หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

last updateآخر تحديث : 2025-04-24
بواسطة:  วรนิษฐา / Miss sexyمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
50فصول
1.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เธอ...คือเจ้าสาวที่ฟ้าส่งมาโปรด ให้เจ้าบ่าวใกล้ตายที่ถูกเทงานแต่งงานอย่าง...เขา ++++++++ “เราขอโทษที่ไม่ได้บอกแกเรื่องพี่ปุณณ์จะแต่งงาน เราแค่ไม่อยากเห็นแกอกหักน้ำตานอง แต่เอ๊ะ...ทำไมแกพูดเหมือนกับว่ารู้จักเจ้าสาว” “อื้อ...พอดีเราเป็นญาติกัน คงเหมือนแกกับพี่ปุณณ์นั่นแหละ” “โลกแม่งก็กลม” เอ่ยจบเพียงดาวก็ถอนหายใจออกมา ตอนนี้เธอมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง “แล้วแบบนี้งานแต่งงานจะเอาไงต่อ” “ป้าเรา แม่พี่ปุณณ์นะ ยื่นคำขาดให้ญาติเจ้าสาวหาทางแก้ไขอยู่” “จะหาทางแก้ไขยังไงเล่า ในเมื่อเจ้าสาวไม่อยู่แบบนี้แล้ว” ดรินทร์คิ้วขมวดอีกคน “ก็ใช่ไง อีกอย่างเราเห็นบรรดาพ่อแม่ญาติพี่น้องเจ้าสาวพากันหนีขึ้นรถแล้วขับออกไปจากโรงแรมตะกี้นี้ คงเทงานแต่งงานเหมือนเจ้าสาวแล้วแน่นอน เราฟันธงได้” “หา” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากดรินทร์อีกครั้ง “เอาไงดีอะแก ช่วยกันคิดหน่อยสิ” “จะไปคิดอะไรให้ยุ่งยาก ในเมื่อไม่มีเจ้าสาวแล้วก็ยกเลิกงานแต่งไปสิแก จะจัดต่อทำไม”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ความโกลาหลกำลังเกิดขึ้นภายในห้องพักของโรงแรมชื่อดัง ซึ่งเวลานี้มีไว้สำหรับแต่งตัวเจ้าสาว แต่ทว่ากลับไม่มีใครเจอตัวเจ้าสาวของงานแม้แต่คนเดียว

ภายในห้องไม่มีการรื้อค้น ข้าวของ ทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะชุดแต่งงานแสนสวย ที่ถูกสั่งตัดมาเป็นพิเศษเพื่อวันที่แสนพิเศษเช่นวันนี้

“มีใครเจอตัวเจ้าสาวหรือยัง”

“ยังค่ะยัง” บรรดาญาติพี่น้องต่างเอ่ยถามและตอบกันไปมา นั่นเพราะทันทีที่รู้ข่าว พวกเขาก็พากันแยกย้ายเพื่อตามหาจนทั่วโรงแรม แต่กลับไม่เจอตัว

ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวพากันเครียดจนเป็นลมล้มพับไปหลายคน โดยเฉพาะแม่เจ้าสาวที่ถึงขนาดต้องเรียกรถพยาบาลมาสแตนบาย เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ลูกสาวจะหนีหน้าหายไปเอาในวันแต่งงานเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้ดิบดีว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวที่ชื่อ...ปุณณ์

เพราะตกลงกันไว้แล้ว เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจึงช็อคไปตามๆ กัน นั่นเพราะหากงานแต่งงานครั้งนี้เกิดอุปสรรค ถึงขั้นล่มขึ้นมา หนี้สินที่ทางครอบครัวมีก็คงยิ่งพอกพูน เพราะนี่คือการแต่งงานเพื่อปลดหนี้ของครอบครัวเธอนั่นเอง

“เกิดเรื่องแล้วค่ะคุณป้า”

“เรื่องอะไรกุ๊กไก่”

“คือ...พี่ดาวหายตัวไปค่ะ” เพียงดาวเอ่ยบอกออกไป นั่นทำให้ปรียาถึงกับช็อค ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้อย่างไม่ไหวติง เพราะไม่ได้วางแผนรับมือกับเรื่องแบบนี้มาก่อน

