แชร์

หาญท้าชะตาเน่าๆ
หาญท้าชะตาเน่าๆ
ผู้แต่ง: จันทร์ส่องแสง

ตอนที่1เจ็บปวด

ผู้เขียน: จันทร์ส่องแสง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-10 17:24:04

ตำหนักที่23 ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักและเงียบเหงาราวกับร้างไร้ผู้คน หลิวโหลวหรานยกมือบางขึ้นกุมไว้หน้าท้องของตนเอง ท่าทางสงบนิ่งแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง

"ลูกแม่ วันนี้เราจะบอกข่าวดีกับเสด็จพ่อของเจ้า" 

ความสุขในหัวใจของหลิวโหลวหรานหวังว่าจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับหยางหวางฮ่องเต้ คนที่เคยทำให้รู้สึกว่าโหลวหรานเป็นแค่เงาของใครบางคน ในที่สุดก็มีสิ่งที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจ...ลูกน้อยในท้อง

"กุ้ยเฟยเจ้าขา ฝ่าบาทให้มาบอกว่าไม่ร่วมเสวย ฝ่าบาทบอกว่ากุ้ยเฟยเสวยไปเพียงลำพังเถอะเจ้าค่ะ" เสียงเบาๆ จากนางกำนัลชิงอี้ที่เข้ามาพร้อมกับสีหน้ากังวลใจ

“ข้าได้ยินแล้ว ฝ่าบาทกำลังทำอะไรอยู่” ดวงตาเลื่อนลอย

“เอ่อๆๆ ชิงอี้ได้ยินว่าฝ่าบาทนั่งเกี้ยวออกไปเพื่อรับคุณหนูลี่เอินเอินที่นอกเขตวังหลวงเจ้าค่ะ”

หลิวโหลวหรานกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ก่อนจะมองไปที่เครื่องเสวยที่ลงมือปรุงด้วยตนเองในห้องเครื่อง

"ไม่เป็นไร เจ้ามายกเครื่องเสวยไปกินกันเถอะ ข้ายังไม่หิว" พยายามยิ้มให้กับนางกำนัลชิงอี้

ชิงอี้ถอนหายใจยาว

"กุ้ยเฟยเจ้าขา ไม่กินอะไรแบบนี้เกรงว่าจะป่วยไข้ กินอะไรเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”

หลิวโหลวหรานกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก 

"ไม่ต้อง ข้าจะพักผ่อนแล้ว" เสียงแหบแห้ง

หลังจากนั้น ในห้องสี่เหลี่ยมของวังหลวงมีเพียงที่นี่ที่เงียบงัน หลิวโหลวหรานนั่งเงียบๆ ยกมือขึ้นลูบที่ท้องที่มีอีกชีวิตในนั้น

ไร้น้ำตาไร้คำพูด

ค่ำคืนมืดมิดนั้น เสียงลมหายใจของหลิวโหลวหรานนิ่งสงบหลับตาแต่ได้ยินชัดทุกการกระทำ หยางหวางฮ่องเต้ที่เดินเข้ามาเงียบกริบทรุดกายลงนั่งบนแท่นอน ร่างอ้อนแอ้นแต่หลายวันมานี้กับผุดผ่องน่ากอดรัด บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม หัวใจเขาสั่นไหว มองโหลวหรานที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ

ชิงหยางยื่นมืออุ่นสอดรัดไปที่ฝามือบางของโหรวหราน ความร้อนแผ่ซ่านไปทุกอณู ทิ้งตัวลงทาบทับไว้ ลมหายใจร้อนแรงของเขาปะทะกับผิวเนียนของนาง เขาดึงนางเข้ามาใกล้ กอดแนบแน่น จุมพิตบดเบียดเร่าร้อนที่ริมฝีปากอวบอิ่ม

โหลวหรานรู้สึกถึงความอบอุ่นและความต้องอย่างรุนแรงราวกับจะกลืนกินที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่กลับไม่ได้รู้สึกถึงความรักที่คาดหวัง ความรักที่ไม่เคยอยู่ในใจของชิงหยางมันถูกส่งออกมาแค่ความรู้สึกอยาก….. โหลวหรานกำลังตั้งครรภ์

"มะมะไม่... ไม่ได้เพคะ" โหลวหรานพูดเสียงเบา น้ำตาเริ่มคลอ นางพยายามผลักเขาออกไปอย่างอ่อนแรง 

