LOGINยามซวีแก่ๆ (ประมาณ 19.45 น.) ณ โถงจัดเลี้ยงใหญ่ พระราชวังหลวง
กลิ่นหอมกรุ่นของหนังหมูหันย่างยังคงอบอวลอยู่รอบตัวมะลิ...
ทว่า บรรยากาศภายในโถงจัดเลี้ยงพระราชวังหลวงที่เพิ่งรอดพ้นจากค่ายกลพรรคมาร กลับต้องจมดิ่งลงสู่คลื่นความหนาวเหน็บและตึงเครียดระลอกใหม่อีกครั้ง!
“ฮึ่ม! ทำลายค่ายกลหมื่นมารได้ ก็นับว่าเจ้ามีดวงแข็งนักต้าซิง!”
องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยนกระทืบเท้าลงบนพื้นหินขัดเงาดัง ตึง! ดวงตาสีอำพันฉายแววเคียดแค้น ชักสีหน้าถมึงทึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างรุนแรงแล้วหันไปส่งสายตาเหี้ยมเกรียมให้ชายชราในชุดคลุมสีเขียวเข้มลวดลายตะขาบพิษที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“แต่หากคิดว่าเป่ยเยี่ยนจะยอมจำนนเพียงเท่านี้... พวกเจ้าคิดผิดมหันต์!” องค์ชายสามคำรามก้อง “ท่าน ‘ปรมาจารย์พิษไร้เงา’ ก้าวออกมา!”
ชายชราผู้มีใบหน้าผอมซูบซีดเซียว เล็บมือทั้งสิบนิ้วเป็นสีม่วงคล้ำดำสนิท ก้าวอาดๆ ออกมาหยุดยืนกลางลานโถง รังสีกลิ่นคาวเลือดและไอพิษเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างจนเทียนไขรอบข้างริบหรี่ลงทันตา
เขาวาง ‘กล่องไม้จันทน์ดำสลักลายหัวกะโหลกเก้าตา’ ลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงกลางลาน ก่อนจะค่อยๆ ปลดสลักกลไกออกอย่างช้าๆ
แกร๊ก... ซู่!
ไอควันสีแดงเพลิงและสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานโถงจัดเลี้ยง ส่งกลิ่นฉุนกึกแสบจมูกปนกลิ่นเครื่องเทศอันรุนแรง ภายในกล่องไม้เผยให้เห็น ‘กาและจอกสุราสีแดงเพลิงเดือดปุดๆ’ ราวกับลาวาภูเขาไฟ และ ‘ชามหินบรรจุเนื้อตุ๋นสีแดงเข้มอาบน้ำมันพริกเดือดพล่าน’ ชิ้นโตเนื้อติดมันเยิ้ม!
“นี่คือ... ‘สุราพิษเพลิงกัลป์’ ที่หมักจากโลหิตงูเก้าเศียรและเพลิงอัคคีใต้พิภพ!” ปรมาจารย์พิษไร้เงาแสยะยิ้มชวนสยองขวัญ เผยให้เห็นฟันสีดำสนิท “และนี่คือ ‘เนื้อตุ๋นหม่าล่าอาบพิษสลายวิญญาณ’ ชิ้นเนื้อตุ๋นด้วยสมุนไพรพริกเพลิงพิษเจ็ดราตรี!”
องค์ชายสามเชิดหน้าขึ้น กวาดสายตามองเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางต้าซิงด้วยสายตาดูแคลน
“หากต้าซิงมีคนกล้าก้าวออกมารับคำท้า... ดื่มสุราเพลิงกัลป์หมดจอกนี้ และกลืนเนื้อตุ๋นชิ้นนี้ลงคอได้โดยไม่กระอักเลือดสิ้นใจภายในสามลมหายใจ... เป่ยเยี่ยนจะยอมรับความพ่ายแพ้ในศึกนี้แต่โดยดี!”
“แต่หากไม่มีใครกล้าแตะต้อง...” ปรมาจารย์พิษหัวเราะเสียงแหลมสูง “ก็จงก้มหัว แล้วยกเมืองชายแดนห้าเมืองให้เป่ยเยี่ยนเสียเถิด!”
“ระ... ร้ายกาจยิ่งนัก!” ขุนนางเฒ่าฝ่ายต้าซิงละล่ำละลัก สั่งการองครักษ์ “นำเข็มเงินทดสอบพิษไปตรวจดูซิ!”