นั่นเพราะใครจะไปคิดว่าเจ้าสาวของงานจะมาหายตัวไปเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้มีวี่แววใดๆ เป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่ปกติ หนีวันไหนไม่หนีมาหนีเอาวันสำคัญอย่างวันแต่งงานเสียด้วย คิดแล้วปรียาก็ทั้งโกรธทั้งแค้น 

“หายตัวไป หายไปได้ยังไง”

“กุ๊กไก่ก็ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันค่ะ รู้แค่ว่าตอนนี้หาตัวเจ้าสาวจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ” สีหน้าของเพียงดาวเองก็เป็นกังวลมากเช่นกัน 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร” ปรียาสบถออกมา อยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็สั่งตัวเองว่าห้ามเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นใครจะจัดการเรื่องนี้ต่อ 

“เรายกเลิกงานแต่งไปก่อนดีไหมคะ”

“ไม่”

“ทำไมละคุณป้า” สีหน้าของเพียงดาวเต็มไปด้วยความสับสน อันที่จริงเธอตกใจตั้งแต่รู้ว่าลูกชายคนเดียวของปรียาจะแต่งงาน มันเร็วเกินไปจนน่าสงสัย อีกอย่างปุณณ์หรือที่เธอเรียกว่าพี่ปุณณ์ก็ไม่ใช่คนที่จะถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานตามใจผู้ใหญ่ง่ายๆ 

“ยังไงป้าก็ไม่ยกเลิกงานแต่งงานเด็ดขาด” นั่นเพราะปรียาไม่อยากเสียหน้า ยังไงงานนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ในเมื่อเพียงดาวเข้าพิธีไม่ได้ ฝ่ายนั้นก็ต้องหาคนมาแทน ไม่งั้นเธอไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่

เกิดมาก็ยังไม่เคยมีใครกล้าหักหน้าเธอเช่นนี้มาก่อน ขืนใครต่อใครรู้เรื่องเข้าทั้งเธอ ทั้งลูกชายรวมไปถึงวงศ์ตระกูลคงได้อับอายขายขี้หน้าไปทั่วแน่ 

“คุณป้า จะไปไหนคะ” เพียงดาวเอ่ยถามตามหลัง เมื่อเห็นปรียาเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องแต่งตัวของเจ้าสาว โดยเพียงดาวนั้นเดินตามหลังมาด้วย ซึ่งทันทีที่ปรียาผลักประตูเข้าไปข้างในก็เห็นพ่อแม่และบรรดาญาติเจ้าสาวนั่งหน้าซีดอยู่

“สรุปวันนี้ลูกชายฉันจะได้แต่งงานไหม” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยถามขึ้น 

“เอ่อ...คือ” บรรจงพ่อเจ้าสาวถึงกับอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของปรียาอย่างไรไม่ให้สถานการณ์มันแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ นั่นเพราะตนเองก็ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะมาหนีไปเช่นกัน

“ได้แต่งค่ะได้แต่ง” ยุพินภรรยาของบรรจงหรือแม่ของเจ้าสาว ที่ตอนนี้พอจะหายวิงเวียนเพราะอาการเป็นลมเอ่ยตอบขึ้น ก่อนจะสูดดมยาดมที่ถืออยู่ในมือเข้าปอดชุดใหญ่

“ถ้ามั่นใจแบบนั้นก็คงรู้สินะว่าต้องทำยังไง อ้อ...ช่วยทำให้เร็วด้วยเพราะแขกเหรื่อมารอในงานกันจนจะครบแล้ว”

“ค่ะๆ ครับๆ” ยุพินและบรรจงเอ่ยรับออกมาพร้อมๆ กัน 

“ถ้าพวกเธอแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ก็เตรียมไม่มีที่ซุกหัวนอนได้เลย” ทิ้งระเบิดเวลาเสร็จ ปรียาก็กลับออกไปทันที เพียงดาวเองก็รีบเดินตามหลังปรียามา ก่อนจะปลีกตัวลงไปคอยประสานงานที่ห้องจัดเลี้ยง เพื่อยื้อเวลาให้ทางญาติของเจ้าสาวที่หนีงานแต่งงานไปแล้วหาทางออกในเรื่องนี้ 

