INICIAR SESIÓNอลีนาเดินกระวนกระวายร้องไห้ หน้าซีดมือสั่นอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเพียงลำพังอยู่นานร่วมชั่วโมง แต่การผ่าตัดของคิรากรก็ยังไม่เสร็จสิ้น หญิงสาวไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะเป็นห่วงผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานได้มากขนาดนี้ และเธอก็เพิ่งเข้าใจคำพูดที่เขาเคยบอกว่า ‘ไม่ต้องสนใจเรื่องเวลา สนใจแค่ว่าเรารู้สึกยังไงต่อกันเท่านั้นก็พอ’ อย่างแจ่มแจ้งก็ตอนนี้นี่เอง
ความกลัวที่จะเสียสามีไปทำให้น้ำตาของอลีนาไหลไม่หยุด แข้งขาอ่อนล้าจนหมดแรงยืน โชคดีที่ศิวภัทรเข้ามาโอบรับไว้ได้ทันก่อนที่ร่างบอบบางจะล้มลงไปกองกับพื้น
“มานั่งนี่ก่อนเอิง” ชายหนุ่มประคองคนที่หน้าซีดเผือดจนเกือบเป็นลมมานั่งที่เก้าอี้ซึ่งตั้งเป็นแถวยาวชิดผนัง
“พี่พอลมาได้ยังไง” อลีนาถามด้วยความประหลาดใจ เธอยังไม่ได้โทร. บอกใครเลยแม้กระทั่งมารดาของคิรากร เพราะมัวแต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ข่าวทีวีออกทุกช่อง โซเชียลก็แชร์คลิปตอนที่คุณคิมถูกยิงกันให้ว่อน โชคดีที่ตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด ตำรวจน่าจะตามคนร้ายได้ไม่ยาก”
“เป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“คุณคิมเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ถูกลอบยิงอย่างอุกอาจกลางเมือง แถมยังเป็นตอนกลางวันอย่างนี้ก็ต้องเป็นที่สนใจเป็นธรรมดา”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนแรกที่อลีนานึกถึงก็คือไออุ่น หญิงสาวรีบโทร. ไปบอกครูประจำชั้นของไออุ่นว่าอย่าให้ใครเอาคลิปให้เด็กน้อยดูเด็ดขาดและฝากดูแลความปลอดภัยให้ไออุ่นอย่างใกล้ชิดจนกว่าเธอจะไปรับตอนเย็นด้วย จากนั้นก็โทร. ไปหาศรียุดา แต่อีกฝ่ายปิดเครื่อง สามีของเธอก็เช่นกัน
“คุณแม่คุณคิมกับคุณลุงสนปิดเครื่องทั้งคู่เลย” หญิงสาวบอกสีหน้าเคร่งเครียด
“ไม่เป็นไร อย่าเพิ่งคิดมาก ถ้าท่านยังไม่โทร. หาเอิง หรือยังไม่มาที่นี่ก็แสดงว่ายังไม่รู้ข่าว”
ศิวภัทรจับมือให้กำลังใจ แต่อลีนาดึงมือออกอย่างระวังตัว ทว่าก็ไม่รอดพ้นสายตาของดานิกาที่กำลังเดินเข้ามา และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปชอตเด็ดนั้นไว้ได้ทัน เธอไม่คิดว่ารูปแค่นี้จะทำให้คิรากรกับอลีนาแตกหักกันได้ แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะสร้างรอยร้าวและความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ไม่มากก็น้อย
“พี่คิมเป็นยังไงบ้างคะคุณเอิง” ดานิกาหย่อนโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าถือแล้วปราดเข้ามาถามอลีนาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง แต่ก็อดแขวะให้คนฟังต้องรู้สึกผิดไม่ได้ “ถ้าพี่คิมไม่เอาตัวมาบังกระสุนให้คุณเอิงก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”
“นี่คุณ! ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่าเพิ่งพูด” ศิวภัทรปรามเมื่อเห็นอลีนาทำหน้ารู้สึกผิดมาก และน้ำตาที่เพิ่งแห้งก็ไหลออกมาอีกครั้ง
“ฉันพูดเรื่องจริง” ดานิกาเถียงเสียงแข็ง “ในคลิปก็เห็นชัดว่าคนร้ายตั้งใจยิงคุณเอิง แต่พี่คิมเอาตัวมากัน”
“ฉันขอดูคลิปหน่อยได้มั้ยคะ” อลีนาบอกเสียงสั่น รู้สึกวิงเวียนเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้
ดานิกาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหาคลิปที่คนแชร์ในเฟซบุ๊กแล้วส่งให้อลีนาดู “นี่ไงคะ ภาพชัดมาก”
อลีนารับโทรศัพท์มือถือมากดดูคลิปด้วยมืออันสั่นเทา ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกแชร์ในโซเชียลชัดมากอย่างที่ดานิกาพูดจริง เห็นชัดเลยว่าคิรากรรู้ตัวก่อนว่าคนร้ายเล็งปืนมาที่เธอ เขาจึงรวบตัวเธอไปกอดแล้วหันหลังรับกระสุนไว้เอง
“คุณคิม...คุณทำแบบนี้ทำไม” อลีนาครางเสียงแผ่วในลำคอพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงพรูลงมาอย่างทะลักทลาย
“หมอออกมาแล้วเอิง” ศิวภัทรบอกเมื่อเห็นนายแพทย์วัยกลางคนเดินออกมาจากห้องผ่าตัด
