ” ดาริกาเริ่มระบายความรู้สึกของตัวเองที่มีกับเตชินออกไปตามความเคยชินที่มักมีเรื่องหนักใจหรือคิดไม่ตกก็จะปรึกษากับเปมิกาเหมือนสมัยก่อนไม่มีเปลี่ยน
ด้วยความไว้ใจอีกครั้ง
“นั่นสิเนอะ ความรักนี่ทำให้คนเราทึ่งจริงๆ จริงอย่างที่เขาว่า คนที่ใช่ไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลยก็ได้รับความรักอย่างไม่ต้องเหนื่อย แต่ใครอีกคนต้องยอมหลบไปเพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่” เปมิกามองน้องสาวที่มีสีหน้าและแววตาหมองเศร้าพลางยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กน้องในสายตาของเธอ
โดยที่ไม่รู้เลยว่าเปมิกากำลังพูดถึงเตโซที่ยอมเสียสละอย่างรู้ตัวดีว่าไม่ใช่เจ้าของหัวใจของดาริกา และอดคิดไม่ได้ว่าความรักก็เปรียบได้เหมือนดอกกุหลาบต้นหนึ่ง มีความหลากหลายของความสวยงามในแต่ละช่อยามที่ผลิบานหากแต่คนที่จับไม่ถูกก็มักจะถูกหนามที่ลายล้อมทิ่มแทงจนเจ็บปวด บางคนรู้ว่าควรจะยื่นมือไปชื่นชมต้นดอกกุหลาบอย่างไรแต่เพราะรู้ว่ายื่นมือไปหวังจะครอบครองก็ถูกหนามเหล่านั้นทิ่มแทงอยู่ดี
ความรักก็เป็นแบบนี้มาเสมอ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