ชิงหยางหยุดทุกการเคลื่อนไหวใบหน้าเฉยชา จ้องมองไปที่โหลวหราน 

"เรา... เราหย่ากันเถอะ เจ้ากลับไปอยู่ที่ตระกูลเก่าของเจ้าซะเถอะ ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการเพียงแค่เจ้าหย่าให้ข้า อีกสองวันจะส่งคนปัดกวาดตระกูลหลิว" 

"................" ไร้คำกล่าวใด ไม่มีคำถาม ไม่มีความสงสัย แต่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาเช่นนี้ 

โหลวหรานเบือนหน้าหนีเสีย

เขาหลับตาลงหากแต่นิ่งไปสักพัก

"นางกลับมาแล้ว ข้าจะแต่งเอินเอินในตำแหน่งฮองเฮา"

บนแท่นอนที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้เหลือเพียงความหนาวเย็นที่แผ่ไปทั่วร่าง

เช้าสดใสแต่หัวใจของโหลวหรานเจ็บปวดเกินเยียวยา

“กุ้ยเฟย ไทเฮาทรงเสด็จมาเจ้าคะ” ชิงอี้ที่ลนลานเข้ามาในห้อง

โหลวหรานลุกขึ้นจากแท่นนอน หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นการมาของไทเฮา 

“โหลวหรานถวายพระพรไทเฮาทรงพระเจริญพันปี” ไทเฮายิ้ม 

“ใบหน้าสดใสงดงามเพียงนี้ข้าแปลกใจจริงๆ หยางหวางเหตุใดจึงยังมีสายตาไว้มองคนอื่นได้อีก”

โหลวหรานประคองไทเฮาไปที่แท่นนั่ง

หลังจากที่ไทเฮานั่งลงข้างๆ โหลวหราน นางก็กล่าวด้วยเสียงที่ค่อนข้างอบอุ่น

"หลิวโหลวหราน... เจ้าก็คงรู้ดีว่าในวังหลวงนี้ การเอาใจฮ่องเต้สำคัญยิ่งนัก เจ้าทำได้ดีกว่าใครข้าตระหนักในข้อนี้ดี ไท่ซางหวงกับข้าเราเมตตาเจ้าไม่เปลี่ยน"

โหลวหรานเงียบไปครู่หนึ่ง นางค่อยๆ พยักหน้า กลั้นหยาดน้ำตาไว้

"ฮ่องเต้นั้น อารมณ์แปรปรวนง่าย ความโปรดปรานไม่เคยคงที่แต่กระนั้นเขาก็มีเจ้าคนเดียวตลอดมา ดังนั้นเจ้าจึงต้องหาทางที่จะดึงดูดฮ่องเต้กลับมาหาเจ้าในทุกวัน แม้เขาจะมีคนอื่นก็ตาม หากเจ้าไม่สามารถควบคุมจิตใจของฮ่องเต้ได้ เจ้าจะสูญเสียตำแหน่งนี้ไปอย่างง่ายดายซึ่งข้ายินดีช่วยเจ้า" 

ไทเฮาทิ้งคำพูด ที่แฝงไปด้วยความจริงจังและขมขื่น โหลวหรานจ้องมองหน้าไทเฮา 

"โหลวหรานได้ยินแล้วเพคะ"

“หยางหวางมาเพื่อขอให้ข้ายอมรับฮองเฮา ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บปวด แต่อย่างไรหยางหวางก็ยังเป็นหยางหวาง…ที่ข้าคิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่คู่ควรกับเขา เจ้าต้องทำให้ฮ่องเต้รู้สึกว่าเจ้ามีค่ามากกว่าใครในวังนี้ ตอนนี้หยางหวางเหมือนคนตาบอดเพราะความรัก หากเจ้าตั้งครรภ์เสียตั้งแต่แรกทุกอย่างก็คงจะไม่ยุ่งยากเพียงนี้" 

โหลวหรานแค่เพียงก้มหน้าหลบตาเสียไม่กล้าพูดความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์

“ข้าได้ยินว่าเจ้าจะกลับไปอยู่บ้านตะกูลหลิวและข้ากำลังจะบอกเจ้าว่า ข้ากับไท่ซางหวงไม่อนุญาต เจ้าควรจะอยู่ที่นี่เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็คือเฟย”

โหลวหรานก้มหน้าหลบตาอีกครั้ง หยางหวางไม่พูดเรื่องหย่ากับฮองเฮาหากแต่พูดว่าโหลวหรานจะกลับตระกูลเก่า…

พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เสียงขันทีพิธีการประกาศตำแหน่งฮองเฮาดังลั่นไปทั่วท้องพระโรง งานมงคลคนชื่นบาน โคมแดงริ้วผ้าสีแดงทั่ววังหลวงยังถูกแขวนไว้เพื่อสิริมงคล

ในห้องมืดมิดที่ไม่เคยเห็นแสงจากโลกภายนอก โหลวหรานนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ราวกับเป็นหุ่นที่ไร้ชีวิต ใบหน้าของนางเงียบสงบ แต่ในความเงียบกลับแฝงไปด้วยความขมขื่นที่ยากจะอธิบาย นางไม่แม้แต่จะขยับนิ้วมือ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางเคยชินกับความโดดเดี่ยวในพระตำหนักแห่งนี้

“กุ้ยเฟยเจ้าขา ท่านยังไม่นอนตั้งแต่เมื่อคืน ข้าน้อยยกน้ำชาดีไหม"

เสียงของชิงอี้ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสนิท โหลวหรานไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่7ทีมของคุณเป็นฝ่ายแบน

    มังกรน้อยสีหยกยาวเพียงหนึ่งคืบ โผล่ออกมานั่งบนมวยผมของนาง หางเล็กๆ แกว่งไปมา เกล็ดสะท้อนแสงวิบวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์“เจ้าคะ นายหญิง” เสียงใสแจ๋วแต่พยายามทำให้ดูภูมิฐาน “ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านสามารถทะลุด่านแรกของการเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในวังหลวงแล้วเจ้าค่ะ”โหลวหรานเลิกคิ้วเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นจับหางมังกรเบาๆ “เบาหน่อย หากผู้ใดเห็นเข้าคงคิดว่าข้าเสียสติ”มังกรน้อยรีบลดเสียงลง แต่ยังตื่นเต้นจนปีกเล็กๆ กระพือพรึ่บพับ“นี่คือรางวัลสำหรับการผ่านด่านแรก ตอนนี้ทีมของท่านเป็น ฝ่ายแบน เจ้าค่ะ”“ฝ่ายแบน” โหลวหรานเอียงศีรษะมังกรน้อยกางม้วนกระดาษลอยกลางอากาศ ภาพแผนผังคล้ายกระดานหมากปรากฏขึ้น มีชื่อสนม ขุนนาง ขันที เรียงรายราวตัวหมาก“ถึงตาท่านแบนแล้ว ในช่วงต้นของการจัดทัพ หรือที่เรียกว่า Draft Pick ท่านมีสิทธิ์เลือก… ห้ามใช้… บุคคลบางคนได้ชั่วคราวหรือเลือกแบนใครสักคนที่อยากจะแบน”ดวงตามังกรเป็นประกายซุกซน วาววับ“ห้ามฝ่ายตรงข้ามใช้ฮีโร่ตัวเก่งเกินไป… หรือใช้ตัวแก้ทางทีมของท่าน และ…” มันกระแอมเบาๆ “รวมถึงคนในฝ่ายท่านที่อาจทรยศหรืออ่อนด๋อยเกินไปด้วยเจ้าค่ะ”โหลวหรานหัวเราะหึ

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่6ซื้อใจ

    ม้าขาวกระทืบเท้าเป็นจังหวะ เกี้ยวเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม หีบทองคำไม่ได้สั่นไหวตามแรงล้อรถเหลียนซูเดินข้างเกี้ยว อวิ๋นเช่อและหานอี้ยืนประจำตำแหน่งดุจเงาโหลวหรานเอนกายพิงเบาะในเกี้ยว มือเรียวลูบแหวนหยกที่นิ้วชี้“วังหลวง…ข้ากลับมาแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ จะไม่มีน้ำตาอีกแล้ว” นางพึมพำเบาๆหน้าประตูวังหลวงคึกคักผิดปกติเสียงล้อรถม้า เสียงม้าขาวกระทืบพื้นหิน และเสียงเหรียญเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งตลอดเส้นทาง ทำให้ชาวบ้านสองข้างทางแตกฮือ วิ่งตามขบวนเกี้ยวสีแดงเพลิงอย่างตื่นตา“โปรยอีกแล้ว กุ้ยเฟยโปรยเงินอีกแล้ว เร็วพวกเราไปรับเมตตาจากกุ้ยเฟย”“ใครก้มเก็บเงินนั่นเท่ากับคือคนของกุ้ยเฟยโหลวหราน” เหลียนซูเปล่งเสียงตลอดทางชาวบ้านต่างแซ่ซ้องเด็กน้อยหัวเราะ ผู้เฒ่าก้มเก็บเหรียญด้วยมือสั่นๆ เสียงสรรเสริญดังระงมไปทั่วถนนหลวงเกี้ยวแปดคนหามเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม ม้าขาวแปดตัวยืนตระหง่านราวภาพในตำนาน ด้านหลังคือขบวนหีบทองคำที่ส่องประกายต้องแสงแดดเมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของวังหลวง ทหารยามหน้าประตูยกทวนในมือขวาขวางไว้พร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังฉับ“หยุดก่อน”หัวหน้าทหารก้าวออกมา สีหน้าเคร่งขรึม“แสดงตราป

