Share

หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด
หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด
Penulis: LittleLyn

บทนำ

Penulis: LittleLyn
last update Tanggal publikasi: 2026-08-28 02:04:46

กรี๊ดด!!!

เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วทั้งจวน "เสนาบดีซู" ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎ ทว่ายังไม่ทันเริ่มการสืบสวนอย่างเป็นทางการ นักฆ่ากลับเข้าลอบสังหารทุกคนจนหมดสิ้น

'มู่จวินเหิง' แม่ทัพที่ถูกแต่งตั้งเป็นผู้สอบสวนเดินทางมาถึงจวนในรุ่งเช้าเพื่อควบคุมตัว กลับพบเพียงซากปรักหักพังในกองเพลิง ไม่พบผู้รอดชีวิต เสนาบดีซูและฮูหยินถูกปาดคออย่างโหดเหี้ยมและนำศพมาไว้ที่หน้าจวน  ด้านข้างมีหีบเหล็กกันไฟ พร้อมจดหมายระบุข้อความ

'เสนาบดีซู สมคบขุนนางก่อกบฏ หลักฐานประจักษ์ชัด โทษนี้มิอาจละเว้น ต้องโทษประหารทั้งตระกูล'

เมื่อตรวจสอบดูพบว่าภายในมีหลักฐานการก่อกบฎครบถ้วน ทั้งจดหมายติดต่อกับตระกูลว่านอ้างว่า 'ว่านเฉิงอวี่' สืบสายเลือกมาจากฮ่องเต้องค์ก่อนมีสิทธิ์ชอบธรรมในบัลลังก์ การติดต่อกับกองทัพฝ่ายศัตรู รวมถึงบัญชีการหักเสบียงและรีดไถภาษีจากชาวบ้านเพื่อนำไปซื้ออาวุธและสั่งสมกำลังพล มู่จวินเหิงสำรวจรายการหลักฐานจนครบถ้วนแล้วเอ่ยขึ้นเสียงดัง

"ดี! ดีจริง ๆ  มีผู้หวังดีจัดการเสนาบดีซู และรวบรวมหลักฐานมามอบให้ครบถ้วนเช่นนี้ หรือว่ากำลังดูถูกว่าข้าไร้น้ำยา ไม่มีปัญญาจะจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยตนเองรึ" เขาลุกยืนขึ้นและหันไปยังชาวบ้านที่มามุงดูอยู่หน้าจวนเสนาบดี

"ผู้ใดที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ไม่เพียงสังหารขุนนางของราชสำนัก แต่ยังกล้าท้าทายพระราชอำนาจที่ฮ่องเต้ทรงมอบหมายให้ข้าเป็นผู้สืบสวน ข้าจะสืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง ไม่ว่าผู้ใดที่อยู่เบื้องหลัง ข้าจะลากตัวมันออกมาให้จงได้!"

ในชาวบ้านเหล่านั้น หญิงสาวผู้หนึ่งใบหน้าเปื้อนเขม่าควัน เสื้อผ้าเก่าและฉีกขาดจนแทบดูไม่ออกเลยว่านางคือ 'ซูเยว่หนิง' บุตรสาวเสนาบดีที่หนีรอดมาได้เพราะการสละชีวิตของสาวใช้คนสนิทที่สวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับของเธอเพื่อแสร้งว่าคุณหนูซูตายแล้ว ให้เธอสามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย นางมองจวนที่ตนเคยอยู่ และตั้งมั่นกับตนเองในใจ

'ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้ท่านให้ได้' 

นางหันหลังเดินออกมาทั้งน้ำตา มุ่งหน้าไปยังเมืองชิงเหอ สถานที่ที่ 'ซูเหวินเซวียน' พี่ชายของนางเดินทางไปรักษาผู้ป่วย โดยหวังว่าเขาจะปลอดภัย ระหว่างทาง เยว่หนิงพยายามปลอบตัวเองว่าทุกอย่างยังไม่สายเกินไป ตราบใดที่ยังไม่พบศพพี่ชาย นางเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่

นางกระชับผ้าคลุมบนกาย และเร่งฝีเท้าออกจากเมืองโดยไม่หันกลับไปมอง แต่นางไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปยังเมืองชิงเหอครั้งนี้ จะทำให้นางได้พบบางอย่างที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล

.

