เข้าสู่ระบบคีรินทร์บอกเพียงว่า พิธีกรรมจะมอบสิ่งที่ผู้เข้าร่วมปรารถนามากที่สุด หากทุกคนปฏิบัติตามขั้นตอนครบถ้วน
ช่วงแรกมันดูเหมือนการละเล่นไร้สาระ
ทุกคนต้องจุดเทียน วางมือบนวงกลม และพูดชื่อสิ่งที่ตัวเองปรารถนา
เงินทอง
อำนาจ
ความงาม
ชื่อเสียง
ชีวิตที่ยืนยาว
เซบาสเตียนไม่เข้าร่วม
ฉันเองก็ปฏิเสธ
“มันเป็นแค่เกมนะ” เพื่อนคนหนึ่งบอก “กลัวอะไร”
“ฉันแค่ไม่ชอบ”
ฉันตอบ
เซบาสเตียนจับมือฉันไว้ใต้โต๊ะ
“เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามคนอื่น”
คีรินทร์มองพวกเราสองคน แต่ไม่ได้บังคับ
เขาเพียงยิ้มบาง ๆ
“ไม่เป็นไร”
จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีใครเข้าใจในเวลานั้น
“สุดท้ายทุกคนจะเข้าร่วมเอง”
คืนแรกของพิธีกรรมจบลงโดยไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
แต่เช้าวันต่อมา เด็กหญิงคนหนึ่งกลับพบเหรียญทองจำนวนมากอยู่ใต้หมอน ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน
อีกคนที่ขอให้ตัวเองงดงามขึ้น ตื่นขึ้นมาพร้อมรอยแผลเป็นบนใบหน้าที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เด็กชายผู้ขอให้สอบได้อันดับหนึ่งสามารถตอบทุกคำถามของครูได้ ราวกับรู้เนื้อหาทั้งหมดล่วงหน้า
เมื่อคำอธิษฐานเริ่มกลายเป็นจริง ทุกคนก็ยิ่งหลงใหล
คีรินทร์บอกว่า หากต้องการพรที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ต้องเพิ่มสิ่งถวาย
เริ่มจากดอกไม้
อาหาร
ของมีค่า
ก่อนเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิต
เหยื่อตัวแรกเป็นนกตัวเล็กที่นักเรียนจับได้ในสวน
มันถูกมัดไว้กลางวงพิธี
ฉันพยายามห้าม แต่เพื่อนทุกคนหัวเราะ
“ก็แค่นกตัวเดียว”
พวกเขากล่าว
เด็กชายคนหนึ่งใช้มีดกรีดปีกของมัน ขณะที่คนอื่นร้องเพลงตามถ้อยคำในหนังสือ
เลือดหยดแรกตกลงบนสัญลักษณ์
เทียนทุกเล่มดับพร้อมกัน
เมื่อถูกจุดขึ้นใหม่ นกตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ร่างของมันถูกทำลายจนไม่น่ารอด
มันกระพือปีกที่หัก ร้องเสียงแหลม และพยายามคลานหนีไปตามพื้น
แทนที่ทุกคนจะหวาดกลัว พวกเขากลับตื่นเต้น
คืนต่อมาเป็นแมว
หลังจากนั้นเป็นสุนัข
สัตว์ทุกตัวถูกทรมานหนักขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่าพลังของพิธีกรรมมีอยู่จริง
เซบาสเตียนกับฉันพยายามแจ้งครู
แต่หลักฐานทั้งหมดหายไปก่อนผู้ใหญ่จะมาถึง
ซากสัตว์ถูกเก็บกวาด
คราบเลือดบนพื้นหายไป
หนังสือปกดำไม่เคยอยู่ในห้องเมื่อมีการตรวจค้น
นักเรียนทุกคนพร้อมใจกันโกหก
ในที่สุด ครูก็คิดว่าฉันกำลังสร้างเรื่องเพราะไม่ลงรอยกับเพื่อน
“เราต้องออกจากที่นี่”
ฉันบอกเซบาสเตียน
“ฉันจะเขียนจดหมายหาพ่อ ขอให้มารับ”
เขาพยักหน้าและโอบไหล่ฉันไว้
“ฉันจะไปกับเธอ”
แต่เรายังหนีไม่ทัน
เมื่อสัตว์ไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้เข้าร่วมได้อีก พวกเขาก็เริ่มนำคนเข้ามาแทน
เหยื่อรายแรกเป็นคนเร่ร่อนซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ป่า
นักเรียนหลอกเขาว่ามีอาหารแจก ก่อนจับมัดและพาเข้ามาในโรงเรียนยามค่ำคืน
ฉันกับเซบาสเตียนถูกขังไว้ในห้องพัก เพื่อไม่ให้เข้าไปขัดขวาง
แต่เรายังคงได้ยินเสียงร้องของชายคนนั้นตลอดทั้งคืน
รุ่งเช้า ไม่มีใครกล่าวถึงเขาอีก
หลังจากนั้น คนในหมู่บ้านใกล้เคียงเริ่มหายตัวไปทีละคน
หญิงรับใช้
คนตัดไม้
เด็กส่งของ
นักเดินทางที่หลงทาง
เพื่อนร่วมชั้นของฉันกลายเป็นคนที่ฉันจำไม่ได้
พวกเขาแข่งขันกันคิดวิธีทรมานเหยื่อ เพราะเชื่อว่ายิ่งความเจ็บปวดรุนแรง พรที่ได้รับก็จะยิ่งยิ่งใหญ่
บางคนมีเงินทองเพิ่มขึ้น
บางคนทำให้ศัตรูเจ็บป่วย
บางคนสามารถมองเห็นอนาคตชั่วขณะ
แต่ไม่มีใครรู้จักคำว่าพอ
ทุกครั้งหลังพิธี พวกเขาจะยิ่งต้องการมากขึ้น
ดวงตาของพวกเขาค่อย ๆ ว่างเปล่า
รอยยิ้มกว้างขึ้น
และเสียงหัวเราะเมื่อได้ยินคนร้องขอชีวิตก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนคีรินทร์ยืนดูทุกอย่างอยู่ที่ขอบวง
เขาไม่เคยลงมือฆ่าใครด้วยตัวเอง
ไม่เคยเปื้อนเลือด
แต่เป็นผู้บอกขั้นตอนทั้งหมด
เป็นผู้เลือกเหยื่อ
และเป็นผู้คอยย้ำว่า พิธีกรรมยังไม่สมบูรณ์
“เหลืออีกเพียงหนึ่งสิ่ง”
เขาบอกทุกคน
“เราต้องให้คนที่ปฏิเสธพิธี ยอมเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ”
ทุกสายตาจึงหันมาหาฉันกับเซบาสเตียน
แต่ไม่ว่าจะถูกข่มขู่เพียงใด พวกเราก็ยังปฏิเสธ
ฉันไม่รู้เลยว่า ระหว่างที่ทุกคนพยายามบังคับฉัน พวกเขาได้ส่งคนไปหาครอบครัวของฉันแล้ว
คืนสุดท้ายของพิธีกรรม ท้องฟ้าเป็นสีแดงเข้ม
นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันในห้องหมายเลขสิบสาม โต๊ะถูกผลักชิดกำแพง พื้นห้องเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่วาดจากเลือด
เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม
เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน
หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ
หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย
พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร
วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด