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่5ก้าวไปข้างหน้า

    กาลเวลาสามวันผ่านไปไวราวโกหก ความเจ็บปวดในกายยังหลงเหลือเป็นเงาบางๆ แต่แววตาของโหลวหรานกลับไม่ใช่หญิงอ่อนแอผู้นั้นอีกต่อไป ร่างผอมบางใบหน้าซีดขาวเพราะเสียเลือด หมอสุ่ยจัดเทียบยาไม่หยุดหย่อนยามเช้าแสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า นางนอนบิดขี้เกียจอยู่บนแท่นไม้ ทอดสายตามองเพดานที่มีรอยแตกร้าว คล้ายกำลังคำนวณบางอย่างในใจมุมปากยกขึ้นช้าๆ“ระบบ…” เสียงนางเอื่อยเฉื่อยแต่แฝงประกายคม “หลายวันมานี้ข้ามานอนคิดดูแล้วนะอยากเปิดตัวให้เว่อร์วังในวังหลวง เจ้าคิดว่าข้าควรกลับเข้าไปแบบใด ถึงจะตบหน้าคนทั้งวังให้เจ็บแสบที่สุด”เสียงใสเย็นของระบบดังขึ้นในห้วงจิต“เจ็บแสบหรือเจ้าคะ” ระบบทำท่าครุ่นคิด“ข้าอยากมีเงินเยอะๆ เอาไว้ฟาดหัวคนพวกนั้น เจ้ามีให้หรือไม่”ระบบตอบทันควัน“ยืนยันระบบแลกเปลี่ยน ท่านเคยเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่งในโลกเดิม ทรัพย์สินสามารถแปลงค่าเป็นทองคำแท่ง เงิน และอัญมณีในโลกนี้ได้ทันที ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่ หากท่านเปิดใช้งานในครั้งแรกเราจะยกเลิกค่าธรรมเนียมแรกเข้า”ดวงตาโหลวหรานเป็นประกายราวดาวต้องแสง ก็ที่นั่นโหลวหรานคือคุณหนูผู้ร่ำรวยและเอาแต่ใจ นอนอยู่ดีมาอยู่นี่ได้อย่างไรก่อน“เอาๆๆ

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่4หาญท้าชะตาเน่าๆ

    "กุ้ยเฟยเจ้าขาท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่ดึงมือของท่านหมอหนุ่มสุ่ยซือกวานเข้ามาในห้อง แต่เมื่อเห็นโหลวหรานในสภาพนั้น ท่านหมอซื่อกวานกลับขมวดคิ้วมองโหลวหรานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ซือกวานรีบนี่งลงจับชีพจรที่มือ“เกิดอะไรขึ้น”ปากของโหลวหรานซีดเซียว ในขณะเดียวกันร่างของโหลวหรานก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง สติของนางค่อยๆ เริ่มคืนกลับ“กุ้ยเฟยเจ้าขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ ฮืออออดีจังกุ้ยเฟยท่านฟื้นแล้ว"ข้า... ข้าอยู่ที่ไหน..." โหลวหรานพูดออกมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าเสียงของระบบดังก้องขึ้นในหัวของโหลวหรานเหมือนเสียงที่มาจากที่ไกลๆ แต่กลับชัดเจนในทุกคำที่พูด:"ท่านตายแล้ว และตอนนี้ท่านมีโอกาสที่จะกลับไปยังร่างเดิมของท่านเพียงแค่ รับข้อเสนอสุดพิเศษ... หยุดเวลาสามครั้ง... หายตัวสองครั้ง... และสามารถบงการผู้อื่นได้หนึ่งครั้ง… และสะสมแต้มเพื่อแลกของพีเมียมต่างๆ สำหรับใช้ในการแก้แค้นหาแก้แค้นสำเร็จท่านจะมีโอกาสกลับไปเกิดใหม่หรือกลับไปเข้าร่างเดิมของท่าน"เสียงนั้นหยุดลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงอันทรงพลังนั้นจะตามมาอีกครั้ง"ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านผู้ใช้จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้คุ้มค่าหรือไม่..เก

