แชร์

ไม่อ้วน

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 10:16:53

“แล้วท่านพ่อเล่าเจ้าคะ ฝึกให้ข้าได้หรือไม่”

ดวงตาเป็นประกายส่งให้บิดาคล้ายออดอ้อน เมื่ออยู่ในร่างบุตรีผู้มีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู นางจึงแสดงออกกับบิดาได้น่ารักไม่แพ้กัน

ผู้ที่แอบมองอยู่ห่าง ๆ เผลออมยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยกับความน่ารักตรงหน้า ซึ่งกิริยาผิดแปลกดังกล่าว ไม่สามารถหลุดรอดสายตาบุรุษผู้ถูกน้องสาวปรามาสว่าสะเพร่า ยามนี้หยางเป่ยหนานจ้องสังเกตผู้เป็นนายอย่างไม่คลาดสายตาเลยทีเดียว

“ข้าก็ฝึกเป็นแค่บุรุษร่างกายกำยำ ขืนออกแรงมากข้าก็กลัวมารดาของเจ้าบ่นจนหูชา”

หยางจิ้งถงกล่าวไปตามจริง ตระกูลหยางมีแค่ฮูหยินกับบุตรสาวที่เป็นสตรีซึ่งทั้งสองคนไม่เคยใส่ใจฝึกวรยุทธ์มาโดยตลอด เขาจึงไม่คุ้นเคยในการฝึกสตรี ยิ่งสตรีเจ้าเนื้อยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ผิดพลาดมาฮูหยินคงเสียใจมาก

“คงต้องรบกวนท่านแม่ทัพแล้วขอรับ เมตตาฮวาเอ๋อร์ของพวกเราด้วย”หยางเป่ยหนานรีบตอบรับแทนน้องสาว เมื่อมั่นใจในบางอย่างพี่ชายผู้หวังดีต่อน้องสาวด้วยใจจริง จึงไม่ปล่อยโอกาสงาม ๆ เช่นนี้ให้หลุดลอยไป น้องสาวต้องได้ท่านแม่ทัพเป็นสามี!

“ว่าอย่างไร อยากฝึกอยู่หรือไม่เล่า ไม่ต้องเกรงใจสามวันต่อจากนี้ข้าคงขอค้างที่จวนตระกูลหยาง ถือเสียว่าอยู่ปรึกษาหารืองานกับรองแม่ทัพหยาง และกุนซือหยาง”

ที่กล่าวเพียงสามวัน เพราะเขารู้ว่าแม่เสือตรงหน้าไม่ได้อ่อนด้อยเลยสักนิด เพียงแค่ไม่รู้วิธีออกท่าทางของชาวแคว้นเฮ่อ จากทักษะที่เขาเห็นในวันนั้น สตรีตรงหน้าใช้วิธีที่นับว่าแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย

หยางเฟยฮวากระโดดได้สูง และวิ่งเร็วกว่าคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ทว่าไม่ใช่ท่าทางของผู้ฝึกยุทธ์แต่อย่างใด เพราะอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม เขาจึงอาสาฝึกฝนวรยุทธ์ให้นางด้วยตนเองอย่างไรเล่า!

“ขอบคุณท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ เพียงรู้กระบวนท่าหลัก ๆ หลังจากนั้นข้าสามารถฝึกฝนท่าทางด้วยตนเอง ช่วยฝึกเพียงสามวันก็มากพอแล้วเจ้าค่ะ”

“ดีแล้วฮวาเอ๋อร์ เพราะเรื่องในวันนี้คงต้องปรึกษากับท่านแม่ทัพอีกหลายวัน เผลอ ๆ ท่านแม่ทัพอาจจะต้องค้างที่ตระกูลหยางมากกว่าสามวัน”บิดากล่าวเห็นด้วยกับบุตรสาว มีท่านแม่ทัพคอยชี้แนะย่อมดีกว่าให้ผู้ไม่เก่งวรยุทธ์ช่วยฝึกฝน

“มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือท่านอา ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าพวกท่านมีสิ่งใดเป็นกังวล จึงได้มารอคอยที่ห้องโถงอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ยกเว้นท่านอาหญิงที่พึ่งล้มป่วยลง เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ”

“ในจวนมีไส้ศึกแคว้นเฉียวขอรับ! ท่านแม่ถูกวางยาพิษแต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”หยางเป่ยหนานที่คันปากยิก ๆ อยากเล่ามานานแล้วจึงอาสาตอบเอง

“แคว้นเฉียวที่กำลังมีปัญหากับแคว้นเฮ่อของเราเช่นนั้นหรือ”

“ขอรับ คือเรื่องราวเป็นเช่นนี้…”

กรอด!

