LOGIN"วันนี้หนูก็ขอฝากของขวัญหน่อยนะคะพี่ปีใหม่ เดี๋ยวหนูขอออกไปหางานก่อนค่ะ"
"ได้เลย วันนี้ของขวัญก็ยังสดใสเหมือนเดิมเลยนะ ก็คงอยากจะช่วยลุ้นให้แม่ได้ทำงานไว ๆ แถมยังทำตัวไม่ดื้ออะไรอีกด้วย"
"ของขวัญอย่าดื้อกับป้าปีใหม่นะคะ เดี๋ยวแม่จะรีบกลับมาหาหนูนะ"
"แม่จ๋า แม่จ๋า บายค่ะ"
"จ้าลูก เดี๋ยวแม่จะรีบมาหานะคะ"
เพลงขวัญกอดแฟ้มเอกสารแน่น ซึ่งเป็นใบวุฒิการศึกษาที่จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น ก่อนจะเดินตระเวนหางานที่พอจะทำได้ในตอนนี้ ซึ่งเธอก็ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานอะไร ขอแค่มีงานให้คนที่วุฒิการศึกษาน้อยแบบเธอได้ทำก็พอแล้ว
"ไม่รับเลยเหรอคะ"
"ไม่รับค่ะ พนักงานเต็มแล้ว"
"แต่ที่ป้ายหน้าร้านก็ยังเห็นใบที่เปิดรับสมัครอยู่นะคะ หรือว่าทางร้านยังไม่ได้เอาออก"
"น่าจะลืมนั่นแหละ เพราะช่วงสองสามวันนี้ไม่มีคนมาสมัครงานเลย ทางร้านก็น่าจะลืมว่าติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงานไว้อยู่ แต่ความจริงพนักงานเต็มเมื่อสองสามวันก่อนแล้วนะ"
"อ๋อ...แบบนี้นี่เอง ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน งั้นฉันขอตัวก่อนค่ะ"
2 ชั่วโมงต่อมา
"นี่เราเข้ามาสมัครงานร้านที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ทำไมถึงไม่มีคนรับเลยนะ เหนื่อยจนท้อแล้วสิ"
เพลงขวัญปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะหย่อนกายลงบนม้านั่งที่อยู่ในสวนสาธารณะใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา พลางเปิดขวดน้ำดื่มเย็นฉ่ำที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ แล้วดื่มอย่างรวดเร็วเพื่อดับกระหาย
"ถ้าวันนี้ไม่ได้งานจะต้องแย่แน่ ๆ เลย" เพลงขวัญกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ สวนสาธารณะที่มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษาที่มานั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ตามตำแหน่งต่าง ๆ ก่อนจะเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านหน้าเธอไป กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานและหัวเราะอย่างมีความสุข
เพลงขวัญได้แต่มองตามหลังนักศึกษากลุ่มนั้นด้วยแววตาเศร้า เพราะถ้าเธอมีโอกาสก็คงจะได้สวมชุดนักศึกษาแบบนี้เหมือนกัน หรือบางทีในตอนนี้เธออาจจะกำลังจับกลุ่มคุยอยู่กับเพื่อนใหม่ที่มหาวิทยาลัยก็ได้
"สู้สิเพลงขวัญ เดี๋ยวสักวันก็คงจะมีโอกาสได้เรียนนั่นแหละ ถึงจะเรียนช้ากว่าคนอื่นหน่อยก็ไม่เป็นไร การศึกษาไม่มีวันสายหรอก ต่อให้อายุเยอะก็ยังเรียนได้ถ้าเรายังใฝ่เรียน สู้ ๆ นะตัวเรา"
เพลงขวัญเดินตระเวนไปสมัครงานตามร้านต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งวันเกือบ 30 แห่ง แต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีร้านไหนรับสมัครงานเลย ซึ่งเพลงขวัญก็รู้สึกว่าการสมัครวันนี้จะเป็นเหมือนกันหมดทุกร้าน และเดินเข้าไปเฉลี่ยร้านละไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ พอเห็นใบสมัครแวบแรกก็ไม่รับงานเลยทั้ง ๆ ที่ทางร้านยังไม่อ่านหรือซักถามประวัติด้วยซ้ำ
ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านขายของจิปาถะหรือแม้แต่ร้านดูแลสัตว์ก็ไม่รับพนักงานงานเลย ทั้ง ๆ ที่มีหลายร้านที่ติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงานอยู่ ซึ่งเพลงขวัญก็เดินเข้าเดินออกจนแทบไม่เหลือแรงที่จะเดินต่อแล้ว
"แจกใบปลิวงั้นเหรอ?" เพลงขวัญเหลือบไปเห็นป้ายรับสมัครคนแจกใบปลิวที่ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้า หลังจากกำลังเดินกลับที่พักด้วยความเหนื่อยล้า เพลงขวัญก็รีบถ่ายรูปเก็บไว้ทันที
"เราค่อยติดต่อหลังจากกลับไปถึงห้องพักก็แล้วกัน"
"พ่อเลี้ยงเขมครับ วันนี้ทั้งวันมีหลายร้านเข้ามาติดต่อประมาณเกือบ 30 ร้านครับ เป็นร้านที่ผู้หญิงคนนั้นไปสมัครงานที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ไม่มีใครรับเลยตามที่พ่อเลี้ยงต้องการ"
สิงห์ เป็นผู้ติดตามคนสนิทของรังสิมันตุ์ ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและเป็นเลขาส่วนตัวที่รังสิมันตุ์ไว้ใจมาก ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน เพราะครอบครัวของสิงห์ก็เป็นคนสำคัญของไร่แห่งนี้ตั้งแต่รุ่นบิดาของรังสิมันตุ์ แถมสิงห์ก็ยังจงรักษาต่อรังสิมันตุ์มาก เพราะครอบครัวของรังสิมันตุ์เป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเขา
"ดี ต้องให้แน่ใจว่าจะไม่หลุดรอดไปที่ร้านไหนนะ อย่าให้มันได้งานเด็ดขาด"
"ทราบแล้วครับผม"
"งั้นนายก็ออกไปเถอะสิงห์ เดี๋ยวคืนนี้อย่าลืมแจ้งหัวหน้าในแต่ละโซนด้วย ให้ไปแจ้งคนในไร่ว่าอีกสองวันฉันจะออกไปตรวจหน้างานทุกโซนเลย"
"ครับพ่อเลี้ยง แล้วพรุ่งนี้ต้องออกจากไร่ประมาณสิบโมงนะครับ มีจัดงานที่เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ พ่อเลี้ยงก็เป็นแขกสำคัญด้วยนะครับ"
"อ้อ...นั่นสินะ บริษัทผลิตปุ๋ยสินะ เพราะไร่ฉันก็ใช้ปุ๋ยของบริษัทนี้ตลอด แถมผลผลิตก็ดีมากด้วย แบบนี้คนคงจะแห่มาใช้ปุ๋ยยี่ห้อนี้กันเยอะแน่"
"นั่นสิครับพ่อเลี้ยง ยิ่งได้พ่อเลี้ยงมาคอนเฟิร์มให้แบบนี้ต้องขายดีแน่ แล้วทางบริษัทปุ๋ยก็จะลดราคาปุ๋ยที่ส่งให้กับทางไร่เรามากกว่าทุกปีด้วยนะครับ ผมว่าปีนี้ทางไร่คงจะได้กำไรมหาศาลแน่ เพราะต้นทุนของปุ๋ยลดไปกว่า 35% แบบนี้ เห็นทางบริษัทปุ๋ยโทรมาแจ้งอยู่นะครับว่าพรุ่งนี้จะจัดงานยิ่งใหญ่ด้วย มีทั้งลดแลกแจกแถมและสมนาคุณให้กับคนที่จะมาเข้าร่วมงานในวันพรุ่งนี้ด้วย ตั้งแต่แจกใบปลิวส่วนลดที่หน้างาน มีจ้างวงดนตรีมามอบความบันเทิงให้ด้วย พรุ่งนี้น่าจะคึกคักแน่เลยครับ"
"งานขายปุ๋ยมันคงไม่คึกคักอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง"
"ต้องคึกคักแน่นอนครับ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่จะมารอดูพ่อเลี้ยงวันพรุ่งนี้"
"นายออกไปได้ละสิงห์ พูดอะไรไร้สาระอยู่ได้ ฉันไม่สนเรื่องพรรค์นั้นหรอกนะ"
