共有

บทที่ 6

作者: SnailW
last update 公開日: 2025-11-06 16:12:49

ตอนที่ 5

“ข้าคิดว่า การที่นางได้รับบาดเจ็บหนักในครั้งนี้ ทำให้เลือดลมในร่างกายเปลี่ยนไป มันอาจเป็นความโชคดีของนาง” หมอหูพูดถึงการคาดเดาของเขาให้อีกฝ่ายได้ฟัง แม้เขาจะไม่แน่ใจ แต่นี่เป็นเหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้

โจวซื่อที่ได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าอย่าพึ่งเป็นกังวลไปเลย ระหว่างนี้ก็คอยดูอาการของนางไปก่อน ข้าจะจัดยาบำรุงร่างกายให้นางหนึ่งชุด”

“ขอบคุณหมอหูมากเจ้าค่ะ” โจวซื่อกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ

“เจ้าอย่าได้เกรงใจเกินไปเลย แม้ข้าจะไม่ได้อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ แต่ก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากมารดาของนางมาบ้างเช่นกัน” หมอหูกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

หากจะว่าไปแล้ว สาเหตุที่ทำให้หญิงสาวอย่างซูอวี้หนิงสามารถมีชีวิตอยู่อย่างตัวคนเดียวได้ถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะมารดาของนาง

ก่อนที่มารดาของนางจะสิ้นลมไป เคยช่วยเหลือชาวบ้านเอาไว้มากมาย รวมถึงคนหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย ครอบครัวของเขาเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากมารดาของนางเช่นกัน

หมอหูถอนหายใจออกมาด้วยความเวทนา เขาเองก็ไม่สามารถช่วยอีกฝ่ายได้มากนัก ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำได้เพียงมาตรวจชีพจรให้นางทุก ๆ สิบวันเท่านั้น มีเพียงการทำเช่นนี้เพื่อตอบแทนมารดาของนางที่สิ้นลมไป

ก่อนกลับหมอหูได้เขียนรายการเทียบยาให้กับโจวจื่อเฉียง เพื่อให้เขาเข้าเมือง ไปซื้อที่ร้านขายยา

ซูอวี้หนิงที่อยู่ภายในห้องไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้ด้านนอกนั้น ทุกคนกำลังกังวลกับอาการป่วยของนางมากเพียงไร เพราะตอนนี้นางกำลังมองไปที่รอบ ๆ ห้องด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ รวมถึงประเมินสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

ร่างบางค่อย ๆ เลิกผ้าห่มที่คลุมร่างกายท่อนร่างของนางออก แต่ทันทีที่เท้าของนางสัมผัสพื้น ทำให้ซูอวี้หนิงรับรู้ได้ทันทีถึงอาการเจ็บปวดบริเวณข้อเท้า และสะโพก

แต่ที่เจ็บหนักมากที่สุดน่าจะเป็นอาการบาดเจ็บที่ศีรษะของตนเองเสียมากกว่า

นางเป็นหมอ ย่อมประเมินสภาพร่างกายของตนเองในตอนนี้คร่าว ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้นางหยุดความคิดที่จะเดินออกไปด้านนอกทันที

นางกวาดตาไปมองรอบ ๆ อย่างพิจารณา เตียงนอนไม้ที่นางกำลังนอนอยู่ แม้จะดูเก่ามากแล้ว แต่มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่า มันถูกทำมาอย่างปราณีต เครื่องใช้ภายในห้องเช่นกัน ทุกอย่างเป็นของใช้ที่ดูล้าสมัยคล้ายกับยุคโบราณที่นางเคยเห็นในหนังผ่าน ๆ มา

ขณะที่นางกำลังมองสำรวจไปรอบ ๆ ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่อยู่ด้านหน้าประตู ก่อนใครบางคนนั้นจะเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับชามใบหนึ่ง

“เสี่ยวซู ท่านแม่ให้ข้านำน้ำแกงมาให้เจ้า” โจวจวงจื่อเดินถือชามน้ำแกงเข้ามา พร้อมกับมองมาที่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาคล้ายประหม่าเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง ความทรงจำเลือนรางของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของนางอย่างรวดเร็ว ทำให้ซูอวี้หนิงรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ของเจ้าของร่างนี้กับหญิงสาวตรงหน้า

