ログインยามซวี (ประมาณ 19.00 น.) ณ ลานหน้าประตูโถงจัดเลี้ยง พระราชวังหลวง
บรรยากาศหน้าประตูโถงจัดเลี้ยงพระราชวังหลวงยามนี้ ตกอยู่ในความเงียบงันอันหนาวเหน็บและตึงเครียดถึงขีดสุด...
ม่านหมอกพิษสีดำสนิทแผ่พวยพุ่งหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสูงเสียดฟ้า ไอความร้อนและรังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจนใบไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาและสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา! นี่คือ ‘ค่ายกลหมื่นมารสลายวิญญาณ’ สุดยอดค่ายกลสังหารโบราณของแคว้นเป่ยเยี่ยน!
‘องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน’ ยืนกอดอกอยู่ข้างค่ายกล แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองดูเหล่าขุนนางต้าซิงที่ยืนหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ อยู่เบื้องหน้า
“ฮ่าๆๆ! ฮ่องเต้ต้าซิง ขุนนางต้าซิง!” องค์ชายสามตะโกนก้องเสียงดังกังวานเย้ยหยัน “ค่ายกลหมื่นมารนี้ ขวางทางเดินสู่โถงเสวยไว้หมดสิ้น! หากต้าซิงไร้ผู้กล้า ไม่มีใครสามารถเดินผ่านค่ายกลนี้เข้าไปได้ภายในหนึ่งก้านธูป... ก็จงคุกเข่าลง แล้วลงนามในสัญญายกเมืองชายแดนห้าเมืองให้เป่ยเยี่ยนเสียเถิด!”
‘ปรมาจารย์ค่ายกลพรรคมาร’ ในชุดคลุมดำมืดมิด ลูบเครายาวพลางหัวเราะเสียงแหลมสูงชวนขนหัวลุก
“ค่ายกลของข้า... ผสานกลไกค่ายกลเก้าชั้นฟ้าและพิษมารสลายกระดูก! ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ หากก้าวล่วงล้ำเข้ามาเพียงสามก้าว... อวัยวะภายในย่อมแหลกสลายเป็นผงธุลี!”
“จริงหรือพะยะค่ะ?!” ขุนนางเฒ่าฝ่ายต้าซิงคนหนึ่งส่งเสียงสั่นเครือ ละล่ำละลักหันไปสั่งองครักษ์ “ลอง... ลองโยนอาวุธเข้าไปทดสอบดูซิ!”
หัวหน้าองครักษ์หลวงชักหอกเหล็กกล้าหนักห้าสิบชั่ง แล้วขว้างพุ่งทะยานเข้าไปในม่านควันดำดัง ฟิ้ว!
ซู่...!
พริบตาที่ปลายหอกเหล็กสัมผัสถูกม่านหมอกดำ... โลหะเหล็กกล้าแข็งแกร่งพลันถูกกัดกร่อน ละลายกลายเป็นผงฝุ่นเหล็กสีดำร่วงกราวลงพื้นดินภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที!
“เฮือกกกก!”
เหล่าขุนนาง เชื้อพระวงศ์ และองครักษ์หลวงต้าซิงนับร้อยชีวิต ต่างพากันสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความขวัญผวาสุดขีด!
ฮ่องเต้ผู้ประทับยืนอยู่หน้าขบวนขมวดพระขนงแน่น พระหัตถ์ที่กุมด้ามกระบี่มังกรสั่นระริก
“เชียนฟาน...” ฮ่องเต้ตรัสกระซิบเสียงเครียดเกร็ง “ค่ายกลพรรคมารนี้โหดเหี้ยมยิ่งนัก... ราชสำนักเราจะส่งใครไปแก้ค่ายกลได้เล่า?”
‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดขุนนางสีดำขลิบทองยืนกอดอกแน่น สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองม่านหมอกดำด้วยความเย็นเยียบ ก่อนจะค่อยๆ หันสายตาไปมองหญิงสาวร่างพองหนาข้างกาย...
‘ซูเหมย... สตรีผู้สยบทั้งมือสังหาร ยาพิษ และกองทัพกบฏ!’ ชินอ๋องสูดลมหายใจเข้าลึก ‘ยามนี้ แผ่นดินและห้าเมืองชายแดน อยู่ในกำมือของเจ้าแล้ว!’
.
ทว่า... ตัดสลับมาที่มุมมองของ ‘มะลิ’!
สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุค 2026 ยืนจุ้มปุ๊กอยู่ในชุดฮั่นฝูสีฟ้าพาสเทลทรงกว้างพิเศษ ที่ยัดถุงซับในขยายท้อง 4 เท่าจนร่างพองกลมดุจเพนกวินยักษ์...
ในมือขวาของนางถือถ้วยน้ำชาเย็นชื่นใจ ส่วนมือซ้ายกำ ‘ถุงกระดาษใส่เกาลัดคั่วร้อนๆ’ ที่แอบพกติดตัวมาจากวังอ๋องไว้แน่นหนา!
มะลิไม่ได้ฟังเรื่องห้าเมืองชายแดน ไม่ได้มองเห็นหอกเหล็กที่ละลายเป็นผงเลยแม้แต่น้อย!
เพราะสายตาของมะลิยามนี้... ถูกตรึงแน่นอยู่กับ ‘จานหมูหันย่างสีทองอร่ามตัวเบ้อเร่อ’ ที่วางประดับอยู่บนโต๊ะเสวยใหญ่หลังม่านควันดำฝั่งตรงข้าม!!
และที่เด็ดดวงไปกว่านั้น... กลิ่นหนังหมูหันกรอบๆ ฉ่ำซอสหวานมัน ลอยแหวกอากาศมาเตะเข้าจมูกมะลิอย่างจัง!
ฟุดฟิด... ฟุดฟิด!
มะลิตาลุกวาวเป็นประกายเงินดอลลาร์ $100$ ผสมรูปหมูหันย่างทันที! ลิ้นเลียริมฝีปาก น้ำลายสอในปากจนแทบจะกลืนไม่ทัน!
‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจด้วยความตะกลามระดับสิบแปด!
‘หมูหันย่างหนังกรอบฉ่ำซอสตัวยักษ์! หนังสีทองวาววับส่งกลิ่นหอมเตะจมูกกูขนาดนี้! แล้วไอ้เตาย่างหมูหันร้านไหนมันมารมควันขวางทางเดินฟะ! ควันดำเหม็นไหม้ลอยคลุ้งบังหมูหันกูหมด!’
มะลิหันไปส่งสายตามุ่งมั่นให้ชินอ๋อง แล้วพยักหน้าหงึกๆ “ท่านอ๋องคะ... ดิฉันทนกลิ่นควันนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ! ดิฉันขอตัวเดินไปที่โต๊ะก่อนนะคะ!”
เวินเชียนฟานมองมะลิด้วยสายตาซาบซึ้งและเลื่อมใสสุดขีด! ชินอ๋องพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ไปเถิด ซูเหมย... ปลดปล่อยวิชาของเจ้า สยบพวกมันให้สิ้นซาก!”
มะลิ: ‘เออ! รู้กัน! ฝากเปิดทาง เดี๋ยวฉันไปฟาดหมูหันเอง!’
.
ตึง... ตึง... ตึง...
มะลิเริ่มก้าวเท้าเดินอุ้ยอ้ายด้วยความหนาแน่นของชุดฮั่นฝูพอง 4 เท่า... ก้าวอาดๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาม่านหมอกดำของค่ายกลหมื่นมารแบบไม่กลัวฟ้าดิน!
ปรมาจารย์ค่ายกลพรรคมารแห่งเป่ยเยี่ยนเห็นร่างพองกลมเดินเข้ามา ก็เบิ่งตากว้าง หัวเราะร่าด้วยความดูแคลน
“ฮ่าๆๆ! ต้าซิงสิ้นไร้ไม้ตอกถึงขั้นส่งสตรีอ้วนพอง ไร้พลังยุทธ์ มารนหาที่ตายเชียวรึ!” ปรมาจารย์ค่ายกลแสยะยิ้มเหี้ยม “ก้าวเท้าเข้าไปเถิดนังหนู! ก้าวแรกเจ้าจะเวียนหัว ก้าวที่สองเลือดลมตีกลับ และก้าวที่สาม... ร่างของเจ้าจะแหลกสลายกลายเป็นผง!”
องค์ชายสามหัวเราะเยาะ “เตรียมเซ็นสัญญายกเมืองได้เลยต้าซิง!”
ทว่า... ในวินาทีที่มะลิก้าวเท้าข้ามเข้าสู่ม่านหมอกดำนั่นเอง!
วูบ... วูบ...
หลังเสาหินประดับโคมไฟ... เงาร่างของ ‘ยมทูตหมายเลข 7’ วาร์ปโผล่มาครึ่งตัว ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก!
“แม่หนูมะลิ!!” ยมทูตหมายเลข 7 กรีดร้องกระซิบเสียงหลง “ค่ายกลพิษระดับนรกชั้นแปดขนาดนี้ เจ้าอย่าเพิ่งเดินดุ่มๆ เข้าไปขิตรอบสองนะเว้ย! ถ้าร่างนี้พัง ข้าโดนถีบไปขัดกระทะทองแดงแปดแสนปีแน่ๆ!”
ยมทูตหมายเลข 7 ไม่รอช้า สองมือสะบัดพัดสีดำ ร่ายเวทมนตร์บิดเบือนมิติอย่างบ้าคลั่ง!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ละอองไอพิษสีดำที่กำลังจะพุ่งเข้ากัดกร่อนร่างของมะลิ... พลันถูกกระแสลมเวทมนตร์นรกพัดเบี่ยงทิศทาง พุ่งแหวกออกเป็นช่องว่างรอบตัวมะลิอย่างเนียนกริบ!
มะลิเดินก้าวที่หนึ่งผ่านไปอย่างสบายอารมณ์ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ อึกๆ “อื้มมม... ควันเยอะจังวะ มอเตอร์ไซค์ท่อไอเสียพังหรือไงเนี่ย?”
ปรมาจารย์ค่ายกล: “...!!” (ตาค้าง ก้าวแรกไม่เป็นอะไรเลยรึ?!)
.
และแล้ว... จังหวะมหากาพย์แห่งความซวยปนโชคดีก็มาถึง!
มะลิเตรียมจะก้าวเท้าที่สองเพื่อพุ่งไปหาหมูหัน...
ทว่า ด้วยความที่ ‘ชุดฮั่นฝูสีฟ้าพาสเทล’ ตัวนี้ ถูกยัดถุงซับในและกระเป๋าซ่อนขยาย 4 เท่าจนชายกระโปรงด้านล่างพองหนาและยาวลากพื้นมากเกินไป!
ยามที่มะลิก้าวสับขาอย่างเร่งรีบ... ปลายรองเท้าผ้าปักลายดอกไม้ของนาง ดันไปเหยียบเข้ากับ ‘ชายกระโปรงซับในของตัวเอง’ อย่างจัง!!
กึก!
“หวายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”
มะลิกรีดร้องเสียงหลง ร่างพองหนาเสียหลักหมุนคว้างกลางอากาศสามร้อยหกสิบองศา!
ด้วยแรงเหวี่ยงอันมหาศาลจากการเสียการทรงตัว... มือขวาที่ถือ ‘ถ้วยน้ำชาเย็นชื่นใจ’ และมือซ้ายที่ถือ ‘ถุงลูกเกาลัดคั่วร้อนๆ หนักอึ้ง’ หลุดมือลอยละลิ่วแหวกม่านหมอกดำพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วปานดาวตก!
ฟิ้ววววววววววววว—!
และตำแหน่งที่ถ้วยน้ำชาและถุงเกาลัดคั่วพุ่งตรงไปนั้น...
ดันเป็นพิกัด ‘เสาหินศิลาโลหิต’ ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกระถางธูปทองเหลือง... ซึ่งเป็น ‘ตาค่ายกลหลัก’ (Core Array Eye) จุดศูนย์รวมพลังปราณและกลไกสปริงค่ายกลหมื่นมาร ที่ปรมาจารย์ค่ายกลซ่อนไว้อย่างแนบเนียนที่สุดในสามโลก!!
โป๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!
ถุงเกาลัดคั่วเนื้อแข็งพุ่งกระแทกเข้าใส่เสาศิลาโลหิตเต็มรักจนเสาหินแตกร้าว! เม็ดเกาลัดคั่วเม็ดโตนับสิบเม็ดกระดอนเข้าไป ‘อุดรูกลไกฟันเฟืองสปริง’ ของค่ายกลจนติดขัดแน่นเอี๊ยด!
ไม่เพียงแค่นั้น! ถ้วยน้ำชาใบโตลอยตามมาคว่ำเทกระจาด น้ำชาเย็นเฉียบสาดซัดเปียกชุ่มเข้าใส่ ‘แผ่นยันต์อักขระมารสีม่วง’ ที่กำลังเดินกระแสพลังปราณอย่างจัง!
ซู่... เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
น้ำชาตัดวงจรอักขระอาคม เกาลัดคั่วขัดฟันเฟืองกลไก! ส่งผลให้พลังปราณมารมหาศาลที่สะสมอยู่ เกิดการย้อนกลับของกระแสพลังอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง!
บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
แรงระเบิดของกลไกพรรคมารส่งคลื่นกระแทกพัดเอาม่านหมอกพิษสีดำ ควันเหม็นไหม้ และอักขระมารทั้งหมด แตกกระจายสลายหายวับไปในอากาศภายในเวลาเพียงสามวินาที!
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือพระราชวังหลวงกลับมาแจ่มใส ดวงจันทร์ส่องสว่างนวลตา ทางเดินสู่โถงจัดเลี้ยงโล่งเตียนไร้สิ่งกีดขวาง!
.
ความเงียบสงัดระดับสุสานโบราณเข้าปกคลุมลานหน้าวังหลวงอีกครั้ง...
เงียบชนิดที่ว่าเสียงเข็มตกยังดังสะท้อน!
“อ่อก... อั่ก... พรวดดดดดดดดดดดดดดด!!”
เสียงกระอักเลือดสดๆ ดังลั่นขึ้นจากริมฝีปากของปรมาจารย์ค่ายกลพรรคมาร!
แรงสะท้อนกลับของค่ายกลหมื่นมารที่พังพินาศ ฉีกกระชากเส้นชีพจรและลมปราณในร่างของปรมาจารย์เฒ่าจนแหลกเหลว! เขาสำลักเลือดสดๆ พุ่งพรวดเต็มหน้าอกเสื้อคลุมดำ ร่างกายสั่นสะท้าน เข่าอ่อนทรุดลงไปคุกเข่ากระแทกพื้นหิน ดวงตาเหลือกถลน จ้องมองมะลิตาค้างด้วยความสยองขวัญถึงขีดสุดของชีวิต!
“ม... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!” ปรมาจารย์ค่ายกลเค้นเสียงสั่นเครือ น้ำตาผสมเลือดไหลนองหน้า “นาง... นางมองออกถึงจุดตายของค่ายกลตั้งแต่ก้าวแรก! ซ้ำยังแสร้งทำเป็นเสียหลัก... เพื่อใช้วัตถุไร้ลักษณ์อย่างเม็ดเกาลัดและหยดน้ำชา สลายตาค่ายกลหลักในพริบตาเดียว!”
ปรมาจารย์เฒ่ายกมือสั่นระริกชี้ไปทางมะลิ “วิชาแก้ค่ายกลไร้เงาของนาง... ลึกล้ำยิ่งกว่ามหาเทพจุติ! ข้า... ข้าพ่ายแพ้แล้ว!”
พูดจบ ปรมาจารย์ค่ายกลก็หงายหลังตึง สลบเหมือดหมดสติไปทันที!
ฝั่งองค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน: หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ขาสองข้างสั่นพั่บๆๆๆ ปานเจ้าเข้า ปากอ้าค้างจนกรามแทบค้าง!
“ค... ค่ายกลหมื่นมารที่ไร้เทียมทานของข้า... พังพินาศในสามวินาที?!” องค์ชายสามอุทานเสียงหลงแทบสิ้นสติ
.
ทว่า... ฝั่งของ ‘เวินเชียนฟาน’ และ ‘ฮ่องเต้ต้าซิง’!
ชินอ๋องยืนตัวเกร็งตึง ดวงตาคมกริบเบิ่งกว้าง เหงื่อกาฬไหลทะลักเปียกชุ่มแผ่นหลังเสื้อคลุม! สมองระดับอัจฉริยะกำลังประมวลผลยุทธศาสตร์อย่างสะพรึงกลัวปนเลื่อมใสสลับซับซ้อนถึงแปดสิบแปดชั้น!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ เวินเชียนฟานขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง หัวใจเต้นระทึกดุจกลองศึก!
