共有

เจ้าคือองค์หญิง

作者: zuey
last update 公開日: 2026-05-08 09:06:02

หลังคิดพาขอทานน้อยกลับไปที่จวนรับรองของตน เด็กทั้งสองก็เตรียมออกจากวัดร้าง ทว่าในตอนนั้น ทั้งสองกลับถูกขอทานกลุ่มเดิมที่เคยรังแกมู่หรงจ้านขวางทางเอาไว้ สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

“ส่งของมีค่ามาซะ! ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะได้รู้รสของความเจ็บปวด!” ชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มตะโกนเสียงกร้าว มู่หรงจื่ออิงก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตากลมโตฉายแววไม่เกรงกลัว

“นอกจากเป็นขอทาน…ยังคิดเป็นโจรอีกหรือ เห็นทีผู้ผดุงความยุติธรรมเช่นข้า คงต้องสั่งสอนพวกเจ้าสักหน่อยแล้ว!” คำพูดนั้นทำให้ขอทานทั้งห้าหัวเราะลั่น

“เด็กน้อยอย่างเจ้าจะมาสั่งสอนพวกข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” มู่หรงจ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังมองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน

นางตัวใหญ่กว่าเขาเพียงนิดเดียว แต่กลับกล้ายืนขวางหน้าอย่างไม่หวั่นไหว ทั้งที่คนเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ พวกนั้นมีตั้งห้าคน!” ขอทานน้อยกระซิบเสียงสั่น มู่หรงจื่ออิงหันมายิ้ม

“ไม่ต้องกลัว ข้าฝึกวิทยายุทธมาตั้งแต่สองขวบ!” ยังไม่ทันที่มู่หรงจ้านจะเอ่ยอะไร เด็กหญิงก็พุ่งเข้าใส่ขอทานคนแรกอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดเข้าที่ท้องของอีกฝ่ายจนเซถอยไปหนึ่งก้าว ก่อนจะหมุนตัวเตะเข้าที่ขาอีกคนอย่างแม่นยำ

เสียงร้องโหยหวนพลันดังระงม มู่หรงจื่ออิงทั้งเตะทั้งต่อยอย่างคล่องแคล่ว แม้แรงของนางจะไม่มาก แต่ความเร็วและความแม่นยำทำให้พวกขอทานได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

“โอ๊ย! เด็กบ้านี่! มันตัวปีศาจอะไรกันเนี่ย!” หนึ่งในนั้นร้องลั่น ขณะที่อีกคนพยายามจะคว้าแขนของนางไว้ แต่มู่หรงจื่ออิงกลับหมุนตัวหลบ แล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่สีข้างอย่างจัง

ขอทานน้อยมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง แต่ไม่นานนัก เด็กหญิงก็เริ่มหอบหายใจแรง เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มใบหน้า

“ไปเถอะ!” นางคว้าแขนเด็กชายไว้แน่น ก่อนจะลากเขาวิ่งออกจากวัดร้างอย่างรวดเร็ว ทว่า...เสียงฝีเท้าของพวกขอทานดังตามมาติดๆ

“จับพวกมันไว้! อย่าให้หนีไปได้!” มู่หรงจื่ออิงกัดฟันแน่น วิ่งนำมู่หรงจ้านผ่านตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษไม้และกองขยะ นางหอบหายใจหนักๆ แต่ยังไม่ยอมหยุด

“อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวก็ถึงถนนใหญ่แล้ว!”

เด็กน้อยเอ่ยพลางกุมมือเด็กชายแน่นขึ้น เสียงตะโกนของพวกขอทานยังคงดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย แต่ในแววตาของเด็กหญิงกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้สักนิด มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะพาเพื่อนใหม่ของตน หนีไปจากที่นี่เท่านั้น

เหล่าองครักษ์ลับทั้งสี่ที่แฝงตัวอยู่ตามหลังคาและมุมต่างๆ เฝ้ามองการกระทำของนายหญิงน้อยอย่างเงียบงัน ดวงตาแต่ละคู่จับจ้องไปยังร่างเล็กที่กำลังวิ่งหนีไปตามตรอกแคบๆ พร้อมกับเด็กขอทานผู้นั้น

ก่อนออกจากจวน เซี่ยหรงเหยาได้สั่งกำชับไว้ชัดเจน หากไม่ถึงขั้นชีวิต ห้ามยื่นมือเข้าช่วยเด็ดขาด ปล่อยให้นางได้เรียนรู้โลกภายนอกเสียบ้าง

จะได้รู้ว่าความยากลำบากของชีวิตเป็นเช่นไร และจะได้ไม่กล้าออกไปโดยไม่มีผู้ติดตามอีก...คำสั่งของนางคือเด็ดขาด แม้จะเห็นนายหญิงน้อยหกล้ม และพยายามลุกขึ้น แล้ววิ่งต่อด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่น พวกเขาก็ทำได้เพียงกำมือแน่นอยู่ในเงามืดด้วยความสงสาร

