로그인“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแทน” ดนุในชุดชาวสวนปีนข้ามรั้วไม้เตี้ยระดับเอวข้ามฝั่งมาเขตไร่ภูวรา ทอดน่องเดินสบายๆ เข้ามาหาเจ้าของบ้าน ที่นั่งกินลมชมวิวจิบกาแฟบนชานบ้านคนเดียว
แทนคุณมัวแต่เหม่อลอย กว่าจะได้สติผู้มาใหม่ก็เลื่อนเก้าอี้ออกนั่งลงฝั่งตรงข้าม “นุ มีธุระอะไรถึงแวะมาแต่เช้า”
“ผมมาดูสวนลำไย บังเอิญเห็นคุณแทนอยู่ตรงนี้ ก็เลยปีนข้ามรั้วมาทักทาย จะถือโอกาสถามเรื่องตกแต่งภายในด้วย คุณแทนจะให้ผมนัดอินทีเรียเข้ามาวันไหนครับ วันนี้เลยไหม”
“ถ้าแค่นี้โทรมาก็ได้นุ ไม่เห็นต้องมาเองให้ลำบาก”
คนมีชนักติดหลังร้อนๆ หนาวๆ คอยเหลือบหางตามองเข้าไปในบ้าน กลัวมาลินีจะไม่ดูหน้าไม่ดูหลังเดินออกมาจ๊ะเอ๋ดนุ
มันคงไม่ดีแน่ถ้าคนในม่อนแลดาวมาเห็นว่าเขาอยู่กับเด็กสาวตามลำพัง การแต่งกายเขาล่อแหลมเกินกว่าจะมองโลกในแง่บวกว่าจ้างหญิงสาวมาทำความสะอาดบ้าน มองปราดเดียวก็มองออกว่ามาทำความสะอาดอย่างอื่น
“ไม่โทรที่ไหนกัน สิบสายแล้วมั้งครับ คุณแทนน่าจะไม่ได้ยินเสียง”
เสียงเรียกเข้าเจ้ากรรมนายเวรนั่นน่ะเหรอ จากดนุ
แทนคุณจิบกาแฟแก้เครียด ภาวนาอย่าให้โป๊ะแตกตอนนี้เลย
“นัดพรุ่งนี้แล้วกัน วันนี้ฉันจะเข้าไปทำงานในไร่”
“ผมลงเวลาไว้เก้าโมงเช้านะครับ นัดให้มาคุยกับคุณแทนที่นี่ ถ้าคุณแทนอยากให้เสร็จเร็ว อัดงบเยอะๆ สัก 2-3 เดือนก็น่าจะเสร็จ พร้อมพาเจ้าสาวคนสวยย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหอ”
“ขอบใจมาก เออ นุ ถามหน่อยสิ ลำไยในสวนพ่อเลี้ยงลำต้นมันกี่ปีแล้ว”
“น่าจะเข้าปีที่ 6 แล้วนะครับ เฉพาะแปลงใหญ่ที่ติดกับไร่ภูวรา”
แทนคุณไม่ได้ถามต่อ ดนุก็ไม่สงสัยว่าเขาถามไปทำไม การสนทนาจึงจบลงแค่นั้น ต่อมา กลิ่นหอมของกาแฟกระตุ้นความอยากในตัวดนุ
“ค่าช่วยติดต่ออินทีเรียผมขอกาแฟสักแก้วแล้วกันนะครับ เช้าๆ อย่างนี้ ได้ดื่มสักแก้วคงจะตาสว่าง ผมจัดการเอง คุณแทนไม่ต้องลำบาก”
“อืม... เฮ้ย นุ!” นิ่งเฉยในช่วงแรก ก่อนเจ้าของบ้านจะรีบวางแก้วทันทีที่นึกขึ้นได้ มันคงไม่ดีแน่ถ้าดนุเข้าไปเจอมาลินีในบ้าน แทนคุณไม่เดิน เขาแทบจะวิ่งเลยก็ว่าได้
“นุ! นายเป็นแขกออกไปนั่งรอข้างนอกดีกว่า แค่กาแฟแก้วเดียวฉันจัดการให้ได้”
“เกรงใจครับ คุณแทนตามสบายเถอะครับ ผมชงเองดีกว่า โอ้ว” ไม่ทัน ดนุบังเอิญเห็นในสิ่งที่แทนคุณไม่อยากให้เห็นเข้าแล้ว
ไม่ใช่คนตัวเป็นๆ แต่เป็นชุดนักศึกษาที่เขาซักอบแห้งเรียบร้อยและแขวนมันไว้กลางบ้านรอเจ้าของมารับคืน
มุมปากผู้จัดการรีสอร์ตม่อนแลดาวตกไม่นานนักก็ยกขึ้น
“สมภารกินไก่วัดเหรอครับ แถมไก่ยังใส่ชุดนักศึกษาด้วย ไม่เบาเลยนะครับอาจารย์แทน”
“วันหลังถ้าบอกไม่ให้เข้ามาก็ต้องห้ามเข้ามา”
แทนคุณกระชากเอาทั้งชุดและไม้แขวนไปซ่อนไว้หลังชั้นวางของ
ไอ้นุมันกวนประสาท เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ครั้งนี้แทนคุณไม่เก็บอารมณ์เขาตามไปคว้าไหล่
“มันจะมากไปแล้วนะนุ!”