หัวหน้าองครักษ์หลวงหยิบเข็มเงินบริสุทธิ์ยาวหนึ่งคืบ ก้าวเข้าไปจิ้มปลายเข็มลงในจอกสุราสีแดงเดือดปุดๆ เบาๆ
ซู่...! เปรี๊ยะ!
พริบตาเดียวเท่านั้น! เข็มเงินหนาแข็งแกร่งพลันถูกกัดกร่อน หลอมละลายกลายเป็นควันดำและผงฝุ่นสีดำร่วงกราวลงพื้นโต๊ะต่อหน้าต่อตาทุกคน!
“เฮือกกกก!”
“เข็มเงิน... ละลายกลายเป็นผงในพริบตาเดียว?!”
“พิษร้ายแรงถึงขั้นนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือลมปราณขั้นเก้า แตะต้องเพียงหยดเดียว ลำไส้คงแหลกสลายกลายเป็นน้ำหนอง!”
เสียงกรีดร้องและเสียงถอนหายใจด้วยความขวัญผวาดังระงมไปทั่วโถง ฮ่องเต้ผู้มีพระพักตร์เคร่งเครียดทรงขมวดพระขนงแน่น พระหัตถ์ที่กำพนักตั่งสั่นระริก
“เชียนฟาน...” ฮ่องเต้ตรัสกระซิบเสียงเครียด “พิษนี้ไร้ยาถอน... พวกมันตั้งใจจะสังหารคนของเราต่อหน้าพระพักตร์เพื่อหักหน้าต้าซิง!”
เวินเชียนฟานในชุดขุนนางสีดำขลิบทองยืนกอดอกแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกปนเจ็บปวด ชินอ๋องสูดลมหายใจลึก ก้าวเท้าไปข้างหน้าครึ่งก้าวเพื่อจะขวางไม่ให้หญิงสาวข้างกายต้องตกเป็นเป้าหมาย
‘พิษสลายวิญญาณของเป่ยเยี่ยน... โหดเหี้ยมเกินไป!’ ชินอ๋องเหงื่อซึมฝ่ามือ หัวใจเต้นระทึก ‘ต่อให้เป็นยอดขุนพลสวรรค์จุติ หากดื่มพิษชนิดนี้ลงไป ร่างกายย่อมแหลกเหลว... ซูเหมย ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องสละชีพเพื่อแผ่นดินเช่นนี้!’
ทว่า... ตัดสลับมาที่มุมมองของ ‘มะลิ’!
สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุค 2026 ยืนเคี้ยวหนังหมูหันกรอบๆ กรวบๆ แก้มตุ่ยอยู่ในชุดฮั่นฝูสีฟ้าพาสเทลพองหนา 4 เท่า...
นางยืนเอียงคอฟังคำท้าทายผ่านล่ามหลวงด้วยสายตาเป็นประกายวาววับ!
ในสมองของคนยุคใหม่ที่ผ่านการดูคลิปยูทูบชาเลนจ์กินจุมานับพันคลิป... ประมวลผลคำว่า ‘ท้าประลองกินเนื้อเผ็ดกับเหล้าแดง’ ออกมาคนละทิศคนละมิติโดยสิ้นเชิง!
‘สุราสีแดงเดือดปุดๆ กับเนื้อตุ๋นสีแดงเข้มอาบพริกหม่าล่า?’ มะลิตาลุกวาวเป็นประกายเงินดอลลาร์ $100$ ผสมรูปพริกหม่าล่าทันที!
‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย!!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจด้วยความฟินระดับล้านริกเตอร์!
‘นี่มันคือคอนเทนต์ ‘Food Challenge แข่งกินเผ็ดสตรีทฟู้ดหม่าล่าพริกสิบเม็ดชิงเงินรางวัล’ แบบในยูทูบชัดๆ เลยว้อย! แถมดูเนื้อตุ๋นติดมันในชามนั่นสิ! ชิ้นเนื้อติดมันฉ่ำซอสพริกเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศฉุนกึกเตะจมูกกูจนน้ำลายแตกฟอง! มีอาหารร้อนๆ มารอเสิร์ฟให้กินฟรีถึงปาก ใครปฏิเสธก็โง่เต็มทนแล้ว!’
