แชร์

ตอนที่ 11 แผนร้าย

ผู้เขียน: Ai Chi Tudou
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 07:24:31

“แล้วจะให้ข้าช่วยอย่างไร” เขายกมือมาจับคางของตนจนฝูเจียงหลีตาโตตกใจ

         “มือท่านมันสกปรกแล้ว อย่าจับเช่นนั้น” สตรีหน้าแดงเขินอายเมื่อเห็นว่าเขาใช้มือข้างที่ล้วงเข้าไปจับของลับของตนนั้นมาจับใบหน้าของตัวเอง

         “ทำไม ก็หอมดีนะ” เขายกนิ้วขึ้นมาดมก่อนที่จะลองแลบลิ้นออกมาเลียให้สตรีดู

         เห็นใบหน้าของสตรีแดงเปล่งปลั่งดั่งเสี่ยวหลงเซีย (กุ้งเครฟิช) เขาก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ สายตามองใบหน้าสวยหวาน พอเหลือบมองรูปร่างของนางเขาก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

         ขนาดมีเสื้อผ้าปกคลุมกายก็รู้ว่าเรือนร่างของนางนั้นไม่ธรรมดา ทั้งโพรงรักก็คับแน่นดูดนิ้ว เขาจึงรู้สึกบางอย่างขึ้นมาทันที

         บุรุษสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้สตรีตรงหน้ารู้ว่าเขามีความคิดที่ลามกต่อนาง เขากระแอมแล้วชวนนางพูดคุยต่ออย่างเป็นกันเอง

         “ข้าไม่อยากแต่งงานกับชายมักมากเช่นนั้น ท่านหมอต้องช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ”

ฝูเจียงหลีทำสายตาออดอ้อน แต่พอเห็นใบหน้าหล่อคมคายของบุรุษ ในใจก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา

         “ในเมื่อบิดาของเจ้าเป็นถึงเจ้าเมือง เหตุใดถึงยังต้องการให้เจ้าแต่งกับเซียวรื่อผู้นั้น” จ้าวโหย่วเต๋อถามเพื่อต้องการข้อมูลมาประเมินสถานการณ์

         “ตระกูลเซียวมั่งคั่งที่สุด สามารถให้ผลประโยชน์กับท่านพ่อข้าได้” สตรีหลุบตามองต่ำเมื่อนึกถึงบิดาตน

“แต่ข้าก็แทบไม่เคยได้เงินจากบิดา ผู้ที่ได้ก็มีแต่พี่สาวกับน้องสาวข้าที่เป็นบุตรของท่านแม่ใหญ่ ลูกอนุเช่นข้าต้องแต่งงานเพื่อความสุขสบายของพวกเขาหรือ”

         “แต่หากเจ้าแต่งกับเซียวรื่อนั่นก็จะสุขสบายทั้งเจ้าและครอบครัวของเจ้า” จ้าวโหย่วเต๋อพูดหยั่งเชิงนาง

         “สุขสบายหรือ เป็นอนุที่ต้องแบ่งสามีให้กับสตรีนางอื่น สามีที่มีสตรีแต่งเข้าจวนทุกปีสองปี ท่านคิดว่าสตรีหลายคนอยู่ในจวนเดียวกันไม่มีชิงดีชิงเด่นกันหรือไร มิเช่นนั้นบรรดาฮองเฮากับพระสนมในวังหลังคงมีความสุขกันทุกคน ไม่ต้องมีข่าวลือเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งมาถึงหูประชาชนหรอก” ฝูเจียงหลิงพูดออกมาในทันใด

         จ้าวโหย่วเต๋อสะอึกเล็กน้อย “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้จักรพรรดินีและสวามีต่างก็รักใคร่ปรองดองกันมาก” เขาพูดอธิบาย

         “นั่นเป็นเพราะจักรพรรดินีเป็นสตรีเพียงผู้เดียว พระสวามีทุกคนก็มีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบ จะเอาเวลาที่ไหนมาทะเลาะชิงดีชิงเด่นกันเล่า ในทางกลับกัน หากสามีเป็นใหญ่ ส่วนภรรยาแต่ละคนอยู่จวนว่างๆ ไม่มีอะไรต้องทำ รอเพียงรับความรักจากสามี สุดท้ายก็จะอิจฉาไม่รู้จักจบจักสิ้น”

         “ก็จริงของเจ้า แล้วเจ้าต้องการอย่างไร เป็นสตรีเสื่อมสมรรถภาพอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ” จ้าวโหย่วเต๋อเลิกคิ้วสูงถามสตรีที่มีสีหน้าจริงจัง

         “ทำให้เซียวรื่อนั่นต้องการแต่งงานกับพี่น้องสายตรงของข้าแทน” ฝูเจียงหลิงพูดน้ำเสียงจริงจัง

         “เช่นนั้นข้าไปสืบข่าวข้างนอกก่อน แล้วจะกลับมาวางแผนกับเจ้า” จ้าวโหย่วเต๋อเอ่ย

“วันมะรืนละกันข้าจะมาอีกครั้ง”

         พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกนอกเรือนอย่างรวดเร็ว

ฝูเจียงหลีได้แต่ตะโกนถาม “ท่านไม่ล้างมือก่อนหรือ”

         เห็นเขาไม่สนใจเรื่องนี้เลยสักนิดนางก็นั่งสีหน้าแปลกประหลาด มือเรียวยกขึ้นมาจับแก้มของตนอย่างเขินอาย

“ตาบ้า ท่านหมออะไรเนี่ย”

         “เสี่ยวซวง เข้ามานี่”

สตรีร้องเรียกสาวใช้ของตนเอง เมื่อผู้ที่ถูกเรียกเดินเข้ามา นางก็สั่งทันที

“เจ้าไปสืบประวัติของหมอคนนี้หน่อยนะ”

         “เจ้าค่ะ”

         ........

         จ้าวโหย่วเต๋อออกมาจากจวนฝูก็ไปนั่งตามโรงน้ำชาและโรงเตี๊ยมต่างๆ เพื่อฟังข่าวลือของเซียวรื่อ คนผู้นี้นอกจากมักมากในกามแล้ว ยังชอบรังแกผู้ที่อ่อนแอและผู้ที่ยากจนกว่า

         ที่สำคัญคือ ผู้ที่จะมาเป็นอนุในจวนต้องเป็นสตรีพรหมจรรย์เท่านั้น หากไม่ใช่ก็จะได้เป็นแค่บ้านเล็กบ้านน้อยที่อยู่นอกจวน

         “ประวัติแบบนี้เจ้าเมืองฝูยังคบหาสมาคมด้วย เกรงว่าน่าจะมีอะไรหมกเม็ดมากกว่านี้แน่นอน ไม่ได้ ข้าต้องแจ้งขอเสด็จแม่ตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าชั่วช้าทุจริตจะได้จัดการให้เด็ดขาด”

         ........

         จวนสกุลฝู

         ฝูซีหลิงกับฝูหมี่หลินคุณหนูรองและคุณหนูสามกำลังพูดคุยกันอยู่ในสวนดอกไม้ด้วยความสนุกสนาน

         “เจ้าคิดว่าหมอคนนั้นจะรักษาเจียงหลีหายหรือเปล่า” ฝูซีหลิงเอ่ยถามน้องสาวของตน

         “หมอคนนั้นเป็นถึงหลานของหมอเทวดาเลยนะ เขาคงมีวิธีรักษา ข้าอยากให้นางเจียงหลีหายได้แล้ว จะได้แต่งงานไปซะ คุณชายเซียวจะได้เอาสินสอดมากองที่จวนสักที” ฝูหมี่หลินพูดเสียงดังก่อนกระซิบเสียงเบา

         “ข้าว่าหมอหลี่นั่นรูปร่างหน้าตาไม่เลว นับได้ว่ารูปงามที่สุดที่ข้าเคยพบเจอ สถานะของเขาก็ไม่น่าธรรมดา ตระกูลหลี่ของหมอเทวดาหลี่ซือ ถ้าไม่เปิดโรงหมอใหญ่โตก็ล้วนเป็นหมอหลวงในวัง ทั้งยังเป็นพระญาติขององค์ชายองค์หญิงในวังอีกต่างหาก”

