Masukเออ! ก็ได้ ต่อไปฉันจะไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนแล้ว แต่จะยุ่งแค่กับเธอแค่คนเดียว โอเคมั้ย
Lihat lebih banyakตอนที่ 1
กินข้าวกับครอบครัว
ที่ร้านอาหารภายในโรงแรมสุดหรู เปอร์เซียกำลังนั่งกินอาหารกับครอบครัวของเธอ ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข แต่นั่นไม่ใช่กับเธอ
“ปลานึ่งซีอิ๊วของที่นี่อร่อยนะ แกลองกินสิ” ย่าของเปอร์เซียพูด พร้อมกับตักปลานึ่งซีอิ๊วให้พ่อของเธอ
ส่วนพ่อของเธอก็ตักปลาชิ้นนั้นกินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วย่าของเธอก็ยังตักอาหารจานอื่น ๆ ให้พ่อของเธออีกเยอะแยะ
เปอร์เซียมองภาพนั้นก่อนที่เธอจะกลอกตา อย่างเบื่อหน่ายกับการที่ย่าเธอทำเหมือนกับพ่อเธอยังเป็นเด็ก
“ย่าทำเหมือนพ่อหนูเป็นเด็กสามขวบ ที่แค่จะตักอาหารเองก็ยังทำไม่ได้” เปอร์เซียพูดออกมาอย่างหมดความอดทน กับการเอาใจของย่าเธอ ย่าเธอเลยหันมามองเธอพร้อมทำตาขวางทันที
“อย่าพูดมากเปอร์เซีย แกเองก็กินให้เยอะ ๆ ผอมจะตายอยู่แล้ว” ย่าของเธอพูด พร้อมกับจะตักปลาใส่จานข้าวเธอ
เปอร์เซียรีบยกจานหนีทันที ก่อนจะโวยวายเสียงดัง “ไม่เอา ย่าก็รู้ว่าหนูไม่ชอบกลิ่นคาวปลา”
“กลิ่นคาวอะไร ร้านนี้เขาทำดี ไม่มีกลิ่นคาวอะไรทั้งนั้น แกอย่าเลือกกินได้มั้ย กินปลาเยอะ ๆ จะได้ฉลาด ๆ” ย่าของเธอบ่น พร้อมกับพยายามจะตักปลาใส่จานข้าวเธอ
“พ่อ” เปอร์เซียหันไปเรียกพ่อเธอ เพื่อขอความช่วยเหลือ
พ่อของเธอเลยยื่นมือไปจับมือของย่าให้เอาปลาชิ้นนั้นมาใส่จานตนเอง พร้อมกับพูดกับย่าของเธอด้วยรอยยิ้มขำ ๆ
“เอามาให้ผมดีกว่าครับคุณแม่ ผมชอบทาน ปลาที่นี่อร่อยจริง ๆ”
“แกก็เป็นแบบนี้ ตามใจลูกจนเคยตัว ลูกแกถึงได้ดื้อแบบนี้” ย่าหันไปบ่นพ่อของเธอ ก่อนจะหันมามองหน้าเธอ “ดื้อได้ใครมาก็ไม่รู้”
“ได้ย่าไง” เปอร์เซียตอบกลับทันควัน
“ยัยเปอร์เซีย” ย่าของเปอร์เซียเรียกชื่อเธอเสียงดัง อย่างโมโห
เปอร์เซียหันมามองย่า ก่อนจะตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “อย่าเสียงดังสิคะย่า เดี๋ยวคนข้างนอกก็ตกใจหรอก”
“ใครมันจะได้ยิน นี่มันห้องส่วนตัว” ย่าของเธอเถียงกลับ
“เสียงย่าดังขนาดนั้น ห้องส่วนตัวก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ” เธอเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ตาเปรม ยัยพา” ย่าหันไปเรียกพ่อกับแม่ของเธอ “พวกแกดูลูกของพวกแกสิ เถียงเก่งแค่ไหน เถียงฉันได้ทุกคำเลย”
“ก็เถียงเก่งได้ย่าไง” เธอยังคงเถียงไม่หยุด
“ยัยเปอร์เซีย” ย่าของเธอเรียกเธอด้วยความโมโห
เปอร์เซียหันไปมองย่า ก่อนจะตอบกลับด้วยหน้าตามึน ๆ
“ก็มันจริงนี่คะ เมื่อก่อนหนูจำได้ ย่าชอบบอกว่าหนูสวยเหมือนย่า ฉลาดก็เหมือนย่า โตขึ้นมาต้องเป็นแบบย่านะ นี่ไงคะ หนูโตมาเหมือนย่าทุกอย่างเลย ทั้งสวย ทั้งเก่ง แล้วยังเรียนทันตแพทย์เหมือนย่าด้วย”
“ก็เพราะแกเหมือนฉันนะสิ ฉันถึงได้กลัว”
“กลัว...กลัวอะไรคะ มีอะไรให้ต้องกลัว” เปอร์เซียถามพลางทำหน้างง
