หน้าหลัก / รักโบราณ / สาวใช้ของนายตัวร้าย / ตอนที่ 8 ใครทำเจ้าให้ร้องให้เช่นนี้หรือ

แชร์

ตอนที่ 8 ใครทำเจ้าให้ร้องให้เช่นนี้หรือ

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 20:44:18

“ข้า…ข้า”

หญิงสาวอึกอักเล็กน้อย

“ตอบให้ดี หากภายหน้าข้ารู้ว่าเจ้าโกหกคงจะรู้นะว่าต้องเจออันใด”

ชายหนุ่มเอ่ยขู่หญิงสาวหน้าตาเฉย โดยที่ก้มหน้าอ่านตำราไม่ได้หันมามองหน้านางแม้แต่น้อย

“ข้า…ข้ารู้หนังสือเจ้าค่ะ”

ซิงอีตะโกนออกไปในขณะที่ก้มหน้าไปกับพื้น

“เจ้าเคยเป็นแค่ขอทานไยถึงรู้หนังสือ”

ชายหนุ่มพูดพลางลุกขึ้นเดินไปยังชั้นวางตำราด้วยท่าทางสบายๆ “นางจะแก้ตัวเช่นใด ขนาดชาวบ้านธรรมดายังหายากนักที่จะรู้หนังสือ” จางเหว่ยกล่าวกับตนเองในใจพลางยิ้มที่มุมปาก

“เอ่อ…คือว่าข้า…อ่อ! ข้าเคยเป็นขอทานอยู่หน้าสำนักศึกษา บางวันข้าก็แอบเข้าไปฟังได้ยินผ่านๆ มาบ้าง แต่ข้าไม่เก่งหรอกเจ้าค่ะ สมองอันน้อยนิดของข้าไหนเลยจะเทียบคนทั่วไปได้ ท่านอย่าเก็บมาใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”

ซิงอีพูดพลางลุกขึ้นและรินชาเดินไปหาชายหนุ่ม จากนั้นยื่นชาให้เขาและแย้มยิ้มจนเห็นฟันขาว

“สำนักศึกษาที่ใดกัน ถึงแค่ได้ยินผ่านๆยังทำให้เจ้ารู้ได้ขนาดนี้”

“สำนักศึกษาทางตอนใต้เจ้าค่ะ”

“บอกชื่อสำนักมา!”

ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงเข้ม ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย “จะถามอันใดเยอะแยะขนาดนี้” ซิงอีกล่าวกับตนเองในใจ

“สำนักศึกษาจันทร์เจ้าเจ้าค่ะ เป็นสำนักศึกษาในบริเวณชายแดนท่านไม่เคยได้ยินหรอกเจ้าค่ะ”

หญิงสาวคิดชื่อสำนักศึกษามั่วๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลางยื่นชาไปให้เขาอีกรอบ

แป๊ะ!

เสียงของตำราที่ทำจากต้นไผ่กระทบลงบนชั้นเมื่อชายหนุ่มเก็บไว้ที่เดิม จากนั้นหันหน้ามาทางหญิงสาว จ้องมองไปที่ดวงตาของนางเพื่อหาว่าสิ่งที่นางพูดเป็นความจริงหรือไม่ และสาวเท้าเข้าไปหานางเรื่อยๆ “สำนักศึกษาจันทร์เจ้าอะไรของเจ้ากัน ดูก็รู้ว่านางโกหกชัดๆ” จางเหว่ยกล่าวกับตนเองในใจ ขณะที่สาวเท้าเข้าใกล้นางเรื่อยๆ เช่นกัน ซิงอีที่เห็นท่าทางของชายหนุ่มก็ขยับเท้าถอยหลังไปทีละก้าว แต่หญิงสาวก็ต้องรู้สึกสถานการณ์ตรงหน้าไม่ดีเอาเสียเลยเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นตำราอีกชั้นที่อยู่ด้านหลัง นางไม่สามารถถอยออกไปได้อีกแล้ว

“ใครส่งเจ้ามา”

ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวอีกครั้ง

“ไม่มีใครส่งข้ามาทั้งนั้นเจ้าค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยปฏิเสธด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เพราะตอนนี้หน้าตาของชายหนุ่มน่ากลัวยิ่งนัก และหากว่านางไม่สามารถตอบคำถามเขาได้ คงต้องถูกฆ่าทิ้งเป็นแน่

“บอกมา!”

ปัง!

เพล้ง!