         “เจ้าสนใจหมอหลี่อย่างนั้นหรือ” ฝูซีหลิงตาโตถามน้องสาวของตน “ท่านพ่อไม่ยินยอมแน่ หากเขาเป็นทายาทสายตรงจริงๆ ไหนเลยจะออกมาเตร็ดเตร่ที่เมืองกุยปู้ได้”

         “คุณชายแบบนี้เดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองต่างๆ ออกจะปกติ พอเขาอิ่มตัวก็กลับตระกูลเอง” ฝูหมี่หลินเอ่ย ในหัวของนางมีแต่ภาพของจ้าวโหย่วเต๋อสลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด

         “พวกเจ้าเลิกคิดได้แล้ว”

เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น เขาเดินเข้ามาทางเก้าอี้ที่พวกนางนั่งอยู่ “เจ้าหมอนั่นไม่น่าใช่ทายาทสายตรงที่สำคัญหรอก ทายาทคนสำคัญของหมอเทวดาหลี่ซือตอนนี้ล้วนอยู่ที่เมืองหลวงกันหมด”

         “คุณชายเซียว” สตรีทั้งสองหยุดคุยโดยอัตโนมัติ นางหันหน้ามาทักทายบุรุษที่เดินมาหาพวกตนก่อนเงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อ

         “ทายาทสายตรงของหมอเทวดาหลี่ตอนนี้ถูกสั่งให้เก็บตัวฝึกวิชา คนแซ่หลี่ที่จะมาเตร็ดเตร่เช่นนี้ได้ต้องเป็นพวกตระกูลไม่สนใจ หากเจ้าแต่งกับคนอย่างนี้ก็คงไม่ได้อยู่สุขสบายเชิดหน้าชูตาเท่าไหร่นัก สู้มาเป็นอนุให้ข้าเสียดีกว่า”

เซียวรื่อพูดพลางมองสองพี่น้องด้วยสายตาหื่นกระหาย

         อันที่จริงบุตรสาวเจ้าเมืองฝูล้วนรูปงามไม่มีใครเป็นรองใคร แต่บุตรสาวสายตรงใครก็ไม่อยากให้มาเป็นอนุ เพราะสามารถให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลใหญ่อื่นๆ ได้

         นอกเสียจากว่านางจะกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาก่อนจะออกเรือน

         “คุณชายเซียวอย่าพูดเรื่อยเปื่อยเลย ถึงอย่างไรเสียข้าก็คิดว่าท่านหมอหลี่ผู้นั้นสามารถรักษาน้องสาวข้าได้ ท่านรอเข้าหอกับน้องสาวข้าเถอะ” ฝูซีหลิงพูดน้ำเสียงราบเรียบกับอีกฝ่าย

ต่างกับฝูหมี่หลินที่ทำท่าทางฟึดฟัดเพราะคำพูดดูถูกของเขา คิดให้นางไปเป็นอนุหรือ เลิกฝันไปเถอะ

“คุณชายเซียวรอเจียงหลีดีกว่าเจ้าค่ะ สตรีที่เป็นอนุถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว สายเลือดของอนุย่อมต้องได้เป็นอนุ หากท่านจะแต่งกับข้าก็ต้องให้ข้าเป็นฮูหยินเอก แต่ก็คงไม่ได้ เพราะว่าท่านมีฮูหยินเอกอยู่แล้ว” นางพูดย้ำทีละคำให้บุรุษได้ฟังก่อนขอตัวลุกออกจากที่ตรงนั้น

ฝูซีหลิงตกใจรีบลุกตามทันที “ข้าก็ขอตัวนะเจ้าคะ” นางก้มหน้าให้บุรุษก่อนตามน้องสาวตนเอง

“หึ หยิ่งผยองเช่นนี้ข้าชอบยิ่งนัก” เซียวรื่อมองตามหลังของสตรีทั้งสองนาง โดยเฉพาะบั้นท้ายของฝูหมี่หลินที่เขาจ้องเป็นพิเศษ

“ฝูเจียงหลีจะหายหรือเปล่าไม่รู้ แต่ข้าอยากได้เจ้าเสียแล้ว ฝูหมี่หลิน”

........

