แชร์

บทที่ 4 สาวใช้

ผู้เขียน: ซูเมิ่ง 淑梦
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-09 13:12:04

        หลี่หว่าแม้เห็นใจในความจำเป็นของซูเม่ย อีกทั้งบุญคุณของตระกูลไป๋ที่ชุบเลี้ยงตั้งแต่ห้าขวบในคราที่บิดาจะนำไปขายให้หอนางโลมนั้นหลี่หว่ามิเคยลืม ทว่าการขอตราอภัยโทษกลับหนักหนาเกินกำลังของนาง

                “แม่นางซูเม่ยเจ้าลุกขึ้นเถิด ใช่ว่าข้าจะไม่อยากช่วยเหลือทว่าเรื่องนี้เกินกำลังข้าจริง ๆ” หลี่หว่าพยุงนางขึ้น

                “ท่านแม่”

        เสียงทุ้มต่ำดังมาจากประตูห้องโถงทำให้ซูเม่ยหันมองหาเจ้าของเสียง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาว วงหน้าที่ล้อมรอบด้วยเส้นผมสีดำขลับ คิ้วเข้มขมวดแน่น ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้าวเวหายืนจ้องมองนางด้วยท่าทางสงสัย

                “เฉิงเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ” หลี่หว่ามองข้ามไหล่หญิงสาวเบื้องหน้าไปยังบุตรชายเพียงคนเดียว

                “ขอรับ” เพ่ยอี้เฉิงตอบกลับมารดาก่อนจะเดินผ่านซูเม่ยมาพยุงมารดานั่งลง

                “นางเป็นใครกัน?”

        บุรุษหนุ่มยังคงสงสัยสตรีในชุดสาวใช้ที่คุกเข่าขอร้องมารดาตน เขาเกรงว่าจะเป็นดั่งสตรีหลาย ๆ คนที่มักมาขอร้องให้มารดาช่วยไถ่ตัว ด้วยเห็นว่านางเคยเป็นสาวใช้เช่นพวกตนมาก่อน จึงนำความสงสารของนางมาใช้หาประโยชน์

                “อี้เฉิงก็รู้จักกันไว้สิ นางชื่อเจียงซูเม่ยเป็นบุตรสาวคนเล็กของฮูหยินเจียงซิงอี คุณหนูที่แม่เคยรับใช้” หลี่หว่าตบหลังมือบุตรชายเบาๆ ก่อนมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง

        อี้เฉิงรู้จักนายที่มารดาเคยรับใช้อย่างดี เพราะนางเล่าเรื่องของตระกูลไป๋ที่มีบุญคุณต่อตนเองให้เขาฟังเป็นประจำ ทว่าท่านโหวผู้เฒ่าตระกูลไป๋กลับไร้วาสนาไม่มีบุตรชายสืบสกุล พอสิ้นท่านโหวผู้เฒ่ายศที่ได้รับพระราชทานมาจึงสิ้นสุด บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เลือกแต่งงานกับบัณฑิตยากจนจึงพลอยลำบากไปด้วย

                “คุณหนูเจียง” อี้เฉิงค่อมกายทักทายตามมารยาท

                “คุณชายเพ่ยโปรดอภัยด้วยข้ามาที่นี่ ทำให้มารดาท่านต้องลำบากแล้ว” ซูเม่ยยอบกายขอโทษอีกฝ่าย นางดูออกว่าสายตาที่อีกฝ่ายมองมาไม่ชอบการกระทำของนางนัก

                “ข้าต้องขออภัยเช่นกัน ไม่รู้ว่าท่านคือบุตรสาวของฮูหยินเจียงจึงเสียมารยาท”

                “เอาเถิด เมื่อรู้จักกันแล้วก็ไม่ใช่คนอื่นไกล” หลี่หว่าเห็นทั้งสองขอโทษกันไปมา จึงตัดบทสนทนา