เสียงของฝ่ามือกระทบกับชั้นวางตำราเสียงดัง เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็คว้าไปที่ข้อมือหญิงสาวที่กำลังถือถ้วยชาอยู่และยันไปที่ชั้นตำรา ทำให้ถ้วยชาที่เดิมถูกหญิงสาวถืออยู่ตกแตกกระจายที่พื้น น้ำชาร้อนๆ ตกลงไปราดที่ปลายเท้าเรียวยาวสวยของหญิงสาว ทำให้เดิมจากขาวผ่องจนเกิดสีแดงระเรื่อตรงบริเวณที่ถูกน้ำชาราดโดนเมื่อถุงเท้าผ้าสีขาวโดนน้ำจึงเห็นด้านในเนื้อผ้า ถึงจะรู้สึกแสบร้อน แต่ซิงอีก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียงโอดโอย เพราะชายตรงหน้านางตอนนี้น่ากลัวเสียกว่า ใบหน้าของจางเหว่ยอยู่ห่างจากนางไม่มากสายตาคมกริบของชายหนุ่มมองทะลุผ่านดวงตาของนางเหมือนกับเขาสามารถรู้ทุกอย่างโดยที่นางไม่ทันได้บอก หญิงสาวรู้สึกกลัวและอึดอัดเป็นอย่างมาก เพราะนางก็ไม่รู้จะตอบชายหนุ่มได้เช่นไรเหมือนกัน แต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงเรียกของสวรรค์เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเรือนเข้ามา

“คุณชายขอรับ”

เสียงของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่นามว่าป๋อเหลียนเอ่ยเรียก ทำให้จางเหว่ยรีบปล่อยมือออกจากหญิงสาว และเดินออกมาจากมุมห้อง ซิงอีที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และรีบเก็บถ้วยชาที่แตก ออกไปจากเรือนทันทีโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตชายหนุ่ม

“มีอันใด”

จางเหว่ยเอ่ยถามผู้ช่วยของหนิงเกาที่เข้ามาหาตน

“ท่านหนิงเกาให้ข้ามารายงานแทนขอรับ”

“เหตุใดเขาไม่มาเอง มีปัญหาอันใดงั้นหรือ”

“การปล้นราบรื่นดีขอรับ แต่ท่านหนิงเกาได้รับบาดเจ็บจากการโดนธนูที่บริเวณหัวไหล่เล็กน้อย ตอนนี้กำลังทำการรักษาอยู่ขอรับ”

ป๋อเหลียนรีบเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มจึงพยักหน้า

“ให้เขาพักผ่อนสักอาทิตย์ ส่วนเจ้าไปคอยสังเกตการณ์ว่าทางนั้นเป็นเช่นไรบ้างหลังจากถูกปล้น และมารายงานข้า”

“ขอรับ เพียงแต่ว่า…”

“หากบ่าวไป ใครจะเป็นผู้ช่วยท่านขอรับ”

ป๋อเหลียนเอ่ยถามเจ้านายตน เพราะตอนนี้ท่านหนิงเกาก็ได้รับบาดเจ็บ เขาก็ต้องแฝงตัวเข้าวัง งานต่างๆไม่เหลือคนที่เจ้านายของตนไว้วางใจได้สักคน

“เจ้าไปเถอะ”

จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ และนั่งลงอ่านตำราต่อ

“ขอรับ”

ป๋อเหลียนที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่อยากรบกวนเจ้านายของตนต่อจึงรีบออกไปจากเรือนทันที

จางเหว่ยอ่านตำราต่อได้ไม่นานก็เดินออกจากเรือนบ้าง

.

ด้านซิงอี หลังจากออกจากเรือนรุ่ยเซียงก็ได้เวลาพักทานอาหารกลางวัน บ่าวรับใช้ที่ไม่ได้คอยรับใช้เรื่องอาหารการกินก็จะทานอาหารตรงเวลาปกติ ซิงอีไม่ได้มีหน้าที่คอยนำอาหารไปให้เหล่าเจ้านายก็นั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก หญิงสาวก้มลงไปดูที่เท้า เพราะตอนนี้มันกลายเป็นสีแดงระรื่นไปแล้ว และรู้สึกแสบเล็กน้อยจากนั้นจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ขณะที่เอามือเท้าคางกับโต๊ะ “เหตุใดข้าถึงได้ซวยเช่นนี้” หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ และถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หยาดน้ำตาค่อยๆไหลลงมาเรื่อยๆโดยที่นางไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ทั้งเหงา โดดเดี่ยว และเหนื่อยไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ

“ใครทำเจ้าให้ร้องให้เช่นนี้หรือ”

เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ซิงอีมองไปตามทิศทางของเสียงทันที

“คารวะคุณชายผู่เย่วเจ้าค่ะ”

