Share

บทที่ 6

Penulis: SnailW
last update Tanggal publikasi: 2025-11-06 16:12:49

ตอนที่ 5

“ข้าคิดว่า การที่นางได้รับบาดเจ็บหนักในครั้งนี้ ทำให้เลือดลมในร่างกายเปลี่ยนไป มันอาจเป็นความโชคดีของนาง” หมอหูพูดถึงการคาดเดาของเขาให้อีกฝ่ายได้ฟัง แม้เขาจะไม่แน่ใจ แต่นี่เป็นเหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้

โจวซื่อที่ได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าอย่าพึ่งเป็นกังวลไปเลย ระหว่างนี้ก็คอยดูอาการของนางไปก่อน ข้าจะจัดยาบำรุงร่างกายให้นางหนึ่งชุด”

“ขอบคุณหมอหูมากเจ้าค่ะ” โจวซื่อกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ

“เจ้าอย่าได้เกรงใจเกินไปเลย แม้ข้าจะไม่ได้อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ แต่ก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากมารดาของนางมาบ้างเช่นกัน” หมอหูกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

หากจะว่าไปแล้ว สาเหตุที่ทำให้หญิงสาวอย่างซูอวี้หนิงสามารถมีชีวิตอยู่อย่างตัวคนเดียวได้ถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะมารดาของนาง

ก่อนที่มารดาของนางจะสิ้นลมไป เคยช่วยเหลือชาวบ้านเอาไว้มากมาย รวมถึงคนหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย ครอบครัวของเขาเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากมารดาของนางเช่นกัน

หมอหูถอนหายใจออกมาด้วยความเวทนา เขาเองก็ไม่สามารถช่วยอีกฝ่ายได้มากนัก ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำได้เพียงมาตรวจชีพจรให้นางทุก ๆ สิบวันเท่านั้น มีเพียงการทำเช่นนี้เพื่อตอบแทนมารดาของนางที่สิ้นลมไป

ก่อนกลับหมอหูได้เขียนรายการเทียบยาให้กับโจวจื่อเฉียง เพื่อให้เขาเข้าเมือง ไปซื้อที่ร้านขายยา

ซูอวี้หนิงที่อยู่ภายในห้องไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้ด้านนอกนั้น ทุกคนกำลังกังวลกับอาการป่วยของนางมากเพียงไร เพราะตอนนี้นางกำลังมองไปที่รอบ ๆ ห้องด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ รวมถึงประเมินสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

ร่างบางค่อย ๆ เลิกผ้าห่มที่คลุมร่างกายท่อนร่างของนางออก แต่ทันทีที่เท้าของนางสัมผัสพื้น ทำให้ซูอวี้หนิงรับรู้ได้ทันทีถึงอาการเจ็บปวดบริเวณข้อเท้า และสะโพก

แต่ที่เจ็บหนักมากที่สุดน่าจะเป็นอาการบาดเจ็บที่ศีรษะของตนเองเสียมากกว่า

นางเป็นหมอ ย่อมประเมินสภาพร่างกายของตนเองในตอนนี้คร่าว ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้นางหยุดความคิดที่จะเดินออกไปด้านนอกทันที

นางกวาดตาไปมองรอบ ๆ อย่างพิจารณา เตียงนอนไม้ที่นางกำลังนอนอยู่ แม้จะดูเก่ามากแล้ว แต่มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่า มันถูกทำมาอย่างปราณีต เครื่องใช้ภายในห้องเช่นกัน ทุกอย่างเป็นของใช้ที่ดูล้าสมัยคล้ายกับยุคโบราณที่นางเคยเห็นในหนังผ่าน ๆ มา

ขณะที่นางกำลังมองสำรวจไปรอบ ๆ ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่อยู่ด้านหน้าประตู ก่อนใครบางคนนั้นจะเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับชามใบหนึ่ง

“เสี่ยวซู ท่านแม่ให้ข้านำน้ำแกงมาให้เจ้า” โจวจวงจื่อเดินถือชามน้ำแกงเข้ามา พร้อมกับมองมาที่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาคล้ายประหม่าเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง ความทรงจำเลือนรางของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของนางอย่างรวดเร็ว ทำให้ซูอวี้หนิงรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ของเจ้าของร่างนี้กับหญิงสาวตรงหน้า

