Share

เพื่อนคนแรก

Author: zuey
last update publish date: 2026-05-08 09:05:36

ณ ประตูเมืองหลวงของแคว้นจ้าว ขบวนรถม้าจากแคว้นเจาแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ ภายในรถม้าคือ เซี่ยหรงเหยาและมู่หรงฉางชิง พร้อมด้วยบุตรสาววัยห้าขวบของนาง องค์หญิงใหญ่ มู่หรงจื่ออิง เด็กหญิงตัวน้อยผู้มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มสดใส

“ท่านแม่! ท่านพ่อ! ข้าจะได้เจอฮ่องเต้หญิงแล้วใช่หรือไม่!”

จื่ออิงน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางชะโงกหน้าออกจากหน้าต่างรถม้า เพื่อดูความคึกคักของเส้นทางในเมืองหลวง เซี่ยหรงเหยาหัวเราะเบาๆ พลางลูบศีรษะลูกสาว

“ใช่แล้วจ้ะ แต่ต้องเรียกว่าเสด็จป้า เข้าใจหรือไม่” มู่หรงฉางชิงมองภาพสองแม่ลูกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แต่ภายในใจลึกๆ ก็ยังมีความรู้สึกผิดที่ตามหาบุตรชายอีกคนไม่พบ

“นางซุกซนไม่ต่างจากเจ้าในตอนเด็กเลยสักนิด” ร่างบางส่งสายตาค้อนไปยังสวามี

“เปล่าเสียหน่อย ท่านจำคนผิดแล้ว” ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอ หลายปีที่แต่งงานกัน แต่นางก็ยังแง่งอนเช่นเดิมไม่เปลี่ยน และเขาก็ชอบยามเมื่อนางมองค้อนเช่นนี้

ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวเข้าใกล้วังหลวงช้าๆ ที่มาครั้งนี้เพื่อร่วมแสดงความยินดีในพิธีอภิเษกสมรสของจ้าวหนิงอวิ๋นและเซี่ยชิงสือ

คราแรกทั้งสองรอให้การไว้อาลัยผ่าน ไปจึงค่อยแต่งงาน แต่เพราะราชกิจที่มากมาย พิธีสมรสจึงล่วงเลยมากว่าห้าปี

และที่มาที่แคว้นจ้าวในทุกสองปี เพราะพวกเขายังคงให้คนออกตามหาเด็กชายวัยห้าขวบที่มีไฝสีแดงเล็กๆ ที่ติ่งหู บุตรชายของเซี่ยหรงเหยาและมู่หรงฉางชิงที่ถูกลักพาตัวไปโดยจ้าวเหลย

ทุกครั้งที่เห็นเด็กวิ่งเล่นตามท้องถนน เซี่ยหรงเหยามักจะหยุดมองด้วยแววตาเศร้าสร้อย นางไม่เคยสิ้นหวัง ไม่เคยยอมแพ้ เพราะในใจของมารดาอย่างนาง...ขอเพียงเด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ความหวังไม่มีวันดับสูญ แม้จะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหาเขาก็ตาม

หลังเข้าพำนักในตำหนักรับรอง สองสามีภรรยาก็ยุ่งทุกวันจนหัวหมุน เพื่อช่วยงานอภิเษกสมรส

มู่หรงจื่ออิงในวัยห้าขวบ หลังนางถือกำนิดที่ตำหนักรัชทายาทก็ได้มาที่นี่อีกครั้ง และทุกครั้งมักแอบออกไปข้างนอกเงียบๆ โดยไร้ข้ารับใช้คอยติดตาม

นางเบื่อหน่ายกับการต้องนั่งฟังคำสั่งห้ามทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยเฉพาะไป๋ไช่คนขี้บน จึงแอบย่องออกมาทางประตูหลัง เพื่อวิ่งเล่นตามประสาเด็กน้อยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบพื้นหิน เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วทำให้ใบหน้ากลมนั้นยิ้มกว้าง ไม่นานนัก...เสียงเอะอะจากตรอกเล็กๆ ด้านข้างก็ทำให้เด็กน้อยหยุดฝีเท้า

“อย่ามายุ่งกับของของข้า!” เสียงเด็กชายผู้หนึ่งตะโกนลั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันของเด็กขอทานอีกหลายคน จื่ออิงน้อยชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นเด็กชายตัวเล็กใบหน้ามอมแมมในเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ถูกผลักล้มลงกับพื้น

มือเล็กของเขากำเข้าหากันแน่น ดวงตาเปล่งประกายแข็งกร้าว แม้จะถูกเหยียบย่ำแต่กลับไม่ยอมร้องไห้

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาขอทานในถิ่นของพวกข้า!” เด็กขอทานที่โตที่สุดตะโกนออกไป ก่อนจะยกเท้าขึ้นหมายจะเตะซ้ำ

“พวกเจ้าทำอะไรกัน!” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น ทุกสายตาหันไปยังต้นเสียง เด็กหญิงในชุดผ้าไหมสีอ่อนงดงาม ยืนกอดอกอยู่ที่ทางเข้าตรอก

แสงแดดที่ส่องกระทบทำให้ใบหน้าของนางดูราวกับเทพธิดาตัวน้อยที่แกะสลักจากหยกขาว มู่หรงจื่ออิงเดินเข้ามาขวางหน้าเด็กชายตัวเล็กไว้ ดวงตากลมโตของนางฉายแววไม่พอใจ

“หากพวกเจ้ายังกล้ารังแกผู้อื่นอีก ข้าจะให้คนของทางการมาจับพวกเจ้าไปให้หมด!” เหล่าขอทานที่เห็นการแต่งกายของนางก็รู้ทันทีว่าเด็กหญิงผู้นี้ไม่ธรรมดา

เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ล้วนเป็นผ้าไหมเนื้อดี ปักลายหงส์ตัวน้อย ขอทานเหล่านั้นมองหน้ากันอย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังจากไป

“จำไว้! ถ้าเจ้ายังกล้ามาขอทานในถิ่นของพวกข้าอีก ครั้งต่อไปจะไม่มีใครช่วยเจ้าได้!” หนึ่งในนั้นตะโกนทิ้งท้าย ก่อนจะพากันวิ่งหนีไป

มู่หรงจื่ออิงหันกลับมามองเด็กชายที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้น ดวงตาของเขายังคงฉายแววแข็งกร้าวไม่ต่างจากเมื่อครู่ แต่เมื่อสบสายตากับเด็กหญิงตรงหน้า สายตานั้นกลับมีแววสับสนเล็กน้อย

“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่” เด็กหญิงถามเสียงอ่อนลง พลางยื่นมือเล็กๆ ออกไป มืออันเย็นเฉียบของเด็กชายเต็มไปด้วยรอยแผล เด็กชายลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงท่าทีนิ่งเฉย แต่ในแววตานั้นกลับมีประกายบางอย่าง ที่ทำให้มู่หรงจื่ออิงรู้สึกอยากเข้าใกล้

“ข้าชื่อมู่หรงจื่ออิง แล้วเจ้าล่ะ ชื่ออะไร”

ขอทานน้อยปัดมือเล็กที่ยื่นมาทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะพยายามเดินจากไป มู่หรงจื่ออิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจท่าทางนั้นของเขา แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก นางจึงแอบเดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ

เส้นทางที่เด็กชายเดินผ่านเต็มไปด้วยหญ้าที่รกชัฎ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าวัดร้างแห่งหนึ่ง วัดนั้นทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของเมื่อหลายปีก่อน หลังคาบางส่วนหายไปแล้ว บนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย

หากเซี่ยหรงเหยาได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้ คงจำได้ทันทีว่า ที่นี่คือที่พักพิงของนางเมื่อครั้งหลบหนีจากจ้าวเค่อในอดีต

“เจ้าอยู่ที่นี่หรือ...” จื่ออิงน้อยถามเสียงใส พลางก้าวเข้าไปใกล้ ทว่าขอทานน้อยก็ยังไม่ตอบ เพียงเดินไปนั่งข้างกองฟางเก่าๆ ที่มุมวิหาร ดวงตาของเด็กน้อยเย็นชาและระแวดระวัง

“เจ้าพูดไม่ได้หรือ” เด็กหญิงหยอกล้อทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายสาวมารถพูดได้ คำถามนั้นได้รับเพียงแววตาแข็งกร้าวตอบกลับมา มู่หรงจื่ออิงมิได้โกรธเคืองต่อท่าทางเอาเรื่องของเด็กน้อย แต่กลับส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างใจดี

“อะไรเล่า...ข้าเพียงอยากเป็นเพื่อนกับเจ้าเท่านั้นเอง” นางนั่งลงบนกองฟางข้างๆ โดยไม่สนใจว่ามันจะสกปรกเพียงใด

“ไปซะ!! เจ้าไม่ควรมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้” เสียงของเด็กชายดังขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงนั้นแม้จะอ่อนเยาว์แต่กลับแฝงความเด็ดเดี่ยว มู่หรงจื่ออิงยิ้มกว้าง

“ที่แท้เจ้าก็พูดได้นี่เอง” ขอทานน้อยสะบัดหน้าหนี แต่สุดท้ายก็ไม่ลุกหนีไปไหน นั่งนิ่งอยู่ข้างนางอย่างเงียบงัน

ทันใดนั้นเอง เสียงท้องของเด็กน้อยก็ดังขึ้นเบาๆ มู่หรงจื่ออิงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมา เผยให้เห็นขนมแป้งทอดสี่ชิ้นที่นางแอบซื้อติดตัวมาด้วย

กลิ่นหอมของน้ำมันทอดลอยอบอวลในอากาศ เสียงท้องของเด็กชายดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้ดังยิ่งกว่าเดิม แต่เขากลับไม่ยื่นมือมาแย่งชิง เพียงหลุบตาลงอย่างอดกลั้น มู่หรงจื่ออิงมองภาพนั้นด้วยด้วยท่าทีสงสัย

“เจ้าไม่เหมือนขอทานคนอื่นเลยนะ เป็นขอทานแต่กลับมีศักดิ์ศรี” นางยื่นแป้งทอดไปตรงหน้า

“ถ้าเจ้ายอมบอกชื่อของตน ข้าจะให้เจ้าทานทั้งสี่ชิ้นนี้เลย” ในสายตาของเด็กชายมีแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบา

“ข้า...ชื่อมู่หรงจ้าน” มู่หรงจื่ออิงเบิกตากว้าง

“ห๋าาา...เหตุใดเจ้าแซ่เดียวกับข้า แล้วก็ชื่อนั้นอีก เป็นชื่อของคนไม่ดีที่เคยคิดทำร้ายท่านม่ของข้า!” เด็กชายเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน

“ข้าไม่รู้...ชื่อนี้ท่านปู่เป็นคนตั้งให้”

“ท่านปู่หรือ แล้วตอนนี้ท่านปู่ของเจ้าอยู่ที่ใด”

“ท่านปู่ของข้าเสียไปเมื่อครึ่งปีก่อน ตัวข้าไร้ญาติขาดมิตร จึงร่อนเร่ไปเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงที่นี่” มู่หรงจื่ออิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“อย่างนั้นหรือ...ชีวิตของเจ้าช่างน่าสงสารนัก ทั้งที่อายุเพียงเท่านี้แต่กลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย” จื่ออิงน้อยลูบหัวขอทานน้อยเบาๆ เจ้าขอทานน้อยมองค้อนการกระทำของอีกฝ่าย

“เจ้าว่าใครเป็นเด็ก! ตัวเจ้าเองก็เด็กเหมือนกันล่ะน่า” ขอทานน้อยคิดในใจ

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้ากลับไปพร้อมกับข้า ท่านพ่อของข้าชอบรับเด็กกำพร้ามาฝึกเป็นองครักษ์ ให้ที่กินที่อยู่ และได้ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป” ดวงตาของเด็กชายสั่นไหว ต่อข้อเสนอของมู่หรงจื่ออิง

“จริงหรือ!!...”

“จริงสิ ถึงข้าจะเพียงห้าขวบ แต่ข้ารับรองได้ว่า ท่านพ่อของข้าต้องรับเจ้าแน่” มู่หรงจื่ออิงลุกขึ้น นางยื่นมือเล็กๆ ไปตรงหน้าอีกครั้ง

“ไปเถอะ ตามข้ามา”

ครานี้เด้กชายมิได้ปฏิเสะ หากแต่ค่อยๆ ยื่นมือของตนออกไปพร้อมกับจับไว้แน่น มือเล็กสองคนที่ต่างชะตา แต่กลับเชื่อมโยงกันด้วยสายใยบางอย่าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status