มะลิเห็นชินอ๋องกำลังจะก้าวออกไปข้างหน้า นางจึงรีบใช้มือเรียวสวยดึงชายเสื้อคลุมของพระเอกไว้เบาๆ แล้วส่งยิ้มมั่นหน้าเกินร้อยให้เขา
“ท่านอ๋องคะ... ใจเย็นๆ ค่ะ ไม่ต้องแย่งฉัน!” มะลิกระซิบเสียงหวานกวนประสาท “เรื่องคอนเทนต์ชาเลนจ์กินเผ็ดของฟรียามดึกแบบนี้... ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ ฉันชอบของร้อนและเผ็ดชาลิ้นที่สุดในย่านนี้แล้วค่ะ!”
เวินเชียนฟานชะงักกึก มองรอยยิ้มมั่นใจและแววตาไร้ความหวาดกลัวของมะลิ... ชินอ๋องถึงกับตัวสั่นสะท้าน ขนลุกซู่ไปทั่วแผ่นหลัง!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ เวินเชียนฟานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบสั่นระริกด้วยความเลื่อมใสปนตื้นตันใจระดับมหาจักรวาล!
‘นางรู้... นางรู้ว่าในจอกสุราและชามเนื้อคือสุดยอดพิษไร้ยาถอน!’ ชินอ๋องขบกรามแน่น ‘แต่นางกลับส่งยิ้มให้ข้า และบอกว่า ‘ไว้ใจฉันได้’... นางกำลังยอมสละชีวิต ยอมกลืนกินพิษเพลิงกัลป์เพื่อปกป้องเกียรติยศของข้าและแผ่นดินต้าซิง!’
เวินเชียนฟานมองมะลิด้วยสายตาเทิดทูนบูชาสูงสุดในชีวิต ชินอ๋องพยักหน้าตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ซูเหมย... เจ้าช่างเป็นยอดสตรีผู้เปี่ยมด้วยความภักดีและกล้าหาญยิ่งนัก!”
มะลิ: ‘เออ! ขอบใจที่ชม! เดี๋ยวฉันไปฟาดเนื้อตุ๋นฟรีแป๊บนะท่านอ๋อง!’
.
ตึง... ตึง... ตึง...
มะลิเริ่มออกก้าวเดินอุ้ยอ้ายด้วยความหนาแน่นของชุดซับในพอง 4 เท่า... เดินสับขาพองกลมตรงดิ่งเข้าไปหากล่องไม้หัวกะโหลกของเป่ยเยี่ยนอย่างไม่สะทกสะท้าน!
ปรมาจารย์พิษไร้เงายืนลูบเครา แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองดูร่างพองกลมที่เดินเข้ามาใกล้
“นังหนูน้อย...” ปรมาจารย์พิษเค้นเสียงเย็นเยียบ “เพียงแค่หยดเดียวของสุราเพลิงกัลป์แตะโดนลิ้น เลือดลมในกายเจ้าจะเดือดพล่านจนเส้นเลือดในร่างแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน! เจ้ายังกล้า...”
“พี่ชายคะ อย่าพูดเยอะค่ะ น้ำลายกระเด็นลงจอกสุราหมด!” มะลิขัดขึ้นหน้าตาเฉย พลางยื่นมือไปหยิบ ‘จอกสุราพิษเพลิงกัลป์’ สีแดงเดือดปุดๆ ขึ้นมาถือไว้ในมือ!
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั่นเอง!
วูบ... วูบ...
หลังกระถางธูปทองเหลืองประดับมังกรข้างเสา... เงาร่างโปร่งแสงของ ‘ยมทูตหมายเลข 7’ วาร์ปโผล่มาครึ่งตัว ใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษไหว้เจ้า เหงื่อกาฬไหลทะลักท่วมตัวแทบเป็นลมล้มพับ!
“แม่หนูมะลิ๊!!” ยมทูตหมายเลข 7 กรีดร้องกระซิบเสียงหลงจนวิญญาณแทบหลุด “สุราพิษเพลิงกัลป์กับเนื้อสลายวิญญาณจากแดนนรกชั้นเจ็ดขนาดนี้ เจ้าอย่าเพิ่งแดกเข้าไปนะเว้ย! ถ้ากระเพาะเจ้าระเบิดตายรอบสอง ข้าโดนถีบไปขัดกระทะทองแดงแปดแสนปีแน่ๆ!”