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไม่พูดและมักถูกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านรังแก มีเพียงเด็กสาวตรงหน้าและพี่ชายของนางเท่านั้น ที่คอยปกป้องและคอยดูแลนางตลอดเวลา

อาจเป็นเพราะความรู้สึกของซูอวี้หนิงคนก่อนยังหลงเหลืออยู่ภายในจิตใจของร่างนี้ ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายกับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

“ขอบคุณ” น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้น

แม้มันจะแผ่วเบาและแหบพร่าอยู่บ้าง แต่โจวจวงจื่อกลับได้ยินมันชัดเจน

ทันใดนั้นเอง ซูอวี้หนิงกลับเป็นฝ่ายที่ต้องตกใจเอง เพราะโจวจวงจื่อที่อยู่ตรงหน้าของนางกลับร้องไห้ออกมาราวกับเด็กน้อย ทำเอานางทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

“ฮือ เสี่ยวซู ในที่สุดเจ้าก็ยอมพูดแล้ว ฮือ ๆ” โจวจวงจื่อกล่าวไปพร้อมกับร้องไห้ไป นางพูดอีกหลายคำ แต่เพราะอีกฝ่ายร้องไห้มากกว่า ทำให้ซูอวี้หนิงฟังไม่ถนัดหูว่านางพูดว่าอะไร

รอจนผ่านไปสักพักอีกฝ่ายก็หยุดร้องไห้เอง

การกระทำของนางทำเอาซูอวี้หนิงถึงกับหัวเราะออกมา หญิงสาวตรงหน้ามองดูก็รู้ว่าน่าจะอายุราว ๆ สิบหก สิบเจ็ดแล้ว แต่ยังร้องไห้ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง

เมื่อซูอวี้หนิงดื่มน้ำแกงจนหมดชามแล้ว โจวจวงจื่อก็กลับออกไป แต่ออกไปเพียงไม่นาน นางก็กลับมาด้านในอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้พูดอะไรกับซูอวี้หนิงอีก นางเพียงเข้ามานำผ้าห่มและผ้าปูเตียงของนางออกไป และนำอีกชุดมาเปลี่ยนให้

ในตอนนั้นเองซูอวี้หนิงก็สังเกตบางอย่างได้ ดูจากชุดที่โจวจื่อจวงสวมใส่ เป็นชุดผ้าป่านของชาวนาทั่วไป ส่วนตัวของนางเองนั้นเป็นเสื้อผ้าที่ดูก็รู้ว่ามันดีกว่าของอีกฝ่ายเล็กน้อย

นั่นหมายความว่า ฐานะทางบ้านของนางตอนนี้ไม่ได้แย่มากนัก

“เสี่ยวซู เจ้าอยากออกไปนั่งเล่นที่ด้านนอกไหม? ท่านหมอหูบอกว่าอาการของเจ้าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว สามารถออกไปรับลมด้านนอกบ้าง จะช่วยให้อาการของเจ้าดีขึ้น”

ซูอวี้หนิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าให้นางเล็กน้อย

ตอนนี้ร่างกายของนางยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หากเคลื่อนไหวโดยไม่มีรถเข็น อาจทำให้อาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่ตอนนี้แย่ลงได้ แม้ในใจของนางอยากออกไปดูด้านนอกมากแค่ไหน ก็ทำได้เพียงหักห้ามใจของตนเองไว้

ที่ลานบ้านด้านข้างกับบ้านของซูอวี้หนิง หญิงชรากำลังนั่งอยู่ภายในลานพร้อมกับลูกชายของตนเองด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“แม่ อย่ากังวลไปเลย หมอหูก็บอกอยู่มิใช่หรือ ว่าอาการบาดเจ็บของนางดีขึ้นมากแล้ว” โจวจื่อเฉียงกล่าวกับมารดาที่นั่งเป็นกังวลอยู่

“เฮ้อ จะไม่ให้ข้าเป็นกังวลได้อย่างไร นางได้รับบาดเจ็บในเวลาที่พ่อของเจ้าไม่อยู่ หากพ่อเจ้ากลับมาแล้วรู้เรื่องนี้เข้า เขาจะต้องตำหนิแม่และเจ้าแน่ที่ไม่ดูแลนางให้ดี”

หญิงชราถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ สามีของนางนั้นรักใคร่เสี่ยวซูเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน สามีของนางและชาวบ้านที่เป็นผู้ชายบางส่วนจะต้องนำข้าวเปลือกไปส่งที่เมืองข้างเคียง ก่อนจะเดินทางออกไป เขาได้กำชับกับนางและลูก ๆ ว่าให้ดูแลเสี่ยวซูให้ดี

“ท่านพ่อเดินทางไปเมืองอี้โจวเกือบครึ่งเดือนแล้ว ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วันคงกลับมาถึง”

โจวจื่อเฉียงที่เคยไปเมืองอี้โจวกับบิดามาหลายครั้ง ย่อมรู้ว่าต้องใช้เวลากี่วันในการเดินทางไปและกลับ

“อืม ส่วนเจ้าซานโก่ว…”

“รอให้ท่านพ่อกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า” โจวจื่อเฉียงรู้ว่ามารดาของเขากำลังจะพูดอะไร

หลายครั้งที่เสี่ยวซูมักถูกคนในหมู่บ้านกลั่นแกล้ง แต่นั่นก็มีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เขาก็ได้ทำการสั่งสอนพวกคนเหล่านั้นไป แต่ครั้งนี้ เสี่ยวซูได้รับบาดเจ็บจนเกือบถึงชีวิต เรื่องนี้จำต้องให้บิดาของเขาจัดการเอง

หลังจากที่ซูอวี้หนิงได้ตื่นมาแล้วพบว่าตนเองอยู่ในร่างของซูอวี้หนิง เด็กสาวที่มีใบหน้าและชื่อเหมือนกันกับนาง จนกระทั่งล่วงเลยมาหลายวันจนแน่ชัดแล้วว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน

ซูอวี้หนิงรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่ตอนนี้ได้เล็กน้อย จากคำบอกเล่าของโจวจวงจื่อ เด็กสาวที่เข้ามาดูแลนางทุกวัน อาจเป็นเพราะซูอวี้หนิงคนก่อนไม่ใช่คนช่างพูด โจวจวงจื่อจึงคุ้นชินกันการพูดอยู่ฝ่ายเดียวเสมอ ไม่ว่าใครจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ซูอวี้หนิงก็สามารถรับรู้ได้ทุกอย่างจากนาง โดยที่ไม่ต้องถามสักคำ

และวันนี้เป็นวันที่รู้สึกว่าตนเองสามารถออกไปรับอากาศด้านนอกได้บ้างแล้ว เมื่อโจวจวงจื่อเข้ามาด้านใน ก็พบว่าซูอวี้หนิงกำลังใช้มือของตนเองค้ำยันที่พื้นเตียงเพื่อพยุงตนเองให้ลุกขึ้นยืน

เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง

“เสี่ยวซู เจ้าทำอะไร!!” โจวจวงจื่อรีบวางของในมือพร้อมเข้ามาประคองตัวซูอวี้หนิงทันที

“ข้าอยากออกไปด้านนอก” ซูอวี้หนิงบอกกับอีกฝ่าย

แม้โจวจวงจื่อจะยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับอีกฝ่ายที่พูดคุยกับนางเหมือนเป็นคนปกติเช่นนี้ แต่ตลอดหลายวันที่ดูแลอีกฝ่าย จะมีบางครั้งที่อีกฝ่ายพูดคุยกับนางบางคำ หากนางต้องการบางอย่าง

“เจ้าจะออกไปด้านนอกก็เพียงบอกข้า เจ้าทำเช่นนี้หากเกิดล้มลงอีกครั้ง จะบาดเจ็บซ้ำได้” โจวจวงจื่อพูดพร้อมตำหนิซูอวี้หนิงเล็กน้อย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นจากปากของหญิงสาวอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี นางจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย

โจวจวงจื่อประคองร่างผอมบางของซูอวี้หนิงออกมาด้านนอก แม้ทั้งสองจะอายุห่างกันเพียงแค่สองเดือน แต่โจวจวงจื่อก็ยังสูงและดูมีเนื้อมีหนังมากกว่าซูอวี้หนิงอยู่มาก

