LOGINจึงฉุกคิดได้ว่าหากได้ทั้งสองคนมาช่วยในส่วนที่ไม่เป็นอันตรายก็ยังทำให้เขาเบาใจอยู่บ้าง
แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยที่ให้รู้สึกสบายใจขึ้นแต่เขาก็ยังไม่ไว้วางใจอยู่ดีถึงแม้คนอย่างศศินจะเลวแล้วแต่พ่อของศศินอย่างคณินนั้นโหดเหี้ยมมากกว่า หากถามว่ากังวลใครมากกว่าก็คงเป็นคณิน
เพราะอย่างน้อยความรู้สึกของศศินที่มีให้ดาริกาเป็นเรื่องจริงไม่ได้หวังผลจากหญิงสาวแม้แต่นิด
“เอ่อ ขออนุญาตนะคะ...ฉันคิดว่าสองคนนั้นทราบนะคะ ถ้าส่งคนไปถึงบ้านที่ชานเมืองแล้วถ้าจะสืบว่าเป็นบ้านใครก็ไม่ยากค่ะ” รินนราที่ลุกขึ้นไปเตรียมเครื่องดื่มให้กับเจ้านายทั้งสองคนเดินกลับมาพร้อมกับเอ่ยขึ้นพลางวางแก้วน้ำเปล่าและกาแฟให้เตชินกับเตโซก่อนจะพูดขึ้นต่อทันที
“นั่นสิครับพี่โซ ป่านนี้สองพ่อลูกคงรู้เรื่องของมุกแล้ว แบบนี้คุณจิรันกับมุกไม่เป็นอันตรายไปด้วยเหรอครับ” เตชินหันกลับมามองพี่ชายหลังมองเลขานุการของตัวเอง
“ผมก็คิดนะครับคุณโซ” เคนสำทับหลังเงียบฟังมาสักพัก
“พี่คิดว่าไม่หรอก เพราะเรื่องนี้ทั้งสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องมาตั้งแต่แรก ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสอง เจ้าสัวคงไม่ปล่อยให้หลานสาวคนเล็กเป็นอันตรายหรอก” เตดซพูดขึ้นอย่างครุ่นคิด แม้ว่าจะมั่นใจอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นก็ตาม
“เจ้าสัวทราบเรื่องนี้ด้วยเหรอครับ” เตชินเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่รู้ด้วยเพราะครอบครัวของพราวมุกไม่ได้เกี่ยวข้องมาตั้งแต่แรก
“ไม่รู้ ทั้งเจ้าสัวทั้งคุณจิรันก็ไม่ทราบนอกจากอาหมอ พี่ขอมุกเอาไว้และมุกเองก็ไม่อยากให้ปู่กับลุงเขยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พี่คิดน่ะว่าถ้าเกิดเรื่องอันตรายกับหลานทั้งคนคงไม่นิ่งดูดายหรอก” เตโซอธิบายให้คนทั้งสามได้คิดตาม
“ผมเข้าใจแล้ว แบบนี้ก็เบาใจลงบ้างเพราะมุกไม่ได้เกี่ยวข้อง จริงๆ มุกแค่ให้ที่ซ่อนพี่ก็ได้แต่กลับช่วยจนมาถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณและให้ความปลอดภัยให้ถึงที่สุด” เตชินพยักหน้าน้อยๆ พลางพูดออกไป
“ใช่ แต่เคนคงคอยวิ่งตามไปดูแลทุกคนไม่ได้” เตโซพยักหน้าก่อนจะพูดออกไป
“ผมดูแลดาเองครับ ส่วนพี่เคนดูแลความปลอดภัยของมุกก็ได้ครับ น่าจะไม่เป็นที่สงสัยและไม่ทำให้ฝ่ายนั้นไวตัวทัน ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างก็อยู่ที่ตำรวจแล้ว อีกไม่นานพวกมันจะต้องถูกจับ” เตชินลองเสนอความคิดเห็นบ้าง
ซึ่งความคิดเห็นของของเตชินต่างทำให้ทุกคนเลือกทำตามอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดคุยเรื่องงานภายในบริษัทต่ออีกสองชั่วโมงกว่าเมื่อบริษัทถูกเปลี่ยนมือเป็นน้องชายของอดีตท่านประธานบริษัทและยังมีการปรับเปลี่ยนการบริหารเล็กน้อยตามความเหมาะสมของท่านประธานบริษัทคนใหม่ที่จะเสนอขึ้นในประชุมครั้งหน้า ทั้งยังมีการเลื่อนตำแหน่งให้กับพนักงานที่ทำงานมานานและเหมาะที่จะเลื่อนตำแหน่งในวันต่อจากงานเลี้ยงวันแต่งตั้งท่านประธานบริษัทคนใหม่
หลังสนทนาหาลือกันเป็นที่เรียบร้อยเตโซก็ขอกลับก่อนเพื่อจะแวะไปเยี่ยมพฤกษ์ก่อนกลับบ้านไปดูสองสาวด้วยความเป็นห่วงอยู่ลึกๆ เมื่อความสนใจทั้งหมดของเตโซในวันนี้จะต้องให้ความสนใจบริษัทจนบางครั้งลืมไปว่าดาริกากับเปมิกาอยุ่ที่บ้านกันเพียงลำพัง
“ค่อยกลับตอนเย็นพร้อมผมก็ได้ครับ อยู่ให้พนักงานดีใจนานๆ หน่อยครับ โดยเฉพาะคุณนรา ทั้งเสิร์ฟเครื่องดื่มทั้งดูแลให้ความสะดวกยิ่งกว่าตอนอยู่กับผมอีกครับ” เตชินพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาที่ประตูหน้าบริษัทอีกครั้งหลังรั้งพี่ชายที่ห้องทำงานไม่สำเร็จก่อนจะหันไปมองเคนที่เปิดประตูฝั่งคนขับเดินลงจากรถมาเพื่อจะเปิดประตูให้กับเตโซ
“พี่เป็นห่วงดากับเปรม เตบอกไม่ใช่เหรอว่าศินชอบมาดักรอน้องดาที่หน้าบริษัททุกวัน แต่วันนี้เราไม่เห็นเลยนะ” เตดซพูดกับเตชินอีกครั้งด้วยความกังวลกับความพลาดของตัวเองที่ไม่ได้แจ้งคนที่บ้านเอาไว้ให้ระมัดระวัง
เพราะเตโซไม่ได้สั่งคนในบ้านให้รู้ว่าศศินอันตรายและห้ามให้เข้ามาภายในบ้าน เพราะก่อนหน้านี้เตโซให้ศศินสามารถเข้าออกบ้านเพื่อมาเยี่ยมดาริกาได้ด้วยเพราะยังไม่ทราบเรื่องดีจนป่านนี้ก็ไม่ได้บอกออกไปทั้งที่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ทั้งไม่เห็นศศินจึงอดกังวลไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไปหาดาริกาที่บ้านแทนที่จะเป็นบริษัท
“ผมกลับด้วยครับ ยังไงช่วงเย็น...”
“เต! ระวัง!”
ปัง! ปัง!
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







