Beranda / รักโบราณ / หมากแค้นพลิกชะตารัก / บทที่ 6 ต้องจูบหรือไม่

Share

บทที่ 6 ต้องจูบหรือไม่

last update Tanggal publikasi: 2026-03-23 19:21:14

บทที่ 6 ต้องจูบหรือไม่

       โจวหลงเฉิงจดจำคำด่าไว้ในใจแล้ว เขาเดินออกไปด้านนอกก็เห็นองครักษ์จางยืนรออยู่ก่อนแล้ว จึงพยักหน้าพอใจ

“เอาอาหารมาสักสี่ห้าอย่าง สั่งน้ำแกงมาด้วย เผื่อนางเป็นประเภทกินน้อยอย่างคุณหนูในเมืองหลวง” หลงเฉิงสั่งคนของตนออกไป

“กระหม่อมขอรนหาที่ตายสักเรื่องหนึ่ง…เหตุใดพระองค์จึงเจาะจงพักห้องเดียวกับนาง จางฟานอวี้ผู้นี้ อาจเป็นคนที่ผู้อื่นส่งมา เรื่องนี้…”

“เพราะอาจเป็นคนที่ผู้อื่นส่งมาจึงต้องเอาไว้ใกล้ตัวให้ได้มากที่สุด หากให้นางพักผู้เดียว มิใช่ว่าเราเปิดโอกาสให้ติดต่อคนภายนอกเพื่อวางแผนต่อหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ” จางตงฟูรับคำแล้ว ก็เดินกลับลงไปด้านล่างเพื่อสั่งอาหาร

       โจวหลงเฉิงกลับเข้าไปภายในห้อง เขาเลือกนั่งลงบนเตียง แอบใช้สายตามองไปทางจางฟานอวี้ เขาพินิจอยู่นาน ไม่แน่ใจว่าสตรีที่ดูโง่งมเช่นนี้ จะทำเรื่องที่เปี่ยมด้วยเจตนาร้าย เขาไม่อาจเคลือบแคลงได้จริงๆ หรือหากนี่เป็นการแสดงงิ้วให้คนตายใจ ก็เรียกได้ว่าแยบยลเหนือจินตนาการ

       ปากกำลังจะอ้าเปล่งเสียงส่งคำถามออกไป แต่ก็ต้องเก็บงำไว้ ด้วยด้านนอกมีคนมาเสียก่อน

“อาหารมาแล้วขอรับ” 

       เสียงเสี่ยวเออร์เคาะประตูดังขึ้น เรียกให้ฟานอวี้หันไปมอง เมื่อครู่หลังจากคนผู้นั้นเอามือนางไปบังคับบีบคอก็เงียบหายไป นางเพิ่งได้รู้เดี๋ยวนี้ว่าเขาไปสั่งอาหารมา

“เข้ามา” 

       เสี่ยวเออร์ที่เป็นเด็กวัยไม่เกินสิบสี่หนาวเดินเข้ามาพร้อมกับเสี่ยวเออร์ด้านหลังอีกสองคน ทั้งสามถือถ้วยอาหารมากมาย พวกเขาเริ่มวางมันลงบนโต๊ะ ทำให้กลิ่นอาหารล่องลอยมาเตะจมูก เรียกความหิวโหยของฟานอวี้บ้างแล้ว

       จางฟานอวี้รอจนกระทั่งโต๊ะอาหารถูกจัดเสร็จแล้วจึงได้เดินออกไปที่โต๊ะอาหารของห้องพัก 

“หอมจริง!” พูดไม่ทันขาดคำเสียงโครกครากก็ดังออกมาจากท้องของฟานอวี้

“อืม” องค์ชายสามพยักหน้ารับดึงเก้าอี้นั่งลง เตรียมจะยกตะเกียบคีบอาหาร แต่เมื่อตาเห็นว่าฟานอวี้ก็ทำเช่นเดียวกัน ก็แอบเอาเท้าถีบเก้าอี้ออก ปล่อยให้แม่นางจางก้นกระแทกพื้น