“ก็กลัวแกไม่มีใครเอานะสิ” ย่าเธอพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“แต่ย่าก็ยังมีปู่เอานะ แถมยังคบกันตั้งแต่ย่ายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ ไม่งั้นจะมีพ่อหนูได้ยังไง แล้วทำไมหนูถึงจะไม่มีใครเอา”
“ใช่ฉันยังโชคดีมีปู่แก แต่แกจะโชคดีแบบฉันมั้ยล่ะ” ย่าเธอพูดพร้อมกับเลิกคิ้วมองหน้าเธอ “แล้วตอนนี้แกอายุเท่าไรแล้ว แกเรียนปีสามแล้วนะ อีกแค่ไม่กี่ปีแกก็เรียนจบ แกเคยมีแฟนสักคนหรือยัง”
เปอร์เซียทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนตอบอย่างขอไปที “ก็หนูเรียนหนัก จะเอาเวลาไหนไปหาแฟน”
“ตาไผ่ก็เรียนหนัก แต่ตอนนี้ก็ยังมีแฟนไปแล้ว แล้วแกล่ะชาตินี้จะมีผู้ชายที่ไหนตาบอดมาเอาแกมั้ย”
“ย่าอ่ะ” เปอร์เซียเรียกย่าเสียงงอน ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าพ่อกับแม่เธอ “พ่อ แม่ ช่วยหนูหน่อยสิคะ ย่าคิดแต่จะให้หนูมีแฟนอย่างเดียวเลย”
“ไม่ต้องมาเรียกให้พ่อแม่แกช่วยเลย” ย่าเธอรีบขัด “ฉันจะบอกแกให้นะ พอแกเรียนจบ แกจะยุ่งยิ่งกว่านี้อีก แล้วทีนี้แหละ แกจะได้ขึ้นคานแน่ ๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังมีโอกาสแกรีบหาซะ หรือจะให้ฉันหาให้”
“ไม่เอาค่ะ ให้ย่าหาให้หนูยอมขึ้นคานดีกว่า”
“ทำเป็นปากดีไปเถอะ คอยดูเถอะ ถ้าปีนี้แกยังไม่มีแฟนอีกนะฉันจะหาให้แกเอง แล้วแกก็ต้องไปดูตัวกับคนที่ฉันหาให้ด้วย”
“นี่ย่าจะบังคับหนูแบบนี้ไม่ได้นะ ย่าไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าความจริงหนูอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ได้ แค่ซ่อนไว้”
“ให้มันจริงเถอะ มีไม่กลัวฉันกลัวแกไม่มีมากกว่า เพราะถ้าแกมีจริง แน่จริงก็พามาเจอฉันสิ ไม่งั้นก็เตรียมตัวไปดูตัวกับคนที่ฉันหาให้ได้เลย”
“ถ้าหนูพาแฟนหนูมาเจอ ย่าก็จะเลิกยุ่งกับหนูใช่มั้ยคะ”
เธอพูดไปงั้นแหละ ความจริงเธอไม่มีแฟนหรอก อย่าว่าแต่แฟนเลย คนคุยสักคนเธอยังไม่มี แต่ที่เธอตอบย่าออกไปแบบนั้นเพราะอยากให้ย่าเลิกยุ่งเรื่องนี้สักที
“ใช่”
“ค่ะ งั้นย่าก็รอดูแฟนหนูได้เลย หนูจะพามาเจอเร็ว ๆ นี้แหละ” เปอร์เซียตอบทันที ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อตักต้มยำทะเล ที่พนักงานเพิ่งเอามาเสิร์ฟ
แต่ก่อนที่เธอจะได้ซดน้ำต้มยำแซ่บ ๆ ร้อน ๆ ย่าของเธอก็เอื้อมมือมาตีมือที่เธอถือช้อนจนเธอทำช้อนหลุดมือ
“ว๊าย” เปอร์เซียร้องออกมาอย่างตกใจเพราะน้ำต้มยำนั้นหกใส่กางเกงเธอ และยังทะลุไปโดนขาเธอด้วย
“เปอร์เซีย” แม่ของเธอเองก็ตกใจ จนต้องรีบลุกมาดูด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรมั้ยลูก”
“ไม่เป็นอะไรค่ะ ดีที่น้ำต้มยำไม่ร้อนมาก” เธอตอบแม่เธอ ก่อนหันมาทางย่าของเธอ “ย่าทำอะไรของย่าคะเนี่ย”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ย่าของเธอพูดด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิดจริง ๆ “ฉันแค่ไม่อยากให้แกกิน ท้องไส้แกยิ่งไม่ค่อยดี เกิดกินไปแล้วปวดท้องขึ้นมาอีก เดี๋ยวมันจะยุ่ง ยิ่งอยู่คนเดียวด้วย”