ความโกลาหลในตลาดเริ่มขึ้น ผู้คนต่างแตกตื่นและหลบไปคนละทิศละทาง เสียงแม่ค้าร้องโวยวาย เสียงของตกแตกดังระงม แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ขอทานน้อยกลับหัวเราะออกมา

เสียงหัวเราะที่สดใสและจริงใจที่สุดในชีวิตของเขา มู่หรงจื่ออิงหันมามองอย่างแปลกใจ

“เจ้าหัวเราะอะไรน่ะ เรากำลังถูกไล่ตามอยู่นะ!” เด็กชายยังคงหัวเราะเช่นเดิม ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวกลับเปล่งประกายอบอุ่น

“เปล่า ก็แค่...ไม่เคยมีใครทำเช่นนี้กับข้ามาก่อน มันค่อนข้างสนุก” คำพูดนั้นทำจื่ออิงน้อยชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วดึงมือเขาวิ่งต่อ

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหยุดหัวเราะ วิ่งไปพร้อมกับข้า!” เสียงหัวเราะของเด็กทั้งสองดังแทรกอยู่ในความวุ่นวายของตลาด ราวกับหมอกควันภายในใจของขอทานน้อย ถูกปัดเป่าให้มลายหายไป

ภาพของท่านปู่ผู้เลี้ยงดูเขาตั้งแต่เด็กผุดขึ้นมาในหัว ชายชราผู้เย็นชา ไม่เคยแย้มยิ้ม ไม่เคยกอดเมื่อยามเขาร้องไห้ หลายครั้งลงมือทำร้ายโดยไร้เหตุผล

เขาไม่เข้าใจว่าทำไม...แต่ก็ไม่กล้าตั้งคำถาม เพราะในใจลึกๆ เขารู้ว่าท่านปู่เกลียดเขา ถึงอย่างนั้น...เขาก็ยังอดทน เพราะท่านปู่คือญาติคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้

แต่วันนี้...มีเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยื่นมือมาให้เขาโดยไม่ลังเล ยิ้มให้เขาโดยไม่รังเกียจความต้อยต่ำ หัวใจที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็งของเด็กน้อย เริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างช้าๆ

มู่หรงจื่ออิงพาขอทานน้อยวิ่งสุดแรง จนกระทั่งถึงหน้าศาลาว่าการเมือง ก่อนจะหยุดหอบหายใจ มือเล็กป้องปากพลางตะโกนเสียงใสกังวาน

“โจรจ้า! มีโจรไล่ฆ่ากลางวันแสกๆ ช่วยกันจับโจรเร็วเข้า!”

เสียงร้องของนาง ทำผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมองด้วยความตกใจ มือปราบสองนายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าศาลมองเด็กสองคนที่ต่างฐานะด้วยสีหน้างุนงง

ขณะเดียวกัน...ขอทานทั้งห้าที่วิ่งตามมาต่างก็ชะงักงัน สีหน้าของทั้งห้าซีดเผือดทันที พวกมันมองหน้ากันอย่างลังเล ก่อนทำท่าจะวิ่งหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวจากไป มือปราบทั้งสองก็ชักกระบี่ออกมาขวางทางไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เป็นพวกเจ้าอีกแล้วหรือ” หนึ่งในมือปราบตะโกนเสียงเข้ม หัวโจกขอทานรีบคุกเข่าคำนับ

“ทะ...ท่านมือปราบ พวกข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น มิได้จะปล้นจริงๆ นะขอรับ ขอท่านทั้งสองได้โปรดเมตตาปล่อยพวกเราไปเถิด” มู่หรงจื่ออิงก้าวออกมาด้านหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว

“ห้ามปล่อยคนเหล่านี้นะ! พวกเขาก่อความวุ่นวายในเมือง ขู่กรรโชกทรัพย์ หากพวกท่านปล่อยพวกเขาไป เราจะฟ้องเสด็จป้าจักรพรรดินี!” คำว่าเสด็จป้า ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นนิ่งงันไปชั่วขณะ

เพราะมีเพียงเด็กคนเดียวที่กล้าเอ่ยเช่นนั้น นางคือพระธิดาองค์โตของฮ่องเต้แคว้นเจา ผู้มาเยือนทุกสองปี และว่าที่พระราชสวามีของพระนางก็คือพระเชษฐาของเซี่ยฮองเฮาแห่งแคว้นเจา เป็นท่านลุงของเด็กน้อยตรงหน้า

มือปราบทั้งสองรีบคุกเข่าลงทันที

“ถวายพระพรองค์หญิงน้อย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ!” เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ผู้คนรอบข้างต่างก็รีบคุกเข่าลงพร้อมกัน