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไม่พูดและมักถูกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านรังแก มีเพียงเด็กสาวตรงหน้าและพี่ชายของนางเท่านั้น ที่คอยปกป้องและคอยดูแลนางตลอดเวลา

อาจเป็นเพราะความรู้สึกของซูอวี้หนิงคนก่อนยังหลงเหลืออยู่ภายในจิตใจของร่างนี้ ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายกับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

“ขอบคุณ” น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้น

แม้มันจะแผ่วเบาและแหบพร่าอยู่บ้าง แต่โจวจวงจื่อกลับได้ยินมันชัดเจน

ทันใดนั้นเอง ซูอวี้หนิงกลับเป็นฝ่ายที่ต้องตกใจเอง เพราะโจวจวงจื่อที่อยู่ตรงหน้าของนางกลับร้องไห้ออกมาราวกับเด็กน้อย ทำเอานางทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

“ฮือ เสี่ยวซู ในที่สุดเจ้าก็ยอมพูดแล้ว ฮือ ๆ” โจวจวงจื่อกล่าวไปพร้อมกับร้องไห้ไป นางพูดอีกหลายคำ แต่เพราะอีกฝ่ายร้องไห้มากกว่า ทำให้ซูอวี้หนิงฟังไม่ถนัดหูว่านางพูดว่าอะไร

รอจนผ่านไปสักพักอีกฝ่ายก็หยุดร้องไห้เอง

การกระทำของนางทำเอาซูอวี้หนิงถึงกับหัวเราะออกมา หญิงสาวตรงหน้ามองดูก็รู้ว่าน่าจะอายุราว ๆ สิบหก สิบเจ็ดแล้ว แต่ยังร้องไห้ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง

เมื่อซูอวี้หนิงดื่มน้ำแกงจนหมดชามแล้ว โจวจวงจื่อก็กลับออกไป แต่ออกไปเพียงไม่นาน นางก็กลับมาด้านในอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้พูดอะไรกับซูอวี้หนิงอีก นางเพียงเข้ามานำผ้าห่มและผ้าปูเตียงของนางออกไป และนำอีกชุดมาเปลี่ยนให้

ในตอนนั้นเองซูอวี้หนิงก็สังเกตบางอย่างได้ ดูจากชุดที่โจวจื่อจวงสวมใส่ เป็นชุดผ้าป่านของชาวนาทั่วไป ส่วนตัวของนางเองนั้นเป็นเสื้อผ้าที่ดูก็รู้ว่ามันดีกว่าของอีกฝ่ายเล็กน้อย

นั่นหมายความว่า ฐานะทางบ้านของนางตอนนี้ไม่ได้แย่มากนัก

“เสี่ยวซู เจ้าอยากออกไปนั่งเล่นที่ด้านนอกไหม? ท่านหมอหูบอกว่าอาการของเจ้าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว สามารถออกไปรับลมด้านนอกบ้าง จะช่วยให้อาการของเจ้าดีขึ้น”

ซูอวี้หนิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าให้นางเล็กน้อย

ตอนนี้ร่างกายของนางยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หากเคลื่อนไหวโดยไม่มีรถเข็น อาจทำให้อาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่ตอนนี้แย่ลงได้ แม้ในใจของนางอยากออกไปดูด้านนอกมากแค่ไหน ก็ทำได้เพียงหักห้ามใจของตนเองไว้

ที่ลานบ้านด้านข้างกับบ้านของซูอวี้หนิง หญิงชรากำลังนั่งอยู่ภายในลานพร้อมกับลูกชายของตนเองด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“แม่ อย่ากังวลไปเลย หมอหูก็บอกอยู่มิใช่หรือ ว่าอาการบาดเจ็บของนางดีขึ้นมากแล้ว” โจวจื่อเฉียงกล่าวกับมารดาที่นั่งเป็นกังวลอยู่

“เฮ้อ จะไม่ให้ข้าเป็นกังวลได้อย่างไร นางได้รับบาดเจ็บในเวลาที่พ่อของเจ้าไม่อยู่ หากพ่อเจ้ากลับมาแล้วรู้เรื่องนี้เข้า เขาจะต้องตำหนิแม่และเจ้าแน่ที่ไม่ดูแลนางให้ดี”

หญิงชราถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ สามีของนางนั้นรักใคร่เสี่ยวซูเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน สามีของนางและชาวบ้านที่เป็นผู้ชายบางส่วนจะต้องนำข้าวเปลือกไปส่งที่เมืองข้างเคียง ก่อนจะเดินทางออกไป เขาได้กำชับกับนางและลูก ๆ ว่าให้ดูแลเสี่ยวซูให้ดี

“ท่านพ่อเดินทางไปเมืองอี้โจวเกือบครึ่งเดือนแล้ว ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วันคงกลับมาถึง”

โจวจื่อเฉียงที่เคยไปเมืองอี้โจวกับบิดามาหลายครั้ง ย่อมรู้ว่าต้องใช้เวลากี่วันในการเดินทางไปและกลับ

“อืม ส่วนเจ้าซานโก่ว…”

“รอให้ท่านพ่อกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า” โจวจื่อเฉียงรู้ว่ามารดาของเขากำลังจะพูดอะไร

หลายครั้งที่เสี่ยวซูมักถูกคนในหมู่บ้านกลั่นแกล้ง แต่นั่นก็มีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เขาก็ได้ทำการสั่งสอนพวกคนเหล่านั้นไป แต่ครั้งนี้ เสี่ยวซูได้รับบาดเจ็บจนเกือบถึงชีวิต เรื่องนี้จำต้องให้บิดาของเขาจัดการเอง

หลังจากที่ซูอวี้หนิงได้ตื่นมาแล้วพบว่าตนเองอยู่ในร่างของซูอวี้หนิง เด็กสาวที่มีใบหน้าและชื่อเหมือนกันกับนาง จนกระทั่งล่วงเลยมาหลายวันจนแน่ชัดแล้วว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน

ซูอวี้หนิงรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่ตอนนี้ได้เล็กน้อย จากคำบอกเล่าของโจวจวงจื่อ เด็กสาวที่เข้ามาดูแลนางทุกวัน อาจเป็นเพราะซูอวี้หนิงคนก่อนไม่ใช่คนช่างพูด โจวจวงจื่อจึงคุ้นชินกันการพูดอยู่ฝ่ายเดียวเสมอ ไม่ว่าใครจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ซูอวี้หนิงก็สามารถรับรู้ได้ทุกอย่างจากนาง โดยที่ไม่ต้องถามสักคำ

และวันนี้เป็นวันที่รู้สึกว่าตนเองสามารถออกไปรับอากาศด้านนอกได้บ้างแล้ว เมื่อโจวจวงจื่อเข้ามาด้านใน ก็พบว่าซูอวี้หนิงกำลังใช้มือของตนเองค้ำยันที่พื้นเตียงเพื่อพยุงตนเองให้ลุกขึ้นยืน

เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง

“เสี่ยวซู เจ้าทำอะไร!!” โจวจวงจื่อรีบวางของในมือพร้อมเข้ามาประคองตัวซูอวี้หนิงทันที

“ข้าอยากออกไปด้านนอก” ซูอวี้หนิงบอกกับอีกฝ่าย

แม้โจวจวงจื่อจะยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับอีกฝ่ายที่พูดคุยกับนางเหมือนเป็นคนปกติเช่นนี้ แต่ตลอดหลายวันที่ดูแลอีกฝ่าย จะมีบางครั้งที่อีกฝ่ายพูดคุยกับนางบางคำ หากนางต้องการบางอย่าง

“เจ้าจะออกไปด้านนอกก็เพียงบอกข้า เจ้าทำเช่นนี้หากเกิดล้มลงอีกครั้ง จะบาดเจ็บซ้ำได้” โจวจวงจื่อพูดพร้อมตำหนิซูอวี้หนิงเล็กน้อย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นจากปากของหญิงสาวอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี นางจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย

โจวจวงจื่อประคองร่างผอมบางของซูอวี้หนิงออกมาด้านนอก แม้ทั้งสองจะอายุห่างกันเพียงแค่สองเดือน แต่โจวจวงจื่อก็ยังสูงและดูมีเนื้อมีหนังมากกว่าซูอวี้หนิงอยู่มาก

ซูอวี้หนิงพยายามเดินไม่ให้ลงน้ำหนักเท้าที่บาดเจ็บมากนัก แต่เมื่อออกมาที่ลานด้านนอก ความเจ็บปวดที่มีก็พลันหายไปชั่วครู่

แสงแดดอ่อน ๆ ทอดลงมายังหมู่บ้านที่ซูอวี้หนิงอาศัยอยู่ ทุกอย่างดูเงียบสงบแต่ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

หมอกบาง ๆ ลอยคลอเคลียอยู่เหนือยอดเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้ทั้งสี่ด้าน แสงอาทิตย์แรกของวันค่อย ๆ ส่องลอดผ่านหมู่ไม้ลงมากระทบหลังคาหญ้าแห้งสีหม่นที่เรียงรายเป็นแถว

จากลานบ้านของนาง สามารถมองเห็นควันไฟสีขาวลอยขึ้นมาจากปล่องไฟของแต่ละเรือน บ่งบอกว่าผู้คนกำลังเริ่มหุงหาอาหารเช้า

ถนนดินสายเล็กทอดยาวผ่านกลางหมู่บ้าน เด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ไกล ๆ ชวนให้ความรู้สึกอบอุ่น

ไม่ไกลนักคือทุ่งนา ขอบทุ่งมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเริ่มลงแขกถอนหญ้า แสงแดดอุ่นอ่อนส่องกระทบหยดน้ำค้างบนใบข้าวเป็นประกายราวกับเม็ดแก้ว ขณะที่ลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ส่งเสียงน้ำกระทบหินดังซู่ซ่า เสริมความสงบสุขของเช้าวันใหม่

ซูอวี้หนิงที่ถูกประคองออกมานั่งพักที่เก้าอี้ไม้ใต้ร่มต้นหม่อน รู้สึกได้ถึงสายลมเย็นที่พัดพาเอากลิ่นดอกหญ้าและกลิ่นดินชื้นหลังหมอกลงมาตีจมูก ภาพตรงหน้าช่างแตกต่างจากชีวิตในเมืองที่นางคุ้นเคยนัก ทุกสิ่งทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความอบอุ่นของวิถีชีวิตผู้คนที่พึ่งพาอาศัยกัน

โจวจวงจื่อที่อยู่ข้างกายยิ้มกว้าง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส

“เสี่ยวซู หากเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเดินที่ลำธาร ที่นั่นมีดอกไม้ป่าเบ่งบานสวยยิ่งนัก”

คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจของซูอวี้หนิงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก…

…………………..

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 76

    ซูอวี้หนิงชะงักไปเพียงชั่วขณะ ก่อนตอบแทนอาจารย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยอ่านบันทึกแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง ภายในมีบันทึกวิธีช่วยชีวิตคนที่หยุดหายใจไว้ ด้วยวิธีนี้”หูเทียนเหิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ“วิธีนี้ใช้ได้ผล หลังจากนี้เจ้าต้องสอนศิษย์น้องทั้งสองคนด้วย”“เจ้าค่ะ” ซูอวี้ห

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 75

    ตอนที่ 46เมื่อเห็นว่าหญิงที่เพิ่งคลอดพ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว ซูอวี้หนิงจึงค่อย ๆ ตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง ชีพจรยังอ่อนแรงมาก ลมหายใจแผ่ว สีหน้าซีดขาวไร้เลือดนางก้มตรวจดูผ้าที่รองรับเลือดใต้ร่างของหญิงผู้นั้น ก่อนขมวดคิ้ว“เสียเลือดมากเกินไป”หลิวชิวซุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบจดบันทึกไว้ทันทีซูอวี้หน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 74

    “เถียนเถียน เตรียมผ้าสะอาดเพิ่มรอรับคำสั่งจากข้า”“เจ้าค่ะ!”ซูอวี้หนิงหลับตาลงเพียงชั่วอึดใจ ก่อนรวบรวมสมาธิทั้งหมด“พี่สะใภ้...อีกครู่หนึ่งข้าจะช่วยท่าน ท่านต้องทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง เข้าใจหรือไม่”หญิงผู้นั้นพยักหน้าทั้งน้ำตา“ขะ เข้าใจ”ซูอวี้หนิงสูดหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ช่วยจัดท่าของทารกอย่างระม