พอได้ยินเหตุผลของย่า เปอร์เซียก็โกรธไม่ลงเพราะรู้ว่าท่านเป็นห่วงเธอ แต่เธอก็แอบบ่นไม่ได้
“ย่าก็บอกหนูดี ๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องตีแบบนี้เลย หนูตกใจนะ แล้วอีกอย่างหนูก็แค่ชิม ไม่ได้ตั้งใจจะกินจริงจังสักหน่อย”
“เออ ๆ ฉันขอโทษ” ย่าเธอพูด “แกรีบไปห้องน้ำแล้วไปดูเถอะว่าขาเป็นอะไรมั้ย”
“ค่ะ”
“ให้แม่ไปด้วยมั้ย”
เปอร์เซียส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนตอบ “ไม่ต้องค่ะ หนูไปเองได้”
พูดจบเปอร์เซียก็เดินออกจากห้องอาหารเพื่อไปห้องน้ำ แต่ระหว่างทางที่เดิน เธอมัวแต่ก้มเช็ดกางเกงที่เปื้อนเป็นคราบ เลยเผลอเดินชนคนที่เดินออกมาจากห้องข้าง ๆ พอดี
แรงชนทำให้เปอร์เซียเซถอยหลังไป แต่ก่อนที่เธอจะล้ม มือแข็งแรงของคนที่เธอชน ก็คว้าข้อมือเธอไว้ทัน ก่อนที่เขาจะดึงเธอเข้าหาตัว
“ขอโทษค่ะ” เปอร์เซียรีบพูดขอโทษทันที ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เธอชน
“เปอร์เซีย”
“ลม”
ทั้งสองคนต่างเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาพร้อมกันอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่
เปอร์เซียมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ เขาคือลม หนุ่มหล่อวิศวะปีสามคนดัง ที่ชอบทำหน้าดุใส่เธอ และปากหมามาก เดิมทีเธอกับเขาแทบไม่มีอะไรให้ข้องเกี่ยวหรือต้องมารู้จักกันเลย ถ้าไม่ติดว่า‘ไผ่’ เพื่อนวัยเด็กของเธอดันไปเป็นแฟนกับกั้ง ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและญาติของเขา
“นายมาทำอะไรที่นี่” เปอร์เซียถามออกไปด้วยความสงสัย
“ฉันจะมาทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน” ลมตอบกลับอย่างกวน ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วแล้วถามกลับ “แล้วเธอล่ะ มาทำอะไร”
“ฉันจะมาทำอะไรมันก็เรื่องของฉันเหมือนกัน ไม่เกี่ยวกับนาย” เธอพูดเสียงแข็งตอบกลับเขากวน ๆเหมือนกัน ก่อนจะสะบัดมือออกจากมือเขาที่ยังจับมือเธออยู่ “ไม่ต้องจับแล้ว ไม่ได้จะล้มแล้ว”
ลมไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาแค่ปล่อยมือจากเธอตามที่เธอบอก แต่สายตายังไม่ละจากเธอ
“แล้วทำไมเดินไม่ดูทางแบบนั้น มัวแต่ก้มทำอะไร” เขาถามเสียงเรียบ
“ก็มัวแต่ก้มเช็ดรอยเปื้อนนี่นะสิ” เธอพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด พลางก้มมองขากางเกงสีขาวตัวเองที่ยังเปื้อนเป็นรอย
ลมกวาดตามองรอยเปื้อนบนกางเกงเธอ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วกินยังไงถึงได้หกเลอะเทอะแบบนี้ เธอเป็นเด็กสามขวบเหรอ”
“ฉันไม่ได้ทำ ย่าฉันทำต่างหาง” เธอรีบแก้ความเข้าใจผิด ก่อนจะโบกมือให้เขาแล้วถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “ช่างเถอะ ฉันไม่คุยกับนายแล้ว รีบไปล้างก่อนร้อนขาไปหมดแล้ว”