ไร่รังสิมันตุ์ เป็นไร่ที่มีชื่อเสียงที่ติดอันดับต้น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่แต่ก็ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองมากนัก เป็นไร่ที่อยู่อีกอำเภอหนึ่งซึ่งใกล้กับอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นไร่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีพื้นที่กว่าหนึ่งพันไร่ ซึ่งจะปลูกพืชหมุนเวียนกันไปเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพด
เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสร็จแล้ว ก็จะทำการปลูกถั่วลิสงต่อระหว่างที่รอปลูกข้าวโพดในปีต่อไป ซึ่งก็จะทำให้ที่ดินไม่ว่างเปล่า เพราะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะปลูกได้แค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งกว่าจะถึงคราวเก็บเกี่ยวถั่วลิสงเสร็จก็จะพอดีกับช่วงที่ต้องปลูกข้าวโพดต่อในปีต่อไป
รังสิมันตุ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มวัย 32 ปี หรือคนงานมักจะเรียกเขาว่า พ่อเลี้ยงเขม ซึ่งเป็นชื่อเล่นและเรียกง่ายกว่า เขายังครองตัวอยู่เป็นโสดและไม่มีภรรยา ซึ่งสาว ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่ต่างก็พากันหมายปองเจ้าของไร่ข้าวโพดส่งออกคนนี้เหลือเกิน
พ่อเลี้ยงเขมเป็นคนเข้มงวดมาก เพราะเขาต้องปกครองคนในไร่เกือบสามพันชีวิต คำพูดต้องเด็ดขาดและไม่ค่อยให้โอกาสใคร ถ้าพนักงานในไร่ทำผิดกฎก็จะถูกไล่ออกทันที เพราะถ้ามัวแต่ให้โอกาสก็อาจจะทำให้เสียระบบได้
ที่ไร่รังสิมันตุ์จึงเปิดรับสมัครพนักงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งส่วนมากก็จะรับพนักงานที่ใช้แรงงาน เพราะต้องทำงานอยู่กลางไร่ตลอดทั้งวัน โดยเข้าทำงาน 08.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 12.00 - 13.00 น. และช่วงบ่ายก็เริ่มทำงานและเลิกงานเวลา 17.00 น. หรือถ้ามีช่วงไหนที่ต้องเร่งงานก็จะมีทำโอทีต่อ ซึ่งก็แล้วแต่ความสมัครใจของพนักงานแต่ละคน โดยที่ทางไร่จะไม่ได้บังคับให้ทำ
ด้วยความที่มีพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้การจัดการและการดูแลไม่ค่อยทั่วถึง รังสิมันตุ์จึงแบ่งโซนคนงานออกเป็นกลุ่ม ๆ 10 กลุ่ม โดยแต่ละพื้นที่จะมีหัวหน้าที่ควบคุมคนงานคนละ 100 ไร่ หัวหน้าในแต่ละส่วนก็จะเป็นคนที่เจ้าของไร่ไว้วางใจ เพราะต้องเป็นหูเป็นตาให้กับเขาแทนทุกอย่าง ทั้งให้ดูแลพนักงาน ดูแลเรื่องสวัสดิการและแจกจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานในทุก 15 วันด้วย
ในพื้นที่แต่ละ 100 ไร่ ก็จะสร้างที่พักคนงานโดยสร้างคล้าย ๆ แคมป์คนงาน 2 ชั้น ซึ่งจะแยกอาคารชายและหญิงเพราะเป็นห้องน้ำรวม แต่ถ้าเป็นสามีภรรยากันก็จะแบ่งออกมาอีก ซึ่งทุกอย่างก็ค่อนข้างเป็นระบบและทันสมัย แถมยังมีบริการรถเดินทางระหว่างไปทำงานในไร่ด้วย เพราะพื้นที่แต่ละโซนจะกว้างขวางมาก จึงต้องใช้รถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงานทุกคน
"พรุ่งนี้ก็คงจะวุ่นวายอีกแล้วสินะ แถมผู้หญิงก็น่ารำคาญซะด้วยสิ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปด้วยซ้ำ เฮ้อ..."
