LOGIN“โทรมาทำไมกันนักหนา ไม่เกรงใจคนจะหลับจะนอนบ้างเลยหรือไง”
“อาจารย์ตื่นแล้ว อื้อ...” กลีบปากนิ่มถูกบดขยี้
“อาจารย์ยังไม่ตื่นครับนักศึกษา ยังนอนอยู่เลย”
เอนกายให้เธอเห็นว่าเขานอนอยู่จริงๆ คนที่ถูกทิ้งให้เป็นฝ่ายคุมจังหวะอีกครั้งกำมือทุบลงบนอกกว้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังอย่างมีความสุข รวบข้อมือเล็กมาจูบเวลาเดียวกันเขาส่งสายตาอ้อนขอให้เธอช่วยขึ้นให้อีกครั้ง
“ขย่มเร็วเด็กดี”
เธอเป็นเมียลับๆ ของเขามาหลายปี คุ้นเคยกับร่างกายเขาจนไม่มียางอายเหลืออยู่บนหน้า จับรูดตัวตนเขามาถูไปบนรอยแยกกดน้ำหนักบนสะโพกลงช้าๆ ให้เขาเข้ามาอยู่ในตัวเธอรวดเดียวหมด
“อะ... อาจารย์อย่าเสร็จข้างในนะคะ”
“ทำไมล่ะ?”
เขาไม่เคยใช้เครื่องป้องกันหรือหลั่งนอกกับเธอ
นอกจากค่าเทอมที่ต้องจ่ายให้ปีละสองครั้งก็มีค่าคุมกำเนิดที่จ่ายให้เธอรายเดือน จูงใจให้เธอกินยาอย่าขาดไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาด
“มาร์...” เธอโยกกายช้าๆ
“กินยาหมดแผงไปแล้ว แล้วมาร์...”
“ไม่ได้กินต่อเนื่องเหรอ” เขาคว้าเอวเธอไว้
“ก็มาร์ไม่คิดว่าอาจารย์จะ... นอนกับมาร์อีก”
“เมื่อคืนหลั่งในไม่พักทำไมไม่บอก ก็รู้ว่าฉันกำลังจะแต่งงาน”
“...”
เธอหยุดทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่ยอมมองตาเขา มีแค่ร่างกายเท่านั้นที่เชื่อมติดกัน ส่วนหัวใจเหมือนอยู่ไกลกันคนละขอบฟ้า
เธอเม้มปากไว้ไม่ให้สั่น ก็รู้ตัวว่าจะแต่งงานแล้วจะกลับมายุ่งกับเธอทำไม
“งั้นเราควรหยุด มาร์ไม่อยากมีปัญหา”
“ก็มีไปแล้วไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงแทนคุณอ่อนลง
เขาคว้าข้อมือไว้ไม่ให้เด็กน้อยหนีไปร้องไห้ที่อื่น ตาแดงปากสั่นขนาดนั้นไม่เชื่อหรอกว่าจัดการความรู้สึกตัวเองได้ แทนคุณอุ้มเด็กขี้แยมานอนแทนที่ จับท่อนขาเธอแยกออกสอดใส่กายเข้าไปใหม่ กระหน่ำซอยถี่ๆ ให้เสร็จไปก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยจับเข่าคุยกันอีกรอบ
ผ่านไปนาน กว่าแทนคุณจะพลิกกายสูงใหญ่ลงนอนถัดจากมาลินี
เด็กคนนี้ร้ายกาจ สูบพลังงานจากเขาไปทุกหยาดหยดจนไม่มีแรงบ่น เธอพลิกกายนอนหันหลังให้เขาเหมือนทุกครั้ง มันจะอะไรกันนักหนาแค่นอนหันหน้าให้เขา แทนคุณสอดมือเข้าใต้เอวบังคับให้เธอพลิกตัวกลับมาเร็วและแรงจนเจ้าตัวครางประท้วง
“มาร์เหนื่อย ใจคออาจารย์จะไม่ให้มาร์ลงจากเตียงเลยเหรอ”
“แค่ไม่ชอบที่เธอหันหลังให้ หน้าฉันมันเป็นยังไง ไม่หล่อเหรอ หรือหล่อมากจนกลัวจะอดใจไม่ไหว ถึงทนมองไม่ได้?”
