LOGINเธอเป็นหมอผีที่ไม่มีคาถาอาคมส่วนเขาเป็นคุณหมอรักษาคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีแล้วพรหมลิขิตบ้าบออะไรทำไมถึงส่งเขามาและเธอมาเจอกัน
View MoreGadis kecil itu berlari mendekati dua sahabatnya yang sibuk menghitung batu kerikil yang dipungut mereka dari pinggir sungai. Dia berteriak memanggil kedua sahabatnya sambil melompat ringan.
“Lisette! Edwyn! Ayo kita main pacu lari!”
Kedua bocah itu lantas mengabaikan batu kerikil yang berwarna-warni. Mereka berdiri dan menepuk celana mereka dari debu halus yang menempel. Bocah laki-laki bernama Edwyn itu mendekati gadis kecil itu sambil memberikan tatapan tidak mau kalah.
“Ayo kita mulai Karleen, akan kupastikan kau kalah hari ini!”
Lisette tertawa mendengar perkataan Edwyn. Pasalnya dari awal mereka bermain apapun pasti pemenangnya adalah Karleen. Entah itu lari-larian, mengumpulkan kayu, bermain petak umpet, dan permainan lain yang melibatkan fisik.
“Bagaimana jika pemenang hari ini akan mendapatkan roti cokelat gratis dari toko ibuku!”
“Setuju! Sebagai tambahan yang lain, pemenangnya boleh meminta roti varian yang lain, hehehe,” pinta Edwyn.
“Baiklah, jika itu maumu. Apapun yang diminta sang Pemenang di toko ibuku, akan kuberikan. Syaratnya dia harus menjadi yang tercepat sampai ke bukit dan menyentuh pohon oak,” jelas Karleen sambil tersenyum bangga. Dia sangat yakin dia bisa menjadi pemenang.
Lisette sedari tadi hanya menyaksikan kedua sahabatnya berbicara. Dia tidak mau berusaha berlebihan menguras tenaganya untuk pacu lari. Dia yakin mau seribu tahun pun bermain pacu lari dengan Karleen, pemenangnya hanya selalu dia. Tidak ada orang lain yang Lisette kenal bisa berlari selaju Karleen.
Edwyn meneriakkan aba-aba. Mereka bertiga sudah pada posisi siap. “Bersedia! Siap! Ya!”
Hitungan ketiga Karleen sudah berlari. Tidak perlu semenit dihabiskan Karleen mencapai puncak bukit dan menyentuh pohon oak. Napasnya terengah-rengah seraya meneriakkan kemenangannya.
“Yeeee, aku menang!”
Karleen menunggu kedatangan Edwyn dan Lisette mencapai puncak bukit yang tidak terlalu tinggi. Memang sulit untuk berlari mendaki bukit, tetapi tidak untuk Karleen.
“K-kauh sehlahluh cehpat!” ucap Edwyn yang mendahului Lisette. Dia membungkuk dan mengambil napas dengan teratur.
“Mungkin kau saja yang terlalu lamban!” balas Karleen kepada Edwyn. Edwyn bangkit dan menatap Karleen serius.
“Mana mungkin begitu! Di mana-mana laki-laki itu harus lebih jago dibanding perempuan sepertimu!” Edwyn tidak mau kalah mendengar balasan Karleen.
“Hah? Yang benar saja? Jelas-jelas dari segi manapun aku yang lebih jago daripadamu! Memangnya hanya laki-laki saja yang boleh jago dalam aspek fisik? Perempuan juga bisa tahu!” Karleen menyilangkan kedua lengannya di depan dadanya. Dia berbicara dengan lantang.
“Sudah-sudah. Jangan bertengkar!” pungkas Lisette yang sudah sampai daritadi.
“Yang dibilang Edwyn itu hanya stereotip saja! Harus kuakui bahwa Karleen itu pelari tercepat yang pernah kukenal, jadi Edwyn mau tidak mau kau harus mengakuinya, ya?” Lisette mendekati Karleen dan merangkul dari samping. Karleen membalas dengan senyuman dan memeluk Lisette.
“Lisette, kau memang terbaik!”
Mereka bertiga bergandengan turun dari puncak bukit dan kembali ke tempat awal mereka berlari. Edwyn dan Lisette melanjutkan kegiatan mereka tadi. Meninggalkan Karleen yang termenung sambil bersandar di pohon tua yang mereka tidak tahu nama pohon itu apa.
“Meski begitu Edwyn, kau sangat pandai dalam biologi dan astronomi. Kau mengetahui hal itu di luar kepala. Jenius, huh!”
“Lisette, kau juga sangat pandai menggambar. Tidak hanya menggambar biasa, kau bahkan bisa mendesain gaun pesta untuk ibumu. Sangat keren!”
Edwyn dan Lisette saling melempar pandang. Mereka mendekati Karleen yang bersandar di pohon. “Aku bahkan tidak tahu pandai apa. Hanya membuat roti, bertengkar, dan berlari saja.”
Mereka berdua tertegun mendengar pernyataan Karleen. “Jangan terlalu dipikirkan Karleen. Kita ini masih sepuluh tahun, se-pu-luh. Masih ada delapan tahun lagi kesempatan kita untuk memulai karir!” Perkataan Edwyn membuat Karleen terfokus kembali. Dia menatap kedua sahabatnya bergantian.
“Aku hanya ingin mencari tahu keberadaan orangtuaku. Aku tidak yakin mereka meninggal begitu saja,” ucap Karleen sedih.
Lisette merangkul Karleen dengan erat. “Akan kupastikan kita mengetahui kebenaran itu Leen. Aku dan Lisette akan berjanji membantumu.”
Edwyn mendekatkan jari kelingkingnya kepada Karleen. Karleen yang sadar menautkan jarinya kepada Edwyn. Lisette juga ikut-ikutan menautkan jari kelingkingnya. Mereka pun tertawa dan berjalan pulang untuk makan siang. Masa-masa indah Karleen, Edwyn, dan Lisette yang tidak mereka ketahui akan berubah dalam beberapa tahun lagi.
บทที่ 35ความรักคือสิ่งสวยงาม ตอนจบเย็นวันนี้ครอบครัวของคุณหมอซันมีงานเลี้ยงฉลองต้อนรับคุณหมอวาโยศัลยแพทย์มือทองวาโยอาจจะพูดไม่ค่อยเก่งแต่เขาก็ไม่ได้ปากเสียเหมือนหมอซันในอดีต ลูกชุบมีเพื่อนใหม่ชื่อคุณอาวาโยตอนนี้กำลังสอนให้คุณอารู้จักการวาดรูประบายสีที่เธอพึ่งได้เรียนมา"ทำแบบนี้ค่ะต้องใจเย็นค่อยๆ ระบายสีนะคะ""ครับคุณครูลูกชุบเดี๋ยวเด็กชายวาโยจะตั้งใจนะครับ""ดีมากค่ะอย่าให้คุณครูต้องดุนะคะ^^""แต่คุณครูช่วยทานข้าวด้วยนะคะมาค่ะเดี๋ยวคุณแม่ป้อน"ลูกชุบตัวกลมๆ อ้าปากทานข้าวที่คุณแม่ถ้วยฟูตักมาป้อนวาโยไม่ค่อยทานข้าวตั้งแต่เด็กยันโตส่วนใหญ่เขาจะเน้นไปทางผักผลไม้ดูแลสุขภาพตัวเองมื้อเย็นจึงไม่ค่อยเน้นมากสักเท่าไหร่"คุณพ่อขาเด็กชายวาโยไม่เชื่อฟังคุณครูลูกชุบค่ะ คุณครูลูกชุบบอกว่าให้ระบายสีส้มแต่ก็ยังระบายสีแดง-__-!"ลูกชุบตัวกลมๆ หันมาฟ้องคุณพ่อแถมยังเท้าเอววีนทำหน้าตาขึงขังเหมือนคุณแม่ของเธอไม่มีผิดเลย"มันไม่มีสมองไงลูกพูดอะไรไม่ฟังหรอก""คุณพ่อทำไมพูดแบบนี้คะไม่เพราะเลยนะคุณครูลูกชุบไม่อนุญาตให้พูดคำหยาบค่ะ!"ทุกคนในบ้านถึงกับหัวเราะลั่นนะลูกชุบชี้หน้าทำนิ้วชี้กระดุกกระดิกใส่คุณพ่อของ
บทที่34ลูกชุบกับอาวาโยในที่สุดวันที่คุณหมอซันและถ้วยฟูรอคอยก็มาถึงวันนี้ทั้งสองเข้าพิธีแต่งงานในช่วงเช้ากินเลี้ยงในช่วงเย็นจนตอนนี้ถึงเวลาเข้าเรือนหอ นอกจากครอบครัวของคุณปู่ตะวันและครอบครัวของคุณหมอซันอีกสองคนที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นบักห่ากับบักโหยที่อยู่กับถ้วยฟูมาตั้งแต่เด็กเธอเดินเข้าไปหาทั้งสองคนก่อนจะอ้าแขนโอบกอดทั้งคู่โดยที่ทั้งคู่ก็กอดเธอกลับ"ลูกพี่ห่ายินดีด้วยนะครับ^^""โหยก็ขอแสดงความยินดีด้วยในที่สุดลูกพี่ก็ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว""ฉันอยากขอบคุณพวกแกสองคนมากพวกแกก็เหมือนพี่ชายของฉันโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็กขอบคุณจริงๆ ไม่ว่าฉันจะสุขหรือจะทุกข์ก็มีพวกแกสองคนที่อยู่กับฉันมาตลอด""พวกผมจะร้องไห้แล้วนะฮึก!""ฉันสิร้องไห้แล้วฮืออ"บักห่ากับบักโหยช่วยกันโอ๋ลูกพี่อยู่นานจนถึงเวลาเข้าหอพวกเขาทั้งสองคนเดินมาส่งเธอถึงมือของคุณหมอซันแถมยังร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นจนครอบครัวคุณหมอพากันซึ้งตามไปด้วย"คุณหมอพวกผมสองคนฝากลูกพี่ด้วยนะครับ""โหยดีใจที่คุณหมอเมตตาพวกผมแล้วก็รักลูกพี่ผมมาก""พวกนายสองคนไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลถ้วยฟูเองแล้วก็ดูแลพวกนายสองคนด้วยอยู่ด้วยกันไม่ต้องไปไหนล
บทที่ 33เป็นไปตามคำทำนายเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ ที่ครอบครัวของคุณหมอซันวุ่นวายกับเรื่องคดีความต่าง ๆ สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงในฉบับที่คุณป้าวีนัสต้องการ ป้าวีนัสพูดต่อหน้าทุกคนขณะนั่งทานข้าวด้วยกันท่านบอกว่า ใครที่คิดทำลูกให้ฉันเสียหายก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้มันมีอากาศหายใจอยู่บนโลกใบนี้ทุกคนในบ้านไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้นเรื่องราวของวีญ่าจบลงอย่างแฮปปี้ ending ที่เหลือก็เป็นเรื่องราวของความรักที่เข้ามาในจังหวะที่ถูกที่ควรผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของสินค้าที่จ้างให้วีญ่ามาเป็นเจ้าของแบรนด์แอมบาสเดอร์เขาพยายามที่จะติดต่อกับวีญ่าโดยตรงแต่เพราะผู้จัดการไม่ยอมให้ติดต่อหนำซ้ำยังปลอมตัวสร้าง account เป็นวีญ่าในการพูดคุยสนทนากันมานาน"คนนี้ใช่ไหมที่จะมาเป็นลูกเขยฉัน?"คุณป้าวีนัสพูดขณะดูหน้าจอทีวี วีญ่ากำลังให้สัมภาษณ์คู่กับเจ้าของแบรนด์น้ำหอมจากฝรั่งเศสดูแล้วน่าค้นหาหล่อมีชาติตระกูล"ถ้าตามไพ่ที่เปิดออกมาให้ทำนายว่าผู้ชายคนนั้นผิวขาวมีเชื้อของชาวต่างชาติหรืออาจจะเป็นชาวต่างชาติเลยเขาจะเข้ามาในจังหวะที่คุณวีญ่ามีเรื่องคดีความค่ะ""ถ้าเป็นคนนี้ฉันโอเคว่าแต่เธอดูดวงแม่นขนาดนี้ทำไมไม่เปิดรับดูไพ่ดูดวงให้
บทที่ 32ข่าวดีกับคำทำนายเสียงกรี๊ดของวีญ่าทำให้ทุกคนในบ้านตกใจเธอวิ่งเข้ามาหาถ้วยฟูแล้วกอดเธอไว้แน่นคุณหมอซันจึงรีบดึงทั้งสองแยกออกจากกันเพราะถ้วยฟูกำลังไม่สบายอยู่"เป็นบ้าอะไรผีเข้าหรือไงฮะ!""อีซันเงียบไปเลยฉันโดนโกงเงินฮือออ""อะไรใครโกงไปทำอะไรมาเล่นแชร์หรือไง!" คุณหมอซันถามวีญ่าจึงยอมเล่าทุกอย่างให้ฟัง"ก็พี่ซันนี่น่ะสิฉันได้รับโอกาสเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของน้ำหอมจากฝรั่งเศสเอกสารทุกอย่างพี่ซันนี่เป็นคนจัดการให้วันนี้ฉันได้คุยกับศิลปินของเกาหลีที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เหมือนกันฉันถามถึงราคาค่าตัวของเขาเพราะฉันรู้สึกว่าฉันเหนื่อยงานแล้วมันได้ไม่คุ้มเสียฉันเพิ่งรู้ว่าราคาที่เขาจ้างตั้ง 200 ล้านแต่ฉันได้มาแค่ 150 ล้านเองนะเว้ยมันหมายความว่าอีก 50 ล้านพี่ซันนี่เอาไปฉันจึงรื้อดูสัญญาจ้างงานทั้งหมดรวม ๆ แล้วพี่ซันนี่แอบหักค่าหัวคิวค่านั่นค่านี่ทุกอย่างแม้กระทั่งเที่ยวบาร์โฮสต์ก็เอาบัตรของฉันไปใช้ทั้งหมดเหมือนเกือบ 400 ล้านเลยเว้ยแก"ทุกคนในบ้านตกใจมากซันนี่ก็เหมือนคนในครอบครัวแต่การที่มาทำแบบนี้เป็นใครก็ต้องโกรธ นาวากับนาโนที่เดินเข้ามาได้ยินทุกอย่างจึงเดินหันหลังกลับอัตโนมัติไม่ต้
บทที่ 30พาไปบ้านหมอตะวันวันนี้คุณหมอซันเดินทางมารับถ้วยฟูที่บริษัท SJ media เขาตั้งใจจะพาเธอไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งครอบครัวที่มีความสำคัญกับชีวิตเขามากนั่นก็คือครอบครัวของคุณปู่ตะวันท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนเคารพรักขนาดคุณปู่วายุยังต้องยอมสยบนอกจากท่านจะมีอำนาจในโรงพยาบาลท่านยังเป็นบุคคลที่ประเทศ
บทที่ 24ถ้วยฟูเป็นเมียผมทุกคนกลับมาบ้านก็พากันนั่งหมดแรงห่อเหี่ยวคุณหมอซันเห็นความเจ็บปวดครั้งนี้เขาจึงเดินตามเข้ามาเพื่อให้กำลังใจทุกคน เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่อธิบายยากสำหรับคนอื่นคงจะมองว่ามันเป็นเรื่องลี้ลับดวงวิญญาณยังคงเฝ้ารอการกลับมาของสามีที่เธอรักแต่สำหรับคุณหมอซันเขาอยากบอกความจริงให้อ
บทที่ 18จะเอายังไงวันนี้ถ้วยฟูให้ลูกน้องปิดตำหนักอีกหนึ่งวันเพราะเธอรู้สึกไม่สบายชาวบ้านที่ตั้งใจมาขอความช่วยเหลือเห็นตำหนักปิดไปสองวันจึงเริ่มบ่นและพูดคุยกันถึงสาเหตุที่ถ้วยฟูไม่ยอมเปิดตำหนักชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เอาไปพูดว่าคืนก่อนถ้วยฟูกลับมาตอนตี 5 สภาพเหมือนคนอดหลับอดนอนแถมเมื่อเช้าชาวบ้านตื
บทที่16จับผิดคุณหมอซันตื่นขึ้นมาในช่วงสายเขาไม่พบถ้วยฟูนอนอยู่ข้างกายเธอคงหนีกลับไปตั้งแต่เช้าลงมาจากบ้านก็เจอน้องสาวกำลังนั่งมองเค้กในกล่องสีหน้าเหมือนคนมีความผิดจึงเดินเข้าไปหาแล้วจ้องมองหน้าน้องสาวอย่างต้องการคำตอบ"พี่ซันเมื่อวานหนูเผลอหลับตั้งใจจะเซอร์ไพรส์วันเกิดพี่สักหน่อยอากาศมันเย็นสบายห