[ด้านในจวนเสนาบดีซู]

"อาเจิ้ง ให้คนลำเลียงศพด้านในออกมา ส่วนอาอวี้ ไปตามเจ้าหน้าที่ชันสูตรมาตรวจสอบศพเหล่านี้ให้ครบถ้วน หากไม่มีสิ่งผิดปกติสามารถส่งให้ญาติจัดการตามธรรมเนียม ส่วนศพเสนาบดีซูและฮูหยิน ให้นำไปเก็บไว้ที่ห้องชันสูตรศาลต้าหลี่"

ใช้เวลาราวหนึ่งก้านธูป ศพด้านในถูกลำเลียงออกมาที่ลานของจวนจนครบ พอดีกับเจ้าหน้าที่ชันสูตรจากศาลต้าหลี่ที่เดินทางมาถึง มู่จวินเหิงมองศพเหล่านั้นคร่าว ๆ แต่กลับไม่พบศพของบุตรชายและบุตรสาวของเสนาบดีซูเลย จึงเอ่ยถามขึ้น

"อาเจิ้ง ในบรรดาศพเหล่านี้มีคุณชายซูและคุณหนูซูหรือไม่?" 

"คุณชายซูออกเดินทางรักษาคนไข้ตามเมืองต่าง ๆ ขณะนี้ยังไม่พบตัวขอรับ ส่วนคุณหนูซู... ข้าพบศพนี้อยู่ที่เรือนหนิงอัน ท่านแม่ทัพตรวจดูด้วยตนเองเถิด"

อาเจิ้งนำมู่จวินเหิงมาดูร่างหนึ่งที่ถูกเผาจนไม่สามารถเห็นใบหน้าได้ชัด แต่เครื่องประดับและอาภรณ์ชี้ชัดว่าเป็น 'ซูเยว่หนิง' บุตรสาวตระกูลซู โดยเฉพาะปิ่นหยกขาวรูปพระจันทร์เสี้ยวที่นางปักเป็นประจำ แต่มองอย่างไรร่างนี้ก็ไม่ใช่ซูเยว่หนิงเป็นแน่ เขาจึงกระซิบบอกอาเจิ้งเบา ๆ 

"เจ้าจงไปหามู่จิ่งอัน ให้ส่งคนตามหาซูเยว่หนิงให้พบ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   หนทางเบื้องหน้ามิอาจเดินต่อ จึงต้องเปลี่ยนเส้นทาง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเยว่หนิงถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู“คุณหนู ตื่นหรือยังเจ้าคะ? ท่านประมุขให้มาตามเจ้าค่ะ ทุกคนอยู่ที่ห้องโถง”นางลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เยว่หนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรีบแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องเมื่อมาถึงห้องโถง ทุกคนนั่งอยู่พร้อมหน้า สีหน้าของดูจริงจังกว่าปกติ“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” บิดาหันมามองนาง“เมื่อคืนมีโจรปล้นขบวนสินค้าที่เดินทางผ่านถนนสายเหนือ เส้นทางนั้นไม่ปลอดภัยแล้ว เราคงต้องเปลี่ยนเส้นทาง” หัวใจของเยว่หนิงเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยถนนสายเหนือ...เป็นเส้นทางที่พวกเขากำลังจะไป“กลับไปใช้ถนนสายเก่าที่ต้องผ่านหุบเขา”เยว่หนิงชะงัก"ข้าไม่อยากเดินทางผ่านหุบเขา”“เหตุใด?” ซูเหวินเซวียนถามนางกำชายเสื้อแน่น จะบอกได้อย่างไร? เพราะนางรู้สึกว่ามันอันตราย?“ข้าไม่อยากไปจริง ๆ” น้ำเสียงของนางจริงจังกว่าปกติมารดามองบุตรสาว ก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ“ถ้าเยว่หนิงไม่สบายใจ เราหาทางอื่นไม่ได้หรือ?”“ถ้าเช่นนั้นอ้อมไปทางตะวันตก จะใช้เวลาเพิ่มอีกสามวัน แต่ถนนค่อนข้างปลอดภัย”“เช่นนั้นไปทางตะวันตกเถิดเจ้าค่ะ” สุดท้ายทุกคนจึงตกลงเดินทางไปทางตะวันตกขบวนรถม้าออกจากหมู่บ้านในช่วงสาย เยว่หนิง

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   เมื่อหนทางเปลี่ยนผัน ใครเล่าจะรู้ปลายทาง

