เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน
"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป "ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง "ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ "เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว "งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม "อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทักทายเขา "ข้าจะไปแล้วพี่เสียวไป๋ ขอบคุณพี่มาก ที่มาช่วยงานบ้านของข้า หากไม่ได้พี่ บ้านข้าคงจะไม่เป็นรูปเป็นร่างเร็วไวเช่นนี้" จางเสี่ยวหนิงยกมือคารวะเสี่ยวไปจากใจจริง "น้องจางเสี่ยวหนิงไม่ต้องมากพิธี แค่เจ้าให้ข้าวให้ปลา พวกข้าสองคนผัวเมีย ก็ซึ้งใจและขอบคุณเป็นอย่างมาก" สามีของนางไป๋กล่าวแล้วก็ขอตัวกลับไปทำรั้วไม้ไผ่ต่อ จางเสี่ยวหนิงออกจากบ้าน เขาจัดการนำไก่ที่ฟักออกมาใหม่สามร้อยตัว ไปปล่อยในพื้นที่ ที่เตรียมไว้เพื่อเลี้ยงดู ตามธรรมชาติ เป็นพื้นที่ระบบจำลอง ส่วนไข่ไก่สองร้อยฟองที่อยู่ในระบบ เขาจัดการนำออกมาบรรจุใส่ตะกร้าขนาดใหญ่อย่างมิดชิด และปกคลุมด้วยผ้าหนาเพื่อป้องกันการแตก "เจ็ดร้อยห้าสิบเหรียญในระบบแลกเป็นเงินได้ เจ็ดสิบห้าชั่ง หนี้หนึ่งร้อยยี่สิบชั่ง ขาดอีกสี่สิบห้าชั่ง ไข่ไก่สองร้อยฟอง มูลค่าหนึ่งร้อยชั่ง... แค่ไข่ไก่ก็เพียงพอที่จะไถ่ที่ดินแล้ว" จางเสี่ยวหนิงคำนวณในใจด้วยความตื่นเต้นแต่ตอนนี้เขาแลกซื้อสิ่งของไปหลายอย่างเหรียญในระบบจึงเหลือไม่เยอะแต่เขาก็มีผลผลิตที่มากขึ้น เขาใช้เวลาไม่นานก็ถึงตลาดหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านมักนำผลผลิตเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแลกเปลี่ยนกัน ตลาดวันนี้ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนมีสีหน้าซีดเซียวและหิวโหย จางเสี่ยวหนิงวางตะกร้าไข่ไก่ลงอย่างระมัดระวัง เขาตั้งใจที่จะไม่ขายทุกฟอง แต่จะใช้ไข่เป็นอาวุธในการแก้ปัญหาแรกคือเรื่องหนี้สิน และปัญหาที่สองคือการลงโทษตระกูลอี้ ขณะที่จางเสี่ยวหนิงกำลังจะเริ่มป่าวประกาศขายไข่ไก่ ราวกับถูกกำหนดไว้ ป้าฉิงอี้และสามีก็ปรากฏตัวที่ริมตลาด พวกเขากำลังแจกจ่ายหัวมันเน่าอย่างเปิดเผยให้กับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เมื่อคืน เพื่อแลกกับความเงียบและปิดปาก "เอาเลยพี่น้อง! หัวมันนี้ใกล้จะเสียแล้ว แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรกิน! ใครก็ตามที่ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืน ก็มารับไปคนละสองหัวเลย!" ป้าฉิงอี้พูดเสียงดังอย่างอวดดี ชาวบ้านบางส่วนยอมรับหัวมันด้วยความจำเป็น แต่หลายคนก็มองด้วยความรังเกียจไม่เต็มใจที่จะรับแต่เพราะความอดอยากจึงจำใจเดินเข้าไปดู จางเสี่ยวหนิงเห็นดังนั้นก็ยิ้มเย็นชาในใจ เขารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะมอบบทเรียนที่แท้จริง "หยุดก่อน!" จางเสี่ยวหนิงตะโกนเสียงดังไปทั่วตลาด "นี่คือการติดสินบนพยานอย่างชัดเจน! ป้าฉิงอี้ ท่านคิดว่าหัวมันที่ใกล้จะเน่าของท่านจะเทียบได้กับความยุติธรรมของตระกูลจางงั้นหรือ!" ป้าฉิงอี้หันมามองด้วยสายตาดูถูก "ไอ้คนไร้ค่า! แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินข้า! ในเมื่อทุกคนก็ยอมรับข้อเสนอของข้าแล้ว! แกจะหาใครมาเป็นพยานได้อีก!" จางเสี่ยวหนิงไม่ตอบโต้ แต่เดินไปที่ตะกร้าไข่ไก่ของเขา และค่อย ๆ เปิดผ้าคลุมออกอย่างช้า ๆ แสงแดดสาดส่องลงกระทบกับไข่ไก่สีขาวนวลที่วางซ้อนกันเป็นจำนวนมาก "นี่คือสิ่งที่ข้ามี! ไข่ไก่สองร้อยฟอง!" จางเสี่ยวหนิงประกาศ "ข้าขอเสนอราคาที่ยุติธรรมที่สุดในยุคแร้นแค้นนี้! ไข่ไก่สองฟอง แลกกับการเป็นพยานให้ตระกูลจาง 1 ครั้ง! และสำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้รับหัวมันเน่าจากตระกูลอี้ ข้าจะขายในราคาสองฟองหนึ่งชั่ง!" เมื่อชาวบ้านเห็นไข่ไก่สีขาวสดใหม่จำนวนมหาศาล ทุกคนก็ลืมเรื่องหัวมันเน่าไปสิ้นเชิง ไข่ไก่เป็นอาหารชั้นสูงและเป็นของหายากในช่วงสงคราม "พระเจ้า! ไข่ไก่จริง ๆ หรือ! มากมายขนาดนี้เชียว!"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาดูแล้วก็ตาลุกวาวเป็นประกาย "ป้าฉิงอี้แค่ให้หัวมันเน่า แต่จางเสี่ยวหนิงให้ไข่ไก่สด ๆ นานมากแล้วที่พวกข้าไม่ได้เห็นไข่ไก่สีขาวนวลตาเช่นนี้!" ชาวบ้านหลายสิบคนที่เพิ่งรับหัวมันเน่าจากป้า ฉิงอี้ไป รีบวางหัวมันลงกับพื้น และวิ่งกรูเข้ามาหาจางเสี่ยวหนิงอย่างรวดเร็ว "เสี่ยวหนิง! ข้าเป็นพยานให้เจ้า! เมื่อคืนข้าเห็นป้าฉิงอี้พยายามขัดขวางการค้นหาเงิน!" "ข้าก็เห็น! ข้าก็เห็นกับตาว่าถุงเงินของเจ้ามีผ้าสีแดงเย็บอยู่ด้านใน! ข้าขอไข่ไก่สองฟอง!" ป้าฉิงอี้และสามีตะลึงงันกับภาพที่เกิดขึ้น พวกเขามองดูหัวมันเน่าที่ถูกทิ้งกองอยู่กับพื้นอย่างไม่ไยดี และชาวบ้านที่ยอมแลกความอัปยศเล็กน้อยกับการได้ไข่ไก่มาประทังชีวิต "พวกแก! พวกแกมันพวกกลับกลอก!" ป้า ฉิงอี้กรีดร้อง จางเสี่ยวหนิงหันไปมองป้าฉิงอี้ด้วยสีหน้าเหนือกว่า "ป้าฉิงอี้! ท่านเห็นแล้วใช่ไหม! ความยุติธรรมไม่ได้ถูกซื้อได้ด้วยหัวมันเน่า! แต่ความจริงจะถูกเปิดเผยด้วยสิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุด! ข้าจะให้ทุกคนเป็นพยานว่าท่านไม่ทำตามคำสัญญาในการไถ่โทษ!" จางเสี่ยวหนิงใช้ไข่ไก่ห้าสิบฟอง แลกกับคำยืนยันจากชาวบ้านยี่สิบห้าคน ว่าตระกูลอี้ไม่ยอมมาขอโทษและไม่ยอมไปหาบน้ำ/ตัดฟืนตามสัญญา ส่วนไข่ที่เหลือหนึ่งร้อยห้าสิบฟอง เขาก็ขายออกไปในราคาสองฟองฟนึ่ฃชั่ง (75 ชั่ง) ให้กับชาวบ้านที่รวบรวมเงินมาซื้อได้ เขาได้เงินสดมาเจ็ดสิบห้าชั่ง ซึ่งบวกกับเงินที่มีอยู่ก่อนหน้าสิบชั่ง ทำให้ตอนนี้เขามีเงินในมือแปดสิบห้าชั่ง "ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความยุติธรรมกับตระกูลจาง! ข้าสัญญาว่าต่อจากนี้ไปตระกูลจางจะนำความรุ่งเรืองมาสู่หมู่บ้านนี้!" จางเสี่ยวหนิงกล่าวเสียงดังก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองกู้เพื่อทำภารกิจที่ใหญ่กว่า ป้าฉิงอี้ทรุดตัวลงกับพื้น นางสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงิน ชื่อเสียง และอำนาจในการควบคุมชาวบ้าน ส่วนสามีของนางก็รีบเข้ามาฉุดนางให้ลุกขึ้น "อีแก่! แกเห็นหรือยัง! จางเสี่ยวหนิงมันเปลี่ยนไปแล้ว! เราต้องไปหาบน้ำและตัดฟืนเดี๋ยวนี้ ก่อนที่มันจะแจ้งทางการจริง ๆ!" นางฉิงอี้กล่าว "ข้ายังไม่ยอมแพ้หรอก!" "แล้วเจ้าจะทำยังไง ข้าไม่เอากับเจ้าด้วยแล้ว" สามีของนางสิ่งที่อี้หลงซางกลัวจนแทบลมจับ "ข้ายังไม่รู้ท่านพี่ แต่มันยังไม่ใช่เวลานี้"นางยังคงคิดหาแผนชั่วร้ายที่จะ สู้กลับจางเสี่ยวหนิงแต่ยังไม่ใช่เวลานี้นางจึงลากสามีกลับไปที่บ้าน จางเสี่ยวหนิงได้จัดการป้าข้างบ้านอย่างนางฉิงอี้ไปหนึ่งขั้น แม้จะยังไม่เด็ดขาดแต่ก็ถือว่าปูทางเอาไว้ค่อนข้างดีเลย จางเสี่ยวหนิงได้ปล่อยให้สองผัวเมียนี้ใช้ชีวิตไปก่อนเขาไปทำภารกิจสำคัญ คือ มุ่งหน้าไปยังเมืองกู้ด้วยเงินแปดสิบห้าชั่งในมือ และความมั่นใจเต็มเปี่ยมในการเผชิญหน้ากับเถ้าแก่หวังเจ้าหนี้หน้าเลือดในไม่นาน พรุ่งนี้เขาจะกลับมาหาเงินที่ตลาดแห่งนี้อีกวันนี้เขาจะรีบกลับไปดูรั้วบ้านที่ชาวบ้านมาช่วยเขาทำส่วนเรื่องสองผัวเมียตระกูลอี้เขาจะไปร้องในอำเภอกู้ในอีกไม่นาน.....เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป"ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง"ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ"เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว"งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม"อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทัก
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาภรรยาต่างมองสามีด้วยความคาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า "โดนหลอก" ออกจากปากพวกเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องเงียบกริบสามีของนางไป๋ เสียงดังกังวานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นางไป๋! เจ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว! พวกเรา พวกเราทุกคน ไม่ได้โดนหลอก!"เสียงประกาศนี้ดังก้องไปทั่วจนทุกคนที่หน้าประตูหยุดการซุบซิบ จ้องมองไปยังสามีของนางไป๋ด้วยความงุนงง นางไป๋เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสามีของนางไป๋ "ในโกดังหลังบ้านของตระกูลจางนั้น... มีข้าวสาลีจริง! เป็นกระสอบขนาดใหญ่ วางเรียงรายแน่นขนัด! และยังมี ปลาทับทิมทองตัวโต ๆ อยู่ในกะละมัง! มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราให้รอดพ้นจากความอดอยากได้หลายวัน!"สามีของนางไป๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังรวมถึงผู้ชายหลายคนที่เดินตามออกมาก็ต่างพากันฉีกยิ้มกว้างป้าฉิงอี้ รีบแทรกด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "โกหก! เจ้าโดนจางเสี่ยวหนิงติดสินบนใช่ไหม! เจ้าพวกคนโง่เง่า! ข้าวสาลีมันจะมาจากไหนได้อีกในแผ่นดินที่แห้งแล้งเช่นนี้!"สามีของนางไป๋ ไม่สนใจป้าฉิงอี้ แต่หันไปพูดกับชาวบ้าน "หากพวกเ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกชาวบ้านผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างพากันมาที่บ้านของจางเสี่ยวหนิง ทุกคนยังไม่ลงมือตัดไม้ไผ่เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่กระจายมาว่าจะแจกข้าวสาลีและปลา "พวกเจ้าให้พวกข้ามา หลอกมาทำงานล่ะสิไม่ว่า" ป้าฉิงอี้ที่เสนอหน้ามาเป็นคนแรกก็เกณฑ์ชาวบ้านมาเพื่อจะด่าทอจางเสี่ยวหนิงเป็นพิเศษ"ใครเชิญคนตระกูลอี้มากัน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญพวกท่าน โทษของพวกท่านยังไม่ได้ชำระความระวังตัวให้ดีเถิด"หนิงเอ๋อกล่าว"ไหนล่ะปลา ไหนล่ะข้าวของพวกเจ้า" อี้ซางหลงสามีของนางฉิงอี้ก็กล่าวเสริมทัพขึ้นมา"ใช่ ๆ เจ้าจะหลอกพวกข้า ให้ทำงานให้ ฟรี ฟรีใช่ไหมล่ะ ข้าไม่น่าเสียเวลาเชื่อพวกเจ้าสองผัวเมียเลย" ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวลและไม่อยากมาช่วยงานเพราะคิดว่าโดนหลอก"ซุ่ยซุ่ยก็ว่าอย่างนั้น ไม่เห็นมีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย แล้วพวกท่านจะมาหลอกใช้งานพวกข้าฟรี ฟรี อย่างนั้นหรือ" ซุ้ยซุ้ยหลานสาวของนาง ฉิงอี้กล่าวเสริมขึ้นมา"ใจเย็น ๆ พี่น้องทุกท่านหากพวกท่านไม่เชื่อเดี๋ยวไปที่หลังบ้านของข้า ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูข้าวสาลีอและปลาจำนวนหนึ่ง ที่ข้าจับมาได้" จางเสี่ยวหนิง พูดออ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผลผลิตในระบบก็ผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้าวสาลีที่ปลูกเอาไว้ก็ถูกเก็บแพ็คใส่กระสอบป่านเป็นอย่างดีในระบบทุกวันหมุนเวียนสลับกันปลูกกับหัวมันตอนนี้เขามีข้าวสาลีมากกว่า สามร้อยกระสอบ และหัวมันอีกสองร้อยกระสอบไข่ไก่สองร้อยฟอง แลกหนึ่งร้อยชั่ง จางเสี่ยวหนิง ก้าวออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เขามุ่งหน้าไปยังที่ดินที่ของตระกูลจางแม้จะติดจำนองจากเถ้าแก่หวังอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ขาดยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะต้องชำระเงินทั้งหมด ซึ่งพื้นที่อยู่ด้านหลังบ้านของตระกูลจางชั่งเป็นทำเลที่ดีมากเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็ติดกับพื้นที่ทำมาหากิน ๆ แต่ชาวบ้านไม่มีวิชาความรู้ที่จะจัดการระบบน้ำและบำรุงดินเมื่อเขาคิดได้ดังนั้นวันนี้เขาจึงให้หนิงเอ๋อไปขอแรงชาวบ้านผู้ชายตัดไม้ไผ่ใหญ่จากทุกสารทิศเพื่อมาทำท่อประปาทำฝายกั้นน้ำและรองน้ำเอาไว้ใช้มายังบ้านของตนเอง"แล้วพวกเขา:จะยอมมาแต่โดยดีหรือเจ้าคะท่านพี่ ไม่มีผู้ใดอยากจะใช้แรงงานในเวลานี้แน่นอนเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีใครมาช่วยตระกูลของเธอที่ยากจนใครอยากจะมาใช้แรงฟรีๆ"เจ้าไม่ต้องเป็นห
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป"ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย"หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่า
เมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอน เลี้ยวซ้ายมองขวา เขาจึงได้เปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง "ระบบ! ข้าขอดูผลการผลิตทั้งหมดในเวลานี้ ในระบบของข้ามีอะไรบ้าง""ระบบกำลังเริ่มประมวลผล เจ้านายกรุณารอสักครู่... -ไก่ยี่สิบตัวตอนนี้ออกไข่ทั้งหมด ห้าร้อยฟอง ท่านสามารถฟักให้เป็นตัวได้เพียงแค่อัพเกรดระบบไข่ไก่ -หมูตอนนี้ มีทั้งหมดสามสิบตัว แม่พันธุ์คลอดลูกออกมาครอกละสิบตัว ท่านต้องซื้อพื้นที่ในการขยายโรงเลี้ยงหมู -และวัวไถนา ที่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนแรก หากวันนี้ตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งคู่ ระบบจะแถมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดีเป็นวัวนมที่ผลิตน้ำนมได้ทั้งปี-ตอนนี้ระบบอัพเดทเพิ่มเติมมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชและเลี้ยงปลา มีพันธุ์ข้าวสารี,หัวมัน ท่านจะเลือกซื้อและปลูกสิ่งใดในพื้นที่รางวัลนี้มีหนึ่งไร่จางเสี่ยวหนิงที่ฟังระบบได้อัพเดท รายละเอียดทั้งหมดให้เขาได้ฟัง เขาถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาจะได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกสองเดือน มันเพียงพอที่จะให้เขาอยู่ยาวไปถึงปีหน้าก็ยังได้"ระบบ! ฟักไข่ไก่เป็นตัวสองร้อยตัว และเก็บไข่เอาไว้ ข้าจะนำไปขายที่ตลาด ส่วนหมูขายแล