ฝูหมี่หลินกลับมาที่เรือนของตนเอง นางบ่นอย่างหัวเสียเมื่อนึกถึงสายตาของเซียวรื่อที่มองมาที่ตน

“ฝันไปเถอะ คิดไม่ซื่อกับข้า เจ้ายังไม่ดีพอ นางเจียงหลีเมื่อไหร่จะหายดีนะ ไม่ได้ ข้าต้องให้เจียงหลีได้กับเซียวรื่อนั่นเร็วๆ เขาจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ถึงนางจะนอนนิ่งไม่ตอบสนอง แต่ถ้าเปลือยกายอยู่บุรุษย่อมต้องการเป็นธรรมดา”

คิดได้ดังนั้นก็เรียกสาวใช้ของตนมาสั่งงานทันที

........

โรงเตี๊ยมเหลียนซิง

สาวใช้ของฝูหมี่หลินมาทำตามคำสั่งของเจ้านายตน นางเปิดประตูเข้าไปในห้องพักที่ว่างเปล่าแล้วก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ห้องใหญ่เตียงกว้าง หากให้นางเจียงหลีนอนรอคุณชายเซียวที่นี่ย่อมต้องพึงพอใจแน่นอน” พูดเสร็จนางก็รีบจ่ายค่าห้องแล้วไปพูดคุยกับเถ้าแก่ของร้านทันที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 12 ซ้อนแผน

    จ้าวโหย่วเต๋อที่พักอยู่ห้องข้างๆ กำลังจะกลับเข้าห้องตนเองจึงได้ยินทุกประโยคที่สาวใช้นางนี้พูด เขาเปลี่ยนใจเดินตามหลังนางอย่างเงียบเชียบเพื่อฟังสิ่งที่นางพูดคุยตกลงกับเถ้าแก่“คุณหนูสามร้ายใช่ย่อย”เขาพูดพึมพำกับตนเองเมื่อคาดเดาแผนการของฝูหมี่หลิน “ก็ยังดีที่อยู่ติดกับห้องของข้า”.........ค่ำคืนวันนั้น จ้าวโหย่วเต๋อเข้าไปในจวนฝูโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น เขาตรงไปที่เรือนของฝูเจียงหลีทันที เห็นนางอยู่คนเดียวจึงกระโดดเข้าไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วสตรีที่นั่งหวีผมอยู่หน้าคันฉ่องสะดุ้งตกใจ “นั่นใคร” นางหันมามองเห็นจ้าวโหย่วเต๋อก็ถอนหายใจโล่งอก“ท่านหมอหลี่นี่เอง”นางรู้แล้วว่าเขาเป็นทายาทสายตรงของหมอเทวดาหลี่ แม้จะไม่ได้เป็นหลานคนสำคัญของตระกูล แต่หากนางอยู่กับเขาก็คงมีชีวิตที่สุขสบายมากกว่านี้ และถ้าเขาไม่สนใจนาง แค่นางสามารถออกจากจวนสกุลฝูได้ก็คงเป็นอิสระมากกว่านี้ จะไปรับจ้างหาเงินหรือทำขนมขายก็ยังได้จ้าวโหย่วเต๋อไม่รอช้า เขารีบเล่าสิ่งที่ตนเองได้ยินให้นางฟัง สายตาคมของเขาจ้องมองใบหน