ซิงสาวพูดพลางรีบลุกขึ้นทำความเคารพทันที ผู่เย่วเพียงพยักหน้าเล็กน้อยให้นางและยิ้มด้วยความอ่อนโยน จากนั้นนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อน ชายหนุ่มเหลือบตาไปเห็นเท้าของหญิงสาวที่แดงระเรื่อหลังจากที่ถอดรองเท้าดูและยังไม่ได้สวมกลับ เขาอยู่ที่นี่มานานแล้วเพราะบริเวณที่แห่งนี้เงียบสงบไม่ค่อยมีใครมามากนัก แต่ไม่คิดว่าจู่ๆหญิงสาวจะเข้ามานั่งที่นี่

“เจ้านั่งเถอะ”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

ซิงตอบและรีบใส่รองเท้ากลับให้เรียบร้อย

“นั่งเถอะ นั่งเป็นเพื่อนข้า”

ชายหนุ่มยังคงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนและยิ้มให้นาง ซิงอีที่มองท่าทีของชายหนุ่มที่ไม่ถือตัวและสีหน้าที่เเสดงถึงความจริงใจจึงเข้าไปนั่งในฝั่งตรงข้าม

“ท่านมาอยู่ที่นี่นานแล้วหรือเจ้าค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยถาม ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับ

“เช่นนั้นท่านก็เห็นทุกอย่างหมดแล้ว…”

สิ้นคำหญิงสาว ชายหนุ่มก็พยักหน้าอีกเช่นเคย

“ข้าทำเรื่องขายหน้าคุณชายแล้ว”

ซิงอีพูดขณะที่นึกถึงน้ำตาที่ไหลออกมาเองดื้อๆกับการถอดรองเท้าเมื่อสักครู่ คนที่นี่ถือเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ชายที่สามารถเห็นเท้าของหญิงสาวได้ต้องเป็นสามีของนางเพียงเท่านั้น ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่แปลกประหลาด

“ไม่เป็นอันใดหรอก บริเวณแห่งนี้ไม่ค่อยมีคนมามากนั้น เจ้าไม่คิดว่าข้าจะอยู่ที่นี่ก็มิแปลก”

“จริงเจ้าค่ะ”

“เมื่อสักครู่เจ้าร้องให้เพราะเรื่องอันใดหรือ”

ผู่เย่วเอ่ยชวนหญิงสาวคุยหลักจากบรรยากาศเงียบไปนาน

“อ่อ ข้าเพียงคิดถึงครอบครัว คิดถึงท่านพ่อท่านแม่ และน้องชายเจ้าค่ะ”

ซิงอีคิดถึงครอบครัวของนางในโลกใบเก่าที่จากมา นี่ก็เกือบเดือนแล้วที่นางจากมาไม่รู้ทุกคนจะเป็นเช่นไรบ้าง จะตกใจมากแค่ไหนเมื่อรู้ว่านางประสบอุบัติเหตุตกกำเเพงสูงเช่นนั้น หญิงสาวคิดไปก็ทำหน้าเศร้าออกมา

“ครอบครัวของเจ้าตายหมดแล้ว จึงทำให้เจ้าต้องมาเป็นขอทานเช่นนั้นหรือ”

ผู่เย่วเอ่ยถามหญิงสาว ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะลืมความเศร้าเมื่อได้ยินคำถามที่ชายหนุ่มถาม เขาจะคิดเช่นนั้นก็ไม่แปลกเพราะโลกใบนี้นางเคยเป็นแค่ขอทานมาก่อนเท่านั้น

“เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นให้เจ้าคิดซะว่าข้าเป็นสหายของเจ้าก็ได้”

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง ดูจากหน้าตาลักษณะ ผิวพรรณ รวมถึงท่าทางกริยา ไหนจะไหวพริบที่เขาได้เห็นการต่อราคาสูตรอาหารของนางเมื่อเช้านี้ แต่ก่อนนางคงไม่ได้เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาเช่นนี้แน่ เพราะอะไรกันที่ทำให้นางต้องลำบากจนถึงเช่นนี้ คิดมาถึงเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอดสงสารหญิงสาวไม่ได้ ครอบครัวตายจากไปหมดแล้วคงโดดเดี่ยวมากเป็นแน่

“ได้เช่นไรกันเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น”

ซิงอีรีบปฏิเสธทันที

“ข้าอยู่ที่นี่มานาน ยังไม่เคยมีสหายแม้สักคน”

ผู่เย่วเอ่ยออกไปตามตรง เขารู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวเป็นอย่างมาก ซิงอีที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารชายหนุ่ม

