เข้าสู่ระบบคนที่แทนคุณกำลังตามหาได้ปีนรั้วกลับมาฝั่งม่อนแลดาวทางสวนลำไย เธอวิ่งเร็วจนหอบเหนื่อยเพราะกลัวดนุจะมาเห็นเธอในสภาพนี้
เปลือกสีน้ำตาลห้อยระย้าปกคลุมไปทั่วต้นไม้สูงใหญ่พร้อมให้เก็บเกี่ยว มาลินีเก็บมากินประทังกระหายน้ำ ดูดกินน้ำหวานจากผลลำไยให้ชื่นใจ ก่อนที่เธอจะอาศัยโคนต้นสูงใหญ่นั่งพักเอาแรงให้หายเหนื่อยจากการวิ่งระยะไกล กระทั่งหายเหนื่อยแล้วมาลินีเดินต่อไปทางรีสอร์ตหลังน้อยใหญ่ที่มีลูกค้าเข้าพักเป็นบางห้อง ไม่ได้ครึกครื้นเหมือนรีสอร์ตในไร่ภูวรา
เท้าเปล่าของเธอเหยียบลงบนพงหญ้า ลัดเลาะตามเส้นทางไปถึงร้านอาหารบนเนินเขากลางรีสอร์ต ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเธอ ช่วงเช้ามีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารบางตา พนักงานส่วนมากรับรองลูกค้าอยู่ด้านหน้า มาลินีจึงแอบย่องเบาเข้ามาทางหลังร้านโดยใช้กุญแจสะเดาะกลอนเข้ามา
เธอรอให้พ้นจากสายตาของคนในร้านแล้วจึงปีนบันไดสูงชันขึ้นไปบนห้องเก็บของชั้นสอง ที่มีห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กก่อผนังบางด้วยแผ่นยิปซั้ม ล้อมรอบให้ความปลอดภัยแก่ผู้พักอาศัย
มาลินีเตรียมจะไขกุญแจเข้าห้องนอน กลับพบว่าประตูไม่ได้ล็อก เธอหมุนลูกบิดเข้าไปแทบจะผงะกับความว่างเปล่าของห้องนอน ที่เคยมีข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องนอนของเธออยู่ในนั้น
เธอพาร่างกายบอบช้ำจากอุบัติเหตุ แถมยังต้องเจ็บจากการรองรับอารมณ์แทนคุณมาทั้งคืนวิ่งเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าดูข้าวของ มันไม่มีเหลือเลยสักอย่าง จะสมุด หนังสือ เครื่องเขียน เสื้อผ้า หรือแม้แต่หมอน ผ้าห่ม ก็ไม่มีเหลือเลย สมบัติของเธอหายไปราวกับว่าไม่เคยมีใครอาศัยอยู่ในนี้
มาลินีช็อกจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอวิ่งลงบันไดเร็วจนพนักงานในร้านแตกตื่นที่เห็นเธอในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เรือนร่างเล็กบางวิ่งกระหืดกระหอบผ่านสวนดอกไม้ไปทางบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ของเจ้าของรีสอร์ต ร้องขอเข้าพบแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์
“มาร์มาหาแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงอยู่หรือเปล่า”
“มาได้ยังไง รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะก่อนจะมีใครมาเห็น”
“ไม่ค่ะ มาร์ไม่กลับ มาร์จะขอพบแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงอยู่หรือเปล่า”
ใครบ้างจะไม่รู้ ว่าบ้านหลังนี้คือสถานที่ต้องห้ามสำหรับมาลินี
พ่อเลี้ยงธงไทยสั่งห้ามไม่ให้ตัวกาลกิณีเฉียดเข้ามาในเขตบ้าน มาลินีเคยมาช่วยงานบ้านครั้งหนึ่งพ่อเลี้ยงบังเอิญเข้ามาเห็น ไปเหลาแส้มาฟาดมาลินีจนหลังลาย ลงโทษที่เอาเนื้อตัวสกปรกเข้ามาเหยียบในบ้านท่าน มาลินีไม่จดไม่จำ ครั้งนี้ยังจะกล้าโผล่หน้ามา
“อย่าพูดไม่รู้เรื่อง แกอยากโดนตีอีกหรือไงนังเด็กคนนี้! นังบัว ลากมันออกไป”
แม่นิดสั่งสาวใช้อีกคนให้มาช่วยจับตัวมาลินี แต่เด็กสาวเรี่ยวแรงเยอะ ดื้อแพ่งจะขอพบแม่เลี้ยงให้ได้ ถ้าไม่ได้พบจะไม่ยอมไป เสียงเอะอะโวยวายดังไกลมาถึงในบ้านคุณแจ่มได้ยินจึงเดินมาดู
“มีอะไร เอะอะโวยวายเสียงดังทำฉันรำคาญ”
ช้าไปแล้ว แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ก้าวมาทางหลังบ้าน
“นังมาร์ แกโผล่หน้ามาได้แล้วเหรอ” เธอกวาดสายตามองเด็กกาฝากศีรษะจรดปลายเท้า “แล้วทำไมสภาพแกเละเทะอย่างนี้ฮะนังมาร์! แกไปทำอะไรมา!”