“โอ๊ย! นี่! มาแกล้งหม่อมฉันด้วยเหตุใดกันเพคะ” ฟานอวี้ร้องโอดโอยมือกุมสะโพกไว้

“อาหารนี่ของเปิ่นหวาง เงินเจ้ามีหรือจะมาร่วมกินเช่นนี้”

“ไม่มี” ฟานอวี้ยามที่ยังไม่เห็นอาหารก็พอจะทนหิวได้ แต่เมื่อมีอาหารมาวางตรงหน้าแต่ไม่อาจกินได้เช่นนี้ มันน่าเศร้าใจนัก น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมา เมื่อเห็นโจวหลงเฉิงยกเหล้ากระดกเข้าปาก คีบเนื้อตามอย่างเอร็ดอร่อย บิดาของนางเคยกล่าวเช่นนี้เช่นกัน หากไม่มีเงินมาจ่าย อาหารในบ้านฟานอวี้ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง

“องค์ชายก็เหมือนท่านพ่อ รู้ทั้งรู้ว่าฟานอวี้ผู้นี้ต้องพึ่งพา…เอาเถิดชีวิตของหม่อมฉันมิใช่แปลกหน้ากับการอดข้าวอยู่แล้ว” ความน้อยใจหลุดปากออกไป โดยที่ตัวของฟานอวี้เองก็หลงลืมไปว่าโจวหลงเฉิงในเวลานี้เห็นนางเป็นเพียงคนแปลกหน้า ความทรงจำยาวนานหลายปีจากชาติก่อนมีเพียงนางที่มีมัน

       ฟานอวี้ลุกไปนั่งริมหน้าต่างเช่นเดิม ชีวิตนั้นจนนางมีงานพิเศษจึงได้กินข้าวทุกวันไม่มีอด ส่วนชีวิตที่เพิ่งตายจากมายามเป็นทาสเนรเทศอาหารการกินไม่ได้ดีพร้อม หากทาสชายต้องการตัว แม้จะกินข้าวอยู่ก็ต้องลุกไป ฟานอวี้จึงไม่เคยได้อิ่มท้องดีนัก หากครั้งนี้ต้องอดอีกก็ไม่ต่างอันใด

“ว๊าย!” ฟานอวี้ร้องเมื่อตนเองถูกอุ้มลอยขึ้นมาในอ้อมแขนของหลงเฉิง “ปล่อยเพคะ”

“ไม่ได้ เปิ่นหวางไม่ต้องการให้เจ้าไปพูดต่อผิดๆ ว่าองค์ชายสามให้คนอดข้าว ทั้งที่ข้าเพียงแต่เย้าเล่นเช่นนี้” 

       โจวหลงเฉิงตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าจังหวะที่ถีบเก้าอี้ จะเป็นคราวเดียวกับที่ฟานอวี้ปล่อยมือที่จับโต๊ะเอาไว้ออกไป จึงทำให้นางล้มหงายไปเช่นนั้น และที่ไม่คาดคิดเลยก็คือสตรีผู้นี้มีความหลังไม่ดีนักเรื่องอาหาร หากรู้มาก่อนเขาคงไม่เลือกกลั่นแกล้งด้วยวิธีนี้ หลงเฉิงนั่งลงโดยที่จับฟานอวี้ให้นั่งทับลงบนตัก แขนหนึ่งโอบรัดไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน

“เปิ่นหวางจะป้อนให้เจ้าอิ่มก่อนไปเสียเลยดีหรือไม่ หากพูดต่อไม่ถูกต้องลิ้นเจ้าไม่เหลือแน่” 

“หม่อมฉันกินเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้องค์ชายสามมาลำบาก” ฟานอวี้มองจ้องเอ่ยวาจาที่ไม่คิดจะยำเกรง

“ไม่” โจวหลงเฉิงตอบออกไปเช่นนั้น ไม่คิดต่อความใดอีก เขาใช้ช้อนน้ำแกงตักข้าวและหมูผัดชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากฟานอวี้ทันที