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่3เข้าร่าง

    บ้านตระกูลหลิวในตอนนี้ดูเงียบสงัด เหมือนกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อาจให้ใครได้ล่วงรู้ เหนือประตูไม้เก่าแก่ยังคงแขวนป้ายคำว่า ตระกูลหลิว ที่เหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตระกูลที่เคยรุ่งเรือง แต่ในวันนี้กลับเหลือเพียงความเงียบเหงาและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายไปทั่วโหลวหรานที่เคยงดงาม กลับดูอ่อนแรงลงไปมาก ชิงอี้พยุงโหลวหรานนั่งลงบนแท่นนั่งไม้ที่เปื้อนฝุ่นผง ใบหน้างดงามหมองหม่นเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดทั้งกายและใจ"กุ้ยเฟยท่านไหวไหม ข้าจะตามท่านหมอสุ่ยให้ท่านดีไหมเจ้าคะ" ชิงอี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล นางไม่อาจทนเห็นเจ้านายของตนทนทุกข์เช่นนี้ได้โหลวหรานยกมือขึ้นสัมผัสท้องที่ยังคงปวดหน่วงๆ "อย่าสนใจเลย ความเจ็บมันบรรเทาลงบ้างแล้ว" โหลวหรานตอบเสียงแหบพร่า นางพยายามฝืนยิ้มให้กับชิงอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว“ฝ่าบาทใจร้ายยิ่งแล้ว” ชิงอี้บ่นงึมงำ“เขาไม่รู้ว่าข้าตั้งครรภ์ จึงไม่ทันได้ระวัง” โหลวหรานพูดเบาๆ ปล่อยให้เสียงหายไปในลำคอแห้งผาก“ฝ่าบาททำกับกุ้ยเฟยเกินไปแล้วเจ้าค่ะดีกับอีกคนจนออกนอกหน้ากุ้ยเฟยเองก็เป็นเฟย….เหตุใดจึ

  • หาญท้าชะตาเน่าๆ   ตอนที่2 ไม่สำคัญ

    เช้าสดใส…แต่สำหรับโหลวหรานแล้วมันไม่ใช่เลยนางเก็บของใช้จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น ใส่ห่อผ้าซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าบางๆ และของกำนัลจากไทเฮาและไท่ซางหวงในวันวิวาห์ ตลอดสองปีมานี้ไม่เคยมีสิ่งใดที่หยางหวางเคยประทานให้ ทุกครั้งที่นางคิดถึงชื่อของเขา ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่ว เหมือนกับที่นางเดินมาจนถึงจุดนี้ ไม่เคยได้รับการเลือก หรือได้รับการมองเห็นจากเขาแม้แต่น้อยชิงอี้มารับห่อผ้าอีกอันที่มีห่อยาบำรุงครรภ์ที่หมอหลวงส่งมาด้วยความห่วงใย หวังว่าครรภ์ของกุ้ยเฟยจะแข็งแรง“ไปกันเถอะ” เสียงของโหลวหรานเบาหวิว และด้วยความที่ใจกำลังรวบรวมความกล้า เดินออกไปจากตำหนักที่เคยเป็นบ้านของตนและออกเดินทางไปยังจุดที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเสียงฝีเท้าของชิงอี้ดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับห่อผ้าที่นำติดไป แม้ว่าทุกอย่างจะเรียบง่าย แต่มันกลับหนักหน่วงเกินไปสำหรับโหลวหราน เพราะนางรู้ว่า การเดินจากไปในวันนี้ คงไม่มีทางย้อนกลับมาอีกทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัว "ฮองเฮาระวังเพคะ ทรงอ่อนเพลียเพียงนี้ เมื่อคืนปรนนิบัติฝ่าบาททั้งคืนยังจะมาอีกทำไมไม่จำเป็นต้อง เอาใจใครเสียหน่อยฮองเฮาบัดนี้เป็นฮองเฮาแล้วนะเพคะ" น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status