ซูอวี้หนิงพยายามเดินไม่ให้ลงน้ำหนักเท้าที่บาดเจ็บมากนัก แต่เมื่อออกมาที่ลานด้านนอก ความเจ็บปวดที่มีก็พลันหายไปชั่วครู่

แสงแดดอ่อน ๆ ทอดลงมายังหมู่บ้านที่ซูอวี้หนิงอาศัยอยู่ ทุกอย่างดูเงียบสงบแต่ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

หมอกบาง ๆ ลอยคลอเคลียอยู่เหนือยอดเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้ทั้งสี่ด้าน แสงอาทิตย์แรกของวันค่อย ๆ ส่องลอดผ่านหมู่ไม้ลงมากระทบหลังคาหญ้าแห้งสีหม่นที่เรียงรายเป็นแถว

จากลานบ้านของนาง สามารถมองเห็นควันไฟสีขาวลอยขึ้นมาจากปล่องไฟของแต่ละเรือน บ่งบอกว่าผู้คนกำลังเริ่มหุงหาอาหารเช้า

ถนนดินสายเล็กทอดยาวผ่านกลางหมู่บ้าน เด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ไกล ๆ ชวนให้ความรู้สึกอบอุ่น

ไม่ไกลนักคือทุ่งนา ขอบทุ่งมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเริ่มลงแขกถอนหญ้า แสงแดดอุ่นอ่อนส่องกระทบหยดน้ำค้างบนใบข้าวเป็นประกายราวกับเม็ดแก้ว ขณะที่ลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ส่งเสียงน้ำกระทบหินดังซู่ซ่า เสริมความสงบสุขของเช้าวันใหม่

ซูอวี้หนิงที่ถูกประคองออกมานั่งพักที่เก้าอี้ไม้ใต้ร่มต้นหม่อน รู้สึกได้ถึงสายลมเย็นที่พัดพาเอากลิ่นดอกหญ้าและกลิ่นดินชื้นหลังหมอกลงมาตีจมูก ภาพตรงหน้าช่างแตกต่างจากชีวิตในเมืองที่นางคุ้นเคยนัก ทุกสิ่งทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความอบอุ่นของวิถีชีวิตผู้คนที่พึ่งพาอาศัยกัน

โจวจวงจื่อที่อยู่ข้างกายยิ้มกว้าง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส

“เสี่ยวซู หากเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเดินที่ลำธาร ที่นั่นมีดอกไม้ป่าเบ่งบานสวยยิ่งนัก”

คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจของซูอวี้หนิงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก…

…………………..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 76

    ซูอวี้หนิงชะงักไปเพียงชั่วขณะ ก่อนตอบแทนอาจารย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยอ่านบันทึกแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง ภายในมีบันทึกวิธีช่วยชีวิตคนที่หยุดหายใจไว้ ด้วยวิธีนี้”หูเทียนเหิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ“วิธีนี้ใช้ได้ผล หลังจากนี้เจ้าต้องสอนศิษย์น้องทั้งสองคนด้วย”“เจ้าค่ะ” ซูอวี้ห

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 75

    ตอนที่ 46เมื่อเห็นว่าหญิงที่เพิ่งคลอดพ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว ซูอวี้หนิงจึงค่อย ๆ ตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง ชีพจรยังอ่อนแรงมาก ลมหายใจแผ่ว สีหน้าซีดขาวไร้เลือดนางก้มตรวจดูผ้าที่รองรับเลือดใต้ร่างของหญิงผู้นั้น ก่อนขมวดคิ้ว“เสียเลือดมากเกินไป”หลิวชิวซุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบจดบันทึกไว้ทันทีซูอวี้หน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 74

    “เถียนเถียน เตรียมผ้าสะอาดเพิ่มรอรับคำสั่งจากข้า”“เจ้าค่ะ!”ซูอวี้หนิงหลับตาลงเพียงชั่วอึดใจ ก่อนรวบรวมสมาธิทั้งหมด“พี่สะใภ้...อีกครู่หนึ่งข้าจะช่วยท่าน ท่านต้องทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง เข้าใจหรือไม่”หญิงผู้นั้นพยักหน้าทั้งน้ำตา“ขะ เข้าใจ”ซูอวี้หนิงสูดหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ช่วยจัดท่าของทารกอย่างระม

