Masuk“มาร์!”
ดนุไม่ลังเลที่จะพากายสูงใหญ่ไปขวางเธอไม่ให้เผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ เธอร้องไห้ไม่หยุด เนื้อตัวฟกช้ำมีรอยแผล และมีคราบเลือดสีคล้ำซึมออกมาจากผ้าพันแผลบนหัวเข่า ความเจ็บปวดของเธอทำให้ดนุเจ็บตามไปด้วย
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเนื้อตัวมาร์มีแต่รอยแผล มาร์บอกพี่”
“ฮือ... พี่นุ” มาลินีโผเข้ากอดเขาอย่างคนหาที่พึ่ง ซึ่งดนุก็พร้อมจะโอบกอดเธอไว้
“ไม่เป็นไรนะมาร์ พี่จะปกป้องมาร์เอง”
มาลินีสะอื้นไม่หยุด ท่าทางของเธออ่อนจนยากจะรอคำตอบผู้จัดการหนุ่มจึงหันไปคาดคั้นเอาจากคุณแจ่มจันทร์ ดวงตาคู่คมกวาดมองแม่เลี้ยงวัยกลางคนด้วยแววตาที่ขุ่นเคือง คล้ายจะประณามท่านที่รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็กๆ
“มันเรื่องอะไรครับคุณแจ่ม คุณแจ่มทำอะไรมาร์”
“นี่เธอคิดว่าฉันทำร้ายมันเหรอ! ฉันอยู่ของฉันเงียบๆ จะรู้ได้ยังไง นังมาร์มันไปโดนอะไรมา อยากรู้ก็ถามกันเอง อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยว!”
“ไม่ให้ดึงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไงครับ ในเมื่อมาร์อยู่กับคุณแจ่ม”
“แต่ฉันไม่ได้ทำร้ายมัน!”
เกลียดชังสายตาดนุที่หรี่มองเธอแคบจนเธอกระดากอาย
“มันบอกว่ารถล้ม ฉันจะรู้ไหม มันล้มยังไง ล้มตอนไหน ฉันไม่ใช่คนขับรถตัดหน้า หรือถีบรถมันล้มสักหน่อย!”
“แต่เมื่อคุณแจ่มเห็นว่ามาร์เจ็บ ก็น่าจะเมตตาพาไปหาหมอ!”
“ห่วงมันนัก! ก็พามันไปเองสิ มันไม่ใช่ญาติฉันสักหน่อย!” ผู้มากวัยแสดงอากัปกิริยาไม่พอใจ ที่ลูกน้องคนสนิทของสามีปกป้องนังเด็กกาฝากออกนอกหน้า
เด็กสองคนโอบกอดกันต่อหน้าท่านซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคืองหูเคืองตาจนอยากจะจับสองคนแยกออกจากกัน สมแล้วที่พ่อเลี้ยงธงไทยไม่ไว้ใจมาลินีให้เข้าใกล้ผู้ชายคนไหน เลือดแม่มันแรง เห็นว่าเป็นผู้ชายหน่อยมันก็ออเซาะเขาจนน่ารังเกียจ คุณแจ่มถลึงตาใส่เด็กทั้งสอง
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอลางานครึ่งวันพามาร์ไปหาหมอ”
“มาร์ไม่เป็นไรค่ะพี่นุ ฮึก... มาร์หาหมอมาแล้ว”
“ดี! ตายยาก! จะได้คุ้มกับที่ฉันเลี้ยงแกมาจนโต!” ทวงบุญคุณให้มาลินีสำนึกแล้วหยุดแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อหน้าตน
“มาร์ทำงานคุ้มแน่ค่ะ แต่คุณแจ่มต้องซื้อของใช้ทุกอย่างคืนให้มาร์ ถ้าไม่มีที่ซุกหัวนอน ฮึก... มาร์เกรงว่า มาร์คงจะกลับไปอยู่หอถาวร ไม่ได้กลับมาทำงานรับใช้คุณแจ่มอีก”
“ฉันจะซื้อคืนให้ก็ต่อเมื่อแกทำงานที่ฉันสั่งสำเร็จ ฉันไม่รู้ว่าคุณหนูของแกหายไปไหน ไปอยู่กับใคร หน้าที่แก ไปตามเธอกลับมา!”
“ผมจะไปกับมาร์ มาร์ยังเจ็บ ผมไม่อยากให้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเอง”
“ห่วงมันมากนัก อยากจะทำอะไรก็แล้วแต่นาย!”
