로그인"วันนี้หนูก็ขอฝากของขวัญหน่อยนะคะพี่ปีใหม่ เดี๋ยวหนูขอออกไปหางานก่อนค่ะ"
"ได้เลย วันนี้ของขวัญก็ยังสดใสเหมือนเดิมเลยนะ ก็คงอยากจะช่วยลุ้นให้แม่ได้ทำงานไว ๆ แถมยังทำตัวไม่ดื้ออะไรอีกด้วย"
"ของขวัญอย่าดื้อกับป้าปีใหม่นะคะ เดี๋ยวแม่จะรีบกลับมาหาหนูนะ"
"แม่จ๋า แม่จ๋า บายค่ะ"
"จ้าลูก เดี๋ยวแม่จะรีบมาหานะคะ"
เพลงขวัญกอดแฟ้มเอกสารแน่น ซึ่งเป็นใบวุฒิการศึกษาที่จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น ก่อนจะเดินตระเวนหางานที่พอจะทำได้ในตอนนี้ ซึ่งเธอก็ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานอะไร ขอแค่มีงานให้คนที่วุฒิการศึกษาน้อยแบบเธอได้ทำก็พอแล้ว
"ไม่รับเลยเหรอคะ"
"ไม่รับค่ะ พนักงานเต็มแล้ว"
"แต่ที่ป้ายหน้าร้านก็ยังเห็นใบที่เปิดรับสมัครอยู่นะคะ หรือว่าทางร้านยังไม่ได้เอาออก"
"น่าจะลืมนั่นแหละ เพราะช่วงสองสามวันนี้ไม่มีคนมาสมัครงานเลย ทางร้านก็น่าจะลืมว่าติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงานไว้อยู่ แต่ความจริงพนักงานเต็มเมื่อสองสามวันก่อนแล้วนะ"
"อ๋อ...แบบนี้นี่เอง ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน งั้นฉันขอตัวก่อนค่ะ"
2 ชั่วโมงต่อมา
"นี่เราเข้ามาสมัครงานร้านที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ทำไมถึงไม่มีคนรับเลยนะ เหนื่อยจนท้อแล้วสิ"
เพลงขวัญปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะหย่อนกายลงบนม้านั่งที่อยู่ในสวนสาธารณะใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา พลางเปิดขวดน้ำดื่มเย็นฉ่ำที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ แล้วดื่มอย่างรวดเร็วเพื่อดับกระหาย
"ถ้าวันนี้ไม่ได้งานจะต้องแย่แน่ ๆ เลย" เพลงขวัญกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ สวนสาธารณะที่มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษาที่มานั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ตามตำแหน่งต่าง ๆ ก่อนจะเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านหน้าเธอไป กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานและหัวเราะอย่างมีความสุข
เพลงขวัญได้แต่มองตามหลังนักศึกษากลุ่มนั้นด้วยแววตาเศร้า เพราะถ้าเธอมีโอกาสก็คงจะได้สวมชุดนักศึกษาแบบนี้เหมือนกัน หรือบางทีในตอนนี้เธออาจจะกำลังจับกลุ่มคุยอยู่กับเพื่อนใหม่ที่มหาวิทยาลัยก็ได้
"สู้สิเพลงขวัญ เดี๋ยวสักวันก็คงจะมีโอกาสได้เรียนนั่นแหละ ถึงจะเรียนช้ากว่าคนอื่นหน่อยก็ไม่เป็นไร การศึกษาไม่มีวันสายหรอก ต่อให้อายุเยอะก็ยังเรียนได้ถ้าเรายังใฝ่เรียน สู้ ๆ นะตัวเรา"
เพลงขวัญเดินตระเวนไปสมัครงานตามร้านต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งวันเกือบ 30 แห่ง แต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีร้านไหนรับสมัครงานเลย ซึ่งเพลงขวัญก็รู้สึกว่าการสมัครวันนี้จะเป็นเหมือนกันหมดทุกร้าน และเดินเข้าไปเฉลี่ยร้านละไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ พอเห็นใบสมัครแวบแรกก็ไม่รับงานเลยทั้ง ๆ ที่ทางร้านยังไม่อ่านหรือซักถามประวัติด้วยซ้ำ
ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านขายของจิปาถะหรือแม้แต่ร้านดูแลสัตว์ก็ไม่รับพนักงานงานเลย ทั้ง ๆ ที่มีหลายร้านที่ติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงานอยู่ ซึ่งเพลงขวัญก็เดินเข้าเดินออกจนแทบไม่เหลือแรงที่จะเดินต่อแล้ว
"แจกใบปลิวงั้นเหรอ?" เพลงขวัญเหลือบไปเห็นป้ายรับสมัครคนแจกใบปลิวที่ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้า หลังจากกำลังเดินกลับที่พักด้วยความเหนื่อยล้า เพลงขวัญก็รีบถ่ายรูปเก็บไว้ทันที
"เราค่อยติดต่อหลังจากกลับไปถึงห้องพักก็แล้วกัน"
"พ่อเลี้ยงเขมครับ วันนี้ทั้งวันมีหลายร้านเข้ามาติดต่อประมาณเกือบ 30 ร้านครับ เป็นร้านที่ผู้หญิงคนนั้นไปสมัครงานที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ไม่มีใครรับเลยตามที่พ่อเลี้ยงต้องการ"
สิงห์ เป็นผู้ติดตามคนสนิทของรังสิมันตุ์ ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและเป็นเลขาส่วนตัวที่รังสิมันตุ์ไว้ใจมาก ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน เพราะครอบครัวของสิงห์ก็เป็นคนสำคัญของไร่แห่งนี้ตั้งแต่รุ่นบิดาของรังสิมันตุ์ แถมสิงห์ก็ยังจงรักษาต่อรังสิมันตุ์มาก เพราะครอบครัวของรังสิมันตุ์เป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเขา
"ดี ต้องให้แน่ใจว่าจะไม่หลุดรอดไปที่ร้านไหนนะ อย่าให้มันได้งานเด็ดขาด"
"ทราบแล้วครับผม"
"งั้นนายก็ออกไปเถอะสิงห์ เดี๋ยวคืนนี้อย่าลืมแจ้งหัวหน้าในแต่ละโซนด้วย ให้ไปแจ้งคนในไร่ว่าอีกสองวันฉันจะออกไปตรวจหน้างานทุกโซนเลย"
"ครับพ่อเลี้ยง แล้วพรุ่งนี้ต้องออกจากไร่ประมาณสิบโมงนะครับ มีจัดงานที่เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ พ่อเลี้ยงก็เป็นแขกสำคัญด้วยนะครับ"
"อ้อ...นั่นสินะ บริษัทผลิตปุ๋ยสินะ เพราะไร่ฉันก็ใช้ปุ๋ยของบริษัทนี้ตลอด แถมผลผลิตก็ดีมากด้วย แบบนี้คนคงจะแห่มาใช้ปุ๋ยยี่ห้อนี้กันเยอะแน่"
"นั่นสิครับพ่อเลี้ยง ยิ่งได้พ่อเลี้ยงมาคอนเฟิร์มให้แบบนี้ต้องขายดีแน่ แล้วทางบริษัทปุ๋ยก็จะลดราคาปุ๋ยที่ส่งให้กับทางไร่เรามากกว่าทุกปีด้วยนะครับ ผมว่าปีนี้ทางไร่คงจะได้กำไรมหาศาลแน่ เพราะต้นทุนของปุ๋ยลดไปกว่า 35% แบบนี้ เห็นทางบริษัทปุ๋ยโทรมาแจ้งอยู่นะครับว่าพรุ่งนี้จะจัดงานยิ่งใหญ่ด้วย มีทั้งลดแลกแจกแถมและสมนาคุณให้กับคนที่จะมาเข้าร่วมงานในวันพรุ่งนี้ด้วย ตั้งแต่แจกใบปลิวส่วนลดที่หน้างาน มีจ้างวงดนตรีมามอบความบันเทิงให้ด้วย พรุ่งนี้น่าจะคึกคักแน่เลยครับ"
"งานขายปุ๋ยมันคงไม่คึกคักอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง"
"ต้องคึกคักแน่นอนครับ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่จะมารอดูพ่อเลี้ยงวันพรุ่งนี้"
"นายออกไปได้ละสิงห์ พูดอะไรไร้สาระอยู่ได้ ฉันไม่สนเรื่องพรรค์นั้นหรอกนะ"
ไร่รังสิมันตุ์ เป็นไร่ที่มีชื่อเสียงที่ติดอันดับต้น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่แต่ก็ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองมากนัก เป็นไร่ที่อยู่อีกอำเภอหนึ่งซึ่งใกล้กับอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นไร่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีพื้นที่กว่าหนึ่งพันไร่ ซึ่งจะปลูกพืชหมุนเวียนกันไปเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพด
เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสร็จแล้ว ก็จะทำการปลูกถั่วลิสงต่อระหว่างที่รอปลูกข้าวโพดในปีต่อไป ซึ่งก็จะทำให้ที่ดินไม่ว่างเปล่า เพราะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะปลูกได้แค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งกว่าจะถึงคราวเก็บเกี่ยวถั่วลิสงเสร็จก็จะพอดีกับช่วงที่ต้องปลูกข้าวโพดต่อในปีต่อไป
รังสิมันตุ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มวัย 32 ปี หรือคนงานมักจะเรียกเขาว่า พ่อเลี้ยงเขม ซึ่งเป็นชื่อเล่นและเรียกง่ายกว่า เขายังครองตัวอยู่เป็นโสดและไม่มีภรรยา ซึ่งสาว ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่ต่างก็พากันหมายปองเจ้าของไร่ข้าวโพดส่งออกคนนี้เหลือเกิน
พ่อเลี้ยงเขมเป็นคนเข้มงวดมาก เพราะเขาต้องปกครองคนในไร่เกือบสามพันชีวิต คำพูดต้องเด็ดขาดและไม่ค่อยให้โอกาสใคร ถ้าพนักงานในไร่ทำผิดกฎก็จะถูกไล่ออกทันที เพราะถ้ามัวแต่ให้โอกาสก็อาจจะทำให้เสียระบบได้
ที่ไร่รังสิมันตุ์จึงเปิดรับสมัครพนักงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งส่วนมากก็จะรับพนักงานที่ใช้แรงงาน เพราะต้องทำงานอยู่กลางไร่ตลอดทั้งวัน โดยเข้าทำงาน 08.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 12.00 - 13.00 น. และช่วงบ่ายก็เริ่มทำงานและเลิกงานเวลา 17.00 น. หรือถ้ามีช่วงไหนที่ต้องเร่งงานก็จะมีทำโอทีต่อ ซึ่งก็แล้วแต่ความสมัครใจของพนักงานแต่ละคน โดยที่ทางไร่จะไม่ได้บังคับให้ทำ
ด้วยความที่มีพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้การจัดการและการดูแลไม่ค่อยทั่วถึง รังสิมันตุ์จึงแบ่งโซนคนงานออกเป็นกลุ่ม ๆ 10 กลุ่ม โดยแต่ละพื้นที่จะมีหัวหน้าที่ควบคุมคนงานคนละ 100 ไร่ หัวหน้าในแต่ละส่วนก็จะเป็นคนที่เจ้าของไร่ไว้วางใจ เพราะต้องเป็นหูเป็นตาให้กับเขาแทนทุกอย่าง ทั้งให้ดูแลพนักงาน ดูแลเรื่องสวัสดิการและแจกจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานในทุก 15 วันด้วย
ในพื้นที่แต่ละ 100 ไร่ ก็จะสร้างที่พักคนงานโดยสร้างคล้าย ๆ แคมป์คนงาน 2 ชั้น ซึ่งจะแยกอาคารชายและหญิงเพราะเป็นห้องน้ำรวม แต่ถ้าเป็นสามีภรรยากันก็จะแบ่งออกมาอีก ซึ่งทุกอย่างก็ค่อนข้างเป็นระบบและทันสมัย แถมยังมีบริการรถเดินทางระหว่างไปทำงานในไร่ด้วย เพราะพื้นที่แต่ละโซนจะกว้างขวางมาก จึงต้องใช้รถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงานทุกคน
"พรุ่งนี้ก็คงจะวุ่นวายอีกแล้วสินะ แถมผู้หญิงก็น่ารำคาญซะด้วยสิ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปด้วยซ้ำ เฮ้อ..."
รังสิมันตุ์ก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนที่มือแกร่งจะเอื้อมไปพับหน้าจอแม็กบุ๊ก แล้วถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตาจากการตรวจเช็กดูกล้องวงจรปิดในที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งไร่ ซึ่งวันไหนที่เขาไม่ได้เข้าไปลงพื้นที่ ก็มักจะใช้เวลากับการไล่ดูกล้องแบบนี้เป็นประจำ
"แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ
"แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็
"จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง
สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื
"คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น
แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย







