Share

แผนการหลบหนี

Author: zuey
last update publish date: 2026-04-24 23:58:45

“ต่อมาข้าได้ตั้งครรภ์ ข้าดีใจนัก คิดว่าหลังถูกทำลายความหวังไปแล้วครั้งหนึ่ง...เด็กคนนี้อาจกำลังให้ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นแก่ข้า”

“...แต่แล้วเขากลับสั่งให้สาวใช้ใส่ยาทำให้ข้าแท้งลูก ข้าร้องขอให้เขาไว้ชีวิตลูกของข้าจนเสียงแหบแห้ง แต่เขากลับไม่สนใจแม้เพียงนิด...” น้ำตาของหลินซินหรานหยดลงบนพื้นทีละหยด เมื่อนึกถึงลูกที่ต้องจากไปของตน

“เพราะเช่นนั้น...ข้าจึงริษยาเจ้า! อยากให้เจ้าได้รู้รสชาติของความสูญเสียเหมือนกับข้า! แต่เมื่อคิดว่าเจ้าจักต้องเศร้าโศกเพราะต้องสูญเสียลูกไป...ข้าทำไม่ได้! เด็กในครรภ์ของเจ้าไร้ความผิด!” เซี่ยหรงเหยามองหลินซินหรานที่กำลังฟูมฟายนิ่ง

“เจ้ายังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง เช่นนั้นข้าจะบอกความจริงกับเจ้า...” ร่างบางสูดลมหายใจช้าๆ

“ความจริงแล้ว ข้ามิใช่อนุของจ้าวเค่อ และเด็กในครรภ์นี้...ก็ไม่ใช่บุตรของเขา เดิมทีข้ามีสามีอยู่แล้ว แต่ถูกเขาลักพาตัวมา” หลินซินหรานเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

“ว่าอย่างไรนะ!...นี่! เจ้า!” เซี่ยหรงเหยาพยักหน้าเพื่อยืนยัน

“เรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบ และข้าคิดว่า...คนในเรือนก็คงระแคะระคายอยู่บ้าง เพราะความเย็นชาที่ข้าแสดงออกต่อเขา”

“หลินซินหราน...ในเมื่อเจ้าก็รู้เรื่องแล้ว เช่นนั้นข้าขอร้องได้หรือไม่ ช่วยข้าหนีไปจากที่นี่ ข้าไม่อยากให้ลูกต้องเกิดมาโดยที่เรียกผู้อื่นว่าบิดา”

หลินซินหรานนิ่งงัน ใจหนึ่งอยากช่วย แต่อีกใจก็หวาดกลัวต่อโทสะของจ้าวเค่อ เขาคงไม่ปล่อยนางไปแน่ หากรู้ว่าตนร่วมมือเพื่อช่วยให้เซี่ยหรงเหยาหนีไป

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ หากเขารู้เรื่องที่เจ้าหนีไป...เราทั้งคู่จะไม่มีชีวิตรอด” หลินซินหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

“ข้ารู้” เซี่ยหรงเหยาตอบทั้งน้ำตา

“แต่ข้าอยากเสี่ยง เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตต่อ ข้าไม่รู้ว่าเขาจะลงมือทำร้ายข้าอีกเมื่อใด” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น เซี่ยหรงเหยาก็แทบอยากหนีไปจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้

หลินซินหรานหลุบตาลงต่ำ น้ำตาของนางไหลออกมาเงียบๆ นางยังไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ เพียงยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

“ข้า...จะลองคิดดู” นางหันหลังเดินออกจากห้องนั้น ทิ้งเซี่ยหรงเหยาไว้กับความหวังอันริบหรี่

หลายวันต่อมา แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ่านม่านบางเข้ามาในเรือน กลิ่นดอกไม้จากสวนด้านนอกลอยเข้ามาแตะปลายจมูก ทว่าความสงบนั้นกลับถูกทำลายลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากหน้าประตู

“ซื่อจื่อมาเยือนเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้เอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม เซี่ยหรงเหยาชะงักเล็กน้อย มือที่กำลังจัดดอกไม้ในแจกันสั่นเทา นางสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อข่มความหวาดหวั่น

“ให้เขาเข้ามาเถอะ” บานประตูเปิดออกช้าๆ เงาร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม จ้าวเค่อมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ยากอ่านออก ทว่าสีหน้าดูสงบนิ่งกว่าทุกครา

“เจ้า...สบายดีหรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เซี่ยหรงเหยาลังเลเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ

“ข้าสบายดี...” จ้าวเค่อพยักหน้าเบาๆ ถือวิสาสะนั่งลงตรงข้ามกับนาง

“ข้าเพียงแวะมาดูว่าเจ้าขาดสิ่งใดหรือไม่ หากมีให้บอกคนของข้าได้เลย อย่าได้เกรงใจ” หญิงสาวเพียงพยักหน้า ในใจกำลังคิดว่า...เขากำลังต้องการเอ่ยสิ่งใดกันแน่ ดวงตาของนางหลุบลงต่ำ ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายโดยตรง

จ้าวเค่อมองนางครู่หนึ่ง พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดคุย กล่าวถึงสิ่งเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เขารู้ว่าที่เซี่ยหรงเหยาหวาดระแวงตนเองเช่นนี้ เพราะความเลวระยำที่เขาทำต่อนางก่อนหน้า

แต่ถึงอย่างไร...ตนเองก็จริงใจต่อนาง ต่อให้สตรีตรงหน้าต้องเกลียดชังเขาไปตลอดชีวิต แต่เขาก็อยากจะอยู่ข้างกายนางตลอดไป

จ้าวเค่อไม่รู้ว่ามีความคิดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด หลังจากที่มีเซี่ยหรงเหยาในเรือน ความรู้สึกต่างๆ มากมายก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ข้าต้องออกไปทำภารกิจนอกแคว้น อาจมิได้กลับมาหลายวัน” ชายหนุ่มเอ่ยเข้าเรื่องในที่สุด หลังพูดจาไร้สาระไปหลายประโยค

“เจ้าจงอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ อย่ากังวลสิ่งใด ข้าจะให้คนดูแลเจ้าอย่างดี” เซี่ยหรงเหยาทำเพียงพยักหน้าอีกครั้ง

“ข้า...รู้แล้ว” จ้าวเค่อมองนางนิ่งครู่หนึ่ง แววตาคล้ายจะมีบางสิ่งอยากจะเอ่ย แต่สุดท้ายก็ทำเพียงลุกขึ้น

“พักผ่อนให้มาก อย่าฝืนร่างกายตนเองจนเกินไป” ชายหนุ่มก้าวออกจากเรือน เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างจนเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหญิงสาวที่ยังคงสั่นระรัว

เซี่ยหรงเหยานั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะยกมือแตะหน้าท้องของตนเบาๆ ดวงตางามยามนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ลูกเอ่ย...นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของเรา...” ร่างบางพึมพำเสียงแผ่ว ในใจของหญิงสาวเริ่มวางแผนการ นางจะไม่ยอมให้ชะตากรรมมากำหนดจุดจบของตนเอง ในเมื่อสวรรค์ให้นางได้เกิดใหม่ ก็จะขอลองดิ้นรนอีกสักครั้ง

วันต่อมาหลังจ้าวเค่ออกจากจวนไปแล้ว เซี่ยหรงเหยาก็เริ่มแผนของตนทันที ยามนี้ที่ศาลาไม้ริมสระบัวถูกประดับด้วยผ้าขาวบางและแจกันดอกไม่ที่นางเป็นคนทำด้วยตนเอง

บรรยากาศดูสงบเงียบ ราวกับงานเลี้ยงน้ำชาธรรมดา หากแต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น กลับซ่อนความลับบางสิ่งเอาไว้

เซี่ยหรงเหยานั่งอยู่ภายในศาลาในอาภรณ์สีฟ้าอ่อน นางสั่งให้สาวใช้จัดโต๊ะน้ำชาอย่างประณีต พร้อมให้คนไปเชิญหลินซินหรานและอนุอีกสองสามคนที่สนิทกับนางมาร่วมด้วย ไม่นานนัก...หลินซินหรานก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมสตรีอีกสามคน พวกนางยอบกายให้เซี่ยหรงเหยาอย่างนอบน้อม

“ขอบคุณคุณหนูเซี่ยที่เชิญมาดื่มชา” เซี่ยหรงเหยายิ้มบาง

“ข้าเพียงอยากพูดคุยกับพวกเจ้าบ้าง อยู่ในเรือนทุกวันก็ชวนให้อึดอัด” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในศาลา

กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยอบอวลออกมาด้านนอก เซี่ยหรงเหยาโบกมือให้สาวใช้ทั้งหมดถอยห่าง...เมื่อสาวใช้เหล่านั้นถอยออกไปจนหมด สีหน้าของเซี่ยหรงเหยาก็พลันเปลี่ยนไป นางวางถ้วยชาลงช้าๆ ก่อนเอ่ยกระซิบเสียงเบา