ส่วนปรียานั้นเข้าไปคุยกับบุตรชาย ที่เวลานี้แต่งตัวด้วยชุดสูทสามชั้นสีน้ำเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอแค่ลงไปต้อนรับแขกพร้อมเจ้าสาวที่ห้องจัดเลี้ยงก็เท่านั้นเอง ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง

“รออีกแป๊บนึงนะปุณณ์ พอดีเจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จนะลูก” ปรียาเลือกที่จะโกหก แม้อีกไม่กี่นาทีปุณณ์ก็คงรู้ความจริงแล้วก็ตาม 

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองผู้เป็นแม่ ปรียามองลูกชายด้วยแววตาชื่นชม นั่นเพราะไม่คิดว่าปุณณ์จะยอมแต่งงานตามที่เธอร้องขอ แม้ว่านี่จะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชนก็ตามที 

ซึ่งปุณณ์เองก็มีเหตุผลของตัวเขาเช่นเดียวกัน อันที่จริงเขาเกลียดการแต่งงานแบบนี้ อยากปฏิเสธแบบหัวชนฝา ตายเป็นตายก็ยอม กระทั่งเมื่อเดือนก่อนก็มีเหตุให้เขาต้องเปลี่ยนความคิด สิ่งนั้นคือผลการตรวจร่างกายประจำปี ที่ระบุว่าเขานั้นมีก้อนเนื้อในสมอง ซึ่งเป็นจุดที่ยากต่อการผ่าตัด และอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่นาน

เขาไม่เคยกลัวความตายเท่าครั้งนี้มาก่อน คิดทบทวนไปต่างๆ นานา ว่าหากเขาตายขึ้นมาใครจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ เพราะท่านเองก็เป็นหม้าย แถมยังมีเขาเป็นลูกแค่คนเดียว เขาจึงจำต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคนและถ้าให้ดีคือเป็นคนที่แม่เลือกน่าจะดีที่สุด 

ปุณณ์เคยเจอว่าที่เจ้าสาวแค่สองครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ไปดูตัว ครั้งที่สองคือวันที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งและนี่คือครั้งที่สามที่ได้เจอเธอ เขายอมรับว่าเธอเป็นคนสวยคนหนึ่ง หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ จบการศึกษาก็ดีแต่กลับหัวอ่อนถูกจับคลุมถุงชน ซึ่งเธอก็คงมีเหตุผลของตัวเองเหมือนเขากระมัง

 