ยมทูตหมายเลข 7 ไม่รอช้า สองมือสะบัดพัดสีดำ ร่ายเวทมนตร์นรกบิดเบือนมิติอย่างบ้าคลั่งปานพายุหมุน!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ละอองไอพิษมารและโมเลกุลสารพิษกัดกร่อนในจอกสุราและชามเนื้อ... พลันถูกกระแสลมเวทมนตร์นรกดูดซับสกัดจับอย่างเนียนกริบ แปลงสภาพสารพิษทำลายล้าง ให้กลายเป็น ‘แอลกอฮอล์หมักสมุนไพรจีนรสหวานซ่าผสมโซดา และเครื่องเทศพริกหม่าล่ารสจัดจ้านธรรมดา’ ไปในพริบตาเดียว!
มะลิยกจอกสุราสีแดงขึ้นมาจรดริมฝีปาก...
ผู้คนทั้งโถงจัดเลี้ยงต่างพากันกลั้นหายใจ ตาค้าง ขาสั่นพั่บๆ!
เอื๊อก... เอื๊อก... อั่ก!
มะลิกระดกจอกสุราพิษเข้าปากรวดเดียวหมดจอกดังลั่นโถง!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม... ปรมาจารย์พิษยืนนับในใจอย่างสะใจ ‘หนึ่งลมหายใจ... เลือดจะเริ่มเดือด! สองลมหายใจ... เส้นเลือดจะแตก! สามลมหายใจ... นางต้องหงายหลังกระอักเลือดตาย!’
ทว่า...
“ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาา...!”
มะลิหลับตาพริ้ม ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปาก แล้วเรอออกมาเบาๆ หนึ่งที!
“เอิ๊ก... ชื่นใจชะมัด!” มะลิยิ้มแป้น ดวงตาเป็นประกายสดใส “เหล้าต้มบ๊วยผสมขิงแก่ใช่ไหมเนี่ยพี่ชาย! รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซ่าปลายลิ้นนิดๆ คล้ายน้ำอัดลมเลยเว้ย! ดื่มแล้วตัดเลี่ยนหนังหมูหันเมื่อกี้ได้ดีมากเลยค่ะพี่ชาย! มีอีกจอกไหมคะ?”
ปรมาจารย์พิษไร้เงา: “...!!” (ตาถลนหลุดจากเบ้า ปากอ้าค้างจนกรามแทบหลุด!)
องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน: “...!!” (หน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงไปครึ่งก้าว!)
“ป... เป็นไปได้อย่างไร?!” ปรมาจารย์พิษเค้นเสียงสั่นเครือ “สุราเพลิงกัลป์ที่ละลายเข็มเงิน... นางกระดกหมดจอกแล้วบอกว่า... ตัดเลี่ยนหมูหันเนี่ยนะ?!”
.
ไม่รอให้คนเป่ยเยี่ยนได้ตั้งสติหรือหายช็อก!
มะลิเหลือบไปเห็นชามหินที่บรรจุ ‘เนื้อตุ๋นหม่าล่าอาบพิษสลายวิญญาณ’ ชิ้นโตเนื้อติดมันสีแดงเข้มที่วางส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่เบื้องหน้า!
“โอ้โห... เนื้อตุ๋นติดมันฉ่ำน้ำซุปพริก!” มะลิตาวาววับ คว้า ‘ตะเกียบคู่ทองคำแท้’ ที่เหน็บมาด้วย จ้วงคีบเนื้อตุ๋นชิ้นโตเท่ากำปั้นยัดเข้าปากทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่มิลลิเมตรเดียว!
หมับ! หนุบหนับ! หนุบหนับ!
เสียงเคี้ยวเนื้อตุ๋นติดมันนุ่มละมุนลิ้นดังสนั่นอย่างเอร็ดอร่อย!
เนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มแทบละลายในปาก ผสานกับความเผ็ดร้อน ชาลิ้น และกลิ่นหอมของเครื่องเทศพริกหม่าล่าสูตรเข้มข้น ทำเอามะลิถึงกับซี้ดปากออกมาด้วยความสะใจ!
“ซี้ดดดดดดดดดดด! อื้อหืออออ!” มะลิซี้ดซ้าดเบาๆ พลางเคี้ยวตุ้ยๆ “เผ็ดร้อนชาลิ้นระดับหม่าล่าสายพานหม้อไฟแล้วใส่เพิ่มพริกอีกสิบเม็ดเลยเว้ย! เผ็ดสะใจมาก! เนื้อก็นุ่มติดมันละมุนลิ้นสุดๆ!”
ปรมาจารย์พิษไร้เงาขาสั่นพั่บๆ ยืนนับลมหายใจจนเหงื่อทะลักท่วมหน้าผาก
‘หนึ่งลมหายใจ... สองลมหายใจ... สามลมหายใจ... สี่ลมหายใจ... ทำไม... ทำไมนางยังยืนเคี้ยวเนื้อตุ๋นหน้าตาเฉยอยู่อีกวะ?! พิษสลายวิญญาณมันควรจะละลายกระเพาะนางไปแล้วไม่ใช่รึ?!’
มะลิเคี้ยวเนื้อชิ้นแรกหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อชิ้นที่สองและสามเข้าปากต่อ เคี้ยว หนุบหนับ! หนุบหนับ! จนเกลี้ยงชามหิน!
เมื่อกลืนเนื้อชิ้นสุดท้ายลงคอดัง อื๊อก! มะลิก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำสีหน้าจริงจังปนเสียดาย นางหันขวับไปมององค์ชายสามและปรมาจารย์พิษที่ยืนตาค้างอยู่ข้างๆ
“พี่ชายคะ...” มะลิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงฉะฉานและจริงใจสุดขีด
องค์ชายสามสะดุ้งสุดตัว “จ... เจ้าจะสั่งเสียอะไรก่อนตายรึ?!”
มะลิกลอกตามองบน ถอนหายใจยาว “สั่งเสียอะไรล่ะคะพี่ชาย! คือหนูจะบอกว่า เนื้อตุ๋นของพวกพี่เนี่ย รสชาติเผ็ดชาลิ้นดีมากนะคะ แต่รสชาติมันขาดเปรี้ยวหวานไปนิด น้ำซอสก็เค็มโดดไปหน่อย... โต๊ะพวกพี่มี ‘น้ำจิ้มซีฟู้ด’ หรือพวกพริกกระเทียมมะนาวเพิ่มไหมคะ? ถ้ามีขอถ้วยหนึ่งค่ะ จะได้เอามาจิ้มตัดเลี่ยนให้ฉ่ำปอด!”
“น... น้ำจิ้มซีฟู้ด?!” องค์ชายสามอุทานเสียงหลง
“ก็พริกตำใส่มะนาวกับน้ำปลาไงคะพี่ชาย!” มะลิทำมือประกอบ “มีไหมคะ? หรือว่าคนเป่ยเยี่ยนกินเผ็ดแต่ขี้เหนียวน้ำจิ้มคะเนี่ย?”
พริบตาที่คำว่า ‘ขอน้ำจิ้มเพิ่ม’ หลุดออกมาจากปากมะลิ...
พรวดดดดดดดดดดดดด!!
ปรมาจารย์พิษไร้เงาแห่งเป่ยเยี่ยน ถึงกับเลือดลมตีกลับอย่างรุนแรง! สำลักน้ำลายพุ่งพรวด เข่าอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากระแทกพื้นหินขัดเงาดัง ตึง!
เขายกสองมือที่สั่นระริกขึ้นกุมศีรษะ ร้องไห้โฮออกมาด้วยความขวัญผวาและสยองขวัญถึงขีดสุดในชีวิต!
“ป... ปีศาจ! นางคือจอมมารกลืนพิษในตำนานบรรพกาล!” ปรมาจารย์พิษโขกศีรษะลงกับพื้นหินดัง ปัง! ปัง! น้ำตาไหลพราก “สุราพิษเพลิงกัลป์และเนื้อสลายวิญญาณของข้า... กลับกลายเป็นเพียงกับแกล้มตัดเลี่ยนในกระเพาะของนาง! ซ้ำนางยังกล้าเอ่ยปากทวงหา ‘โอสถกรดเปรี้ยวสลายพิษ’ (น้ำจิ้มซีฟู้ด) เพื่อนำมาย่อยสลายพิษเพิ่มอีก! ข้า... ข้าฝึกฝนวิชาพิษมาห้าสิบปี บัดนี้ไร้ความหมายแล้ว! ข้าขอยอมจำนน!”
พูดจบ ปรมาจารย์พิษก็สลบเหมือดคาพื้นหินไปทันที!
ฝั่งองค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน: หน้าเขียวคล้ำสลับขาวซีด ขาสองข้างสั่นพั่บๆๆๆ แทบจะทรงตัวไม่อยู่ สิ้นลายมหาอำนาจแคว้นเหนือโดยสิ้นเชิง!