เสียงกัดกรามเสียงดัง เมื่อได้ยินทุกเรื่องราวในจวนตระกูลหยาง สวีเยี่ยนหลงจ้องมองวีรสตรีตัวน้อย ด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางทำให้เขารู้สึกว่าการมีสตรีอยู่เคียงข้างกาย ก็ไม่ได้รู้สึกแย่เลยสักนิด

“หยางเฟยฮวาข้าขอบใจเจ้าแทนชาวแคว้นเฮ่อ สิ่งที่เจ้าทำในวันนี้มีค่ายิ่งกว่าบุรุษบางคน ที่ออกรบเพียงเพราะถูกสั่งให้ไปรบ พอไปถึงค่ายทหารก็หลบหนีการศึกโดยไม่เกรงกลัวความผิด”

“เรื่องเกิดในจวนข้าย่อมไม่ดูดายเจ้าค่ะ”คนกล่าวตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าเป็นรอยยิ้มที่เหนือกว่าสตรีใด

จิตใจของบุรุษเฉยชาเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก ยิ่งมองพิศเขายิ่งเห็นถึงความงดงามมาจากข้างในสู่ภายนอก ซึ่งแตกต่างจากสตรีคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

“ท่านอา อีกหนึ่งเดือนข้างหน้ามีงานเฉลิมฉลองอายุครบ40ปีของฮ่องเต้ คนผู้นั้นคงจะเคลื่อนไหวบางอย่างเป็นแน่ ตระกูลหยางต้องรีบปล่อยข่าวออกไปว่าหยางฮูหยินล้มป่วยหนัก เพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ ให้พวกนั้นเข้าใจว่าคนของพวกมันทำงานลุล่วงเป็นอย่างดี”

“ข้าเห็นด้วยขอรับ”

ผู้ที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ก็กำลังคิดตาม หากวันงานเลี้ยงเฉลิมฉลองนางผู้เป็นม่ายขอติดตามไปด้วยท่านพ่อจะอนุญาตหรือไม่ หากไม่ได้คงต้องรอฟังข่าวอยู่ที่จวน แต่คำกล่าวต่อมาของท่านแม่ทัพใหญ่ก็ทำให้สตรีผู้กำลังครุ่นคิด ยิ้มกว้างออกมา

“หยางเฟยฮวาเจ้าก็ไปด้วยกัน วันงานมีการแสดงร่ายรำมากมายซึ่งนาน ๆ ครั้งแคว้นเฮ่อจะจัดงานลักษณะนี้ขึ้นมา เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้มักจะกล่าวว่าสิ้นเปลือง ไม่จำเป็นต้องเสียตำลึงมากมาย แต่บรรดาขุนนางที่รักและเคารพพระองค์ ต่างไม่ยินยอมจึงช่วยกันจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้นมา”

“ไปได้หรือเจ้าคะ ข้าพึ่งเป็นม่ายสามีหย่าร้างจะไม่ถูกผู้คนว่าร้ายมาถึงตระกูลหรือ หากไปเจอคู่กรณียิ่งสุ่มเสี่ยงทะเลาะวิวาท”

ทั้งที่กล่าววาจาเจียมตัว แต่สายตาที่จ้องมองคนเอ่ยชวนกลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง นางพึ่งข้ามดวงดาวมาก็อยากเห็นศิลปะจีนโบราณดูสักครั้ง หากไปเจอคู่กรณีที่ไม่ยอมจบก็คงต้องพยายามอดทนให้มากหน่อย เพราะไม่อยากให้เกิดความเสื่อมเสียมาถึงตระกูลหยาง

“ไปได้ ไปพร้อมข้าผู้ใดจะกล้ากล่าวสิ่งใด เอาเป็นว่าข้าจะมารับเจ้าเอง ส่วนบิดากับครอบครัวของเจ้าก็ตามไปด้วยกัน”คนชวนสรุปเองเสร็จสรรพ โดยไม่ถามท่านอาที่เคารพเลยสักคำว่ายินดีให้บุตรสาวเดินเคียงคู่ไปกับบุรุษอื่นไหม

“ตามใจเจ้าเถิดฮวาเอ๋อร์ พ่อกับแม่ไม่เคยอายที่บุตรสาวหย่าร้างกับสามีไร้ประโยชน์ เจ้าอย่าได้คิดมากอีกเลย”

บิดาเอ่ยอนุญาต เพราะเห็นประกายแห่งความสนุกในดวงตากลมโตคู่นั้น นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เห็นแววตาซุกซนเช่นนี้

“เจ้าค่ะ รับรองว่าท่านแม่ทัพจะไม่อายเลยสักนิดที่พาข้าเข้างาน”

“หึหึ ข้าไม่เคยอายอยู่แล้ว วันนี้ก็กินให้อร่อยไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนัก ฝึกวรยุทธ์ไปเรื่อย ๆ ประเดี๋ยวเจ้าก็ผอมลงเอง”สวีเยี่ยนหลงกล่าวอย่างใจดี

บนโต๊ะอาหาร บุรุษตระกูลหยางต่างก็หมั่นคีบอาหารไขมันสูงและขนมหวานให้สตรีเพียงคนเดียว เพราะหยางฮูหยินอยากรีบนอนพักผ่อนไว ๆ จึงรับสำรับในเรือนนอน

ผู้เป็นบิดากล่าวว่าบุตรสาวซูบผอมลงมาก ต้องกินให้เยอะหน่อย ส่วนพี่ชายผู้ที่มักจะกล่าวว่านางเป็นลูกหมูตัวน้อย แต่กลับคีบแต่ขนมหวานมาใส่จานอยู่เรื่อย มีเพียงบุรุษสุขุมที่คีบผักต้มกับปลานึ่งของโปรดมาให้

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”ปลานึ่งไร้ก้างชิ้นโต ถูกวางลงบนชามข้าวท่ามกลางสายตาของผู้สอดแนม

“ขาหมูกินได้พอประมาณ ไม่ทำให้อ้วนมากนักหรอก ส่วนขนมหวานก็ชิมได้นิดหน่อยพอให้หายอยาก”

แม่ทัพหนุ่มกล่าวปลอบใจคนกินแต่ผักต้ม และปลานึ่ง เพราะรู้จากกุนซือหยางว่าสตรีตรงหน้าชื่นชอบขาหมูตุ๋น และขนมหวานมากที่สุด

“ข้าไม่ค่อยชอบแล้วเจ้าค่ะ มันเลี่ยนและฝืดคอพิกล ข้าชอบของต้มและนึ่งมากกว่า”หลังจากมื้ออาหารนางก็ดื่มโปรตีนสกัดจากพืชอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกินเนื้อไขมันสูงที่ตนไม่ชอบ

“จะได้แจ้งพ่อครัวที่จวนตามนี้”

“อย่างไรนะเจ้าคะ”

“ข้าจะได้บอกพ่อครัวที่จวนเอาไว้ เผื่อวันหน้าเจ้ามีธุระที่จวนของข้าอีก จะได้กินอาหารได้เยอะ ๆ อย่างไรเล่า”

ขณะที่พูดใบหน้าคมก็ขยับเข้าใกล้คู่สนทนามากกว่าเดิม มุมปากซึ่งกดลึกลงทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลามากอยู่แล้ว ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น หยางเฟยฮวาถึงกับชะงักกับความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว

บุรุษตระกูลหยางสองคนพ่อลูก ต่างก็ได้ยินบทสนทนาของผู้บังคับบัญชา กับสตรีที่พวกตนรักและหวงแหน ทางด้านหยางจิ้งถงไม่ได้ติดใจสิ่งใด เพราะคิดว่าท่านแม่ทัพเอ็นดูเด็กน้อยตัวอวบที่เห็นกันมาแต่เยาว์วัย

แต่หยางเป่ยหนานกลับคิดต่าง และมั่นใจมากยิ่งขึ้นใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากบิดา อมยิ้มมุมปากอย่างดีใจพลางนึกจินตนาการไปถึงวันดี ๆ ของน้องสาว

หลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นจนอิ่มหนำ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปพักผ่อนที่เรือนของตน ทางด้านแม่ทัพใหญ่ก็ไปพักยังเรือนรับรองซึ่งเคยมาพักอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจากไปพักผ่อนสวีเยี่ยนหลงก็กล่าวนัดหมายกับลูกศิษย์หญิงคนแรกให้ชัดเจน

“ยามเฉินข้าจะรอที่ลานฝึกยุทธ์ใกล้สระบัว”

“ยามเหม่าดีหรือไม่เจ้าคะ สายมาประเดี๋ยวร้อน”

เฟยฮวาตอบรับแต่ขอเปลี่ยนมาฝึกซ้อมแต่เช้ามืด นางชอบฝึกฝนร่างกายยามเช้ามืดมากที่สุด อากาศบริสุทธิ์ยามเช้ามืดทำให้สมองโล่ง อีกทั้งยังเหลือเวลาไปทำเรื่องอื่นอย่างเพียงพอ

“ตื่นเช้าหรอกหรือ ข้านัดหมายเวลาไปเผื่อ ๆ เพราะเกรงว่าเจ้าจะนอนหลับสบาย ปกติข้าตื่นแต่เช้ามืดทุกวัน”

“ข้าตื่นเช้าเจ้าค่ะ อยากออกมาวิ่งอบอุ่นร่างกายก่อนเรียนรู้วรยุทธ์ขั้นพื้นฐาน”

“เช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นยามเหม่า ข้าก็จะไปวิ่งรอบสระบัวเช่นกัน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ตอนพิเศษ สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์

    หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   สะสาง (ตอนจบ)

    ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   เตียงหัก NC

    สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ NC

    สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ไม่มีสิทธิ์อย่างถาวร

    “กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   แต่งเจ้าค่ะ

    “นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status