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
50 فصول
บทที่ 1
ความโกลาหลกำลังเกิดขึ้นภายในห้องพักของโรงแรมชื่อดัง ซึ่งเวลานี้มีไว้สำหรับแต่งตัวเจ้าสาว แต่ทว่ากลับไม่มีใครเจอตัวเจ้าสาวของงานแม้แต่คนเดียวภายในห้องไม่มีการรื้อค้น ข้าวของ ทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะชุดแต่งงานแสนสวย ที่ถูกสั่งตัดมาเป็นพิเศษเพื่อวันที่แสนพิเศษเช่นวันนี้“มีใครเจอตัวเจ้าสาวหรือยัง”“ยังค่ะยัง” บรรดาญาติพี่น้องต่างเอ่ยถามและตอบกันไปมา นั่นเพราะทันทีที่รู้ข่าว พวกเขาก็พากันแยกย้ายเพื่อตามหาจนทั่วโรงแรม แต่กลับไม่เจอตัวญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวพากันเครียดจนเป็นลมล้มพับไปหลายคน โดยเฉพาะแม่เจ้าสาวที่ถึงขนาดต้องเรียกรถพยาบาลมาสแตนบาย เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ลูกสาวจะหนีหน้าหายไปเอาในวันแต่งงานเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้ดิบดีว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวที่ชื่อ...ปุณณ์เพราะตกลงกันไว้แล้ว เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจึงช็อคไปตามๆ กัน นั่นเพราะหากงานแต่งงานครั้งนี้เกิดอุปสรรค ถึงขั้นล่มขึ้นมา หนี้สินที่ทางครอบครัวมีก็คงยิ่งพอกพูน เพราะนี่คือการแต่งงานเพื่อปลดหนี้ของครอบครัวเธอนั่นเอง“เกิดเรื่องแล้วค่ะคุณป้า”“เรื่องอะไรกุ๊กไก่”“คือ...พี่ดาวหายตัวไปค่ะ” เพียงดาวเอ่ยบอกออกไป นั่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เขามั่นใจว่าเธอเองก็ไม่ได้รักเขา เช่นเดียวกับที่เขานั้นก็ไม่ได้รักเธอ แต่เขาจะไปแคร์อะไรกับความรัก ในเมื่ออีกไม่นานเขาก็ต้องตายแล้ว ขอแค่ก่อนตายเขาสามารถเสกเด็กเข้าท้องผู้หญิงคนนั้นได้สักคนสองคน หวังว่าน้ำยาของเขามันจะไม่อ่อนแอจนเกินไป เพราะหลังจากเขาตายไปแล้ว แม่จะได้มีเพื่อนรวมถึงตระกูลเขาก็จะมีทายาทไว้สืบสกุลด้วย “วันนี้ลูกชายแม่หล่อมาก”“ขอบคุณครับ คุณแม่...ถ้าผมไม่อยู่แล้ว คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ”“พูดยังกับปุณณ์จะไปไหนไกลแล้วไม่กลับมาอีกอย่างนั้นละ” ปรียาส่ายหน้าให้ลูกชาย โดยไม่ได้อะใจในคำพูดราวกับสั่งเสียนั่นแม้แต่น้อย “ก็หลังแต่งงานผมมีบินไปฮันนีมูนนี่ครับ”“แค่อาทิตย์เดียวไม่ใช่หรือไง พูดยังกับจะไปตลอดชีวิต ไม่เอาไม่พูด วันนี้วันดีแม่ไม่อยากเจอข่าวไม่ดีซ้ำอีก” “คุณแม่เจอข่าวไม่ดีอะไรมาเหรอครับ”“ไม่มีจ้ะ” ปรียาตอบปฏิเสธ นั่นเพราะยังไม่อยากให้ปุณณ์รู้เรื่องนี้นั่นเอง เพราะเธอเดาความคิดลูกชายออก ว่าหากรู้เรื่องเข้าคงล่มงานแต่งงานวันนี้เป็นแน่ ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งหน้าเครียดและคิดหาทางแก้ปัญหา จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งก็ค