    “ไปพักผ่อนด้วยกันสักหน่อยก็ดี พวกเราไม่ได้ออกไปเที่ยวพร้อมหน้ากันมานานแล้ว” บิดาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า เยว่หนิงหลุบตาลง ซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ เอาไว้ นางยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทุกอย่างได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจคือ คราวนี้ครอบครัวของนางจะไม่อยู่ที่จวนในวันที่นักฆ่าบุกมาคืนนั้น เยว่หนิงกลับห้องและเริ่มคิดถึงเส้นทางเดิมทีนางเคยคิดถึงเมืองชิงเหอเป็นตัวเลือกหนึ่ง เพราะเมืองนั้นอากาศดีและเหมาะกับการพักฟื้น แต่เพียงความคิดนั้นผุดขึ้นมา นางก็ปัดมันทิ้งทันทีชิงเหอ... ที่นั่นคือสถานที่ที่นางตาย ต่อให้คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว นางก็ไม่คิดเสี่ยงพาครอบครัวไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำสุดท้ายของชีวิต ดังนั้น นางจึงเลือกเมืองเหอผิงแทนเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายวันทางรถม้า มีน้ำพุร้อนและอากาศเย็นสบาย ผู้คนไม่พลุกพล่านจนเกินไป ทั้งยังอยู่คนละทิศกับชิงเหอ เหมาะแก่การพักฟื้น และที่สำคัญ...ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางที่นางเคยเดินในชีวิตก่อนนางหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนเส้นทางคร่าว ๆ ลงไป นางไม่อาจรู้ได้ว่าเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นเพราะสิ่งใด แต่ตราบใดที่นางเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้มากพอ

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   ครอบครัวพร้อมหน้า ก่อนสายลมแห่งชะตาจะพัดผ่าน

    หลังกลับถึงจวน ซูเยว่หนิงก็ถูกมารดาพาไปนั่งพักทันที“แขนช้ำไปหมดแล้ว” มารดามองรอยแดงตรงท่อนแขนของนางแล้วขมวดคิ้ว“ข้าบอกแล้วว่าให้ระวัง เหตุใดจึงชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย”“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย” ซูเยว่หนิงตอบเสียงเบานางนั่งนิ่งขณะที่สาวใช้เข้ามาช่วยจัดการแผล ส่วนมารดายังคงบ่นอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด เสียงนั้นฟังดูธรรมดาเหลือเกิน ธรรมดาจนซูเยว่หนิงต้องก้มหน้าลงเพื่อซ่อนดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวนางคิดถึงมันมากเหลือเกิน“เจ็บหรือ?” มารดาถามเมื่อเห็นนางเงียบซูเยว่หนิงพยักหน้า เพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง มารดามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาลูบศีรษะคืนนั้นซูเยว่หนิงนอนไม่หลับ นางนอนมองเพดานอยู่บนเตียง พลางลูบหน้าอกตัวเองเบา ๆ ความเจ็บจากคมมีดยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ แม้ไม่มีบาดแผลแล้ว แต่บางครั้งเพียงหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย หน้าอกก็จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ราวกับร่างกายยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยถูกทำร้ายอย่างไรอีกสองสัปดาห์นักฆ่าจะมา และอีกหนึ่งเดือนนางจะตาย ซูเยว่หนิงพลิกตัวไปมาอยู่พักใหญ่กว่าจะหลับลงได้เช้าวันรุ่งขึ้น นางถูกปลุกด้วยเสียงเอะอะจากด้านนอก“คุณหนู! คุณหนู!” เสีย

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   เมื่อกาลเวลาหวนคืน และชะตายังมิได้ถูกเขียน

    แสงสีทองพลันสว่างวาบขึ้นตรงหน้าซูเยว่หนิงรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังลอยอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ เสียงลม เสียงผู้คน และเสียงสายน้ำจากแดนวิญญาณค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเบาหวิว ก่อนทุกอย่างจะหยุดลงในชั่วพริบตา“คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ!” เสียงร้องตกใจดังขึ้น ซูเยว่หนิงลืมตาขึ้นทันทีสิ่งแรกที่เห็นคือโคมดอกไม้หลากสีซึ่งแขวนเรียงรายอยู่เหนือศีรษะ แสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าแพรสีสด เกิดเป็นเงาพร่างพราวบนพื้นถนน เสียงผู้คนพูดคุยกันดังอยู่รอบกาย เด็ก ๆ วิ่งถือโคมกระดาษไปตามถนน กลิ่นหอมของขนมอบลอยมาตามลมปะปนกับกลิ่นดอกไม้ซูเยว่หนิงกะพริบตาช้า ๆ นางมองไปรอบกายอย่างเลื่อนลอยเทศกาลบุปผา...หนึ่งเดือนก่อนวันที่นางตายหัวใจของซูเยว่หนิงเต้นแรงขึ้นทันที นางยกมือขึ้นแตะหน้าอกโดยไม่รู้ตัวไม่มีบาดแผลไม่มีเลือดแต่เพียงสัมผัสตรงตำแหน่งนั้น ความเจ็บปวดจากความทรงจำก็พลันแล่นวาบขึ้นมา คมมีดแทงทะลุร่าง ลมหายใจที่ขาดห้วง กลิ่นคาวเลือด แผ่นหลังที่กระแทกพื้นตรงหน้าผาซูเยว่หนิงหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ ทุกอย่างยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่“คุณหนู?” เสียงเรียกข้างกายทำให้นางได้สติ ซูเยว