พูดจบเปอร์เซียก็เดินผ่านเขาไปเพื่อไปห้องน้ำทันที ทิ้งให้ลมยืนมองตามแผ่นหลังบาง ๆ ของเธอที่เดินไปทางห้องน้ำนั้นนิ่ง ๆ
ตอนที่ 11ข้ออ้าง👄ตอนเย็นลมมาดักรอเปอร์เซียอยู่ที่หน้าคอนโดของเธอ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมา แต่ตั้งแต่กั้งพูดว่าเธออาจจะชอบหมอภีม ก็ทำเอาเขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายก็เลยต้องมาที่นี่ ก่อนจะหาเหตุผลให้ตัวเองง่าย ๆ ว่าเพราะเมื่อเช้าเธอยังดูอาการไม่ค่อยดี เลยอยากมาดูให้แน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วเขารอเธออยู่นาน ในที่สุดก็มีรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดที่หน้าคอนโด ก่อนที่คนที่ลงจากรถจะเป็นเปอร์เซีย ทันทีที่เห็นเธอลมก็รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที“เปอร์เซีย”ทันทีที่ได้ยินคนเรียกชื่อเธอก็หันมองตามเสียงเรียกทันที ก่อนจะชะลอฝีเท้าแล้วหน้ามองเขาอย่างงง ๆ“นายมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความสงสัยลมมองสำรวจสีหน้าของเธอเงียบ ๆ เขาสังเกตได้ทันทีว่าเธอดูดีขึ้นกว่าตอนเช้า แต่ก็ยังมีแววอ่อนล้าอยู่เล็กน้อย“ฉันมารอแพนเธอร์” เขาตอบคำตอบที่เตรียมมาไว้แล้ว เพราะคิดไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องถาม“อ๋อ” เธอพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินผ่านเขาไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็หันกลับมาก่อนจะชี้หน้าเขา“นายบอกไผ่เหรอ เรื่องที่ฉันปวดท้องเมื่อคืน หมอนั่นถึงได้โทรมาบ่นฉัน”“เปล่า” ลมตอบหน้านิ่ง ๆ“ถ้านายไม่บอกแล้วใคร
ตอนที่ 10 คนที่เธอชอบมั้ง เช้าวันต่อมา เปอร์เซียมาเรียนตามปกติ เธอเดินเข้ามาในคณะด้วยสีหน้าเรียบ ๆ ถึงร่างกายจะยังอ่อนล้าจากเมื่อคืน แต่เธอก็ไม่อยากขายเรียนเลยฝืนมาเรียน แต่ขณะที่เธอกำลังก้าวขึ้นบันไดหน้าตึกเรียนก็มีเสียงแซวดังมาจากด้านข้าง “วันนี้มาสายนะครับคนสวย หรือว่าเช้านี้ตื่นสาย เพราะเมื่อคืนฝันถึงพวกพี่กันแน่” กลุ่มนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่ง ที่ชอบมานั่งแซวนักศึกษาหญิงแถวนี้หันไปหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หลังจากที่พวกเขาแซวเธอเสร็จ แต่เปอร์เซียก็ไม่ได้สนใจ เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ ยังคงเดินต่อไปเหมือนไม่ได้ยินเสียงของนักศึกษาพวกนั้น แต่ทั้ง ๆ ที่เธอไม่สนใจ คนพวกนั้นก็ยังไม่หยุดที่จะแซวเธอ “ทำไมไม่ตอบล่ะคร๊าบ เงียบแบบนี้หรือว่าเขิน หรือว่าฝันถึงพวกพี่จริง ๆ” พอพวกเขาพูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีก แต่เปอร์เซียก็ยังไม่ตอบ เธอยังคงเดินผ่านพวกเขาอย่างไม่สนใจ แต่เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากข้างหลังเธอ “แล้วพวกมึงเคยฝันว่าได้กินตีนกูมั้ย” พวกนักศึกษาชายที่กำลังหัวเราะถึงกับชะงัก พวกเขาหันไปมองต้นเสียง แล้วทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร สีหน้าของทุกคนก็ซีดลง “เออพวกผมแค่แซวเล่นเฉย ๆ ครั
