INICIAR SESIÓNอันนาก้มลงกราบเท้าพ่อกับแม่พร้อมตีหน้าเศร้า “เอยขอโทษที่ปิดบังเรื่องที่เอยมีลูกตลอด ตอนนั้นเอยไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ แล้วเอยก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวเอยด้วย”
พรกมลปาดน้ำตาแล้วจับตัวลูกสาวที่หมอบอยู่ที่พื้นให้ขึ้นมานั่งบนโซฟาข้างกัน “เอยรู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เอยรับปากแม่ได้มั้ยว่าเอยจะไม่ทำตัวแบบที่ผ่านมาอีก”
“แก้ไขได้ค่ะแม่ เอยจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็น”
“เอยจะทำอะไรลูก” พ่อถามอย่างไม่ไว้ใจ เพราะลูกสาวคนโปรดสำนึกผิดง่ายดายเกินไป ปกติแล้วเธอจะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูแบบผิดๆ มาตั้งแต่เด็ก
อย่างเช่น ถ้าอันนาวิ่งชนมุมโต๊ะ พ่อกับแม่ก็จะตีโต๊ะและบอกว่าเป็นความผิดของโต๊ะที่ไม่ยอมหลบลูกสาว หรือถ้าทะเลาะแย่งของเล่นกับอลีนา พ่อกับแม่ก็จะให้อลีนาเป็นฝ่ายยอมและยกของเล่นให้อันนา
“ถ้าพ่อกับแม่คิดว่าเอยผิดที่ทิ้งลูก เอยก็จะกลับไปทำหน้าที่แม่ให้ไออุ่นค่ะ ไปอยู่ที่บ้านคุณคิมแทนเอิง แล้วให้เอิงกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่เหมือนเดิม”
“ไม่ได้ ทำอย่างนั้นเด็กสับสนตายเลย คุณคิมก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน” แม่ท้วงและตามด้วยเสียงอลีนาที่เดินเข้ามาได้ยินพอดี
“อย่ามายุ่งกับลูกและสามีของเอิง”
อันนาแอบเบ้ปาก แค่นยิ้มให้แก่คนที่พูดคำว่า ‘ลูกและสามี’ ออกมาได้เต็มปากเต็มคำ “ไออุ่นเป็นลูกเอย และคนที่ควรจะได้แต่งงานกับคุณคิมก็คือเอย เอิงต้องคืนทุกอย่างที่มันควรเป็นของเอยให้เอย เอิงเห็นว่าคุณคิมหล่อ รวย ใช่มั้ย ถึงกีดกันไม่ให้เอยเจอเขาตั้งแต่แรก”
อลีนาอยากจะเข้าไปขย้ำคอน้องสาวที่มีความคิดที่ผิดเพี้ยนได้มากขนาดนี้ แต่หันไปเห็นหน้าพ่อกับแม่ที่มองสถานการณ์อย่างไม่สบายใจจึงสงบสติอารมณ์ แล้วพูดกับอันนาด้วยน้ำเสียงเรียบปกติ “เรื่องจริงเป็นยังไงเอยก็รู้อยู่แก่ใจ อย่าให้เอิงต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำซาก”
“เป็นความผิดของเอิงที่ไม่ยอมบอกเอยตั้งแต่แรกว่าคุณลุงของไออุ่นทั้งหล่อ ทั้งรวยขนาดนี้ เอิงตั้งใจจะจับคุณคิมตั้งแต่แรกก็บอกมาเถอะ”
“หยุดเลยเอย เอิงไม่อยากทะเลาะด้วย”
“ไม่อยากทะเลาะด้วยแล้วมาทำไม”