รังสิมันตุ์ก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนที่มือแกร่งจะเอื้อมไปพับหน้าจอแม็กบุ๊ก แล้วถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตาจากการตรวจเช็กดูกล้องวงจรปิดในที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งไร่ ซึ่งวันไหนที่เขาไม่ได้เข้าไปลงพื้นที่ ก็มักจะใช้เวลากับการไล่ดูกล้องแบบนี้เป็นประจำ
...สามสิบนาทีต่อมา"พี่เขม อื้อ...ทำอะไรคะ" เพลงขวัญก็ทำเสียงงัวเงียเมื่อจู่ ๆ ก็โดนสามีกวนใจ ฝีปากอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ สัมผัสเรือนร่างของเพลงขวัญไปทุกสัดส่วน ซึ่งเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกถอดออกไปตั้งแต่ตอนไหนเพลงขวัญก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกมือแกร่งสัมผัสไปทั่วทุกจุด โดยเฉพาะริมฝีปากของเขาที่กำลังวนลิ้นเป็นวงกลมไปรอบเนินอกของเธอและนิ้วแกร่งที่กำลังกระตุ้นและสัมผัสจุดอ่อนนุ่มใต้สะดืออย่างไม่น้อยหน้ากัน"ยะ...อย่านะคะ อื้อ ขยับนิ้วแรงเกินไปแล้ว อ๊า...""น่ารักจังเลย พอตื่นก็เสร็จแล้วเหรอครับ""แล้วลูกล่ะคะ ขวัญข้าวไปไหน""ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ทางสะดวก เพราะขวัญข้าวกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้วล่ะ แถมพี่ก็ยังอ้อนลูกด้วยนะว่าอย่าพึ่งกวนเวลาพ่อกับแม่ อยากจะขอเวลาหนูสักหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ก็คงจะทำตามคำขอของพ่อจ๋าอยู่แน่นอนเลยล่ะมั้ง""หนึ่งชั่วโมงอะไรกันคะ""ก็หนึ่งชั่วโมงของเราสองคนไงครับ เดี๋ยวกว่าเราจะทำเสร็จ พี่ก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปรับของขวัญกลับจากที่เรียนพิเศษก็ยังทันเลย หนูรู้หรือเปล่าว่าความปรารถนาของพี่ไม่เคยลดลงเลยนะ เวลาที่อยู่ใกล้หนู ตอนนี้พ
"เสร็จหรือยังจ๊ะของขวัญ เดี๋ยวเราต้องรีบออกไปที่ไร่แล้วนะลูก""แม่จ๋า รอหนูด้วยค่ะ""เร็วหน่อยนะคะ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานที่ไร่ไม่ทันนะลูก""เสร็จแล้วค่ะแม่จ๋า หนูมาแล้วค่ะ""รีบเร่งเลยค่ะลูก เดี๋ยวไม่ทันนะคะ""ทันแน่นอนค่ะ เดี๋ยวให้ลุงสิงห์บึ่งรถไปอย่างไวเลย""ขึ้นมาได้แล้วครับของขวัญ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานไม่ทันนะลูก""แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากจะมาตรวจงานกับพ่อแม่ล่ะคะของขวัญ""หนูไม่ได้อยากไปตรวจงานหรอกค่ะ หนูแค่อยากจะไปเจอทุกคนที่โซนห้าค่ะแม่จ๋า""ก็เพิ่งไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเองนี่ลูก หนูอยากไปอีกแล้วเหรอคะ""ก็หนูคิดถึงป้าเฟิร์นแล้วก็คิดถึงทุกคนนี่คะ""แม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แม่ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะลูก""งั้นเดี๋ยวก็รอพ่อไปตรวจไร่เสร็จก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพ่อค่อยพาหนูไปนะ""เดี๋ยวตอนที่ไปตรวจโซนห้า หนูขอแวะลงก็ได้ค่ะพ่อจ๋า""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตรวจโซนอื่นให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยไปโซนห้าเป็นโซนสุดท้ายก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าแม่ของหนูก็น่าจะอยากไปด้วยเหมือนกันนะ""วันนี้เป็นวันเกิดพี่เฟิร์นด้วยค่ะ ก็เลยอยากจะแวะไปสุขสันต์วันเกิดซะหน่อย""แม่จ๋าก็ไม่ลืมสินะคะ เพราะว่าหนูก็เตรียมของขวัญให้ป้าเฟ