ถามอย่างคนหลงตัวเอง ท่อนบนของเธอเขาใช้วงแขนกว้างกอดรัด เธอเอียงตัวหลบแต่จะหนีไปไหนได้ กายท่อนล่างของเธอก็ถูกกอดรัดไว้ด้วยท่อนขา มาลินีในตอนนี้ติดแหง็กอยู่กับเขา เบียดกันจนจะเป็นเนื้อเดียวกัน
“ห้ามหันหลังให้ฉันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้นอน”
“มาร์รู้แล้ว”
ตกเป็นเบี้ยล่างจนต้องยอมทุกอย่างแทนคุณถึงยอมปล่อย เธอค้อนใส่ชายที่เดินเปลือยกายลงจากเตียง ดึงเอาชายผ้าห่มมาปิดหน้าอกขณะที่ขยับกายขึ้นนั่ง สภาพร่างกายเธอตอนนี้เละเทะจนดูไม่ได้ เส้นผมเคยตรงสวยก็ชี้ฟูจนไม่น่ามอง
“จะเอาอีกเท่าไหร่ บอกมา ฉันจะโอนให้”
ร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวเธออยู่ข้างเตียง เปิดแอปธนาคารเตรียมโอนเข้าเลขพร้อมเพย์ที่โอนบ่อยจนจำเบอร์เธอได้
“ไม่เป็นไรค่ะ มาร์เอาสองพันก็พอแล้ว”
มาลินีก้มหน้ากอดผ้าเช็ดตัวเหลียวมองเงินสองพัน ที่ถูกแผ่นหลังของเธอนอนทับจนมันยับ จะไปทำงานอะไรให้ได้เงินสองพันในคืนเดียว เขาจ่ายมาเท่านี้ก็ถือว่ามากแล้ว
“อย่าทำตัวราคาถูกนักสิ ฉันไม่ชอบ กลัวมีคนมาเสนอให้แค่นี้เธอจะแอบไปรับงานเสริม”
“...”
“ห้าพันแล้วกัน ถือว่าฉันจ่ายค่าหอเดือนนี้ให้เธอ”
“...”
อาจารย์หนุ่มชำเลืองมองคนที่ไม่พูดไม่จา
“ถ้าอยากได้ค่าขนมเพิ่มคืนนี้ก็มาอีก ต่ำๆ น่าจะได้อยู่หรอกสักสองสามพัน เก็บไว้ไปทำโพรเจ็กต์จบ จะลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน ถึงจะแค่เพื่อการเรียนแต่ก็ต้องใช้เงินจริง ลงมือทำจริง กว่าจะผ่านไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรอกนะ ฉันให้ได้ เธอก็รู้ฉันไม่ใช่คนงกเรื่องเงิน”
“กลุ่มของมาร์จับฉลากได้อาจารย์เป็นที่ปรึกษา...”