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 73

    ตอนที่ 45“เด็กอยู่ในท่าก้น...และสายสะดือคล้ายจะเคลื่อนต่ำลงมา อาจารย์...หากปล่อยไว้ เด็กอาจขาดอากาศหายใจในครรภ์เจ้าค่ะ” ซูอวี้หนิงกล่าว ก่อนจะรีบก้มลงตรวจซ้ำอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองหูเทียนเหิงอีกครั้งหูเทียนเหิงพยักหน้า“อืม”เวลานี้ ชายผู้เป็นสามีของคนไข้ยืนตัวสั่นอยู่ข้างประตู“ท่านหมอ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 72

    หลังจากที่ได้เรียนรู้กับหูเทียนเหิงอยู่สามเดือน ความสามารถของหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นเพราะการสอนของหูเทียนเหิงและด้วยความช่วยเหลือของซูอวี้หนิงยามเหม่า(05.00 น.)เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังเข้ามาในลานเรือนของซูอวี้หนิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 71

    ตอนที่ 44หลังจากหูเทียนเหิงรับหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ชีวิตของสตรีทั้งสองก็พลิกผันไปโดยสิ้นเชิงหากก่อนหน้าการเตรียมตัวสอบของพวกนางนั้น คือการอ่านตำราด้วยตนเองก็ถือว่าหนักแล้วบัดนี้กลับหนักยิ่งกว่าหลายเท่าตัว หูเทียนเหิงไม่เคยสอนแพทย์จากตำราเพียงอย่างเดียว ในสายตาของเขา

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 18

    ซูอวี้หนิงหยิบเข็มเงินที่เพิ่งลนไฟเสร็จขึ้นมา ร้อยเส้นไหมสะอาดเข้าไปอย่างระมัดระวัง แสงตะเกียงส่องต้องปลายเข็มสะท้อนแวววับนางสูดลมหายใจลึก กดปลายนิ้วแนบขอบแผลที่ถูกกัดจนฉีกขาด แล้วจึงเริ่มแทงเข็มแรกลงไป เนื้อที่ฉีกแยกพลันถูกรั้งเข้าหากัน เสียงเนื้อเสียดสีกับเส้นไหมดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบตึง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 3

    ตอนที่ 2ไม่นานหลังจากซูอวี้หนิงเดินออกจากห้องผ่าตัด ราวกับเงาของเธอยังไม่ทันจางหายไปจากประตูอัตโนมัติ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วแผนกบริเวณหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลชั้นสิบเจ็ด พยาบาลสาวสองคนยืนกระซิบกระซาบกันด้วยแววตาเป็นประกาย“เธอเห็นไหม? แค่ยืนมองตอนเธอลงมีด ยังรู้สึกขนลุกเลย...”“ฉันอยู่ตรงหัวเตียงนะ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 2

    ตอนที่ 1โรงพยาบาลอวี้เหอเสียงล้อเตียงคนไข้เสียดสีไปตามพื้นกระเบื้อง ดังแทรกสลับกับเสียงเรียกชื่อจากพยาบาล แพทย์เวร และญาติผู้ป่วย โรงพยาบาลอวี้เหอในยามสายแน่นขนัดราวกับใจกลางตลาดยามเช้าตรงชั้นล่าง หน้าห้องฉุกเฉิน มีคนไข้นั่งรอ ห้อมล้อมไปด้วยเสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงประกาศขอเลือดด่วนส่วนชั้นส

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 1

    หญิงสาวจากอนาคต “ซูอวี้หนิง” ฟื้นขึ้นมาในร่างหญิงวิปลาสที่ถูกทั้งหมู่บ้านรังเกียจ นางมีเพียงความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ท่ามกลางยุคที่สตรีถูกมองว่าไร้ค่า การช่วยชีวิตชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชะตาที่พลิกผัน นางถูกบังคับให้แต่งงานกับเขา ทั้งที่ไม่รู้แม้ชื่อจร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status