                “เฉิงเอ๋อร์มาหาแม่ได้เช่นนี้ มีอะไรหรือไม่” นางหันกลับไปสนทนากับบุตรชายที่วันนี้มาหามารดาได้

                “ข้าเพียงนำปิ่นปักผมมาให้ เห็นว่าสวยงามไม่น้อยจึงคิดถึงท่านแม่” อี้เฉิงดึงปิ่นปักผมจากแขนเสื้อมาให้มารดา

                “ใช่ว่าคุณหนูรองตระกูลมู่ไม่รับไว้หรือถึงนำมาให้แม่” หลี่หว่าเลิกคิ้วย้อนถามบุตรชาย

                “ปิดบังท่านแม่ไม่ได้เลย เช่นนั้นท่านแม่ก็รับไว้หน่อยเถิดเงินหนึ่งร้อยตำลึงของลูกจึงจะไม่สูญเปล่า” อี้เฉิงวางกล่องปิ่นไว้บนตักมารดา

                “ลูกขอตัว ไม่รบกวนเวลาท่านกับคุณหนูเจียง” อี้เฉิงกล่าวพลางลุกขึ้นเตรียมตัวจากไป

                “เดี๋ยวสิเฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อจะกลับมาแล้วเจ้าเองควรอยู่อ่านตำราบ้างดีหรือไม่ มิเช่นนั้นท่านพ่ออาจจะไม่พอใจเอาได้” แววตาเป็นห่วงส่งไปยังบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า

                “รู้แล้วขอรับ” อี้เฉิงยิ้มกว้างก่อนจากไป แต่หลี่หว่ารู้ดีว่าเขาเพียงกล่าวให้นางสบายใจเท่านั้น

        ซูเหม่ยที่นั่งมองการสนทนาของสองแม่ลูกอย่างไร้ตัวตน นางแปลกใจกับฮูหยินเพ่ยที่ไม่ดุด่าบุตรชายเพียงน้อยที่นำเงินหนึ่งร้อยตำลึงซื้อปิ่นให้สตรีนางหนึ่ง หากเป็นมารดาของตนป่านนี้ลงได้ไล่บุตรออกจากจวนไปนานแล้ว แม้อี้เฉิงจะไม่เอาไหนเช่นนี้นางกลับทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ นี่คือวิธีเลี้ยงลูกของจวนขุนนางหรือ? ซูเม่ยได้แต่สงสัย

                “แม่นางเจียงเช่นนั้นเจ้าอยู่ที่จวนตระกูลเพ่ยก่อนดีหรือไม่ เมื่อท่านแม่ทัพกลับมาในอีกห้าเดือนข้าจะช่วยขอให้ท่านช่วยเรื่องบิดาเจ้าให้ อีกอย่างข้าพอรู้จักคนในคุกหลวงอยู่บ้างเดี๋ยวให้พวกเขาสืบเรื่องอาจารย์เจียงให้อีกทาง”

        หลี่หว่าแม้ไม่มีกำลังช่วยเหลือ แต่นางก็ยังสงสารเด็กสาวที่ต้องเดินทางข้ามป่าข้ามเขาเพียงลำพังเพื่อช่วยบิดา

                “แล้วจะไม่ทำให้ฮูหยินต้องเดือดร้อนหรือเจ้าคะ” ซูเม่ยรู้ว่าแม้อีกฝ่ายจะเป็นฮูหยินเอกของแม่ทัพ แต่อำนาจการตัดสินใจภายในจวนยังคงอยู่ที่ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินรอง

                “ไม่เดือดร้อนหรอก เพียงต้องให้แม่นางเจียงลำบากอยู่ในฐานะสาวใช้ไปก่อนได้หรือไม่ เช่นนี้ฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่ว่ากะไร” ถ้อยคำประโยคหลังของหลี่หว่ากล่าวเสียงเบา คล้ายหวาดเกรงอีกฝ่ายอยู่มาก

                “ข้าน้อยไม่ลำบาก รบกวนฮูหยินแล้วเจ้าค่ะ”

                “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะให้สาวใช้ส่วนตัวพาเจ้าไปอยู่ที่เรือนคนใช้ก่อน” นางโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่เรียกร้องให้ตนเองอยู่ในฐานะแขก เพราะนั่นจะทำให้นางต้องอธิบายกับฮูหยินผู้เฒ่าอีก แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะยังสวดภาวนาอยู่อารามบนเขาทางเหนือของแคว้นทว่านางก็ยังวิตกกังวลอยู่ดี

                “แต่ข้าน้อยต้องรบกวนฮูหยิน ให้คนนำม้าของข้าไปเลี้ยงในโรงเลี้ยงม้าด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” ถิงถิง เป็นม้าที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่มันคลอด จึงไม่อาจทิ้งขว้างมันได้

                “ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ทหารหน้าจวนจัดการให้”

        ซูเม่ยถูกสาวใช้พาตรงไปยังหลังเรือน ระหว่างทางผ่านเรือนน้อยใหญ่มากมายทำให้ซูเม่ยได้เปิดตาไม่น้อย จวนแม่ทัพใหญ่ช่างโออ่ากว้างขวางสมกับเป็นขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก สวนบุปผาภายในจวนใช่ว่าในพระราชวังเองจะใหญ่โตได้เท่านี้ ศาลาหยกขาวกลางสวนท่ามกลางบุปผาทำให้มันดูโดดเด่นยิ่งกว่าศาลาใด ๆ ทว่าบุรุษหนุ่มหน้าหยกในอาภรณ์สีดำปักลวดลายสีทองนั้นกลับดูโดดเด่นยิ่งกว่า จนทำให้ซูเม่ยเผลอหยุดมองเขาไม่ได้

                “บังอาจ! กล้าดีอย่างไรถึงกล้าจ้องมองคนชายใหญ่”

        เสียงแหลมบาดแก้วหูทำให้ซูเม่ยตื่นจากภวังค์ สาวใช้ใบหน้ายิ่งยโสยืนเท้าเอวห่างออกไปไม่กี่ฉื่อตวาดนางเสียงดัง ทำเอาสาวใช้ที่นำทางมาคุกเข่าก้มหน้าจนร่างสั่นเทาด้วยความกลัว ซูเม่ยที่ยังก้มหน้าอยู่อย่างงุนงง

                “ยังไม่คุกเข่าอีก อยากตายหรืออย่างไร?” เสียงดังนั้นยังไม่หยุดแผดเสียง จนซูเม่ยต้องใช้สองนิ้วชี้อุดหัวตัวเองพร้อมขมวดคิ้วแน่น

        นางมองสำรวจสาวใช้เบื้องหน้าที่ดูโอหังเกินจะเป็นสาวใช้ธรรมดา จึงมั่นใจว่าคงเป็นสาวใช้คนสนิทของเจ้านายคนใดคนหนึ่งของจวนแม่ทัพ

                “เหตุใดพี่สาวต้องพูดเสียงดังด้วย เราสองคนอยู่ใกล้กันเพียงนี้” ซูเม่ยกล่าวอย่างสันติ

                “ใครเป็นพี่สาวเจ้า! แล้วใครให้เจ้าจ้องมองคุณชายใหญ่?” สาวใช้เบื้องหน้ายังคงไม่เป็นมิตร

                “คุณชายใหญ่ของเจ้าเป็นฮ่องเต้หรือ หรือว่าเป็นรัชทายาทที่จะครองแคว้นนี้กัน”

        คำพูดของซูเม่ยทำให้สาวใช้ที่นั่งก้มหน้าอยู่ถึงกับเงยหน้ามองนางตาค้าง ไม่ต่างจากสาวใช้เบื้องหน้านางที่อ้าปากค้างกับคำที่ซูเม่ยกล้าเอื้อนเอ่ยขึ้นมา มีเพียงบุรุษในศาลาหยกเท่านั้นที่หันมองนางด้วยความใจ