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 11 แผนร้าย

    “แล้วจะให้ข้าช่วยอย่างไร” เขายกมือมาจับคางของตนจนฝูเจียงหลีตาโตตกใจ “มือท่านมันสกปรกแล้ว อย่าจับเช่นนั้น” สตรีหน้าแดงเขินอายเมื่อเห็นว่าเขาใช้มือข้างที่ล้วงเข้าไปจับของลับของตนนั้นมาจับใบหน้าของตัวเอง “ทำไม ก็หอมดีนะ” เขายกนิ้วขึ้นมาดมก่อนที่จะลองแลบลิ้นออกมาเลียให้สตรีดู เห็นใบหน้าของสตรีแดงเปล่งปลั่งดั่งเสี่ยวหลงเซีย (กุ้งเครฟิช) เขาก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ สายตามองใบหน้าสวยหวาน พอเหลือบมองรูปร่างของนางเขาก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ ขนาดมีเสื้อผ้าปกคลุมกายก็รู้ว่าเรือนร่างของนางนั้นไม่ธรรมดา ทั้งโพรงรักก็คับแน่นดูดนิ้ว เขาจึงรู้สึกบางอย่างขึ้นมาทันที บุรุษสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้สตรีตรงหน้ารู้ว่าเขามีความคิดที่ลามกต่อนาง เขากระแอมแล้วชวนนางพูดคุยต่ออย่างเป็นกันเอง “ข้าไม่อยากแต่งงานกับชายมักมากเช่นนั้น ท่านหมอต้องช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ”ฝูเจียงหลีทำสายตาออดอ้อน แต่พอเห็นใบหน้าหล่อคมคายของบุรุษ ในใจก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา “ในเมื่อบิดาของเจ้าเป็นถึงเจ้าเมือง เหตุใดถึงยังต้องการให้เจ้าแต่งกับเซียวรื่อผู้นั้น” จ้าวโหย่วเต๋อถามเพื่อต้องการข้

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 10 ใช้นิ้วตรวจ

    เมืองกุยปู้ จ้าวโหย่วเต๋อเดินทางมาที่เมืองกุยปู้เพื่อทำภารกิจที่สำนักมอบหมายให้เสร็จแล้ว เขาจึงอยู่ต่ออีกสักพักก่อนที่จะกลับสำนัก “เมืองนี้ออกจะดี สายน้ำผืนดินอุดมสมบูรณ์ ยาสมุนไพรจึงใช้ได้ผลดีและมีราคาสูง” บุรุษเดินสำรวจตลาดยาจนผ่านรถม้าที่มีบ่าวชายวัยกลางคนสั่งรถม้าให้หยุดด้านข้างเขา บุรุษผู้นั้นรีบกระโดดลงจากรถม้าแล้ววิ่งเข้าไปในโรงหมอด้วยสีหน้าวิตกกังวล “เกิดอะไรขึ้นนะ” จ้าวโหย่วเต๋อเดินเบียดเสียดฝูงชนผ่านบริเวณขายยาด้านหน้า เมื่อเดินไปถึงส่วนหลังของอาคารที่ทำการรักษาเขาก็ได้ยินเสียงของชายคนดังกล่าว แม้ไม่ได้ดังมากนักแต่ประสาทหูของเขากลับได้ยินชัดเจน “คุณหนูบ้านข้าจะต้องออกเรือนแล้ว แต่นางบอกว่านางไม่มีความรู้สึกกับบุรุษเลยแม้แต่น้อย ท่านหมอ ท่านรักษาอาการแบบนี้ได้หรือไม่”&n

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 9 ลางสังหรณ์

    “ท่านพ่อตา ข้าจะให้เสด็จพ่อเสด็จแม่มาสู่ขอเจียเอ๋อร์ ท่านสะดวกให้พวกเขามาเมื่อไหร่หรือ”ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าท่าทางกระตือรือร้น มีโหวเถียนเจียยืนบิดไปมาด้วยความเขินอาย “ไม่เอาทั้งบิดามารดาเจ้า แค่เขาก็พอ”โหวปิ่งเจียนชี้นิ้วใส่หลิวกวน เขามุ่ยหน้าทำตากะหลับกะเหลือก จนหลิวกวนยืนอมยิ้มกลั้นขำอย่างเห็นได้ชัด “ได้ๆ ข้าจะไปพูดกับซีหมิงเอง เจ้าก็สงบจิตสงบใจรอเถอะ ส่วนเรื่องของเด็กๆ ก็ปล่อยพวกเขาศึกษาดูใจกันเถอะ” หลิวกวนพูดต่ออีกไม่กี่ประโยคก็รีบเดินทางกลับ ตอนนี้มีภารกิจสำคัญที่ต้องไปทำ ชักช้าไม่ได้เพราะเดี๋ยวโหวปิ่งเจียนเปลี่ยนใจ ........ ยามค่ำคืนที่เงียบสงบ บนเขาลวี่หนานฝั่งทิศตะวันตกไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทั้งไม่มีคนมาคอยเดินตรวจตราดูแลความปลอดภัย กระท่อมน้อยหลังหนึ่งเปิดหน้าต่างและประตูทุกบาน ทำให้แสงจันทร์สาดส่องเข้าสู่ภายในได้เต็มที่ ภายในกระท่อมมีบุรุษสตรีกำลังทำกิจกรรมรักที่ร้อนแรงจนเหงื่อออกท่วมกาย สตรีนอนหงายยกขาเรียวทั้งสองข้างพาดบ่าชายหนุ่ม ส่วนชายหนุ่มก็ขยับสะโพกดันเข้าดันออกตรงหว่างขานาง หากเข้าไปชะโงกหน้ามองด้านข้างก็จะเห็นว่าเขากำลังกร

