เข้าสู่ระบบ“ยิ้มให้คุณ” ตอบแล้วก็ยิ้มกว้างมากกว่าเดิมจนน่าหมั่นไส้
“หยุดยิ้ม แล้วตอบคำถามฉันมา” หญิงสาวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“ผมกับแพรวไม่ได้มีอะไรกันแบบที่คุณคิดหรอก เราเคยเดตกันแค่ครั้งเดียวเอง แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่เวิร์ก ก็จบกันไปก็เท่านั้น” เขาตอบทุกอย่างตามความจริง และยินดีจะตอบทุกข้อสงสัยที่เธออยากรู้เพื่อที่เธอจะได้รู้จักและเข้าใจเขามากขึ้น “คุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสามีที่ถูกภรรยาจับได้ว่าแอบไปมีกิ๊กเลย”
“ถ้าฉันจะไปอยู่กับคุณ ฉันก็ควรต้องรู้ป้ะว่าคุณมีใครหรือเปล่า ฉันไม่อยากถูกผู้หญิงของคุณมาแหกอก” อลีนาแสร้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง ความจริงที่เธอซักละเอียดขนาดนี้ เพราะจะได้วางตัวกับเขาถูก ถ้าเขาว่าง เธอก็จะได้ยอมถูกอ่อยอย่างเต็มใจ แต่ถ้าไม่ว่าง เธอก็จะได้เตรียมตัวหาทางหนีทีไล่ให้ดี
“ผู้หญิงของผมมีแค่แม่ที่ให้กำเนิด ลูกสาวก็คือไออุ่น และกำลังจะมีอีกคนก็คือ...” เขาทอดจังหวะพลางมองสบตาเธออย่างลึกซึ้งเพื่อสื่อความนัยบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ “...แม่ของลูก”
“เอาเป็นว่าฉันจะย้ายไปอยู่ที่บ้านกับคุณเพื่อช่วยกันดูแลไออุ่น” อลีนาตัดสินใจบอกหลังจากนิ่งคิดอยู่เกือบนาที “แต่ฉันจะเข้าไปอยู่ในฐานะแม่ของไออุ่นและภรรยาของน้องชายคุณนะ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าฉันไม่ใช่แม่ตัวจริงของไออุ่น ฉันกลัวคนเอาไปพูดให้ไออุ่นได้ยินแล้วแกจะเสียใจ รอให้แกโตพอที่จะเข้าใจอะไรมากกว่านี้แล้วเราค่อยบอกความจริงกับแก”
“แล้วผมต้องเรียกคุณด้วยชื่อไหน”
“เรียกชื่อเอิงนี่แหละค่ะ ไม่มีใครรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะว่าแม่ตัวจริงของไออุ่นเป็นใคร”
“ไม่มีใครรู้หรอก ขนาดผมยังไม่รู้แม้แต่ชื่อ มีแค่รูปถ่ายใบเดียวที่เก็บมาจากห้องพักที่นิวยอร์กของเปรม”
“คุณคงเหนื่อยมากสินะที่ต้องเลี้ยงไออุ่นมาคนเดียว” อลีนานึกเห็นใจหนุ่มโสดที่ต้องทิ้งชีวิตอิสระมาเลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองตั้งหลายปี
คิรากรยิ้มอย่างสุขใจเมื่อนึกถึงความน่ารักของไออุ่น “ผมไม่เหนื่อยเลย ไออุ่นเป็นเด็กน่ารัก เลี้ยงง่าย จะงอแงหนักหน่อยก็เฉพาะเวลาป่วยกับเวลาคิดถึงแม่เท่านั้น”
“ตอนนี้ไออุ่นมีแม่แล้วนะคะ” หญิงสาวยิ้มพราย ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่น่ารักที่สุดเท่าที่คิรากรเคยเห็นมาเลย “ฉันไม่แน่ใจว่าจะเป็นแม่ที่ดีได้หรือเปล่า แต่ฉันสัญญาว่าจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดในแบบของตัวเองเพื่อไออุ่น”
“เพื่อลูกของเรา” เขาเน้นย้ำด้วยสุ้มเสียงที่ทำให้คนฟังหัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะซุมบ้า
ผู้ชายอะไร อ่อยหนัก อ่อยแรง อ่อยได้ทุกสองนาที!
รุ่งเช้าวันใหม่ ไออุ่นตื่นมาเจอหน้าอลีนาตามที่คิรากรสัญญาไว้ก่อนนอน เด็กหญิงดีใจมากและยอมให้อลีนาป้อนโจ๊กให้โดยไม่งอแงเหมือนเมื่อวาน
“เก่งมากค่ะ ไออุ่นเป็นเด็กดีแบบนี้ ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ แม่เอิงจะพาไปเที่ยวทะเลตามสัญญานะคะ”
“เย้ๆ ไออุ่นอยากไปทะเล” เด็กป่วยสดใสขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว
คิรากรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดสูทเนี้ยบกริบพร้อมออกไปทำงาน เขาเดินมาหยุดที่ข้างเตียงแล้วแตะหลังมือลงบนหน้าผากของลูกสาว “ไข้ลดแล้ว ปวดหัวมั้ยลูก”
“ไม่ปวดค่ะ” เด็กน้อยตอบเสียงใส ในแววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุขที่มีทั้งพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้า
“คุณจะไปทำงานเหรอ แล้วไออุ่นจะอยู่กับใคร” อลีนาอดเป็นห่วงไออุ่นไม่ได้ เพราะเธอก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน
“เดี๋ยวคุณแม่ผมกับพี่แก้ว พี่เลี้ยงของไออุ่นจะมาเฝ้าแกแทน” คิรากรบอกอลีนาแล้วนั่งลงที่ขอบเตียงเพื่อเจรจากับลูกสาว “คุณพ่อกับแม่เอิงต้องไปทำงาน ไออุ่นอยู่กับคุณย่ากับป้าแก้วก่อนนะคะ แล้วตอนเย็นคุณพ่อจะรีบพาแม่เอิงกลับมาหา”
“แม่เอิงจะมาจริงๆ ใช่มั้ยคะ” ไออุ่นเงยหน้าขึ้นถามคุณแม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง
“มาค่ะ แม่เอิงสัญญา” หญิงสาวยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยเล็กป้อมของเด็กน้อยแล้วหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างเพื่อย้ำคำสัญญา
อลีนากับคิรากรช่วยกันป้อนข้าว ป้อนยา และเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไออุ่นจนเสร็จเรียบร้อย เป็นจังหวะที่ศรียุดากับแก้วมาถึงพอดี
“ไออุ่น คุณย่ามาแล้วลูก” คิรากรบอกลูกสาวพลางขยับตัวให้คนเป็นย่าเข้ามากอดและหอมหลานสาวเหมือนที่เคยทำเป็นประจำเมื่อเจอหน้ากัน
ส่วนแก้วเอาขนมและของใช้ส่วนตัวของไออุ่นไปวางที่โต๊ะกินข้าวมุมห้อง
ศรียุดาพูดคุยหยอกล้อกับหลานสาวอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะสังเกตเห็นอลีนาที่ยืนอยู่ปลายเตียง ผู้สูงวัยเขม้นมองหน้าหญิงสาวแล้วหันมามองหน้าลูกชายด้วยสายตามีคำถาม
“เอิงครับคุณแม่”
“เอิง?”
