เข้าสู่ระบบ“มีคุณลุงแบบคุณเป็นเพื่อนคู่คิดก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะบางทีฉันก็คิดอะไรไม่รอบด้าน” อลีนาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยิ้มอย่างสบายใจ ที่ผ่านมาเธอสู้กับทุกปัญหาด้วยตัวคนเดียวมาตลอด พอมีคนมาช่วยคิด ช่วยตัดสินใจ มันก็รู้สึกอุ่นใจดีเหมือนกัน
“ขอเป็นอย่างอื่นได้มั้ย”
“ไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันเหรอ”
“ไม่...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แพรวพราวของเขากลับมาแล้ว “...อยากเป็นคนรู้ใจมากกว่า”
“นี่คุณ! อย่ามาทำเป็นพูดเล่น ถ้าฉันคิดจริงขึ้นมาคุณจะลำบาก” หญิงสาวขึงตาใส่เขาแล้วรีบเดินจ้ำออกไปกดลิฟต์ เพราะไม่อยากให้เขาเห็นความประหม่าและเขินอายในแววตา
คิรากรเห็นท่าทีน่ารักของเธอแล้วอยากตะโกนบอกไปว่า ‘เขาไม่กลัวความลำบาก’ แต่ก็เกรงจะรบกวนคนไข้ห้องอื่นจึงได้แต่เก็บคำพูดนั้นไว้ในใจ
“เอิงต้องขอโทษคุณศรีด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรก” อลีนายกมือไหว้ขอโทษศรียุดาหลังจากที่คิรากรเล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่คืนที่เขาและไออุ่นเจอเธอที่ลานจอดรถในโรงแรมให้มารดาฟัง
ศรียุดามองเมินไม่รับไหว้ การที่ได้รับรู้ว่าอลีนาไม่ใช่อันนาไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย เพราะเธอไม่เชื่อว่าพี่น้องฝาแฝดจะนิสัยแตกต่างกันอย่างที่คิรากรบอก ถ้าอันนานิสัยแย่สุดขั้วขนาดนั้น อลีนาก็ไม่น่าจะนิสัยดีไปกว่ากันสักเท่าไร
“คุณแม่ครับ” คิรากรกระซิบเตือนมารดาเมื่อเห็นอลีนาหน้าเสีย “เอิงมาเพราะเป็นห่วงไออุ่นนะครับ”
“แต่ถ้าจะมาทำให้ไออุ่นรักและผูกพันแค่สองปีแล้วก็ทิ้งแกไปแม่ไม่โอเค” ศรียุดาบอกลูกชายแล้วหันมาจ้องหน้าอลีนาด้วยแววตาขุ่นคลั่ก “เธอกำลังจะทำร้ายหลานฉันซ้ำสอง”
“เอิงกำลังทำให้ไออุ่นมีความสุขนะคะ แกดีใจมากที่เอิงมาหาแกในฐานะแม่ จะเรียกว่าทำร้ายแกได้ยังไงคะ” หญิงสาวพยายามอธิบายด้วยท่าทีที่นอบน้อมที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าก้าวร้าวเถียงผู้ใหญ่
“แล้วถ้าอีกสองปีเธอหายตัวไปตามที่ตกลงกับคิมไว้ เธอคิดบ้างมั้ยว่าไออุ่นจะเป็นยังไง” ผู้อาวุโสกว่าถามสะกิดให้คิดถึงผลกระทบทางด้านจิตใจของไออุ่นที่จะตามมา “อีกสองปี ไออุ่นก็แค่หกขวบ แกยังไม่โตพอที่จะเข้าใจอะไรมากอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
อลีนานิ่งเงียบ เธออาจะคิดน้อยไปจริงๆ
“เรื่องนี้ผมผิดเองครับคุณแม่ ผมเป็นคนยื่นข้อเสนอนี้ให้เอิงเอง” คิรากรออกหน้าปกป้องหญิงสาวที่ได้แต่นั่งทำหน้าจ๋อยสนิท จากการปะทะกันครั้งแรก เขารู้ว่าเธอไม่ใช่คนยอมคน แต่การที่เธอยอมสงบปากไม่เถียงมารดาของเขาสักคำ ยิ่งทำให้เขาประทับใจในตัวเธอมากขึ้น
“โตเป็นผู้ใหญ่กันขนาดนี้ แต่ถ้ายังคิดได้แค่นี้ ก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อแม่คน” ศรียุดาถอนใจเฮือกใหญ่ แอบผิดหวังกับลูกชายตัวเองอยู่ไม่น้อย “แล้วการที่อยู่ๆ คิมจะพาผู้หญิงคนนี้เข้าไปอยู่ในบ้านในฐานะแม่ของไออุ่น เมียของเปรมน่ะ คิมคิดมั้ยว่าคนจะเมาท์กันว่ายังไงบ้าง คิมเป็นหนุ่มโสด ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแม่ม่าย ในความรับรู้ของคนนอก คนก็คงพูดกันว่าคิมเก็บตกเมียน้องชายตัวเอง”
“ทุกอย่างที่คุณแม่พูดมาผมก็คิดไว้อยู่แล้ว แต่ผมไม่แคร์ ผมแคร์แค่ความรู้สึกของไออุ่นคนเดียว”
“แล้วเอิงล่ะ คิมคิดมั้ยว่าเขาจะไปบอกพ่อแม่ยังไง จะมองหน้าคนในสังคมยังไง ที่อยู่ๆ ก็หอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชาย” ถึงแม้จะไม่ชอบหน้าอลีนา แต่ศรียุดาก็มีแก่ใจจะคิดเผื่อเธอ อย่างน้อยก็ในฐานะที่เธอเป็นแม่ ถ้าเธอมีลูกสาว แล้วลูกสาวของตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เธอก็คงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่
คราวนี้คิรากรอึ้งไปอย่างยอมรับ เขามัวแต่คิดถึงไออุ่นจนลืมคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอลีนา
“เอิงไม่เป็นไรค่ะ เอิงยินดีทำทุกอย่างเพื่อไออุ่น”
“แล้วเธอจะอยู่กับหลานฉันได้นานแค่ไหน”
“นานเท่าที่ไออุ่นยังต้องการเอิงอยู่ค่ะ”