اقرأ المزيد
บทที่ 3
“หรือไม่ก็แก้ผ้าเอาหน้ารอด ด้วยการหาผู้หญิงสักคนมาเป็นเจ้าสาว” ขณะพูดเพียงดาวก็มองตรงมายังดรินทร์ โดยที่คนถูกมองนั้นไม่รู้ตัวสักนิด ว่าเพื่อนกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจ “บ้า...ผู้หญิงสติดีที่ไหนจะยอมแต่งงานกับใครง่ายๆ ขนาดนั้นกัน”“แกไง”“เราเนี่ยเหรอ”คราวนี้ดรินทร์ตกใจจนตาโตเป็นไข่นกกระจอกเทศ ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วทำตาปริบๆ มองมายังเพียงดาว ส่วนคนพูดนั้นกลับส่งยิ้มหวานมาให้ในเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับถึงขั้นนี้แล้ว บางทีสวรรค์อาจกำหนดให้ดรินทร์กับปุณณ์ได้แต่งงานกัน ทุกอย่างมันถึงได้ประจวบเหมาะ“ใช่” เพียงดาวพยักหน้ารับด้วยความหนักแน่น “ละ...แล้วทำไมต้องเป็นเราด้วยยะ” “ก็แกเหมาะที่จะสวมรอยเป็นเจ้าสาวของพี่ปุณณ์มากที่สุดแล้วยายลิน”“จะบ้าหรือไง”“ไม่บ้า” เพียงดาวรีบตอบเช่นกัน “แล้วเรื่องอะไรเราจะต้องยอมสวมรอยเป็นเจ้าสาว เพื่อไปแต่งงานกับพี่ชายแกด้วย ไม่เอา” ดรินทร์ส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ใจหนึ่งจะแอบคิดว่าจะตอบตกลงก็ตาม ซึ่งคำพูดของเธอกำเอาคนเจ้าแผนการอย่างเพียงดาวเริ่มอ้ำๆ อึ้งๆ “ถือซะว่าช่วยเราหน่อยเถอะนะเพื่อนนะ อีกอย่างแกก็เคยชอบ พี่ปุณณ์ไม่ใช่เหรอ”“ยอมรับว่าเคย”“นั่นไง” คนฟังด
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“นะแก...อีกแค่ไม่ถึงสิบนาที งานก็จะเริ่มแล้ว” เพียงดาวกุมมือของดรินทร์ไว้ สีหน้าแววตานั้นร้องขอความช่วยเหลือ ถึงขนาดที่ดรินทร์เกือบใจอ่อน ก่อนจะกัดฟันปฏิเสธออกไป “ไม่”“ลิน...เพื่อนรัก เราขอร้อง” ‘หัวเด็ดตีนขาดเราก็ไม่ยอมเป็นเจ้าสาวสวมรอยพี่ปุณณ์เด็ดขาด...ไม่มีทาง’ นี่คือประโยคที่ดรินทร์ควรจะตอบเพียงดาว แต่ทว่าสุดท้ายแล้วเธอกลับเลือกที่จะตอบอีกอย่าง “ก็ได้”“จริงๆ นะ” เพียงดาวถามย้ำ เพราะกลัวตัวเองหูฟาดไป “อืม...เพราะถ้าไม่ใช่แกขอร้อง อย่าหวังว่าเราจะยอม” และอีกหนึ่งเหตุผลคือถ้าเจ้าบ่าวไม่ใช่ปุณณ์เธอก็คงไม่ตอบตกลงเช่นกัน “ขอบใจมากนะลิน เรารักแกที่สุด” เพียงดาวดึงดรินทร์เข้ามากอด จากนั้นก็รีบลากเพื่อนรักไปแต่งหน้าแต่งตัว ซึ่งทันทีที่เธอปรากฎตัวขึ้น บรรดาช่างแต่งหน้าทำผมต่างเข้ามารุมล้อมชนิดที่ดรินทร์นั้นแทบหายใจไม่ออก“พอดีเป๊ะเลยค่ะคุณน้อง” ช่างทำผมคนหนึ่งเอ่ยชมขึ้น เมื่อเห็นว่าดรินทร์นั้นสามารถใส่ชุดเจ้าสาวของดาวจรัสได้อย่างพอดิบพอดี เรียกได้ว่าโชคเข้าข้างสุดๆระหว่างนั้นเพียงดาวก็รีบวิ่งไปหาปรียาที่ห้องพัก ก่อนจะขอเวลาคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ซึ่งเธอก็เล่าความจริงทุกอย่างให้ปรีย