                “นี่เจ้ากล้าดีอย่างไรนำอาญามาให้คุณชายของข้ารับไว้ ฮ่องเต้หรือรัชทายาทคือสิ่งที่จะนำมาล้อเล่นได้หรือ” สาวใช้เบื้องหน้าเริ่มโกรธหน้าดำหน้าแดง

                “เช่นนี้ก็ถูกแล้ว คุณชายใหญ่ไม่ใช่ฮ่องเต้หรือรัชทายาท เหตุใดสาวใช้อย่างข้าจะจ้องมองไม่ได้ ไม่มีกฎหมายใดของแค้วนเฟิงหยางที่ห้ามสาวใช้จ้องมองคุณชายจากตระกูลขุนนาง”

                “นี่!”

        คำพูดของซูเหม่ยทำสาวใช้เบื้องหน้าเถียงไม่ออก แต่กลับสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของหยางอี้ที่นั่งมองการโต้เถียงของสองสาวใช้ภายในศาลาหยกอย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 57 ตอนพิเศษ

    จวนแม่ทัพเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนเพ่ยกับแม่ทัพใหญ่รวมทั้งฮูหยินใหญ่ก็ต่างวุ่นวายจัดแจงสาวใช้ไปด้วย แม้อากาศฤดูนี้ร้อนอบอ้าว ทว่าใจของอี้เฉิงกลับหนาวเหน็บ เขาแทบขาดใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฮูหยินตนร้องด้วยความเจ็บปวด “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ” เสียงหมอตำแยดังออกมาจากภายในเรือนใหญ่ “อื้อ!!!” เสียงเบ่งสลับกลับเสียงร้องดังไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ฮูหยินข้าจะไม่ไหวแล้ว” อี้เฉิงหน้าซีดเผือดจ้องมองเรือนใหญ่ไม่ละสายตา “เจ้าอย่าใจร้อน ซูเม่ยนางอดทนกว่าที่เจ้าคิด” “อื้อ!!!!” “แง!” เสียงทารกดังขึ้น ทำทุกคนในลานหยุดชะงักหันมองเรือนใหญ่ในทันที “คลอดแล้ว! คลอดแล้วขอรับ! ลูกข้าคลอดแล้ว” อี้เฉิงกระโดดเป็นเด็ก วิ่งไปยังหน้าประตูเรือนใหญ่ที่ยังคงปิดอยู่ ปัง! ปัง! ปัง! “ท่านแม่ยาย! ลูกข้าคลอดแล้วใช่หรือไม่” อี้เฉิงดีใจจนสำรวมอาการไม่อยู่วิ่งไปเคาะประตูเสียงดัง “นี่เจ้าเป็นพ่อคนแล้ว สำรวมหน่อย” หลี่หว่ารีบมา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 56 พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “ยังขมอยู่หรือไม่” อี้เฉิงเอ่ยถามสตรีในอ้อมกอดที่บัดนี้จ้องมองตนตาโตจนน่าขำ “พอเลยเจ้าค่ะ ข้าจะนอนแล้ว” ซูเม่ยเคอะเขินจนไม่รู้จะอยู่สนทนาอย่างไรต่อแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับไปล้มตัวนอน โดยที่อี้เฉิงไม่คิดเย้านางต่อปล่อยให้ฮูหยินตนที่เหน็ดเหนื่อยจากความโหยหาของตนเมื่อครู่ได้หลับสนิท ยามเหม่าแม่ทัพหนุ่มปรือตาตื่น ทว่าพื้นเตียงข้างตนกลับเย็นเฉียบ บ่งบอกว่าสตรีข้างกายได้ลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะตามหาซูเม่ยกลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยก่อนวางอ่างน้ำลงข้างเตียง “อือ! เหตุใดฮูหยินตื่นเช้านัก” อี้เฉิงเอ่ยถามพลางรั้งเอวบางนั่งบนตักตน “อากาศเริ่มหนาวข้าเลยไปนำน้ำอุ่นมาให้ท่านพี่เช็ดหน้าเจ้าค่ะ” “เหตุใดต้องทำเอง ให้สาวใช้ยกมาก็พอ” “เรื่องของท่าน ข้าอยากเป็นคนทำให้เองเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยพลางยืนผ้าอุ่นให้เขา “แต่ข้ากลัวฮูหยินเหนื่อยนี่นา” อี้เฉิงท่าทางดังแมวน้อยออดอ้อนเจ้านาย “ไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ หรือท่านพี่ไม่ต้องกา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 55 ความโหยหาของแม่ทัพหนุ่ม