“เธอแน่ใจนะ” ศรียุดาถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“แน่ใจค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างคนที่ตัดสินใจดีแล้ว
“งั้นเธอกับคิมก็แต่งงานกันให้ถูกต้องตามประเพณีเพื่อป้องกันคำครหานินทา”
อลีนากับคิรากรหันขวับมามองหน้ากันแบบอึ้งๆ
ศรียุดายังคงอธิบายต่อ “แล้วก็ไม่ต้องโกหกใครทั้งนั้นว่าเธอคือเอย ตอนนี้ไออุ่นเข้าใจว่าเธอเป็นแม่ ก็ปล่อยให้แกรับรู้แบบนั้นต่อไป ส่วนคนนอก ไม่มีใครรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นแม่ตัวจริงของไออุ่น เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องโกหก อย่าทำให้เรื่องมันวุ่นวายซับซ้อนไปมากกว่านี้ เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจค่ะ”
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อ...” ศรียุดารีบออกตัวเมื่อเห็นแววตาซาบซึ้งใจจากหญิงสาวรุ่นลูกที่ส่งมาให้ “ฉันทำเพื่อปกป้องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของฉัน และเพื่อปกป้องความรู้สึกของไออุ่น ฉันไม่อยากให้มีเรื่องซุบซิบนินทาลอยเข้าหูหลานฉัน”
“เอิงเข้าใจค่ะ เราทุกคนต่างก็รักและต้องการทำเพื่อไออุ่นเหมือนกัน”
“คุณไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะเอิง” คิรากรรู้ว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับผู้หญิง แม้แต่ผู้ชายอย่างเขาถือเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน แต่เขายินดีทำเพื่อลูก และยิ่งผู้หญิงที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยคือเธอ เขาก็ยิ่งยินดีมากขึ้นเป็นสองเท่า
“ฉันโอเคค่ะ วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะฉันก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปบอกพ่อกับแม่ว่ายังไงที่จะย้ายไปอยู่บ้านคุณ”
“ขอบคุณมากนะเอิง” ชายหนุ่มได้ยินคำตอบแล้วแทบอยากจะกระโดดกอดเธอให้แน่นๆ
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้น่ารักมากขนาดนี้ ไออุ่นโชคดีเหลือเกินที่ได้เธอมาเป็นแม่ และเขาก็พลอยโชคดีไปด้วยที่กำลังจะได้เธอมาเป็นแม่ของลูก ไม่ใช่เฉพาะลูกสาวคนโตอย่างไออุ่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงลูกคนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ คนที่ห้า และคนต่อๆ ไปอีกด้วย
ศรียุดาเห็นความลิงโลดในแววตาของลูกชายแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะสงสารไออุ่นที่ต้องการแม่มาก เธอไม่มีวันยอมรับพี่สาวของผู้หญิงที่ทำให้ลูกชายคนเล็กของเธอต้องตายมาเป็นลูกสะใภ้แน่นอน
“เอาเป็นว่าถ้าเธอตกลง พรุ่งนี้ฉันจะไปสู่ขอเธอกับพ่อแม่ของเธอ”
“เอิงตกลงค่ะ แล้วเอิงจะนัดพ่อกับแม่ให้นะคะ”
“ได้เรื่องยังไงก็บอกผ่านมาทางคิมก็แล้วกัน” ศรียุดาเชิดหน้าบอกอย่างห่างเหินเย็นชาแล้วเดินกลับขึ้นไปหาไออุ่นราวกับไม่อยากเสวนากับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ถ้าไม่จำเป็น
คล้อยหลังมารดา คิรากรก็รีบขยับเก้าอี้เข้ามาชิดกับเก้าอี้ของอลีนาอย่างตื่นเต้นดีใจทันที “เรื่องแต่งงานคุณโอเคแน่นะเอิง”
“นี่คุณ เบียดมาขนาดนี้ขึ้นมานั่งบนตักฉันเลยมั้ย”
“ได้จริงเหรอ”
“จะบ้าเหรอ!” เธอตีเผียะเข้าที่ต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา “ฉันพูดเล่น ส่วนเรื่องแต่งงานฉันโอเคค่ะ ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อไออุ่น เพื่อชดเชยความเลวร้ายที่เอยทำไว้กับแกและน้องชายของคุณ”
“ขอบคุณมากนะเอิง ขอบคุณจริงๆ” เขาอยากจะกอดเธอให้แน่นๆ แล้วหอมแก้มสักฟอดสองฟอด แต่ก็กลัวจะถูกตบให้อายคนทั้งร้าน จึงได้แต่ข่มใจไว้รอวันเข้าหอ
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นแหวนเพชรสักสิบกะรัตแทนได้มั้ยคะ”
“ไปเลือกกันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ร้อยกะรัต พันกะรัต ผมก็จะซื้อให้คุณ”
อลีนาแค่พูดเล่นขำๆ แต่คิรากรกลับคิดจริงจังด้วยการฉุดข้อมือเธอให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินลิ่วออกไปจากร้านกาแฟ
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