اقرأ المزيد
บทที่ 5
“ลิน” ปุณณ์อุทานชื่อของดรินทร์ออกมาเมื่อเห็นเธอสวมชุดเจ้าสาวแล้วเดินเข้ามาหาตนเอง นั่นเพราะไม่คิดว่าจะเป็นเธอ นอกจากตกใจแล้วยังเต็มไปด้วยความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดาวจรัสหายไปไหนแต่ปุณณ์กลับไม่มีจังหวะได้ถามเอาความจริง นั่นเพราะทันทีที่เจ้าสาวมาถึงห้องจัดงาน ช่างภาพก็ไล่ถ่ายภาพประจวบเหมาะกับพิธีการบนเวทีก็ใกล้จะเริ่ม ทุกอย่างจึงต้องดำเนินไปตามกำหนดเวลา แม้แขกบางคนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ และตั้งคำถามถึงเจ้าสาวที่ตัวจริงกับในรูปก่อนหน้านี้ไม่เหมือนกันบ้างก็ตาม“กุมมือน้องไว้ตลอดเวลาด้วยนะปุณณ์ ถ้าสงสัยอะไรรอให้พ้นงานแต่งงานตอนนี้ไปก่อน แม่จะเล่าให้ฟังเอง” ปรียาเอ่ยบอกลูกชาย ก่อนจะคว้ามือของปุณณ์มากุมมือของดรินทร์ไว้ ซึ่งเวลานี้มือบางนั้นเย็นเฉียบด้วยอาการประหม่าแต่ทว่าทันทีที่ได้รับความอบอุ่นจากมือของปุณณ์ ความอบอุ่นนั้นก็ช่วยให้ดรินทร์ดีขึ้นพอสมควร มีบางจังหวะที่เธอแอบมองชายหนุ่มด้วยแววตาชื่นชม เพราะวันนี้ปุณณ์หล่อเหลาเป็นพิเศษด้วยชุดสูทที่สั่งตัดมาแบบพอดีตัวชายหนุ่ม ส่วนเธอก็ไดเอทมาประหนึ่งรู้ล่วงหน้าว่าต้องมาใส่ชุดเจ้าสาวของดาวจรัส แต่ก็ยอมรับรสนิยมการเลือกชุดของเจ้าสาวตัวจริง เพ
اقرأ المزيد
บทที่ 6
“แล้วไม่ดีใจหรือไงที่ได้แต่งงานกับหนูลิน”“เฉยๆ ครับ” แม้จะรู้สึกบ้างแต่ปุณณ์หรือจะบอก เพราะเขานั้นเป็นคนปากแข็งยังกับหิน พูดทุกเรื่องยุดเว้นเรื่องความรู้สึกที่เกี่ยวกับความรัก ถืออคติทำให้เห็นมากกว่าจะมานั่งพร่ำเพ้อว่ารัก “เฉยๆ เหรอ ผิดกับแม่ที่ดีใจ”“อะไรกันครับ ทั้งๆ ที่เจ้าสาวของผมควรจะเป็นดาวเขาไม่ใช่เหรอ”“นั่นมันเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เวลานี้สะใภ้ของแม่มีแค่คนเดียวคือหนูลินจ้ะ” ปรียายิ้มกว้างออกมา อย่างน้อยการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวก็ไม่ได้แย่เกินไป “เดี๋ยวแม่จะออกไปตามน้องมาให้ ยังไงคืนนี้ทั้งคู่ก็ห้ามออกไปนอกห้องหอเด็ดขาด เข้าใจไหม”“ทั้งๆ ที่นี่มันก็แค่งานแต่งงานแบบขอไปทีไม่ใช่เหรอครับแม่ จะซีเรียสอะไร”“ใครบอกว่าแค่งานแต่งงานแบบขอไปที”“ก็ลินเขาเป็นแค่เจ้าสาวแก้ขัดให้ผม จบงานแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้าย มันก็ถูกแล้วนี่ครับ”“ใครบอกว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนั้น งานแต่งงานครั้งนี้คือความถูกต้อง จะไม่มีคำว่าโมฆะใดๆ”“แล้วลินเขายอมหรือครับคุณแม่” นี่คือสิ่งที่ปุณณ์อยากถาม แต่หาจังหวะถามก่อนหน้านี้ไม่ได้นั่นเอง “ยอม”“คุณแม่จ่ายให้ลินไปเท่าไหร่ เธอถึงยอมมาแต่งงานกับผม”“แม่ไม่ได้จ่ายสักบาท” ปร