“นี่ไม่ได้อ่านข้อความที่เอิงส่งมาตั้งแต่เมื่อวานเลยใช่มั้ย” อลีนากลอกตามองบน “เอิงมารับเอยไปให้ปากคำกับตำรวจ ก่อนที่เอยจะไปวุ่นวายกับไออุ่นหรือคุณคิม เอยควรเคลียร์คดีนี้ให้เรียบร้อยก่อน เอิงกับคุณคิมเกือบตายเพราะเอยมาแล้วครั้งนึง เอิงจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับไออุ่นอีกเด็ดขาด”
“เช้านี้เอยไม่ว่าง ถ้าจะให้ไปก็ต้องเป็นตอนบ่าย”
“ลาออกจากงานมาตั้งหลายเดือนแล้ว ทำไมถึงไม่ว่าง”
“เอยจะไปเปลี่ยนสีผม” ว่าแล้วก็หยิบกระเป๋าถือแล้วลุกเดินออกจากห้องรับแขกไป
“เฮ้ยเอย! แบบนี้ก็ได้เหรอ” อลีนาหันไปไหว้ลาพ่อกับแม่ แล้วรีบวิ่งตามอันนาออกไปที่หน้าบ้าน “เปลี่ยนสีผมเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เรื่องคดีมันสำคัญกับความปลอดภัยของพวกเราทุกคนมากนะเอย”
“ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ไป แต่จะไปตอนบ่าย ตอนนี้ไม่ว่าง พูดไม่รู้เรื่องเหรอ” อันนาปรี๊ดเสร็จก็หันไปเห็นรถยุโรปรุ่นใหม่ล่าสุดป้ายแดงสีขาวมุกราคาราวห้าล้านบาทจอดอยู่ข้างรถญี่ปุ่นรุ่นกลางของเธอ “นั่นรถเอิงเหรอ” ในน้ำเสียงมีความอิจฉาออกนอกหน้า
“ใช่”
“คนงกอย่างเอิงยอมซื้อรถหรูราคาแพงขนาดนี้ขับได้ไงเนี่ย”
“คุณคิมซื้อให้ เขาบอกว่ารถที่เอิงขับเป็นรถเก่าของพ่อ ใช้มาเกือบยี่สิบปีแล้ว เขาเป็นห่วงเวลาไปรับไออุ่นหรือเวลาทำงานกลับดึกแล้วรถจะเสียกลางทาง”
ความอิจฉาพุ่งจี๊ดขึ้นในใจของอันนา เธอรู้สึกพลาดมากที่ปล่อยให้คิรากรหลุดมือไป “ขอยืมขับวันนึงได้มั้ย”
“รถเอยก็มี”
“ก็มันเก่าแล้ว”
“เพิ่งเปลี่ยนเป็นป้ายขาวมาไม่กี่เดือนเนี่ยนะบอกเก่า” อลีนาถอนใจพรืด
“ขอยืมขับแค่วันเดียวอย่าทำเป็นหวงไปหน่อยเลยน่า” อันนาพูดพลางดึงกระเป๋าถือจากมืออลีนาไปล้วงหยิบกุญแจรถด้วยตัวเอง แล้วยัดกระเป๋าคืนใส่มือพี่สาว “บ่ายโมงครึ่งเจอกันที่โรงพัก”
“ห้ามเลตนะ บ่ายสามเอิงต้องไปรับไออุ่นที่โรงเรียน”
“รู้น่า ไม่ต้องย้ำมาก น่ารำคาญ” อันนาพูดพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองส่งให้อลีนาแล้วนวยนาดไปขึ้นรถยุโรปป้ายแดงด้วยมาดซูเปอร์มอเดล “เอยไปนะ ขอไปทำสวยให้สบายใจซะหน่อย”
อลีนาโทร. เลื่อนนัดผู้กองสายฟ้าพร้อมขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่แล้วเข้าไปทำงานที่กองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นหัวนอก
“อ้าวพี่เอิง ไหนว่าวันนี้จะเข้าบ่าย” เจอร์รี่ทัก
“ผิดแผนนิดหน่อยก็เลยต้องสลับคิว” หญิงสาวตอบเซ็งๆ “ส่งต้นฉบับไปจัดหน้าครบทุกคอลัมน์แล้วใช่มั้ย”
“เยสเซอร์” เจอร์รี่ตอบอย่างร่าเริง “เหลือบทสัมภาษณ์ของคุณเพลงคุณพีทที่รอสัมภาษณ์พรุ่งนี้ พี่เอิงจะสัมฯ เองหรือจะให้ผมสัมฯ แทน ช่วงนี้พี่ดูเหนื่อยๆ ให้ผมช่วยได้นะ”