“ของในห้องนอนมาร์หายไปไหนหมด ฝีมือแม่เลี้ยงใช่ไหมคะ”
มาลินีไม่ตอบในสิ่งที่แม่เลี้ยงถาม แต่ถามกลับในสิ่งที่เธออยากรู้
ที่เธอยอมเชื่อฟังคำสั่งแม่เลี้ยงมาตลอด ไม่ใช่เธอหัวอ่อน เธอเป็นคนดื้อ ดื้อมากๆ เพียงแต่เธอยอม ก็เพราะแม่เลี้ยงให้ที่อยู่ที่กินแก่เธอ และไม่ขับไล่เธอออกไปจากเขตม่อนแลดาว
เธอสำนึกบุญคุณอยู่เสมอ ตอบแทนได้ เธอตอบแทนทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ แม่เลี้ยงทำกับเธอมากเกินไป ของพวกนั้นอาจจะเล็กน้อยสำหรับคนอื่น แต่มันคือสมบัติทั้งชีวิตของเธอ ที่เธอเก็บหอมรอมริบกว่าจะซื้อมาได้แต่ละอย่าง จะสมุด ปากกา หรือหนังสือก็ล้วนแต่เป็นของมีค่า
“ใช่ ฉันสั่งคนของฉัน ให้เอาของใช้ของแกไปเผาทิ้งหมดแล้ว”
“เผาทิ้ง! เผาของใช้มาร์ทิ้งได้ยังไง มาร์ทำอะไรผิด!” มาลินีตะโกนเรียกร้องความยุติธรรม
“ยังจะมีหน้ามาถาม ฉันสั่งให้แกกลับบ้าน แต่แกกล้าขัดคำสั่งฉัน! อวดดีว่าเรียนปีสี่เทอมสุดท้าย เรียนจบก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ งั้นแกก็ไม่ต้องอยู่นับจากวันนี้! กลับไปอยู่หอพักของแก แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบม่อนแลดาวอีก ที่นี่ไม่มีใครต้อนรับแก!”
“มาร์รถล้ม! มาร์เจ็บแทบตาย! มาร์ไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งแม่เลี้ยง ฮือ... พัดลมของมาร์ มาร์เก็บเงินซื้อตั้งนาน เสื้อผ้า หนังสือ ของใช้ของมาร์ แม่เลี้ยงเผาทิ้งหมดเลย แล้วมาร์จะเอาเงินจากไหนไปซื้อของพวกนั้นกลับมา ทำไมแม่เลี้ยงต้องใจร้ายกับมาร์ ทั้งที่มาร์ก็ทำตามคำสั่งทุกอย่าง มาร์ไม่เคยเถียงเลย ไม่ว่าแม่เลี้ยงจะให้มาร์ทำอะไร ก็เพราะมาร์ซาบซึ้ง ที่แม่เลี้ยงให้มาร์อาศัยในร้าน ให้มาร์ทำงานแลกเงิน มาร์ไม่เคยลืมบุญคุณเลย แต่ทำไมต้องใจร้ายกับมาร์...”
“อย่ามาบีบน้ำตานะนังมาร์!”
หญิงวัยกลางคนร้อนวูบวาบกลางอกเมื่อรู้ตัวว่าเล่นแรงกับเด็กสาวมากเกินไป แต่จะให้ยอมรับผิดก็ผิดนิสัยแม่เลี้ยง คุณแจ่มจึงโวยวายกลับ ให้มาลินีรับบทคนผิดไปตามระเบียบ
“ใครจะรู้ว่าแกรถล้ม! แกสลบข้ามวันข้ามคืนหรือไง โทรศัพท์มี ทำไมไม่โทรมาบอก มันเป็นความผิดแก ไม่ใช่ความผิดฉัน แกอย่ามาทำเหมือนฉันเป็นคนใจร้ายนะนังเด็กบ้า!”
“มาร์!”
ดนุไม่ลังเลที่จะพากายสูงใหญ่ไปขวางเธอไม่ให้เผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ เธอร้องไห้ไม่หยุด เนื้อตัวฟกช้ำมีรอยแผล และมีคราบเลือดสีคล้ำซึมออกมาจากผ้าพันแผลบนหัวเข่า ความเจ็บปวดของเธอทำให้ดนุเจ็บตามไปด้วย
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเนื้อตัวมาร์มีแต่รอยแผล มาร์บอกพี่”
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