“แม่ของไออุ่นครับ”
“เมียเปรม?” ศรียุดาเบี่ยงหน้ามาถามคิรากรเสียงเบา ไม่ให้ไออุ่นได้ยิน
“ใช่ครับ” คิรากรพยักหน้ารับอย่างลำบากใจ เขาไม่อยากโกหกมารดา เพราะรู้ว่าจะทำให้สถานการณ์ระหว่างอลีนาและศรียุดาตึงเครียด
“สวัสดีค่ะคุณแม่” อลีนายกมือไหว้ผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม แต่กลับถูกเชิดใส่ด้วยท่าทีแสนเกลียดชัง
“เรียกฉันว่า ‘คุณศรี’ เหมือนแก้วเถอะ”
น้ำเสียงเยียบเย็นประกอบกับสายตาเชือดเฉือนของศรียุดาทำให้อลีนาหน้าชายิ่งกว่าถูกน้ำแข็งขั้วโลกสาดเข้าใส่ แต่หญิงสาวก็เข้าใจดี เพราะสิ่งที่อันนาทำไว้กับลูกชายคนเล็กของท่านนั้นเจ็บแสบนัก
คิรากรเห็นท่าไม่ดีจึงสะกิดชวนอลีนาให้ออกไปคุยกันนอกห้อง โดยมีสายตาของศรียุดามองตามด้วยความไม่ชอบใจที่ลูกชายคนโตให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงที่ทำให้ลูกชายคนเล็กของท่านต้องตายแบบนั้น
“ผมเห็นสายตาของคุณแม่ที่มองคุณแล้ว ผมว่าไม่ดีแน่ถ้าเราจะปิดบังความจริงกับท่านต่อไป”
“แต่ถ้าบอกความจริงแล้วไออุ่นรู้จะทำยังไง” หญิงสาวไม่เห็นด้วยที่เขาจะเปิดเผยความจริงกับมารดา
“คุณแม่รักไออุ่นไม่น้อยกว่าเราสองคน ผมเชื่อว่าท่านจะช่วยเราทะนุถนอมจิตใจของไออุ่น”
อลีนาครุ่นคิดอย่างลังเลใจ ยิ่งมีคนรู้ว่าเธอไม่ใช่แม่แท้ๆ ของไออุ่นมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงที่ไออุ่นจะรู้ความจริงมากขึ้นเท่านั้น
“เชื่อผมนะเอิง คุณจะปิดบังใครก็ได้ แต่ไม่ควรปิดบังคนในครอบครัวเดียวกัน” คิรากรให้เหตุผลอย่างเป็นผู้ใหญ่ และในฐานะที่เขาอายุมากกว่าเธอถึงเจ็ดปี เขาต้องจูงมือเธอเดินไปในทิศทางที่จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตให้น้อยที่สุด
“คุณแน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหากับไออุ่น”
“ผมแน่ใจ แล้วผมก็อยากให้คุณเชื่อใจผม ว่าผมเลือกทางที่ดีที่สุดให้ไออุ่นกับคุณแล้ว”
“ให้ฉันด้วยเหรอ?” อลีนาไม่เข้าใจ
“ถ้าคุณแม่รู้ความจริง ท่านน่าจะมองคุณในแง่ดีมากขึ้น มันก็ดีสำหรับคุณ”
“ฉันไม่แคร์ถ้าคุณแม่คุณจะมองฉันไม่ดี”
“แต่ผมแคร์” คิรากรสวนกลับทันควัน “ผมอยากให้คุณแม่รู้สึกดีกับคุณเหมือนที่ผมรู้สึก แล้วอีกอย่าง...”
“อีกอย่างอะไรคะ” เธอถามเมื่ออยู่ๆ เขาก็หยุดพูดไปเฉยๆ
“ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มยิ้มให้แก่การมองข้ามชอตที่ไกลเกินไปของตัวเอง เขาเพิ่งรู้จักเธอได้แค่สองวัน แต่กลับมองการณ์ไกลไปถึงปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ในอนาคตแล้ว ขืนให้เธอรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอคงเปลี่ยนใจไม่ยอมย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกับเขาแน่ “คุณลงไปรอผมที่ร้านกาแฟข้างล่างนะ เดี๋ยวผมพาคุณแม่ลงไปคุยด้วย”
“ก็ได้ค่ะ” อลีนารับคำอย่างไม่สบายใจนักกับสิ่งที่เขาคิดจะทำ
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ” เขาทักท้วงเสียงอ่อนแล้วใช้ปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ยกมุมปากทั้งสองข้างของเธอขึ้นให้เป็นรอยยิ้ม “คุณยิ้มแล้วน่ารักกว่าทำหน้าจ๋อยๆ เยอะเลยนะ”
“นี่คุณ ฉันไม่ใช่ไออุ่นนะจะได้มาหลอกล่อให้ยิ้มแบบนี้” หญิงสาวยิ้มขำอย่างผ่อนคลายขึ้น “ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ว่าไงก็ว่าตามกันละกัน”
“เชื่อเถอะว่าผมเป็นเรือยอช์ตระดับพรีเมียม ผมไม่พาคุณไปจมกลางทะเลแน่นอน ขอแค่คุณเชื่อใจผม แล้วผมจะพาคุณก้าวข้ามทุกปัญหาเอง”
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