“อ๊ะ!” ฟานอวี้ไม่รู้จะหัวเราะหรือร่ำไห้ แต่เมื่อดิ้นหนีไม่ได้ หันหนีก็ยังมีช้อนตามมาแยงปาก ฟานอวี้ก็ทำได้แต่ต้องรับข้าวมาเคี้ยว

“น้ำ” ฟานอวี้สั่งเมื่อกลืนคำแรกลงคอแล้ว

“เจ้ากล้าสั่งหรือ” องค์ชายสามรวบแขนให้แน่นขึ้น

“มันติดคอ แค่กๆ”

       โจวหลงเฉิงที่ได้ยินเสียงไอจึงยื่นจอกชาจ่อที่ปากของจางฟานอวี้ จากนั้นมื้ออาหารก็ดำเนินไปโดยที่มีฟานอวี้บอกว่าจะกินสิ่งใดเป็นคำต่อไป แต่แม้นางจะอิ่มท้องแล้ว องค์ชายสามก็ยังไม่ปล่อยให้เป็นอิสระ สั่งให้นางเป็นฝ่ายป้อนเขาบ้าง และทวีความเรื่องมากของอาหารที่จะเอาเข้าปากไปอีกสิบเท่า

“รินเหล้าให้เปิ่นหวาง” เขาสั่งเสียงเรียบ อยากจะจิบน้ำมึนเมาหลังมื้ออาหารอีกสักจอกหนึ่ง

       จางฟานอวี้นั่งนิ่งไม่คิดขยับตัวกับคำสั่งนี้ “ไม่เพคะ”

“เปิ่นหวางสั่งเจ้า” องค์ชายสามขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

       ฟานอวี้หันไปมองหน้าผู้เป็นองค์ชายด้วยแววตาไม่เกรงกลัว “ต่อให้พระองค์ประหาร หม่อมฉันก็ไม่มีวันแตะต้องเหล้าเป็นเด็ดขาด สิ่งทำลายความเป็นคนเช่นนี้หม่อมฉันไม่ยุ่งด้วย”

“โอหังเกินไปแล้ว” โจวหลงเฉิงเอามือบีบคางฟานอวี้ “คิดจะแฝงตัวมาแต่ไม่ยอมโอนอ่อนเชื่อฟังหรือ!”

“หากเป็นเรื่องเหล้า หม่อมฉันไม่ยินยอม!”

       องค์ชายสามลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงตัวจางฟานอวี้ไปไว้บนเตียง เขากระดกเหล้าจากไหจนไม่เหลือแม้เพียงหยดเดียว ฟานอวี้ใช้จังหวะนั้นลุกขึ้นคิดจะวิ่งหนีออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายถูกโจวหลงเฉิงคว้าตัวไว้เสียก่อน

“แม้จะรังเกียจ แต่หากเปิ่นหวางสั่ง เจ้าก็ต้องทำ มีอันใดให้ต้องต่อต้านกัน” หลงเฉิงจับแขนฟานอวี้ไว้ให้หันมาเผชิญหน้า ไม่รู้ด้วยเหตุใดตั้งแต่พบหน้าเขาก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่านางต้องเป็นคนของผู้อื่น เป็นของที่เขาไม่อาจยุ่มย่ามได้ หลงเฉิงรู้สึกเช่นนั้นตั้งแต่ก่อนมีปัจจัยสนับสนุนเสียอีก และความรู้สึกนั้นกวนใจจนหงุดหงิด ต้องหาเรื่องแตะต้องนางให้คลายความขุ่นมัวลง

“พระองค์อย่าดื่มของเช่นนี้อีกเลย เชื่อหม่อมฉันสักครั้ง” ชาติก่อนที่ฟานอวี้สามารถเอาหลักฐานปลอมไปยัดเยียดไว้ได้ ก็เป็นเพราะนิสัยชอบดื่มขององค์ชายผู้นี้ แม้มิได้ดื่มจนเมาอาละวาด แต่ก็มากพอให้หาช่องแทรกตัวเข้าไปกระทำการใหญ่โตจนเขาตกตายได้ เมาหลับทุกๆ สามวันเช่นนั้นอันตรายเกินไป 

