Mag-log inว่านหนิงอวิ๋นพยักหน้า แม้ร่างกายจะสั่นเทา แต่แววตากลับไร้ความหวาดกลัว เสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เงาดำสามสายแยกกันสำรวจ หนึ่งในนั้นเดินตรงมาทางโขดหินที่ทั้งสองซ่อนตัวอยู่
เซี่ยชิงสือขยับตัวเตรียมพร้อม มือกำกระบี่แน่น เพียงชั่วอึดใจ ชายหนุ่มพลันทะยานออกไปจากที่ซ่อน
“เคร้ง!”
ประกายไฟแลบปราบกลางอากาศ ชายหนุ่มฟันกระบี่ลงไปแต่อีกฝ่ายสามารถรับเอาไว้ได้ ทว่าอีกมือหนึ่งดึงมีดสั้นออกจากฝัก เฉือนผ่านลำคอศัตรูในพริบตา เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดิน
“หนิงอวิ๋น ตามข้ามาเร็ว!” หญิงสาวรีบถอยหลังตามคำสั่ง พร้อมสังเกตคนชุดดำกลุ่มนั้น ขณะเดียวกันเสียงตะโกนของพวกชุดดำก็ดังขึ้นพร้อมกัน
“มีคนรอด! ฆ่ามัน!” เสียงกีบเท้าม้าย่ำพื้นดินเสียงดัง
“มันคือคนละกลุ่ม…ชิงสือ! คนพวกนี้เป็นทหาร! ไม่ใช่พวกเดียวกันกับนักฆ่าก่อนหน้านี้”
เสียงของว่านหนิงอวิ๋นสั่นเครือ แต่ยังคงพยายามพูดให้ชัดเจน นางจดจำรองเท้าที่คนเหล่านั้นสวมใส่ได้ แม้จะสวมชุดดำเลียนแบบมือสังหารก่อนหน้านี้ก็ตาม
เซี่ยชิงสือขมวดคิ้วมุ่นขณะพาหญิงสาวหลบหนี ความคิดแล่นวนในหัว หากมีถึงสองกลุ่ม แสดงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องไม่ธรรมดา และเป้าหมายของพวกมันก็คือ ต้องการให้ว่านหนิงอวิ๋นตายอย่างแน่นอน
“ไม่ต้องกลัว จะมีกี่กลุ่มก็ช่าง ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่ให้ได้” ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวแน่น ก่อนจะพาเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางรกเรื้อที่เต็มไปด้วยพุ่มหญ้าสูงและรากไม้พันเกี่ยว พื้นดินชื้นแฉะจนแทบไม่มีที่ให้เหยียบ แต่ทั้งสองยังคงฝืนเดินต่อไป
ทว่า...ในจังหวะที่เท้าก้าวไปเบื้องหน้า พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
“ระวัง!” เสียงร้องเตือนดังขึ้นพร้อมกับแรงดึงมหาศาล สองร่างตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่ ก่อนจะไถลไปตามช่องทางแคบที่ลาดชันและมืดมิด
เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังแข่งกับเสียงหินกลิ้งกระทบผนัง ว่านหนิงอวิ๋นแม้จะหวาดกลัว แต่เมื่อรู้ว่าข้างกายยังมีเซี่ยชิงสือ นางก็พยายามข่มใจไม่ให้ร้องออกมา จนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดของทางลาด
ทั้งสองถูกเหวี่ยงลงสู่ธารน้ำใต้ดินอย่างแรง น้ำเย็นเฉียบกระแทกเข้ากับร่างกายจนแทบหายใจไม่ออก แต่ไม่นานนัก เซี่ยชิงสือก็โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ พร้อมดึงหญิงสาวตามขึ้นมาด้วย
ทั้งสองตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ร่างกายยามนี้ทั้งเปียกปอนและบอบช้ำ ภายในถ้ำอันมืดมิด มีเพียงเสียงน้ำหยดและลมหายใจของทั้งคู่ที่ดังสะท้อน
“กลัวหรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางโอบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน อากาศภายในเย็นยะเยือก ว่านหนิงอวิ๋นสั่นเบาๆ แต่ยังคงฝืนยิ้มในความมืด
“ข้าไม่เป็นไร” เซี่ยชิงสือเหลือบมองใบหน้าของนางเล็กน้อย ก่อนจะพยุงให้เดินต่อไปตามเส้นทางที่น้ำไหลผ่าน
ทั้งสองค่อยๆ ก้าวไปยังเบื้องหน้าช้าๆ อย่างไร้จุดหมาย เพราะไม่รู้ว่าเส้นทางน้ำใต้ดินนี้มีจุดสิ้นสุดอยู่ตรงที่ใด กระทั่งผ่านไปนาน เสียงน้ำดังซู่ซ่าพลันดังขึ้นเรื่อยๆ
“ได้ยินหรือไม่” ชายหนุ่มกระซิบข้างหู
“ดะ...ได้ยิน น้ำตก” นางตอบเสียงแผ่ว
“ใช่! ใกล้ๆ นี้ต้องมีทางออกแน่” ทั้งสองฝืนร่างกายที่อ่อนแรง เดินต่อไปอีกราวครึ่งก้านธูป จนกระทั่งเห็นแสงรำไรส่องลอดเข้ามาจากเบื้องหน้า แสงนั้นสะท้อนกับผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ
“อวิ๋นเอ๋อ! เจ้าดูสิ! เราสองคนออกจากที่นี่ได้แล้ว!” เซี่ยชิงสือเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ ชายหนุ่มเขย่าร่างหญิงสาวเบาๆ แต่ร่างบางในอ้อมแขนกลับไร้ปฏิกิริยาตอบกลับ
“อวิ๋นเอ๋อ!” เสียงเรียกของชายหนุ่มดังสะท้อนก้อง ทว่า...หญิงสาวในอ้อมแขนยามนี้หมดสติไปแล้ว เหลือเพียงลมหายใจแผ่วเบาและร่างที่เย็นเฉียบในอ้อมแขน
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ว่านหนิงอวิ๋นค่อยๆ ได้สติกลับมาอีกครั้ง ความอบอุ่นที่โอบล้อมร่างกายทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน
เมื่อลืมตาขึ้นเต็มที่ ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้างทันที
เพราะร่างของนางยามนี้แทบเปลือยเปล่าทั้งกาย มีเพียงเอี๊ยมผืนบางและกางเกงซับในเท่านั้นที่ปกปิด ส่วนชุดนอกถูกวางแผ่ไว้หน้ากองไฟเพื่อผึ่งให้แห้ง
“เราออกมาจากทางน้ำใต้ดินได้แล้ว...”
หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว
“ใช่ เราออกมาแล้ว” เซี่ยชิงสือตอบพลางยันกายลุกขึ้นนั่ง
“แต่ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว คงกลับเข้าเมืองไม่ได้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่ามือสังหารเหล่านั้นจะดักรออยู่หรือไม่”
แสงไฟจากกองไฟสะท้อนบนกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกหนักของชายหนุ่ม ว่านหนิงอวิ๋นกลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อรู้ว่าเสียมารยาทจึงรีบเบือนสายตาหลบจากภาพตรงหน้า ก่อนที่ตนจะเสียสติทำบางสิ่งที่น่าอายลงไป
“ทำไมหรือ ก่อนหน้านี้เจ้าก็ยังซุกอยู่ในอ้อมแขนของข้าอยู่เลย ยามนี้ไยต้องหลบหน้า หรือว่ารังเกียจกันเสียแล้ว” เสียงทุ้มแฝงรอยยิ้มขบขันดังขึ้นข้างหู ว่านหนิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น
“ข้าเปล่า...”
“เช่นนั้นหลบสายตาทำไม หรือว่าไม่ชอบร่างกายของข้าแล้ว เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นเช่นนี้เลย” คำพูดนั้นทำว่านหนิงอวิ๋นหน้าแดงราวลูกตำลึงสุก นางไม่คิดว่าคนผู้นี้จะกล้าเอ่ยถ้อยคำเช่นนั้นออกมาอย่างหน้าตาเฉย
“จำไม่ได้แล้วหรือ ตอนอายุสิบสอง เจ้าพูดกับเป่าหนิงว่าชอบร่างกายของข้า” ลมหายใจของชายหนุ่มรินรดข้างใบหู หัวใจเจ้ากรรมยามนี้เต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
“นั่น...ตอนนั้นข้ายังเด็ก!” ร่างบางเอ่ยเสียงสั่น
“แต่ตอนนี้ไม่เด็กแล้ว” เซี่ยชิงสือโน้มตัวเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม นิ้วมือเชยคางมนที่ก้มต่ำจนแทบชิดอกขึ้น ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตาหวานอย่างลึกซึ้ง
“มองข้าสิ อวิ๋นเอ๋อ ยามนี้ข้า เซี่ยชิงสือ คือคนของเจ้าแล้ว อยากมองเท่าใดก็ทำได้ตามใจ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่าน...พูดอะไรออกมา” หญิงสาวเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนคิดว่าตนเองคงกำลังจะตายในตอนนี้
“ลืมไปแล้วหรือ ก่อนหน้านี้เจ้าพูดอะไรเอาไว้” คำพูดนั้นทำให้นางชะงักไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ที่หน้าผาผุดขึ้นมาในหัว
ตอนที่คิดว่าตนตายไปแล้ว นางได้สารภาพรักออกไปโดยไม่รู้ว่าความจริงยังมีชีวิตอยู่
“ขะ...ข้า...” เสียงของว่านหนิงอวิ๋นสั่นเครือ ใบหน้าแดงระเรื่อจนถึงปลายหู เซี่ยชิงสือมองหญิงสาวนิ่ง ดวงตาอบอุ่นแฝงความอ่อนโยน
“เจ้าพูดว่ารักข้า...ข้าล้วนจดจำได้ทุกถ้อยคำ” เปลวไฟในถ้ำสั่นไหวเบาๆ แสงสีส้มทองสะท้อนบนผนังหิน ร่างของทั้งสองที่อยู่ใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย
“ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ
หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น
ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข
ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด
ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า
ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง
ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา
เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล
“จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา
แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้
![วสันต์สุดท้ายของนางร้ายตัวประกอบ [4P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