“ไม่เป็นไรๆ อย่าได้มากพิธี พวกท่านรีบจัดการคนเหล่านี้ตามกฎหมายเถิด” น้ำเสียงของนางแม้ยังเป็นเด็ก แต่กลับเปี่ยมด้วยอำนาจและความมั่นใจ ท่าทีอันสูงส่งแต่ไม่เย่อหยิ่ง สมกับเป็นบุตรแห่งเชื้อพระวงศ์โดยแท้

ขอทานน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งงัน ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน เขามองเด็กหญิงตรงหน้าราวกับคนไม่รู้จัก

“เป็นอะไรไป กลัวข้าแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ยังทำท่าขู่ฟ่อเป็นลูกแมวน้อยอยู่เลย” มู่หรงจื่ออิงหันมายิ้มล้อเลียน

“ขะ...ข้า...”

“ข้าอันใด”

“เจ้าคือองค์หญิง เช่นนั้นแล้ว...จะสั่งลงโทษข้าหรือไม่” จื่ออิงน้อยหัวเราะเบาๆ

“ลงโทษอะไรเล่า เจ้ามิได้ทำสิ่งใดผิด ถึงแม้ข้าจะเด็ก แต่ข้าก็มิใช่เด็กที่ไร้เหตุผล มาเถอะ...อีกไม่ไกลก็ถึงที่พักของข้าแล้ว” นางยื่นมือออกไป มู่หรงจ้านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมให้จื่ออิงน้อยจูงมือเดินกลับจวนอย่างว่าง่าย

แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องกระทบสองเงาเล็กที่เดินเคียงกันไปอย่างกลมกลืน เด็กหญิงผู้สูงศักดิ์กับเด็กขอทานผู้ต่ำต้อย แต่กลับไม่มีช่องว่างระหว่างพวกเขาแม้แต่น้อย

เหล่าองครักษ์เงาที่เฝ้ามองอยู่บนหลังคา ต่างน้ำตาซึมด้วยความปลื้มใจ

“นายหญิงน้อยของพวกเรา...เก่งกล้า รู้ความ และมีเมตตาเสียจริง...แต่ซุกซนเหมือนองค์ฮองเฮาในอดีตนัก” คนเหล่านั้นเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ เมื่อนึกถึงมู่หรงจื่ออิงในอนาคต

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   พังทลาย

    ข้ารับใช้หญิงรีบชำระกายให้เซี่ยหรงเหยาและเปลี่ยนชุดของนางใหม่ นำชุดที่ขาดวิ่นทิ้งไป และไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ด้วยเพราะกลัวว่าจะถูกจ้าวเค่อลงโทษ ทุกคนต่างปิดปากเงียบจึงไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เกิดในเรือนของนางวันต่อมาหลังจากได้สติ เซี่ยหรงเหยาขังตนเองอยู่แต่ภายในห้อง นางไม่ยอมพบหน้าใ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   คุกคาม

    “ฮึกก! ฮื่ออออ!! มู่หรงฉางชิง…เมื่อใดท่านจะมาช่วยพวกเราแม่ลูกออกไปจากที่นี่”เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังแว่วออกมาด้านนอก ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูยังไม่จากไป ทำได้เพียงอดกลั่น ความเจ็บปวดเศร้าโศกที่ทั้งสองมีนั้นไม่ต่างกัน แตกต่างที่ผู้หนึ่งต้องการให้อีกฝ่ายอยู่ข้างกาย แต่อีกคนกลับต้องการกลับไปยังท

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   อาฆาต

    แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า...แท้จริงแล้วอาการของมู่หรงฉางชิงนั้น เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่เซี่ยหรงเหยาพึ่งรู้ว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ มันราวกับเป็นสายใยบางอย่างที่มองไม่เห็น เชื่อมโยงหัวใจของทั้งสองไว้ แม้จะอยู่ห่างไกลคนละดินแดนข่าวลือเรื่องการตั้งครรภ์ของเซี่ยหรงเหยาแพร่สะพัดไปทั่วจวนในเวลาเพียงครึ่

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตั้งครรภ์

    เป็นอย่างที่จ้าวเค่อคาดเดา ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหลังเซี่ยหรงเหยาย้ายเข้ามา หลินซินหรานได้ไปหาสามคนนี้ พร้อมกับแสร้งเอ่ยชมถึงความงามและความโปรดปรานที่จ้าวเค่อมีต่อเซี่ยหรงเหยาคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็เพียงพอจะจุดไฟริษยาในใจของเหล่าสตรีเหล่านั้นให้ลุกโชน และในวันที่เกิดเรื่อง...นางก็จงใจไม่อยู่ในจวน ร

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status