“รู้” มุมปากแทนคุณมีรอยยิ้ม
“ตั้งใจให้มากๆ ไม่งั้นไม่ผ่าน”
ลำพังเรียนในรายวิชาเขาก็เหนื่อยแทบแย่กว่าจะเรียนจบในแต่ละเทอม ได้เกรดซีบวกจากเขาตัวเดียวดึงเกรดทั้งหน้าให้ร่วง เป็นความโชคร้ายของเธอที่วนเวียนกลับมาเจอเขาไม่จบไม่สิ้น
“ถ้ามาร์ขอร้อง อาจารย์พอจะช่วยกลุ่มของมาร์ได้ไหมคะ”
“ขึ้นอยู่กับผลงานของพวกเธอ ใช้เส้นไม่ได้หรอกมาร์ เธอทำดีหรือไม่ดี ตอนพรีเซนต์หน้าห้องเพื่อนทั้งสาขาก็เห็นกันหมด”
“แต่อาจารย์ช่วยตรวจทาน ช่วยปรับแก้ได้นี่คะ ถ้าคิดจะทำ”
“ทำไมถึงอยากให้ฉันช่วยขนาดนั้น ไม่มีความสามารถเหรอมาร์ ร่ำเรียนมาจะสี่ปี ความรู้ติดตัวไม่มีแล้วจะไปทำงานได้ยังไง”
“มาร์แค่อยากเรียนจบเร็วๆ มาร์อยากหยุด มาร์ไม่อยากนอนกับอาจารย์อีกแล้ว ถ้ารับปากจะช่วย มาร์จะยอมทุกอย่าง เรียนจบเมื่อไหร่มาร์ขออิสรภาพคืน อาจารย์เองก็จะได้สร้างครอบครัวกับคนที่อาจารย์รัก อาจารย์รับปากมาร์ได้ไหมว่าจะช่วย”
“ไม่... ถ้าเธอไม่มีความสามารถ เธอก็ควรจะเรียนซ้ำอีกเทอม”
ความใจร้ายของเขา ทำมาลินีร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง
แทนคุณทนมองเธอร้องไห้ไม่ได้ หยิบกางเกงขายาวมาสวมลวกๆ จ้ำอ้าวเดินหนีทิ้งเธอให้ร้องไห้อยู่ตรงนั้นคนเดียว โกรธตัวเองที่ดึงมาลินีกลับมาหลับนอนด้วยอีกครั้ง ทั้งที่ควรจะจบกันไปตั้งแต่คืนนั้นที่เขาเรียกเธอมาพบในโรงแรมเล็กๆ เพื่อแลกกับเงินค่าเทอมก้อนสุดท้ายในการเรียนปีสี่เทอมสอง
ก็ว่าจะหยุด แต่ทำไมเขาถึงหยุดไม่ได้
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
“เธอเจ็บขนาดนี้ บอกคุณแจ่มว่ารถล้มนอนโรงพยาบาลยังได้ คุณแจ่มไม่สนใจเธอถึงขั้นเสียเวลาตามสืบหรอก ตอนเย็นค่อยกลับ สายกับบ่ายนี้อยู่กับฉันก่อน ฉันอยากนอนกับเธออีก”“แต่มาร์ไม่อยาก”ใบหน้าเธอเคร่งเครียดเอียงศีรษะหลบ หันไปผลักกายแทนคุณออกห่างแต่เขาเอาแต่โถมกายเข้า
อากาศยามเช้าตรู่ทางภาคเหนือค่อนข้างหนาว ไม่ต้องเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมไอเย็นก็พัดเข้ามาเต็มห้อง มันหนาวถึงขั้นที่คนตัวสูงต้องซุกกายเบียดนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเด็กขี้เซา ฝ่ามือกร้านสอดเข้าใต้ผ้าห่มกดลงบนสะโพกนุ่ม ลากปลายนิ้วแผ่วเบาก่อกวนมาลินีให้ตื่นมารับลมหนาวยามเช้านัยน์ตาดำขลับทอดมองกลุ่
ใครกัน!ที่อ้อนวอนพ่อเลี้ยงธงไทยขอให้รับเลี้ยงมันไว้ อย่าเอามันที่ยังแบเบาะไปทิ้งบ้านเด็กกำพร้า หรือทิ้งข้างถังขยะให้หมาจรจัดแทะหัวจนตาย ก็ท่านไม่ใช่เหรอ! แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์นั่งรอในร้านอาหารกลางรีสอร์ตจนดึก มาลินียังไม่โผล่หัวมา ทดเวลาให้อีกนิดมันก็ยังไม่มา ในเมื่อมันใช้งานไม่ได้ก็ไม่คิดจะเลี้ยงมัน
“แต่อาจารย์สัญญากับมาร์แล้ว ว่า...” จะจบ“เพราะงั้นอาจารย์ก็ไม่ควรมาแตะต้องตัวมาร์อีก”“สัญญาอะไร? ฉันสัญญาอะไรกับเธอ”คว้าข้อมือเล็กไว้ เธอกลับพยายามจะดึงออก ท่าทีรังเกียจเขาจากเธอทำให้อาจารย์หนุ่มโกรธ ขยุ้มข้อมือบางให้แรงขึ้นและปีนขึ้นเตียงมากดเธอไว้ใต้ร่างกำยำ“อาจารย์ ปล่อยมาร์...”“ทำไม? ไม่พอ