    อี้เฉิงกลับถึงจวนในยามเซิน ภายในจวนเงียบสงบเช่นที่เคยเป็นเขาหยุดหน้าห้องอักษรก่อนหันมองไปยังเรือนใหญ่ “ฮูหยินล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่ผ่านมา “ฮูหยินไม่อยู่เจ้ค่ะ” “ไม่อยู่! หมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน ‘เจ้าไม่กลับเรือนนานเพียงนี้ ไม่เกรงซูเม่ยจะคิดว่าเจ้าทอดทิ้งแล้วจากไปหรือ’ คำพูดของบิดาที่เอ่ยเตือนผุดขึ้นในหัว ก่อนที่เขาจะละทิ้งห่อสัมภาระไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งไปยังเรือนใหญ่ ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง ทว่าข้างในกลับว่างเปล่า หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกือบหยุดเต้น การบีบรัดของก้อนเนื้อในอกช่างทรมาน “ฮูหยิน ฮูหยิน!” เขาเดินวนไปทั่วเรือนใหญ่กลับไร้วี่แววของนาง ภายในหัวเขาขาวโพลนเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นในหู เมื่อมองไปทางใดมีแต่หมอกขาวขวางกั้นไม่พบแม่แต่เงาของนาง “ซูเม่ย! เจ้าอยู่ไหน!” อี้เฉิงแตกตื่นลนลานวิ่งวุ่นไปทั่วจวน เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกใจกับท่าทางคล้ายคนเสียสติของท่านแม่ทัพ “ซิงเหว่ยเตรียมม้า ข้าจะไปตามหาซูเม่ย” เขาตะโกนเรียกองครักษ์ข้า

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 54 เจ็บปวดเพราะสตรีที่รัก

    “เจ้าคิดจะช่วยมันหรือ” อี้เฉิงไม่สนเป็นผู้ใด เขาพร้อมจะต่อสู้หากคิดขวางทางแก้แค้นของเขา “อี้เฉิงท่านใจเย็นก่อน ชายผู้นี้ไม่ได้ทำข้าด่างพร้อย” ซูเม่ยเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รีบอธิบายความจริงทันที อี้เฉิงสมองขาวโพลน ในหัวว่างเปล่าหันมองนางอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไร ดีใจ โล่งใจ สับสน หรือแค้นเคือง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงมองนางด้วยอารมณืที่หลากหลาย ไม่ต่างจากจูฉือและหัวหน้าหน่วยสังหารที่งุนงงไม่ต่างกัน “ฝ่าบาทรู้ว่าจูฉือจะต้องช่วยลี่เฉี่ยวกำจัดหม่อมฉัน จึงให้องครักษ์ห่าวตูลอบอารักขา เมื่อชายผู้นี้เข้ามาข้าจึงได้ฝากรอยแผลลึกไว้ที่หน้าเขาก่อนที่จะสลบไป ไม่นานองครักษ์ห่าวตูก็ได้ใช้ยาสลบและยาสับสนให้กับชายผู้นี้ เขาจึงคิดมาตลอดว่าทำแผนการสำเร็จ” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อี้เฉิงตกใจกลับสิ่งที่ได้ยิน แววตาของซูเม่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน เวลานี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าแค้นเคืองบัดนี้กลับเป็นนิ่งงัน กระบี่ลดต่ำลงก่อนจะถอยห่างจากหัวหน้ามือสังหาร โดยไม่ได้หันหน้ามองซ