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   แดนวิญญาณ เครื่องราง และภูติอนันตกาล

    ‘ซูเหวินเซวียน... คุณชายซู...’ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ‘เอ๊ะ! เฟินเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นซูเหวินเซวียน? นี่... มิใช่ผู้หญิงหรือ?’‘นายหญิงให้พวกเราอยู่ในนี้เพื่อปกป้องคุณชายซูไม่ใช่หรือ หากนี่มิใช่คุณชายซูแล้วจะเป็นผู้ใดกันเล่า?’‘นี่คุณหนูซู ซูเยว่หนิงต่างหาก เจ้าโง่!’‘อ้าว...’ เสียงแรกเงียบไปครู่หนึ่ง ‘แล้วเช่นนี้ เรายังต้องช่วยนางหรือไม่?’‘ชะตาของคุณหนูซูกับคุณชายซูผูกพันกันแน่นหนา หากคนหนึ่งตกอยู่ในอันตราย อีกคนก็คงมิอาจปลอดภัยได้ ช่วยนางก็เท่ากับทำตามความตั้งใจของนายหญิง’‘ฟังดูมีเหตุผล’ เทียนเอ๋อร์เอ่ยขึ้นบ้าง ‘แต่พลังของข้าเหลือไม่มาก หากรักษานางจนหายดี ข้าคงพานางย้อนกลับไปได้เพียงวันสองวัน’‘ก็ไม่ต้องรักษาสิ’ เฟินเอ๋อร์เสนอทันทีเสี่ยวสือหันขวับ ‘ถ้าไม่รักษา กว่านางจะฟื้นตัวก็คงถึงวันที่ถูกฆ่าอีกครั้งพอดี’‘ข้าก็แค่เสนอความคิด’‘ความคิดโง่ ๆ’‘เจ้านี่ชอบว่าแต่คนอื่นจริง ๆ’‘พวกเจ้า...’ เทียนเอ๋อร์ถอนหายใจ ‘ไว้ค่อยเถียงกัน นางกำลังจะตื่นแล้ว’ เสียงของทั้งสามเงียบลงไม่นานนัก ขนตาของซูเยว่หนิงก็ขยับไหว นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เหนือศีรษะคือท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   หากสวรรค์ยังมีเมตตา แม้เพียงคราเดียวก็ยังดี

    ตามที่ตกลงกันไว้ จิ่งอันมิได้เดินเคียงข้างนาง แต่รักษาระยะห่างเอาไว้ คอยติดตามอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ เส้นทางทอดยาวผ่านป่าเขา สายลมพัดยอดไม้ไหวเป็นระลอก แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาเป็นเงาพร่างพราวบนพื้นดิน ทุกอย่างดูสงบสุข สงบเสียจนเยว่หนิงไม่ทันสังเกตว่า มีเงาร่างหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความเงียบเมื่อออกจากเมืองชิงเหอมาได้ระยะหนึ่ง เยว่หนิงพลันรู้สึกถึงบางอย่างนางหยุดฝีเท้า สายตากวาดมองโดยรอบ“มีอะไรหรือ?” เสียงของจิ่งอันดังมาจากด้านหลัง“ข้าไม่รู้...เพียงรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกไป”ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากพงไม้“เยว่หนิง ระวัง!” จิ่งอันตะโกนขึ้นพร้อมพุ่งเข้ามาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนแทบไม่มีเวลาให้ตั้งตัว เขาเข้าขวางเบื้องหน้านาง และเป็นฝ่ายรับการโจมตีนั้นแทน“จิ่งอัน!” เยว่หนิงร้องออกมาด้วยความตกใจจิ่งอันเซถอยไปสองสามก้าว แต่ยังคงฝืนยืนอยู่“ข้าไม่เป็นไร...เจ้ารีบไปเสีย”“ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่!” เยว่หนิงส่ายหน้าเงาร่างของนักฆ่าปรากฏขึ้นอีกหลายคน พวกมันมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงค่อย ๆ ขยับเข้ามา จิ่งอันกำกระบี่ในมือแน่น แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บแล้ว แต่ยังคงยืน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status