LOGIN“น้องดา”
“พี่โซ”
ทันทีที่เห็นวงหน้าของเตโซเมื่อเดินเข้ามาถึงบริเวณห้องโถงนั่งเล่นดาริกาเรียกด้วยความดีใจพลางรีบจ้ำอ้าวไปหาพี่ชายคนโตของบ้านทันทีที่กำลังนั่งดูข่าวยามเย็นอยู่ในห้องนั่งเล่น ซึ่งทำให้คนที่เดินนำหน้าอย่างเตชินถึงกับเหลียวสายตามองก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินตรงไปยังบันไดขึ้นห้องตัวเองแทน ทิ้งให้ ‘น้องดา’ ของพี่ชายตัวเองวิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่น
“กลับเร็วนะวันนี้” เตโซแกล้งแซวทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าที่น้องสาวคนนี้กลับบ้านเป็นเพราะเรื่องอะไร
“ยังมาแกล้งแซวกันอีกนะคะ พูดถึงเรื่องนี้ ทำไมพี่โซยอมให้ดาออกไปเที่ยวกลางคืนแบบนี้คะ แล้วพี่เตรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ดาไม่อยากทะเลาะกับพี่เตนะคะ พี่เขาน่ากลัวเวลาทำหน้าแบบนี้...” ดาริกาหยุดพูดแล้วเหลียวหลังไปมองเมื่อไม่พบเตชินจึงหันกลับมามองเตโซอีกครั้งก่อนจะปรับสีหน้าให้นิ่งลงอย่างน่ารักแล้วจึงขมวดคิ้วที่พยายามให้เหมือนกับเตชินจนต้องยู่ปาก
“เรานี่นะ ก็ช่างเป็นคนขี้แซว” เตโซเห็นดังนั้นจึงระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกับดาริกาที่เห็นเขาหัวเราะก่อนจะยิ่งมีเสียงหัวเราะดังมากขึ้นเมื่อเตโซพูดพลางยื่นมือไปยีศีรษะสาวเจ้า
“ก็มันจริงนิคะ” เธอเบาเสียงหัวเราะแล้วตอบกลับไป
“ไปเถอะ ถ้าพี่ออกปากว่าไปได้ก็คือไปได้ แต่พี่คงไปรับไม่ได้ เดี๋ยวพี่ให้เคนไปรับนะ” เตโซยิ้มพลางจับจ้องวงหน้าของหญิงสาวอย่างไม่วางตาก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเธออีกครั้งด้วยความรู้สึกอึดอัดอยู่ข้างในใจแกมเป็นห่วงเธอมากกว่าปกติอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ไม่ว่ากับใครก็ตามหรือแม้แต่กับน้องชายแท้ๆ เขาก็ไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงจนเกิดความกลัวได้มากเท่านี้
“ขอบคุณนะคะพี่โซ แต่ดาก็ไม่ได้อยากไปเท่าไรหรอกค่ะ ดา เอ่อ...” ดาริกาอึกอักแม้จะรู้แล้วว่าเตโซทราบเรื่องที่เธอแอบเรียนชงกาแฟแล้วก็ตาม แต่ก็อดจะรู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ที่ไม่ได้เป็นคนบอกด้วยตัวเองและเลือกที่จะปิดบังเตโซมาตลอด
“พี่รู้ว่าดาอยากอยู่เรียนชงกาแฟ แต่วันนี้พี่ให้ไปแล้วก็ไปหน่อยนะคะ ให้พี่ได้สบายใจสักนิดว่าน้องสาวคนนี้ของพี่ได้ใช้ชีวิตมีความสุขจริงๆ ได้ไหมคะ” เตโซยกยิ้มอย่างอบอุ่นเมื่อได้เห็นสีหน้าสำนึกผิดตามฉบับดาริกาที่จะหลุบสายตาหนีก้มหน้ามองนิ้วมือตัวเอง ก็อดจะเอ็นดูไม่ได้จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดเองให้เธอได้สบายใจ
“ก็ได้คะ ว่าแต่พี่โซไปไหนเหรอคะถึงไปรับดาไม่ได้ ถ้าพี่โซมารับก็คงดี ดาไม่อยากโดนยักษ์อย่างพี่เตกินหัวหรอกนะคะ” เธอยังคงอดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงคนที่ห่วงหน้าตาตระกูลมากกว่าเธออย่างเตชิน
ไม่ว่าเธอจะทำก็ถูกเตชินคอยจับผิดเพราะกลัวจะทำให้เสียชื่อเสียงตระกูลของเขาทั้งที่เธอเป็นเพียงผู้อาศัยแล้วยังมาบีบบังคับให้พี่ชายแท้ๆ ของเขาให้ต้องหมั้นหมายกันหลังจากที่บิดาของเธอเสียชีวิตไปได้ไม่นาน แน่นอนว่าทำให้เตชินไม่พอใจเป็นอย่างมากและช่างแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ช่างเป็นพี่ชายที่แสนดี
ในคราแรกที่เธอย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ในฐานะน้องสาวของเตโซและเตชินทุกอย่างก็ปกติดีมาตลอดจนกระทั่งมีข่าวว่าเธอจะต้องหมั้นหมายกับเขา นั่นแหละนะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความไปพอใจของเขาเพียงชั่วข้ามคืนจนถึงขั้นทะเลาะกับพี่ชายตัวเอง
“พี่มีธุระต้องไปทำน่ะ พี่บอกแล้วไงว่าอย่าไปใส่ใจมันเลย ปล่อยให้เป็นหมาบ้าไป เราแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ แต่พี่มีข้อแลกเปลี่ยนนะคะ” เตโซรับรู้ได้ว่าเพราะอะไรดาริกาถึงได้ใส่ใจความรู้สึกของเตชินได้ขนาดนี้จึงบอกปัดออกไปแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรเหรอคะ” หันกลับไปถามทันที
เพราะคำว่า ‘ข้อแลกเปลี่ยน’ ของเตโซมักจะมีบทสรุปที่เธอก็ไม่ค่อยชอบใจเสียเท่าไรแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยเพราะเขาคือคนที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่เลวร้ายที่สุด พี่ชายที่ไม่เคยสนิทกันมามากเท่าเตชินแต่กลับกลายเป็นผู้ชายที่ตามใจและใส่ใจเธอมากที่สุด หากแต่การมีข้อแลกเปลี่ยนก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปสำหรับเธอ
และคงไม่พ้นเรื่องของบริษัทเป็นแน่
“ที่ดินตรงนี้พี่ให้ดาสำหรับทำร้านกาแฟอย่างที่อยากทำ ส่วนเรื่องฝึกงานยังไงเราก็ต้องเข้าไปฝึกที่บริษัทของพี่อยู่ดี เรื่องหลังเรียนจบยังไงดาก็ต้องเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหาร พี่เสนอชื่อดาเข้าที่ประชุมและทุกคนก็เห็นด้วยเพียงแค่รอให้ดาเรียนจบ” เตโซพูดรวดเดียวจบให้เธอได้เข้าใจ
นั่นไง เธอเดาผิดเสียที่ไหน
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