ตอนที่ 9 อย่างน้อยฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเธอ ลมนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินประมาณชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกอีกครั้งโดยมีเปอร์เซียนั่งอยู่บนรถเข็นที่มีบุรุษพยาบาลเป็นคนเข็นออกมา และมีหมอภีมเดินประกบอยู่ข้าง ๆ ออกมาด้วย ทันทีที่เห็นเธอลมก็รีบลุกขึ้นทันที ก่อนที่จะก้าวเข้าไปหาเธอแล้วมองเธออย่างสำรวจ ภีมเองก็ยิ้มให้ลมเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับเปอร์เซีย “เห็นมั้ย พี่บอกแล้วว่าเพื่อนเรารออยู่” เปอร์เซียเงยหน้าขึ้นมองลม แล้วทำหน้างอใส่เขาทันทีที่สบตาเขา เพราะเธอยังโกรธเขาเรื่องตอนเย็นอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองหมอภีมอีกครั้ง “พี่ภีมจะไม่ไปส่งเปอร์จริง ๆ เหรอคะ” เธอถามพร้อมกับกอดแขนเขา แล้วเอาหัวถูเบา ๆ เหมือนลูกแมวที่กำลังอ้อน “แล้วถ้าเปอร์ปวดท้องขึ้นมาระหว่างทางจะทำยังไง” “พอเลย เลิกอ้อนเป็นลูกแมวได้แล้ว” ภีมพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความขี้อ้อนของเธอ เขายกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “พี่ก็อยากไปส่งนะ แต่พี่ยังต้องอยู่เวร ถ้าเกิดมีคนไข้ฉุบเฉินแบบเราเข้ามาอีก จะทำยังไง” เปอร์เซียเลยเม้มปาก พร้อมกับทำหน้างอ ภีมเลยยิ้มให้เธอก่อนจะพูดต่อ “แต่ถ้าระ
ตอนที่ 8โรงพยาบาลทันทีที่รถของแพนเธอร์จอดลงหน้าห้องฉุกเฉิน ประตูรถด้านฝั่งของเปอร์เซียก็ถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของลมที่มารออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับเขาที่รีบก้มตัวเข้าไปหาเธอ“เปอร์เซีย” เขาเรียกชื่อเธอ เธอเองก็มองเขาแวบหนึ่งแต่ไม่ได้ตอบเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความร้อนรน พอเห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอที่เต็มไปด้วยเหงื่อ เขาก็ไม่พูดอะไรอีก นอกจากรีบช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนแน่น แล้วตรงเข้าฉุบเฉินทันที“พยาบาลครับ” ทันที่ที่เข้ามาในห้อง เขาก็เรียกพยาบาลทันที ก่อนจะวางเปอร์เซียลงบนเตียงที่ว่างทางด้านพยาบาลก็รีบเข้ามาดูอาการของเธอทันที ก่อนจะถามออกมา “ปวดท้องเหรอคะ”เปอร์เซียพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว “ค่ะ ปวดมาก”“งั้นเดี๋ยวพี่เรียกคุณหมอให้นะคะ” พยาบาลพูดจบก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว “ทนหน่อยนะ เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” ลมพูดขึ้นมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงเธอ ขณะที่ยืนอยู่ข้างเตียงรอหมอเป็นเพื่อนเธอแต่เปอร์เซียไม่ได้ตอบ เธอแค่หลับตาแน่น พยายามกลั้นความเจ็บที่แล่นขึ้นมาเป็นระลอกไม่กี่นาทีต่อมา พยาบาลคนเดิมก็กลับมา พร้อมกับหมอหนุ่มคนหนึ่ง หมอคนนั้นรูปร่างสู