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“ไม่มีอะไรค่ะ ลินแค่จำอะไรผิดนิดหน่อย” ดรินทร์รีบบ่ายเบี่ยง เพราะเท่าที่สังเกตดูเหมือนปุณณ์นั้นอาจจะยังไม่รู้ถึงอาการป่วยของปรียาก็เป็นได้ รอให้ปรียาเป็นคนพูดเรื่องนี้เองน่าจะดีกว่า“แล้วนี่ลินทำงานอยู่ที่ไหน” แม้อยากจะถามว่าเพราะอะไร ดรินทร์ถึงยอมแต่งงานกับเขา แต่สุดท้ายปุณณ์กลับเลือกที่จะไม่ถาม เพราะก่อนหน้านี้เขาได้บอกตัวเองไว้แล้วว่าแต่งงานกับใครก็คงไม่สำคัญ ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมแต่งงานแบบคลุมถุงชนกับดาวจรัส ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักเธออย่างนั้นหรือ“ปากช่องค่ะ พอดีเมื่อปีก่อนคุณพ่อลินเสีย ลินเลยกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัวแทนท่าน”“พี่เสียใจด้วยนะครับ” เพราะขาดการติดต่อกันไปหลายปี ทำให้ปุณณ์แทบไม่รู้ข่าวคราวของดรินทร์ จะได้ยินจากเพียงดาวบ้าง แต่ทว่าเพราะอะไรกันตอนนั้นเขาถึงไม่ได้เก็บเรื่องราวของดรินทร์มาใส่ใจเท่าไหร่ แม้บ่อยครั้งที่เขาเองก็คิดถึงเธอ คิดถึงรอยยิ้มสดใสนั่น “ขอบคุณค่ะ” “ดึกแล้วลินไปอาบน้ำเถอะ” พอปุณณ์บอกให้ดรินทร์ไปอาบน้ำ สีหน้าคนฟังก็ตื่นตระหนกเสียจนคนพูดอย่างปุณณ์อดที่จะขำไม่ได้ “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น”“กะ...ก็พี่ปุณณ์ให้ลินไปอาบน้ำ”“ใช่ครับพี่ให้ลินไปอาบน้ำ จะได้เข้า
اقرأ المزيد
บทที่ 8
“ลินไม่ได้ดื้อ”“พี่ก็ไม่ได้ดื้อ”“ถ้าพี่ปุณณ์ไม่ได้ดื้อ ก็ปล่อยให้ลินนอนตรงนี้เหมือนเดิม”“ถ้าลินไม่ดื้อก็ต้องให้พี่อุ้มพาไปนอนบนเตียงได้แล้ว” เอ่ยจบปุณณ์ก็ช้อนร่างบอบบางของดรินทร์ขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนดรินทร์ตั้งรับไม่ทันกับการที่จู่ๆ เธอก็ลอยขึ้นจากโซฟา เพราะถูกปุณณ์อุ้มเช่นในตอนนี้“พี่ปุณณ์ ปล่อยลินลง” สีหน้าของดรินทร์เวลานี้บ่งบอกว่าเธอตกใจ “เลิกเถียงกันเถอะครับ พี่ง่วง” เอ่ยจบปุณณ์ก็เดินอุ้มดรินทร์มาที่เตียงแล้ววางเธอลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เดินไปทิ้งตัวนอนลงบนโซฟา ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ปุณณ์สะดุ้งตื่นถึงได้รู้ว่าเขาเผลอหลับอยู่บนเตียง ส่วน ดรินทร์นั้นขดตัวนอนบนโซฟา ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินมาหาหวังดีจะอุ้มเธอให้ไปนอนบนเตียงแทน จะได้ไม่ต้องนอนขดตัวอยู่แบบนั้น แต่สงสัยจะนั่งมองเธอเพลินไปหน่อย เพราะยังไม่ทันจะได้อุ้มดรินทร์ก็รู้สึกตัวพอเธอตื่นก็เริ่มมีเหตุผลเป็นของตัวเองชนิดไม่ยอมจบง่ายๆ เขาจึงรีบอุ้มเธอไปวางบนเตียง ก่อนจะรีบตัดบทกลับมาทิ้งตัวนอนบนโซฟาส่วนคนที่ถูกอุ้มมานอนบนเตียงก็นอนด้วยท่าทางตัวแข็งทื่อ แววตาดูหวาดระแวงอย่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 9