อลีนาที่แทบไม่มีแรงเดินในตอนแรกลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินปรี่ไปหาหมออย่างรวดเร็ว ศิวภัทรตามไปช่วยโอบประคองอลีนาเพราะกลัวเธอจะเป็นลมล้มพับไปอีก ส่วนดานิกาตามไปยืนอยู่ห่างๆ และแอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพความใกล้ชิดของศิวภัทรและอลีนาเอาไว้อีก โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว
“สามีฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”
“ปลอดภัยแล้วครับ อีกสักครู่พยาบาลจะพาไปพักที่ห้องพักฟื้น โชคดีที่กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญหรือกระดูก พักรักษาแผลสักสองสัปดาห์ก็หายเป็นปกติแล้วครับ”
อลีนาดีใจมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จะเรียกว่ามากที่สุดในชีวิตก็ไม่ผิด หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาเธอจะยอมตามใจเขาทุกอย่าง เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขายอมเสี่ยงตายปกป้องเธอด้วยชีวิต
คิรากรที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเอากระสุนที่ฝังอยู่ในชายโครงด้านซ้ายออกถูกย้ายมาพักที่ห้องพักฟื้น ชายหนุ่มยังคงไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาสลบ ใบหน้าของเขาซีดเซียวแทบไม่มีสีเลือดจนอลีนาอดเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งที่หมอก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะฟื้นแล้ว
“คุณเอิงไปทำอะไรใครไว้คะ เขาถึงได้แค้นขนาดส่งคนมายิงแบบนี้ นี่โชคดีนะคะที่ไออุ่นไม่ได้อยู่ด้วย ถ้าไออุ่นโดนลูกหลงไปด้วยคุณจะรับผิดชอบไหวมั้ย” ดานิกาที่ตามเข้ามาดูอาการของคิรากรถามขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียวที่ทำให้ผู้ชายที่เธอรักต้องเจ็บหนักแบบนี้
“คุณพาย! จะพูดอะไรก็หัดมีมารยาทบ้าง แค่นี้เอิงก็เสียใจมากพอแล้ว” ศิวภัทรปรามเสียงดุ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่พอล ที่คุณพายถามก็ถูกแล้ว” อลีนายอมรับความจริงได้ เพราะภาพจากคลิปที่เพิ่งได้ดูก็เห็นชัดแล้วว่าเป้าหมายของคนร้ายคือเธอ “เอิงพอจะเดาสถานการณ์ได้แล้ว แต่เอิงขอไม่พูดอะไรตอนนี้นะคะ เอิงขอรอคุยกับตำรวจก่อน”
“ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่พอล”
ระหว่างที่ทุกคนคุยกันอยู่ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนที่ร้อยตำรวจเอกสายฟ้าในชุดเครื่องแบบเต็มยศจะเดินเข้ามา
“คิมเป็นยังไงบ้างครับคุณเอิง” ผู้กองหนุ่มถามถึงอาการของเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะเข้าเรื่องคดีความ
“ปลอดภัยแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้น”
“ผมจะมาคุยกับคุณเอิงเรื่องคดี แต่คงต้องขอคุยเป็นการส่วนตัว” สายฟ้าบอกสีหน้าเคร่งขรึม
ศิวภัทรรู้มารยาทดีจึงขอตัวกลับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเกี่ยวหญิงสาวอีกคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยากอยู่ฟังกลับไปพร้อมกันด้วย “กลับกันได้แล้วคุณพาย”
“เราไม่ได้มาพร้อมกันซะหน่อย คุณอยากกลับก็กลับไปคนเดียวสิ”
“ไม่ได้ยินเหรอว่าคุณตำรวจเขาบอกว่าจะคุยกับเอิงเป็นการส่วนตัว ‘คนนอก’ อย่างเราก็กลับได้แล้ว” ศิวภัทรเห็นดานิกายังคงนั่งทำหน้าปั้นปึ่งใส่เขาอยู่ จึงหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่ล่าสุดของเธอขึ้นมาถือเอาไว้แล้วหันไปบอกลาอลีนากับผู้กองสายฟ้า จากนั้นก็เดินลิ่วออกจากห้องไป
“นี่คุณ! จะเอากระเป๋าฉันไปไหน เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” ดานิการีบตามศิวภัทรออกไป
สายฟ้ารอจนบานประตูปิดสนิทแล้วจึงเริ่มเปิดประเด็น “ทางตำรวจสกัดจับมือปืนได้แล้วนะครับ มันไม่ใช่มืออาชีพ เป็นแค่เด็กวัยรุ่นอายุแค่ยี่สิบเลยจับตัวได้เร็ว”
อลีนาโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกต่อไป และไม่ต้องเป็นห่วงไออุ่นที่ยังอยู่ที่โรงเรียนมากนัก
“จากการสอบปากคำเบื้องต้น สรุปว่าเป็นการยิงผิดตัว คนที่มันตั้งใจยิงจริงๆ คือคุณเอย”
“เอยเหรอคะ!” อลีนาใจหายวาบ ไม่ว่าเป้าหมายของคนร้ายจะเป็นอันนาหรือคิรากร เธอก็เป็นห่วงเท่ากัน
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