“ไม่เป็นไร พี่จัดการเอง”
“บทความหมอเมย์เดือนนี้น่าสนใจมากนะพี่เอิง เกี่ยวกับโรคหลงตัวเอง ผมว่าน้องสาวพี่มีอาการเข้าข่ายโรคนี้ พี่ลองอ่านดูสิ เผื่อจะหาทางแก้นิสัยเขาได้ ชีวิตพี่จะได้เบาขึ้น”
อลีนาพยักหน้ารับทราบแล้วหันมาเปิดโฟลเดอร์งาน คลิกเข้าไปที่ไฟล์คอลัมน์ของแพทย์หญิงเมริษา จิตแพทย์สาวชื่อดังที่จัดว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในวงสังคม มีคนติดตามทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ และอินสตาแกรมเป็นจำนวนมาก
“โรค Narcissistic หรือโรคหลงตัวเอง” หญิงสาวพึมพำขณะกวาดสายตาไปบนตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
...ในทางจิตวิทยา โรคหลงตัวเองเป็นอาการผิดปกติทางจิตที่มีอาการมากไปกว่าหลงใหลในรูปโฉมของตัวเอง ทว่ายังมีเรื่องของความเห็นแก่ตัว ความรู้สึกอยากเป็นที่หนึ่ง อยากเป็นจุดสนใจ หรือคิดว่าตัวเองทำอะไรก็ไม่ผิด ซึ่งเป็นลักษณะของการถูกบ่มเพาะความคิดอย่างผิดๆ มาตั้งแต่เด็ก จนนิสัยเหล่านี้ติดตัวมาจนโต...
“เป็นไงพี่เอิง อ่านแล้วใช่ใช่มะ” เจอร์รี่ไถเก้าอี้เข้ามาถามใกล้ๆ
“อาการเข้าข่ายทุกข้อเลย โดยเฉพาะชอบเรียกร้องความสนใจ อยากเป็นคนสำคัญตลอดเวลา ไม่แคร์ใคร ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ต้องการที่จะเอาชนะทุกสิ่งบนโลก คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล จะทำอะไรก็ได้ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง ชอบเป็นผู้รับ โดยไม่คิดจะเป็นผู้ให้” อลีนาบอกหน้าเครียด
“โรคนี้ไม่มียารักษาด้วยนะพี่ ต้องใช้การบำบัดจิตกับปรับทัศนคติอย่างเดียว”
“พี่จะลองสังเกตอาการเอยอีกสักระยะว่าเป็นโรคนี้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ พี่จะหาทางพาไปหาหมอ”
“ดีพี่ ผมทำงานกับพี่มาหลายปี ฟังพี่บ่นเรื่องน้องสาวเกือบทุกวัน ยังแอบคิดว่าพี่โคตรจิตแข็งเลยที่ไม่เป็นบ้าไปซะก่อน”
“ชินแล้วมั้ง เจอแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก”
“แต่พี่จะยอมไปเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่ได้ เพราะเขาจะได้ใจ แล้วอาการก็จะหนักมากกว่าเดิม”
“ไม่ต้องห่วง อะไรที่มากเกินไปพี่ก็ไม่ยอมอยู่แล้ว” โดยเฉพาะเรื่อง ‘ไออุ่นและคิรากร’ ถ้าอันนาล้ำเส้นเมื่อไร ความอดทนของเธอก็จะสิ้นสุดลงเมื่อนั้น
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