“มิใช่ท่านแม่ อย่ามาสั่ง”

“หม่อมฉันโตมากับบิดาขี้เมา อย่าใจร้ายให้ต้องสัมผัสของเหล่านี้เลยเพคะ” จางฟานอวี้ยังคิดไม่ออกว่าจะทำให้องค์ชายสามเลิกเหล้าได้อย่างไร เพราะนางเชื่อเหลือเกินว่า แม้ไม่มีตนเองแล้ว คนอย่างองค์ชายรองก็ต้องหาผู้อื่นส่งเข้ามาทำลูกไม้เช่นเดิม

       ทว่าบัดนี้เหล้าทั้งไหคล้ายว่าจะออกฤทธิ์แล้ว โจวหลงเฉิงตัวโอนเอน ทั้งที่ยังกลางวันแสกๆ พูดจาด้วยน้ำเสียงอย่างคนเมา “จริงสินะ…ขออภัย เปิ่นหวางก็เป็นเช่นนี้ บางเวลาก็คิดถึงแต่เพียงตนเอง”

“องค์ชายสามเพคะ” ฟานอวี้ร้องเรียกเบาๆ คิดว่าควรใช้จังหวะนี้ให้เขารับปากให้นางติดตามดีหรือไม่ เพราะหากจะทำลายองค์ชายรอง การไปตั้งตัวด้วยตนเองตั้งแต่รากฐานอาจกินเวลานานเกินไป และหากจะขัดขวางเส้นทางบัลลังก์ขององค์ชายรอง นางก็จำเป็นต้องมีผู้อื่นให้ผลักดันขึ้นไปแทน

“มีอันใด” หลงเฉิงพูด พยายามตั้งสมาธิ แม้ดวงตาจะแดงก่ำ

“ให้หม่อมฉันติดตามเป็นผู้ช่วยพระองค์นะเพคะ” 

“เอาสิ ยิ่งน่าสงสัยยิ่งควรอยู่ใกล้ และเจ้าเองก็ทำให้เปิ่นหวางขบขันได้” 

       องค์ชายสามพูดจบตัวก็โอนเอน พาทั้งตัวเขา และจางฟานอวี้ล้มลงบนเตียงกว้าง ก่อนองค์ชายผู้สร้างเรื่องจะพูดต่อ “แต่เจ้าต้องเชื่อฟัง! ไม่รินเหล้าก็ได้ แต่เรื่องอื่นอย่าได้ขัดใจเปิ่นหวาง”

“ทำให้ขบขัน หม่อมฉันเป็นตลกประจำพระองค์หรือ” ฟานอวี้ถามไม่หวังคำตอบ พยายามผลักตัวชายร่างใหญ่ที่ทับอยู่ให้ออกไป “หนักเกินไปแล้ว”

“อย่าส่งเสียง เปิ่นหวางง่วงแล้ว” หลงเฉิงสั่งออกไป พลางพลิกรวบตัวเอาฟานอวี้มาเป็นหมอนข้าง ช่วงที่อยู่ในป่าเข้ามิได้นอนแม้แต่งีบเดียว เพียงแค่นั่งหลับตาทำสมาธิก็เท่านั้น เวลานี้เพราะเหล้ารวมกับความอ่อนล้าจึงทำให้อยากจะนอนเต็มแก่

“ปล่อยหม่อมฉันก่อน” ฟานอวี้ทั้งผลัก ทั้งดัน และทุบซ้ำๆ

“จิ๊!” หลงเฉิงจิ๊ปาก แม้ไม่เจ็บจากฝีมือคนข้างกาย แต่ก็น่ารำคาญไม่น้อยเลยทีเดียว “เปิ่นหวางต้องจูบอีกหรือไม่จึงจะยอมสงบ”

“อ๊ะ! ไม่นะเพคะ” ฟานอวี้หลับตาแน่นมือดันหน้าหลงเฉิงออกไปสุดแรงเกิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกร

    บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีก

    บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 83 ไม่คู่ควร

    บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 82 ไฟลาม

    บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้น

    บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้นหนึ่งก้านธูปก่อนวังหลวงถูกล้อมเอาไว้ กลองตีดังสนั่นเป็นสัญญาณการรบดังตั้งแต่ยามอิ๋น ปลุกคนทั้งวังหน้าและวังหลังให้ตื่นตัวอย่างพร้อมเพรียง“เสด็จแม่!” โจวฮุ่ยฟางเฟยตื่นขึ้นเป็นคนแรกรีบหันไปเขย่ากายผู้เป็นมารดาเจ้านายฝ่ายหญิงทั้งสี่ตัดสินใจนอนรวมในห้องเดียวกัน เผื่อไว้ว่าวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่พลัดหลงไปจากกัน เมื่อทยอยตื่นกันแล้วจางเมิ่งฟานอวี้ที่ท้องอ่อนๆ อยู่ หันมองเสิ่นเจี๋ยอวี๋หลานสาวของแม่สามีด้วยความเห็นใจ คนที่ทุกข์ใจจนปวดร้าวเห็นทีจะเป็นม่านหนิง หากว่าโจวซ่งหลงสังหารองค์ชายน้อยขึ้นมา คนที่อดหลับอดนอนดูแลคงใจสลาย“เราคาดการณ์เรื่องนี้กันไว้แล้ว อย่าได้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 80 บุกวังหลวง

    บทที่ 80 บุกวังหลวงยามเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นคล้ายว่าคนทุกฝ่ายคล้ายว่าจะเงียบหายตึงเครียดกันจนความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่กระจายไปทั่วแคว้น เมืองหลวงที่เคยคึกคักก็กลายเป็นดั่งเมืองร้าง มีเพียงร้านถ่านร้านข้าวสารที่ยังขายของกันได้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น จะมีเรื่องเอะอะเดียวก็เพียงขบวนของชินอ๋องที่มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตกอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านไปส่งขบวนแน่นหนาจนแทบเดินแทรกไม่ได้ ด้วยเป็นสงครามใหญ่ แม้ไม่อาจร่วมรบแต่ชาวบ้านก็ต้องการมีส่วน เสบียงแห้งมากมายถูกยัดเยียดให้ขบวนขององค์ชายสามซูผิงผิงเองก็อยู่ท่ามกลางชาวบ้านเช่นกัน นางถูกส่งมาสอดส่องความเป็นไปของเป้าหมายสำคัญทั้งหลาย ครั้งก่อนนางหนีทหารที่ติดตามตัวมาจากวังสามแทบไม่ทัน แต่ครั้งนี้นางแทรกตัวอยู่กับฝูงชน หากจะกลืนหายไปย่อมง่ายดายกว่า เมื่อดูจนพอแล้วจะค่อยๆ หลบ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 67 ชินอ๋องใจร้าย

    บทที่ 67 ชินอ๋องใจร้ายจางเมิ่งฟานอวี้เป็นลมหมดสติไปก่อนที่จะได้เห็นว่าชินอ๋อง นำตัวหมอหลวงกลับมาที่จวนจางสายหลัก แต่ทว่าหมอหลวงก็ไม่อาจช่วยเหลือจ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 58 เลือกทางใด

    บทที่ 58 เลือกทางใด“ไม่เป็นอันใด พวกจ้าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และข้าอยากแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าคำนินทาทำอันใดข้าไม่ได้” หลี่ม่านม่านตอบด้วยดวงตามุ่งมั่นมั่นคง เรียกให้ผู้ใหญ่โดยร

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 55 งามหรือไม่

    บทที่ 55 งามหรือไม่ในที่สุดชินอ๋องโจวหลงเฉิงก็สะสางทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งงานภายในของกองทัพ และการตั้งเหมืองเองก็พร้อมที่จะเริ่มการหยกส่งเข้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 38 จวนจางสายรอง

    บทที่ 38 จวนจางสายรองรถม้าที่ติดป้ายสัญลักษณ์ของวังองค์ชายสามในเมืองหลวงแล่นมาจอดหน้าจวนเล็กๆ ที่จางหวนกงซื้อไว้ให้ฮูหยินอยู่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status