สองปีต่อมา"แง แง แง""แม่จ๋า น้องขวัญข้าวร้องอีกแล้วค่ะ""โอ๋ ๆ ๆ น้องคงจะหิวนมน่ะลูก แล้วนี่หนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนแล้วนะลูก""หนูแค่อยากมาหอมน้องก่อนไปเรียนน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าน้องจะตื่น หนูพยายามหอมเบา ๆ แล้วนะคะแม่จ๋า""ไม่เป็นไรค่ะลูก น้องร้องเพราะน้องหิวนมค่ะ งั้นก็ไปแต่งตัวได้แล้วนะคะของขวัญ ลุงสิงห์น่าจะเอารถออกมารอรับแล้วมั้งลูก""งั้นหนูไปแต่งตัวก่อนนะคะ หนูทานข้าวอิ่มแล้วค่ะแม่จ๋า""เก่งมาก ๆ เลยลูก งั้นก็ไปแต่งตัวเลยค่ะ เดี๋ยวแม่เอาน้องนอนก่อนนะคะ"ยี่สิบนาทีผ่านไป"ลูกหลับแล้วเหรอหนู""เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ ส่วนของขวัญก็ไปโรงเรียนแล้ว เพิ่งออกไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่แหละค่ะ""ช่วงอายุนี้ก็มีแค่กินกับนอนนั่นแหละนะ""ใช่ค่ะ แล้วนี่พี่เขมทานข้าวหรือยังคะ เพิ่งไปตรวจไร่ช่วงเช้ามา คงจะเหนื่อยแย่เลย""ยังเลย เดี๋ยวว่าจะทานพร้อมหนูนี่แหละ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่ง ๆ เรื่องไร่เพราะยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตน่ะ เราไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ""เอ่อ...พี่เขมนับวันได้เลยเหรอคะเนี่ย หนูก็ยุ่ง ๆ ดูขวัญข้าวจนไม่มีเวลาเหมือนกัน แล้วเป็นยังไงบ้างคะงานท
งานพิธีฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงรังสิมันตุ์และภรรยาสาวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตในวงการเกษตรกรรมและวงการธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นงานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่"ขอบคุณมากนะคะลุงที่มาร่วมงานแต่งงานของหนูในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะที่เคยให้โอกาสและช่วยเหลือหนูได้เข้ามาทำงานที่ไร่แห่งนี้ ถ้าไม่อย่างงั้น หนูก็คงไม่มีความสุขเหมือนในตอนนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะ""ลุงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก ขอให้มีความสุขมาก ๆ หนูก็แต่งงานเข้าพิธีวิวาห์แล้ว แต่ยัยเวียงพิงค์หลานลุงนี่สิ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลย""ลุงละก็ หนูมัวทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนมาหาแฟนล่ะคะ""ขอบคุณมากนะเวียงพิงค์ที่มาร่วมงานในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วย ที่เธอคอยช่วยหางานให้ฉันในตอนที่ฉันเดือดร้อนที่สุด ถ้าไม่มีเธอกับลุง ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เลย อาจจะไม่ได้มายืนเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ก็ได้ ขอบคุณจริง ๆ นะ""ฉันก็ขอให้เธอกับพ่อเลี้ยงมีความสุขมาก ๆ นะเพลงขวัญ แล้วก็ยินดีกับ
"พ่อเลี้ยง เอ่อ...พี่พูดอะไรน่ะ ตะ...แต่งงานเหรอคะ" เพลงขวัญเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ ๆ"หนูอยากสร้างครอบครัวและอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่คำขอแต่งงานของพี่มันไม่ได้สวยหรูอะไร เพราะมันไม่ได้เซอร์ไพรส์และไม่ได้ไปขอในสถานที่ที่พิเศษแบบคู่รักคนอื่น แต่พี่แค่ไม่อยากรอและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้พี่ได้แต่วาดฝันไว้ว่าอยากจะให้อนาคตข้างหน้าของพี่ มีหนูและของขวัญเดินเคียงข้างพี่ตลอดไป จะขอเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่า""มันไม่เกี่ยวหรอกนะคะว่าคำขอแต่งงานมันจะต้องทำแบบไหน จะต้องสวยหรูหรือเปล่า คนแบบหนูจะคู่ควรกับคำขอแต่งงานแบบนี้หรือเปล่าคะ เพราะหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแถมยังมีลูกติดด้วยนะ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้ ตัวเองจะถูกใครสักคนมาขอแต่งงานแบบนี้ จนคิดว่านี่คือความฝันด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้ฝันไป นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้อีก พี่อยากจะแต่งงานกับหนูจริง ๆ เหรอคะ""ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ก็เพราะว่าพี่มั่นใจถึงได้ถามไง เพราะว่าพี่อยากจะให้หนูอยู่เคียงข้างพี่ไปทุกย่างก้าวของชีวิตนับต่อจากนี้ ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่โรแมนติก ถึงพี่จะบ้างาน
"ให้ของขวัญมาเรียนไกลแบบนี้จะดีหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ฉันแค่อยากให้ของขวัญได้เรียนปรับพื้นฐานก่อนแค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะของขวัญมาเข้าเรียนเตรียมอนุบาลตอนอายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งกลัวจะเรียนไม่ทันคนอื่นที่เคยเรียนตั้งแต่สามขวบน่ะสิ ก็เลยอยากจะให้ไปปรับพื้นฐานและลองเรียนที่นั่นดูก่อน เพราะที่นั่นมันฝึกการเข้าสังคมและสภาพแวดล้อมได้ดีทีเดียว อันนี้เพื่อนของฉันแนะนำมาอีกทีน่ะ""แบบนี้นี่เอง เพราะถ้าไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับของขวัญก็เรียนนำหน้าไปก่อนแล้วสินะคะ ก็เลยต้องไปปรับพื้นฐานก่อนที่จะไปเรียนที่นานาชาติใช่ไหม""ใช่ เพราะนานาชาติเขาใช้หลักสูตรสากล ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ของขวัญก็ยังไม่ค่อยได้พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่ดีที่ว่าเธอได้สอนพื้นฐานท่องคำศัพท์มาบ้าง ของขวัญก็พอมีพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ถ้าไปเข้าเรียนตอนนี้เลยก็คงจะตามเพื่อนไม่ทันแน่ เพราะเพื่อนก็ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เตรียมอนุบาลหนึ่งแล้ว""นั่นสิคะ แต่ถ้าให้ของขวัญเรียนนานาชาติแบบนี้ จะกดดันของขวัญเกินไปไหมคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ก็ลองให้เรียนไปก่อน การจะเรียนเก่งภ
"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย คุณนาย ขอบคุณมากนะคะที่มาเยี่ยมของขวัญถึงที่นี่ ความจริงไม่ต้องลำบากเลยนะคะ พวกเราก็เป็นแค่ลูกจ้างในไร่เอง การที่คุณนายมาเยี่ยมพวกเราแบบนี้ก็ยิ่งทำให้หนูรู้สึกเกรงใจมากเลยล่ะค่ะ""ไม่ต้องคิดมากไปหรอกน่า แล้วนี่อาการเป็นยังไงบ้างล่ะ""ตอนนี้หมอให้พักฟื้นอีกประมาณสามสี่วัน ถึงจะให
"อ้าว? ของขวัญกับเพลงขวัญไม่ลงมาเหรอเฟิร์น วันนี้มีอาหารอร่อยแบบบุฟเฟต์จากภัตตาคารมาเลี้ยงคนงานทั้งวันเลยนะ ถ้าไม่มาทานของดี ๆ ด้วยกันก็เสียดายแย่เลยน่ะสิ""นั่นสิ แล้วดูคนงานไม่มีใครแตะข้าวเลย ทั้ง ๆ ที่มีอาหารอร่อยรออยู่แล้วแท้ ๆ เพราะพากันรอหนูน้อยของขวัญมานี่แหละ""หนูก็นั่งรอเหมือนกันค่ะ แต่ไม
"พ่อเลี้ยงครับ""นี่นายยังไม่กลับอีกเหรอ""พอดีว่ามีคนอยากจะพบพ่อเลี้ยงน่ะครับ ก็เลยมาถามพ่อเลี้ยงก่อนว่าพ่อเลี้ยงจะให้เจอหรือเปล่า""เวลาตีหนึ่งเนี่ยนะ ใครมันจะบ้าให้เจอเวลานี้ จะเป็นใครก็ไล่กลับไปเลย ฉันเหนื่อยมาทั้งคืนแล้วนะ""คนที่มาคือคนงานในไร่ครับ""จะเป็นใครฉันก็ไม่สนหรอก ไล่ออกไปเลย""แต่ว
"แม่จ๋า หนูอยากทานอันนี้ค่ะ""ทานได้ค่ะลูก แต่ว่าหนูจะต้องทำอะไรก่อนคะ""ต้องทานข้าวก่อนค่ะ""ใช่แล้วค่ะ หนูต้องทานข้าวก่อนนะคะ ทานข้าวเสร็จถึงจะทานขนมได้ค่ะ ตอนนี้พักกลางวันแล้ว ถึงเวลาที่ต้องทานข้าวแล้วนะคะ เพราะเดี๋ยวตอนบ่ายแม่ก็ต้องออกไปทำงานอีกนะ""ค่ะแม่จ๋า"ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาก็รายล้อม