“ที่ข้าเชิญพวกเจ้ามาที่นี่ เพราะมีเรื่องต้องการขอร้อง” สตรีทั้งสามมองหน้ากันอย่างสงสัย หลินซินหรานนิ่งเงียบ ราวกับคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสิ่งใด

“ข้าต้องการหนีออกไปจากที่นี่” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยออกมาตรง ๆ อนุสองนางที่รู้เรื่องของเซี่ยหรงเหยาคราวๆ รีบเอ่ยห้าม

“...เจ้ารู้หรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดออกมา หากซื่อจื่อรู้เข้า...”

“ข้ารู้” เซี่ยหรงเหยาตัดบท

“แต่ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว ข้ายอมออกไปลำบากภายนอก ดีกว่าต้องอยู่ในกรงทองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแห่งนี้” ความเงียบปกคลุมศาลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หลินซินหรานจะเป็นผู้เอ่ยบ้าง

“เจ้าเตรียมตัวแล้วใช่หรือไม่” เซี่ยหรงเหยาพยักหน้า

“ข้าช่วยเจ้าได้เพียงเรื่องในจวน ช่องทางหลบหนีออกไปข้าจะจัดการให้ แต่เมื่อพ้นกำแพงนี้ไปแล้ว...เจ้าต้องพึ่งพาตนเอง”

“ข้าขอขอบคุณทุกคน ไม่ว่าภายนอกจะยากลำบากเพียงใด ข้าก็มิหวั่นเกรง ขอเพียงให้ข้าได้ไปจากที่นี่ก็พอ” หลินซินหรานมองเซี่ยหรงเหยานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเวทนา นางคงกำลังดิ้นรนเพื่อกลับไปหาครอบครัว

“คุณหนูเซี่ย...เจ้ามีความกล้าหาญกว่าข้าในวันนั้นมากนัก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   เจ้าจับตัวไป๋ไช่ไปใช่หรือไม่

    สัญชาตญาณเตือนให้ชายหนุ่มอย่าพึ่งเผยตัวตน จ้าวเค่อรีบถอยกลับอย่างเงียบเชียบ ใช้เส้นทางลับอีกสายหนึ่งหลบหนีออกจากบริเวณนั้นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาเมืองเพื่อสืบข่าวสารเกี่ยวกับการศึกในครั้งนี้ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัวปะปนกันหากฝ่ายบิดาของเขาพ่ายแพ้จริง ตนเองในฐานะบุตรชายจะต้

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ก่อกบฏ

    ในขณะเดียวกัน...สถานการณ์ในราชสำนักได้เริ่มสั่นคลอน เพราะข่าวจากวังหลวงประกาศออกมาว่า ฮ่องเต้ทรงประชวนอย่างกะทันหัน ทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินตกอยู่ในความโกลาหลจ้าวหนิงอวิ๋นเมื่อได้ยินข่าวเรื่องพระบิดาทรงประชวน ใบหน้าของนางซีดเผือดในทันที รีบรุดเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อดูพระอาการจนกระทั่งมาถึงตำหนักเทียน

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   จะต้องตามหาลูกของเราให้พบ

    “นางคลอดลูกแล้ว...ข้าต้องพบหน้านางให้ได้” เขาพึมพำกับตนเองราวกับคนเสียสติ ดวงตาสองข้างเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม แม้จะรู้ว่าการฝ่าฝืนคำสั่งคือความผิดร้ายแรง แต่จ้าวเค่อก็ไม่อาจห้ามใจได้กลางดึกสงัด ชายหนุ่มสวมชุดดำปิดบังใบหน้า แอบปีนกำแพงออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังตำหนักรัชทายาท ที่มีแสงโคมไฟสลัวส่องอยู่ไก

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ผิดที่เราไม่กำจัดมัน

    ทางด้านค่ายทหารของชินอ๋อง ที่เขาซ่องสุมไว้เพื่อเตรียมโค่นล้มราชบัลลังก์ ยามนี้กลับถูกรบกวนโดยผู้ไม่ทราบที่มาอยู่หลายครั้ง ทั้งเสบียงที่ถูกเผา ทั้งข่าวลับที่รั่วไหลสิ่งนั้นยิ่งทำให้ความหวาดระแวงของฮ่องเต้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี เมื่อรัชทายาทได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ความไว้วางใจที่เคยมีต่อชินอ๋

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status