“เสียงอะไรคะพี่ปุณณ์” เพียงดาวเอ่ยถามหน้าตาตื่น “ดังมาจากห้องนั่งเล่น หรือว่า...” ปุณณ์เริ่มใจคอไม่ดี “คุณป้าเหรอคะ” ดรินทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจอีกคน “คุณแม่” เอ่ยจบปุณณ์ก็วิ่งอย่างเร็วเพื่อตรงไปยังห้องนั่งเล่น และเมื่อมาถึงก็เห็นผู้เป็นแม่นอนฟุบหน้าอยู่กับพื้น โยรอบตัวนั้นมีเศษแก้วและน้ำชากระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณดรินทร์และเพียงดาวที่รีบวิ่งตามหลังมาเห็นภาพเข้าก็ถึงกับช็อค ก่อนที่เพียงดาวจะเข้าไปช่วยปุณณ์พยุงปรียาอีกแรง ในขณะที่ดรินทร์เองก็นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ชายหนุ่ม คอยเก็บเศษแก้วที่แตกให้ออกห่าง“คุณแม่ครับ...คุณแม่” ปุณณ์เอ่ยเรียกผู้เป็นแม่ ชายหนุ่มยอมรับว่ากำลังตกใจ เพราะปรียาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน “คุณป้าคะ คุณป้าได้ยินกุ๊กไก่ไหมคะ” เพียงดาวก็อีกคนที่ตกใจ เพราะก่อนจะออกไปรับปุณณ์กับดรินทร์ ปรียายังคุยกับเธอเป็นปกติอยู่เลย“ปะ...ปุณณ์” ปรียาเอ่ยเรียกชื่อลูกชายเสียงแผ่ว ก่อนที่ปุณณ์จะพยุงผู้เป็นแม่ให้ขึ้นมานอนบนโซฟา โดยขณะนั้นปรียาก็กุมมือปุณณ์ไว้แล้วบีบเบาๆ พร้อมสบตาไปด้วยในขณะที่เพียงดาวหันซ้ายหันขวาเพื่อหายาดม กระทั่งพบจึงรีบเปิดฝาออกแล้วนำมาให้ปรียาสูดดมเพื่อไล่อาก
اقرأ المزيد
บทที่ 10
“แต่ถึงแม่จะป่วย ปุณณ์กับหนูลินก็ยังต้องไปฮันนีมูนกันตามแผนเดิมนะจ๊ะ” “ไม่ดีกว่าครับ เพราะผมไม่อยากไปไหนไกล” เหตุผลเพราะปุณณ์ห่วงผู้เป็นแม่นั่นเอง“งั้นก็แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนสถานที่ฮันนีมูน จากต่างประเทศมาเป็นในประเทศแทนก็คงได้ใช่ไหม” ปรียามัดมือชกอีกหน ซึ่งคราวนี้ ดรินทร์ขอค้านบ้าง “ไม่ต้องก็ได้ค่ะคุณป้า ลินมองว่าเรื่องฮันนีมูนมันไม่ได้สำคัญ” “ไม่ต้องไม่ได้จ้ะ ถ้าหนูลินไม่สบายใจกับคำว่าฮันนีมูนก็คิดเสียว่าไปพักผ่อน ป้าอยากให้ไปจะได้หายเหนื่อย หายตกใจกับเรื่องเมื่อคืน” เหตุผลของปรียานั้นฟังขึ้นไม่น้อย “งั้นเดี๋ยวกุ๊กไก่ดูเรื่องโรงแรมให้ เอาที่ไหนดีคะคุณป้า” เพียงดาวเอ่ยรับปรียาได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะพอจะเดาแผนการออกบ้างนั่นเอง“ทะเลแล้วกัน ช่วงนี้ทะเลฝั่งอันดามันจะสวยหน่อย จะเป็นกระบี่หรือภูเก็ตกุ๊กไก่ก็จัดการมาได้เลย เอารีสอร์ตหรือโรงแรมระดับไฮเอนด์เลยนะ”“ได้ค่ะ”“ปุณณ์กับลิน พาแม่ขึ้นไปนอนในห้องหน่อยลูก” ปรียาเอ่ยบอกลูกชายกับลูกสะใภ้ผิดคิว ปุณณ์และดรินทร์จึงเข้าไปช่วยกันพยุงปรียาขึ้นไปนอนพักบนห้องนอนที่อยู่ชั้นสองปุณณ์นั่งเฝ้าปรียาอยู่ข้างเตียง ในขณะที่ดรินทร์นั้นกลับ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status