“คุณลิตาเป็นเจ้านายผม คุณแทนคงไม่อยากให้ผมเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อของเธอ”
คำขู่ได้ผล แทนคุณยอมปล่อยมือให้ดนุสำรวจเตียงนอนพังยับเยินมีทั้งคราบเลือดและคราบน้ำเลอะตรงกลาง ไม่รู้เขาคิดอะไร ถึงปล่อยดนุเดินไปที่ห้องน้ำ ประตูที่ปิดสนิทมีมาลินีอยู่ในนั้น อยากจะเห็นก็เห็นไป อย่างมากก็แค่ยกเลิกงานแต่ง
มันน่าแปลกที่แทนคุณไม่คิดเสียใจ ทว่าประตูกลับเปิดออกง่ายมาก แค่ดนุออกแรงผลักเข้าไปนิดเดียว ในนั้นว่างเปล่าไม่มีมาลินี
ลองสังเกตรอบห้องดีๆ แล้วกระเป๋าเป้ของเธอก็หายไป
“ศึกหนักเหรอครับ สภาพเตียงยับเยินขนาดนี้ หึ!”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย ออกไปได้แล้ว”
“เข้าใจครับว่าธรรมชาติของผู้ชาย แต่มันไม่ธรรมชาติก็ตรงที่คุณแทนจะแต่งงานกับคุณลิตาเร็วๆ นี้ แล้วบ้านหลังนี้ก็เป็นเรือนหอ คุณแทนไม่ควรจะพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามามีอะไรกันในนี้นะครับ ทำเอาผมมองคุณแทนเปลี่ยนไปมาก”
“อยากจะเรียกเรือนหอก็ได้ ไม่ผิด แต่ไม่แน่ว่าเจ้าสาวจะเป็นเจ้านายของนายหรอกนะนุ งานแต่งอาจจะล่มกลางทางก็ได้ มันมีที่ไหนกัน จะแต่งงานอยู่แล้วแต่หนีออกจากบ้าน ฝากไปบอกเจ้านายของนายหน่อยนะ ไม่อยากแต่งก็แค่คืนเงินยี่สิบล้าน แต่ถ้าไม่มีปัญญาคืน ก็อย่าทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่”
“ผมจะบอกคุณธงไทยกับคุณลิตาให้นะครับ ว่าคุณแทนฝากมาเรียนท่านด้วยประโยคนั้น วันนี้ผมน่าจะไม่สะดวกจิบกาแฟกับคุณแทนแล้วครับ เชิญคุณแทนพักผ่อนตามสบายครับ”
เกลียดที่ต้องมารู้เห็นเรื่องอะไรแบบนี้จนทนมองหน้าแทนคุณต่อไปไม่ไหวย่างสามขุมออกไป สายตาเขาสะดุดเข้ากับรองเท้าคู่หนึ่งที่ถอดไว้หน้าบ้าน ดนุเหยียดยิ้มมุมปาก เชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้หนีไปไหนแต่แอบหลบอยู่ในบ้าน ตรงกับความคิดแทนคุณ เขารอกระทั่งดนุไปไกลจึงส่งเสียงเรียกมาลินี เดินตามหาเธอไปถึงชั้นสองของบ้านที่มีวิวทิวเขาสวยงาม ทว่าไม่พบแม้แต่เงา
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
“โทรมาทำไมกันนักหนา ไม่เกรงใจคนจะหลับจะนอนบ้างเลยหรือไง”“อาจารย์ตื่นแล้ว อื้อ...” กลีบปากนิ่มถูกบดขยี้“อาจารย์ยังไม่ตื่นครับนักศึกษา ยังนอนอยู่เลย”เอนกายให้เธอเห็นว่าเขานอนอยู่จริงๆ คนที่ถูกทิ้งให้เป็นฝ่ายคุมจังหวะอีกครั้งกำมือทุบลงบนอกก
“เธอเจ็บขนาดนี้ บอกคุณแจ่มว่ารถล้มนอนโรงพยาบาลยังได้ คุณแจ่มไม่สนใจเธอถึงขั้นเสียเวลาตามสืบหรอก ตอนเย็นค่อยกลับ สายกับบ่ายนี้อยู่กับฉันก่อน ฉันอยากนอนกับเธออีก”“แต่มาร์ไม่อยาก”ใบหน้าเธอเคร่งเครียดเอียงศีรษะหลบ หันไปผลักกายแทนคุณออกห่างแต่เขาเอาแต่โถมกายเข้า
อากาศยามเช้าตรู่ทางภาคเหนือค่อนข้างหนาว ไม่ต้องเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมไอเย็นก็พัดเข้ามาเต็มห้อง มันหนาวถึงขั้นที่คนตัวสูงต้องซุกกายเบียดนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเด็กขี้เซา ฝ่ามือกร้านสอดเข้าใต้ผ้าห่มกดลงบนสะโพกนุ่ม ลากปลายนิ้วแผ่วเบาก่อกวนมาลินีให้ตื่นมารับลมหนาวยามเช้านัยน์ตาดำขลับทอดมองกลุ่
ใครกัน!ที่อ้อนวอนพ่อเลี้ยงธงไทยขอให้รับเลี้ยงมันไว้ อย่าเอามันที่ยังแบเบาะไปทิ้งบ้านเด็กกำพร้า หรือทิ้งข้างถังขยะให้หมาจรจัดแทะหัวจนตาย ก็ท่านไม่ใช่เหรอ! แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์นั่งรอในร้านอาหารกลางรีสอร์ตจนดึก มาลินียังไม่โผล่หัวมา ทดเวลาให้อีกนิดมันก็ยังไม่มา ในเมื่อมันใช้งานไม่ได้ก็ไม่คิดจะเลี้ยงมัน