“หลังเลิกจากงานที่เจ้าทำในแต่ละวัน หรืออยู่นอกจวนเราก็คือสหายกัน หากอยู่ในจวนเจ้าก็ทำงานของเจ้าไปเถอะ” ผู่เย่วคิดหาทางไม่ให้หญิงสาวปฏิเสธ

“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”

หญิงสาวพูดพลางยิ้มให้ชายหนุ่ม นี่นับเป็นรอยยิ้มแรกของซิงอีที่ยิ้มออกมาจากข้างในจริงๆ หลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในโลกใบนี้

“ข้าต้องขอตัวก่อน นี่จะหมดเวลาพักของข้าแล้ว” หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้นทำความเคารพเล็กน้อย ผู่เย่วพยักหน้าและยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาว ซิงอีจึงเดินออกไปทำงานของตนต่อ

ตลอดทั้งบ่ายซิงอีไม่รู้สึกลำบากมากนัก เพราะคุณชายหน้ายักษ์เจ้าของจวนไม่ได้อยู่ที่เรือนรุ่ยเซียงแล้ว หญิงสาวจึงเพียงแค่ยืนเฝ้าอยู่หน้าจวนจนหมดเวลางาน และกลับเข้าห้องพัก

“เฮ้อออออ”

ซิงอีถอนหายใจออกมาเมื่อล้มตัวลงไปนอนที่เตียงนุ่ม นางคิดว่าจะนั่งพักเล็กน้อยก่อนไปอาบน้ำ ถึงนี้จะเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วคนที่นี่จะอาบน้ำแค่วันละครั้ง แต่หญิงสาวก็เลือกจะตื่นแต่เข้ามาอาบน้ำทุกวันเช้าเย็น เพราะในโลกใบเก่านางอาบเช่นนี้ตลอด ต่อให้น้ำเย็นแค่ไหนก็เลือกที่จะอาบน้ำอยู่ดี หากตื่นเช้าหน่อยก็แอบต้มน้ำอาบตอนที่ทุกคนยังไม่ตื่น

ก๊อกๆ!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ซิงอีจึงลุกจากเตียงรีบไปเปิดทันที

“มีอันใดหรือ”

ซิงอีเอ่ยถามบ่าวรับใช้หญิงหน้าห้อง

“นี่คือของที่บ่าวรับใช้เรือนคุณชายฝากมาให้ บอกว่าสหายเจ้าฝากมา”

ซิงอีรับมาและปิดประตูห้อง จากนั้นเปิดดูในกล่องทันที พบว่าเป็นยาทาผิวจึงทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาทันที เขาน่าจะเห็นรอยแดงที่เท้านางเป็นแน่ จากนั้นจึงวางมันไว้และเดินออกไปอาบน้ำชำระร่างกายที่เรือนอาบน้ำรวม

ใข้เวลาอาบน้ำประมาณ 2 เค่อซิงอีก็กลับเข้าห้องพัก หญิงสาวหยิบตลับยาขึ้นมาเพื่อจะทาที่เท้า แต่ยังไม่ทันได้ทาก็ได้ยินเสียงเคาะห้องดังอีกครั้ง ซิงอีรีบไปเปิดประตูเห็นว่าเป็นบ่าวรับใช้คนเดิม

“สหายข้าฝากอันใดมาอีกงั้นหรือ”

“ครั้งนี้ไม่ใช่สหายของเจ้า แค่เป็นคุณชายจางเหว่ยเรียกเจ้าไปพบที่เรือน เจ้ารีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

บ่าวรับใช้พูดเสร็จก็เดินออกไปทันที

“นี่มันไม่ใช่เวลางานของข้านะ”

หญิงสาวพึมพำกับตนเอง เมื่อนึกถึงหน้าเจ้าของจวนที่ชอบทำหน้ายักษ์ข่มขู่นางตลอดเวลา จากนั้นเลือกที่จะเก็บตลับยาเข้าที่เเขนเสื้อ และเดินคอตกไปเรือนจวี๋ฮวาทันที หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะทำให้ชายหนุ่มโมโหเป็นแน่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 30 คุณชายแบบนี้หนักเกินไปหรือไม่

    ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 29 ข้าขอเป็นคนไม่เจียมตัวที่จะชอบท่านได้หรือไม่

    ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 28 ซิงอี นางแย่แล้วขอรับ

    ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   คอนที่ 27 แค่สหาย หรือว่าที่เจ้าบ่าวในห้องหอกันแน่

    ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 26 อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ

    ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 25 ท่านหมายถึง...พักห้องเดียวกับท่านหรือเจ้าคะ

    เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status