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 53 ลอบสังหารรัชทายาท

    “ฮูหยินข้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” อี้เฉิงรู้สึกแปลกใจเมื่อฮ่องเต้ต้องการดึงนางเข้าไปเกี่ยว “เรื่องนั้นท่านต้องรอถามฮูหยินท่านอธิบายเองแล้ว ตอนนี้ควรรีบเร่งหากช้ากว่านี้ เกรงองค์รัชทายาทจะตกอยู่ในอันตรายได้” อี้เฉิงแม้กระวนกระวายใจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปเข้าวังหลวงอารักขาองค์รัชทายาทเสียก่อน และนี้อาจจะเป็นโอกาสให้กำจัดขั้วขุนนางฝั่งตระกูลจูลงได้ “ซูเม่ย ตื่นเถอะ” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบาข้าหูนาง “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางปรือตาตื่นเมื่อเห็นฟ้าโดยรอบยังมืดอยู่จึงแปลกใจไม่น้อย “องครักษ์ห่าวตูมา” สิ้นประโยคซูเม่ยกลับนั่งตัวตรง ดวงตาที่หนักอึ้งกลับสว่างในทันที “จริงหรือเจ้าคะ” ท่าทางตกใจของนางทำให้อี้เฉิงคาดเดาว่านางคงมีเรื่องปิดบังตนแน่ “ใช่! ฮ่องเต้ให้เจ้าเข้าวังพร้อมข้า เกรงว่าจูฉือคิดส่งคนสังหารรัชทายาทแล้ว” อี้เฉิงเอ่ยพลางลุกขึ้นสวมชุดเกราะ ไม่ต่างจากซูเม่ยสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือน “ฮูหยินน้อยเพ่ย ท่านยังจำหน้าโจรผู้นั้นได้หร

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 52 กวาดล้างคนชั่ว

    ราชโองการประกาศออกไปทั่วแคว้น องค์ชายใหญ่เปี่ยมด้วยเมตตา พระปรีชามากล้น นับแต่นี้ขึ้นเป็นรัชทายาทของแคว้นเฟิงหยาง แม้เสนาบดีซ้ายคิดขัดขวางทว่าบทความนั้นช่างน่าอายจนมิอาจหน้าหนาหาข้ออ้างได้ ด้านตระกูลโจวก็มีเรื่องกังวลไม่แพ้กันด้วยกำแพงเมืองเหนือพังลง เพราะรองเจ้ากรมโยธาอย่างโจวเหิงซานคิดอมเงินหลวง อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้างคนงานนานถึงครึ่งปี บัดนี้โทษทัณฑ์เข้าใกล้ตัวคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ท้องพระโรงเจิงหมิงประทับนั่งบัลลังก์มังกร การสืบคดีหัวเมืองเหนือสิ้นสุด ขุนนางทุกผู้ถูกเรียกเข้าร่วมหารือทันที “ทูลฝ่าบาท กำแพงเหนือพังลงเพราะโจวเหิงซานใช้ของไม่มีคุณภาพ หินที่นำมาสร้างก็น้อยนิด ดินมีแต่เศษฟางทำให้ไม่แข็งแรงพังลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งคนงานบอกไม่ได้ค่าจ้างมาหกเดือนแล้ว ก่อนหน้าแม้ได้ค่าแรงแต่ก็เพียงครึ่งนึงของราคาประกาศของราชสำนัก พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกราบทูล เจิ้งหมิงใบหน้าโกรธเกรี้ยว สองมือกำแน่นสายตาพิฆาตจ้องมองโจวเหิงซานโดยไม่ละสายตา “ทหารนำชายชั่วนี้ไปประหาร” เสียงทรงอำนาจดังลั่น “ฝะฝ่าบาท ไว้ชี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status