‘วิชาทำลายค่ายกลไร้เงาสยบพรรคมาร!’ ชินอ๋องเหงื่อซึมฝ่ามือ ‘นางแกล้งทำเป็นสะดุดล้ม แกล้งทำเป็นซุ่มซ่าม... เพื่อปกปิดร่องรอยการปล่อยพลังยุทธศาสตร์! นางใช้เกาลัดคั่วทำลายฟันเฟือง และใช้น้ำชาลัดวงจรยันต์สะกดอย่างแม่นยำระดับเสี้ยวเส้นผม!’
เวินเชียนฟานมองแผ่นหลังพองหนาของมะลิด้วยสายตาเทิดทูนและยำเกรงสูงสุดในชีวิต!
‘จอมมารซูเหมย... เจ้าใช้เพียงน้ำชาหนึ่งถ้วย กอบกู้เมืองชายแดนห้าเมืองของต้าซิงไว้ได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว!’
ฮ่องเต้ทรงน้ำตาคลอเบ้า ทรงปรบพระหัตถ์ดังกึกก้อง “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ตระกูลซูสร้างยอดแม่ทัพกอบกู้แผ่นดินโดยแท้จริง!”
เหล่าขุนนางต้าซิงนับร้อยต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง!
“อนุซูเหมยจงเจริญ! ยอดขุนพลไร้พ่ายต้าซิงจงเจริญ!”
.
ตัดกลับมาที่... ตัวการทำลายค่ายกล!
มะลิที่เพิ่งยันกายลุกขึ้นมาจากพื้นหินขัดเงา สะบัดชายกระโปรงพองหนาปัดฝุ่นออกเบาๆ นางขมวดคิ้วแน่น พลางบ่นอุบอิบด้วยความหงุดหงิดใจ
“เฮ้อ... ทางเดินรมควันบ้านี่ ลื่นฉิบหาย! เกือบสะดุดหน้าทิ่มอดกินหมูหันแล้วไหมล่ะ!”
มะลิไม่สนใจเสียงโห่ร้องสรรเสริญ ไม่สนใจปรมาจารย์ค่ายกลที่นอนสลบจมกองเลือดอยู่ข้างทางเลยแม้แต่น้อย!
นางเดินก้าวอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์ ตรงดิ่งเข้าไปที่โต๊ะเสวยใหญ่ คว้าเอา ‘ตะเกียบคู่ทองคำแท้’ บนโต๊ะขึ้นมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
หมับ!
มะลิใช้ตะเกียบคีบเอา ‘หนังหมูหันย่างสีทองกรอบฉ่ำซอส’ ชิ้นโตเท่าฝ่ามือ ยัดเข้าปากทันที!
กรวบ! กรวบ! กรวบ!
เสียงเคี้ยวหนังหมูหันกรอบสนั่นดังลั่นโถงจัดเลี้ยง! รสชาติหวานมัน กรอบนอกนุ่มใน และน้ำซอสเข้มข้น ทำเอามะลิถึงกับหลับตาพริ้ม เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าฟินระดับขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด!
“อื้มมมมมมมมมมมมมม! อร่อยโคตรๆ ว้อยยยยย!” มะลิพึมพำอย่างมีความสุขล้นพ้น “หนังกรอบสะใจ ซอสฉ่ำปอด! คุ้มค่าที่เดินฝ่าควันรมหมูมาจริงๆ!”
องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยนที่ยืนมองดูมะลินั่งเคี้ยวหมูหันอย่างเอร็ดอร่อย กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดขมับปูดโปนด้วยความแค้นและอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัล!
‘นังปีศาจซูเหมย... เจ้าหักหน้าเป่ยเยี่ยนของข้า!’ องค์ชายสามขบกรามแน่น หันไปส่งสัญญาณลับให้หมอพิษข้างกาย
‘ทำลายค่ายกลได้ก็อย่าเพิ่งลำพองใจไป... ในงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าเตรียม ‘สุราพิษเพลิงกัลป์’ และ ‘อาหารหม่าล่าอาบพิษไร้รส’ ไว้รอเจ้าแล้ว! ข้าจะดูสิว่ากระเพาะของเจ้า จะทนทานพิษสังหารของเป่ยเยี่ยนได้หรือไม่!’
ศึกประลองรอบแรกจบลงด้วยชัยชนะของสายกิน... ทว่า ศึกประลองอาหารอาบพิษรอบสอง กำลังจะเปิดฉากขึ้นในตอนถัดไป!
ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?
ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ
ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง
ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls
ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ
ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค