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 8 หลานชายข้า

    “ท่านประมุข เจ้าหนุ่มคนนี้สู้ชนะพวกเราเกินครึ่งแล้วขอรับ”เผยกู่บุรุษร่างสูงผู้ช่วยของโหวปิ่งเจี่ยนเดินมาบอกเจ้านายตนที่กำลังจิบน้ำชาในห้องโถง “ข้าให้สู้กับพวกที่เพิ่งฝึกยุทธได้ไม่นาน หากเขาไม่ชนะข้าก็ไม่ควรเก็บเขาไว้” โหวปิ่งเจียนสีหน้าเรียบเฉยไม่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาต้องการทดสอบชายหนุ่มผู้ซึ่งข่มเหงบุตรสาวของตน นอกจากทดสอบยังถือโอกาสสั่งสอนไปในตัว ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้จะได้รับบาดเจ็บมากหรือน้อย เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เผยกู่ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย เขาลังเลใจก่อนที่จะรายงานต่อ “แต่ว่า วิชาที่เจ้าหนุ่มนั่นใช้นอกจากจะมีวิชาของสำนักหย่งผิง ยังมีวิชาเพลงกระบี่ของราชวงศ์และแม่ทัพโม่เถี่ยด้วยขอรับ” โหวปิ่งเจียนได้ยินดังนั้นมุมปากก็กระตุกขึ้นมาทันที “ราชวงศ์อย่างนั้นหรือ ข้าผู้ซึ่งเป็นประมุขยุทธภพยิ่งไม่อยากเกี

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 7 ไปหาที่จวน

    ทว่าเช้าขึ้นมา โหวปิ่งเจียนบิดาของโหวเถียนเจียก็ผลักประตูเรือนของบุตรสาวตนเองอย่างแรง “เจียเอ๋อร์ เจ้าขโมยวิชาในห้องลับใต้ดินของพ่อไปฝึกใช่หรือไม่” เขาส่งสายตาที่น่าครั่นคร้ามไปที่เตียงนอนของบุตรสาว เมื่อเห็นนางยังไม่ตื่นจึงเดินไปด้านข้างเพื่อหมายจะปลุกนางเพื่อสอบถามให้รู้เรื่อง “เจียเอ๋อร์ เจียเอ๋อร์” บุรุษวัยกลางคนรูปร่างกำยำสูงใหญ่แต่ยังคงความหล่อเหลาให้เห็น เขายกมือหนาขึ้นแตะหน้าผากของโหวเถียนเจียที่ยังคงนอนหลับไม่รู้สึกตัว“ตัวร้อน เป็นไข้หรอกหรือ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม “ไปตามหมอมาดูอาการนางที”โหวปิ่งเจียนเอ่ยเสียงเข้มสั่งสาวใช้ที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ หมอประจำจวนสกุลโหวก็มาถึงอย่างรวดเร็ว เขาลงนั่งเก้าอี้ด้านข้างเตียงแล้วเอื้อมสามนิ้วไปแมะจับชีพจรโหวเถียนเจียโดยพลัน เมื่อจับชีพจรในชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจเขาก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ “ขะ คุณหนู อัยย่ะ ข้าไม่กล้าพูดออกมา” “นางเป็นอะไร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้” โหวปิ่งเจี่ยนกดเสียงต่ำอารมณ์เริ่มหงุดหงิดขุ่นมัว “หากข้าบอก ท่านประมุขก็ต้องใจเย็นๆ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status