ทว่า... ตัดสลับมาที่ฝั่งของ ‘เวินเชียนฟาน’ และ ‘ฮ่องเต้ต้าซิง’!
ชินอ๋องยืนตัวเกร็งตึง ดวงตาคมกริบเบิ่งกว้าง เหงื่อกาฬไหลทะลักเปียกชุ่มเสื้อคลุมขุนนาง! สมองระดับอัจฉริยะกำลังประมวลผลยุทธศาสตร์อย่างสะพรึงกลัวปนเลื่อมใสสลับซับซ้อนถึงเก้าสิบเก้าชั้น!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ เวินเชียนฟานขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง หัวใจเต้นระทึกดุจกลองศึก!
‘วิชาปราณกลืนพิษแปรธาตุขั้นมหาเทพ!’ ชินอ๋องเหงื่อซึมฝ่ามือ ลมหายใจสะดุดกึก ‘นางใช้กระเพาะอาหารอันทรงพลัง ดูดซับสุดยอดพิษทำลายล้างของเป่ยเยี่ยน และแปรสภาพให้กลายเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงร่างกายได้ในชั่วพริบตา!’
เวินเชียนฟานจ้องมองแผ่นหลังพองหนาของมะลิด้วยสายตาเทิดทูนและยำเกรงสูงสุด!
‘และที่เลือดเย็นที่สุด... คือการที่นางแกล้งทวงถามหาน้ำจิ้มซีฟู้ด! นางมิได้อยากกินน้ำจิ้ม... แต่นางกำลังใช้คำพูดนั้น เย้ยหยันศักดิ์ศรีและทำลายขวัญกำลังใจของศัตรูให้แหลกสลายคากระดานยุทธศาสตร์! จอมมารซูเหมย... เจ้าช่างโหดเหี้ยม ดุดัน และไร้เทียมทานยิ่งนัก!’
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”
ฮ่องเต้ต้าซิงทรงพระสรวลร่าลั่นโถง ทรงปรบพระหัตถ์ดังกึกก้องด้วยความสะพระทัยสุดขีด!
“ยอดเยี่ยม! สยบยอดฝีมือพิษเป่ยเยี่ยนด้วยความสุขุมล้ำลึก! ตระกูลซูและวังชินอ๋องสร้างยอดหญิงปกป้องแผ่นดินโดยแท้จริง!”
เหล่าขุนนางต้าซิงนับร้อยต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญลั่นวังหลวง!
“อนุซูเหมยจงเจริญ! จอมขุนพลไร้พ่ายต้าซิงจงเจริญ!”
ตัดกลับมาที่... ตัวการกลืนพิษ!
มะลิที่กำลังใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแก้เผ็ด ยืนกะพริบตาปริบๆ มองดูปรมาจารย์พิษที่นอนสลบน้ำตาไหลพรากอยู่แทบเท้าสลับกับมองผู้คนที่กำลังโห่ร้องสรรเสริญนางลั่นโถง
มะลิขมวดคิ้วแน่น เกาหัวแกรกๆ พลางสบถในใจอย่างงงวยสุดขีด
‘เอ้า... เชี่ยไรวะเนี่ย?’ มะลิคิดในใจด้วยความสับสนมึนตึ้บ (กูแค่ขอน้ำจิ้มซีฟู้ดเพิ่มถ้วยเดียว... ถึงกับเข่าอ่อนกราบเท้ากูแล้วสลบไปเลยเหรอวะ? คนแคว้นเป่ยเยี่ยนนี่ขี้เหนียวน้ำจิ้มอะไรขนาดนั้นวะ! หวงน้ำจิ้มจนเส้นเลือดสมองแตกเลยหรือไงเนี่ย?!)
มะลิส่ายหัวเบาๆ พลางลูบท้องที่เริ่มแน่นตึง...
ทว่า ทางฝั่งขององค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยนที่ยืนตัวสั่นงันงก บัดนี้ยอมจำนนต่ออิทธิฤทธิ์ของ ‘จอมมารซูเหมย’ อย่างหมดทางสู้ และเตรียมพร้อมที่จะเปิดโต๊ะเจรจาสงบศึกพร้อมถวายของกำนัลเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว!
ขออภัยค่ะ ช่วงนี้ออกมาอยู่นอกสถานที่เลยอัพต่อเนื่องลำบาก แต่จะพยายามอัพให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้นะคะ อย่าเพิ่งเทกันน้า
ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?
ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ
ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง
ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls
ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ
ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค