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 73

    ตอนที่ 45“เด็กอยู่ในท่าก้น...และสายสะดือคล้ายจะเคลื่อนต่ำลงมา อาจารย์...หากปล่อยไว้ เด็กอาจขาดอากาศหายใจในครรภ์เจ้าค่ะ” ซูอวี้หนิงกล่าว ก่อนจะรีบก้มลงตรวจซ้ำอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองหูเทียนเหิงอีกครั้งหูเทียนเหิงพยักหน้า“อืม”เวลานี้ ชายผู้เป็นสามีของคนไข้ยืนตัวสั่นอยู่ข้างประตู“ท่านหมอ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 72

    หลังจากที่ได้เรียนรู้กับหูเทียนเหิงอยู่สามเดือน ความสามารถของหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นเพราะการสอนของหูเทียนเหิงและด้วยความช่วยเหลือของซูอวี้หนิงยามเหม่า(05.00 น.)เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังเข้ามาในลานเรือนของซูอวี้หนิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 71

    ตอนที่ 44หลังจากหูเทียนเหิงรับหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ชีวิตของสตรีทั้งสองก็พลิกผันไปโดยสิ้นเชิงหากก่อนหน้าการเตรียมตัวสอบของพวกนางนั้น คือการอ่านตำราด้วยตนเองก็ถือว่าหนักแล้วบัดนี้กลับหนักยิ่งกว่าหลายเท่าตัว หูเทียนเหิงไม่เคยสอนแพทย์จากตำราเพียงอย่างเดียว ในสายตาของเขา

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 12

    ซูอวี้หนิงหัวเราะเบา ๆ “หากได้ผลจริงก็ดีแล้ว อย่างน้อยพวกเขาจะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดมากเหมือนก่อน”คืนนั้น นางนั่งจดบันทึกผลการใช้ขี้ผึ้งลงในสมุดเล่มเล็กอีกครั้ง ตั้งแต่สรรพคุณสมุนไพร วิธีการต้มเคี่ยว จนถึงคำบอกเล่าของผู้ใช้ที่ลองจริง ๆ ราวกับกำลังทำตำรายาส่วนตัวทีละหน้าวันต่อมา เมื่อซูอวี้หนิงออกจากบ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 10

    ตอนที่ 9เช้าวันนั้น หลังจากลุงโจวเดินเล่นรอบลานเสร็จ เขาก็นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านกับเพื่อนเก่าอีกสองสามคน“พี่โจว ข้าถามจริงเถอะ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยพลางขมวดคิ้ว “ยาที่ท่านทาขาใช่ขี้ผึ้งที่ซื้อจากร้านหมอหลี่หรือไม่? ข้าเคยใช้ของเขาแล้วไม่เคยเห็นได้ผลเร็วแบบท่านเลย”อีกคนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ กลิ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 9

    ตอนที่ 8การรักษาผ่านไปด้วยดี ในตอนนั้นเองที่ทำให้โจวจวงจื่อพึ่งนึกขึ้นได้ว่า เวลานี้ซูอวี้หนิงยังไม่ได้กินอาหารเช้า เพราะตนเองมัวแต่ตกใจกับเรื่องของเสี่ยวเถา เมื่อจัดการเก็บของเสร็จ นางจึงรีบเข้าครัวเพื่อทำอาหารง่าย ๆ ให้อีกฝ่ายได้กินอย่างรวดเร็วทำให้ตอนนี้ด้านนอกเรือนมีเพียงซูอวี้หนิงและโจวจื่อเฉ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 8

    ตอนที่ 7ชายวัยกลางคนชะงักเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานแววตาของเขาก็คล้ายเปลี่ยนไปเป็นสีแดง คล้ายกับคนที่กำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“ลุงกลับมาได้ยินว่าเจ้าหายป่วยแล้ว เจ้าหายแล้วจริง­ ๆ” ลุงโจวกล่าวกับอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซูอวี้หนิงไม่ได้กล่าวตอบ นางทำเพียงพยักหน้าให้อีกฝ่ายเท่านั้นซูอวี้หนิงพาทั้งสองค

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status