แม่เลี้ยงตะเบ็งเสียงเข้มใส่ผู้จัดการหนุ่ม เลิกสนใจเด็กทั้งสองจ้ำเท้ากลับเข้าบ้าน กลุ่มคนรับใช้ทยอยรั้งท้ายเจ้านาย เหลือมาลินีกับดนุแค่สองคน เธอรู้สึกดีขึ้นมากแล้วจึงผลักอกแกร่งของดนุให้เลิกโอบกอด กลับมายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
“คุณแจ่มใจร้ายกับมาร์ตลอดเลย เห็นอยู่ว่ามาร์เจ็บ ยังใช้งาน”
“มาร์เป็นแค่คนงานค่ะ คุณแจ่มอยากจะใช้งานมาร์ตอนไหนก็ได้ แต่มอเตอร์ไซค์ส่งซ่อม มาร์ไม่มีรถ มาร์จะไปตามหาคุณลิตาได้ยังไง”
“พี่จะพาไป เห็นคุณลิตาครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้เอง ขับรถออกจากรีสอร์ตน่าจะไปทางตัวเมือง อาจจะหนีไปอยู่บ้านเพื่อน เราค่อยๆ หา แต่ตอนนี้พี่ว่ามาร์ไปทำแผลก่อนดีกว่า เลือดไหลออกตามตัวอีกแล้ว เจ็บมากเลยใช่ไหม ไปรถล้มที่ไหน ล้มตอนไหน ไม่โทรมาบอกพี่บ้างเลย รองเท้ามาร์ล่ะ ทำไมมาเท้าเปล่า ไม่เจ็บเหรอ”
“มาร์... ทำรองเท้าขาดค่ะ ตอนที่รถล้ม ก็เลย... ไม่มีคู่ใหม่เปลี่ยน”
เธอโกหก รองเท้าหุ้มส้นอยู่หน้าบ้าน เธอไม่กล้าออกไปเอาจึงอุ้มกระเป๋าปีนออกหน้าต่างวิ่งหนีออกมา เพราะกลัวดนุจะจับได้ มันจะเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเขาเห็นเธออยู่กับแทนคุณในสภาพนั้น
“พี่เข้าใจแล้ว คู่สำรองแม่เลี้ยงก็เอาไปเผา มาร์ก็เลยไม่มีใส่ มาขึ้นหลังพี่ พี่พากลับไปส่งร้าน หน้ามาร์มอมแมม อาบน้ำเสร็จแล้วพี่จะทำแผลให้แล้วเดี๋ยวเราเข้าเมืองด้วยกัน ตกลงไหม”
“มาร์เดินไหวค่ะ ขอบคุณนะคะ มาร์อยู่ที่นี่ มีแค่พี่นุที่ใจดีกับมาร์”
“พี่อยากดูแลมาร์ให้มากกว่านี้”
มีเสียงซุบซิบนินทาจากคนในร้านอาหาร ใจความคือต่อว่ามาลินีในความช่างอ่อยของเธอ ที่คิดจะจับผู้จัดการรีสอร์ตเนื้อหอม ดนุไม่สนใจ มาลินีก็ไม่สนใจ อาบน้ำเสร็จแล้วเธอออกไปกินข้าวผัดร้อนๆ ฝีมือดนุบนม้านั่งขนาดเล็กในสวนดอกไม้หลังร้านอาหาร
ดนุเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในร้าน กะเวลามาลินีกินข้าวอิ่ม เขากลับมานั่งข้างเธอพร้อมกับหิ้วกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย กวาดสายตาอ่อนโยนสำรวจรอยแผลรอยฟกช้ำบนเรือนร่างอรชร ก่อนจะขออนุญาตแตะต้องตัวเธอเพื่อทำแผล เขาทายาพลางมุ่ยปากบ่น
“บอกให้ตั้งเบอร์พี่เป็นเบอร์ฉุกเฉิน ก็ไม่ยอมทำ ถ้าพี่รู้ว่ามาร์ประสบอุบัติเหตุ พี่ไปเฝ้ามาร์นานแล้ว ไม่ต้องลำบากเรียกรถ 1669 มารับไปส่งโรงพยาบาล แล้วตอนเช้าต้องหารถกลับรีสอร์ตเอง ชอบเห็นพี่เป็นคนอื่นคนไกลอยู่เรื่อย มันน่างอนชะมัด พี่งอนมาร์จริงๆ เลยดีไหม”
“มาร์ไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
ความน่ารักของดนุเรียกรอยยิ้มจากมาลินี
เธออุ่นใจที่มีใครสักคนคอยห่วงใย ถ้าเจ็บมากกว่านี้ ก็คงจะมีแค่ดนุคนเดียวที่ไปเยี่ยมในโรงพยาบาล หรือถ้าดวงถึงฆาตตายไป ก็อาจจะมีแค่เขาที่ไปฟังสวดอภิธรรมจนถึงวันเผา
“สัญญาก่อน ครั้งหน้าถ้ามีปัญหามาร์จะคิดถึงพี่เป็นคนแรก”
“สัญญาค่ะ” ดนุอ้อนขอเกี่ยวก้อย ซึ่งมาลินีก็เกี่ยวตอบ
รอยยิ้มมาลินีน่ารักคล้ายคุณมาริสาแม่ของเธอ ไม่แปลกใจที่พ่อเลี้ยงธงไทยรักเมียคนที่สองมาก แต่รักมาก ตอนเกลียดก็เกลียดมากเหมือนกัน คุณมาริสาหายไป เหลือแค่มาลินีเป็นตัวแทน ความเกลียดชังทั้งหมดที่มีต่อเมียรักจึงตกมาอยู่ที่เด็กผู้หญิงคนนี้
“มาร์รู้ใช่ไหม ว่าพี่รู้สึกยังไงกับมาร์”
เขาพูดขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าอ่อนหวาน ก่อนเธอจะตอบรับแผ่วเบา
“ค่ะ มาร์รู้...”
“รู้แล้ว ก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย อย่าให้ตัวเองเจ็บอีก เพราะถ้าพี่เห็นมาร์เจ็บ พี่ก็จะเจ็บไปกับมาร์ด้วย”
ถ้าร่างกายมาลินีไม่เน่าเฟะ จากการถูกแทนคุณใช้งานหนักมาเกือบสี่ปี เธอคงจะอยากคบหากับผู้ชายดีๆ อย่างเขา แต่เพราะเพิ่งจะนอนกับแทนคุณมาไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง มาลินีจึงไม่กล้าจะสบสายตาดนุ ไม่อยากให้คนดีๆ อย่างเขามาข้องเกี่ยวกับผู้หญิงขายตัวไร้ศักดิ์ศรี เขาลูบศีรษะเธอให้หายเครียด ไม่เซ้าซี้เลยสักคำ การดูแลเอาใจใส่จากเขาช่างแตกต่างกับแทนคุณ อยู่เป็นคู่นอนลับๆ ให้เขามาสี่ปี ไม่มีสักครั้งที่เขาจะใส่ใจเธอ
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนี
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดู&n
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเข







