เข้าสู่ระบบ"พ่อ..." น้ำเสียงที่เอ่ยออกมา ไม่พ้นริมฝีปาก เมื่อภาพที่ปรากฏ คือพ่อเลี้ยงธงชัยกำลังโอบกอด แม่ของ ธาวินทร์เอาไว้ในอ้อมแขน มือที่สั่นระริก แกะซองจดหมายออกอ่าน ข้อความในจดหมาย ทำให้นวลแพรกรีดร้องออกมา "กรี๊ดดด!!! ไม่จริง!!! ไม่จริง!!!" ประคองสติที่เหลือเพียงน้อยนิด ฝืนอ่านข้อความบรรทัดต่อไป ถึงพี่ธงที่รัก ดาวคลอดลูกของเราแล้วนะพี่ ลูกเราเป็นผู้ชาย ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ดี ดาวยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูก ดาวรอให้พี่มาตั้งชื่อให้ลูกของเรา ทำไมพี่ไม่มาหาดาวเลย ดาวคิดถึงพี่มากนะ ดาวกับลูกรอพี่ทุกวันเลยนะ แค่นี้ก่อนนะพี่ ลูกร้องนะ รักและคิดถึงเสมอ อิงดาว
ดูเพิ่มเติมDi puncak Gunung Taiyi, sebuah gunung suci di Benua Tengah, dunia Tian Yuan, Qin Yun, seorang kultivator ranah dewa yang perkasa, berdiri terhuyung-huyung. Wajahnya yang tadinya tampan dan penuh semangat kini pucat pasih seperti bulan terlupakan di tengah malam gelap.
Darah segar mengalir dari sudut bibirnya yang kini berwarna biru, membasahi jubah putihnya yang tadinya bersih dan suci. Di dadanya, sebuah pedang perak terlihat menembus jantungnya, memantulkan cahaya dingin yang menusuk tulang. Pedang itu terlihat seperti ular perak yang menggigit mangsanya, meninggalkan luka yang dalam dan tak terobati. "Kenapa?" tanya Qin Yun dengan suara lemah dan terengah-engah, matanya menatap nanar wanita cantik yang berdiri di hadapannya. Matanya yang tadinya berkilauan kini terlihat kusam dan sunyi, menatap Ling Xi dengan campuran keheranan dan kesakitan. Ling Xi, wanita yang pernah dicintainya, kini memegang gagang pedang perak yang menembus jantungnya, dengan tangan yang stabil dan tanpa getaran. Ekspresi wajahnya tidak menunjukkan sedikit pun penyesalan atau kesadaran akan kejahatan yang telah dilakukannya. Sudut bibir Ling Xi ditarik membentuk senyum dingin yang menusuk hati, matanya berkilauan dengan kekejaman yang tak tersembunyi. Dengan nada acuh tak acuh dan suara yang datar, dia berkata: "Kamu harus mati, Qin Yun. Ini adalah satu-satunya pilihan untukmu!" Setelah mengucapkan kata-kata kejam tersebut, Ling Xi menarik pedang perak dari tubuh Qin Yun dengan gerakan kasar, membuat darah segar menyemprot ke udara seperti pancuran merah yang menghujam langit. Darah itu membasahi tanah di sekitarnya, menciptakan lukisan kematian yang mengerikan di puncak gunung yang sunyi. Tubuh Qin Yun terguncang, napasnya semakin lemah, dan matanya mulai kehilangan cahaya. Sampai napas terakhirnya, Qin Yun tetap tercenung dalam kebingungan yang mendalam. Mengapa Ling Xi, cinta sejatinya, melakukan pengkhianatan yang kejam ini? Apa yang mendorongnya untuk menusuk hati yang pernah mencintainya dengan begitu tulus? Dia telah menyerahkan segalanya: hati, jiwa, dan kekuasaannya. Semua untuk Ling Xi. Namun, saat dia berdiri di ambang pintu keabadian sebagai Dewa Imortal Legendaris, Ling Xi memilih untuk menusuknya dari belakang. Air mata darah menetes dari mata Qin Yun, mencerminkan kesedihan dan kekecewaan yang tak terhingga. "Ling Xi... mengapa?" katanya dengan suara yang terengah-engah, napas terakhirnya berubah menjadi pertanyaan yang tak terjawab. .. Qin Yun terjebak dalam kegelapan abadi yang pekat dan sunyi, bagai jurang tak berdasar yang menelan cahaya dan harapan. Kesadaran akan kematiannya menyergapnya seperti badai yang menghantam jiwa. Dalam keheningan yang mencekam dan menggetarkan, dia menemukan keinginan yang membara dalam hatinya, seperti api yang menyala di tengah kegelapan, membangkitkan semangat balas dendam yang tak terpadamkan. "Jika aku diberi satu permintaan," katanya pada diri sendiri. Suaranya bergema dalam kekosongan. "Aku ingin kembali ke dunia orang hidup, bahkan jika hanya untuk sesaat!" Mata Qin Yun berkilauan dengan semangat balas dendam. "Aku ingin merenggut nyawa Ling Xi dengan tanganku sendiri, menghancurkannya menjadi ribuan keping, membuatnya merasakan sakit yang tak terhingga seperti yang aku rasakan!" Suara hatinya berteriak, meminta keadilan dan balas dendam. Pada saat itu, tiba-tiba, Qin Yun merasakan tubuhnya ditarik oleh energi misterius yang kuat dan tak terbayangkan. Energi itu memancar seperti ombak besar, menggetarkan seluruh wujudnya. Ruang gelap yang mengurungnya tiba-tiba terbelah, seperti tirai yang robek, dan cahaya putih terang menyinari sekitarnya. Cahaya itu begitu intens, membuat mata Qin Yun terasa terbakar. Dengan tubuh yang terangkat dari tanah, Qin Yun merasakan dirinya ditarik masuk ke dalam cahaya tersebut. Kesadarannya mulai memudar, dan dia merasakan dirinya terlempar ke dalam kekosongan yang tak terhingga. Semua yang terlihat hanya cahaya putih yang menyilaukan, dan kemudian... kegelapan. Qin Yun kehilangan kesadaran, meninggalkan kebingungan dan pertanyaan besar tentang nasibnya. .. Dua abad kemudian. Di sebuah kota terpencil yang tersembunyi di balik pegunungan hijau, Wilayah Kekaisaran Tang. Seorang pemuda tampan berwajah pucat tersentak bangun dari tidurnya. Dia duduk di atas kasur sederhana, menatap sekeliling dengan ekspresi heran dan bingung. Mata pemuda itu terbuka lebar, mencari jawaban atas kebingungan yang memenuhi pikirannya. "Apa yang terjadi? Dimana aku? Bagaimana aku sampai di sini?" katanya dengan suara pelan dan penuh keheranan. Wajahnya yang pucat dan kulitnya yang pucat membuatnya terlihat seperti orang yang baru saja bangun dari tidur panjang. Rambutnya yang hitam dan panjang tergerai di bahu, menambahkan kesan misterius pada penampilannya. Pemuda itu menoleh ke sekeliling kamar, mencari petunjuk tentang identitas dan masa lalunya. Kamar itu sederhana, dengan dinding yang putih dan lantai yang terbuat dari kayu. Satu-satunya benda yang menarik perhatian adalah jendela kecil yang menghadap ke luar, membiaskan cahaya matahari pagi. Bersambung.... Jika kalian suka dengan cerita ini, tolong tinggalkan komentar dan ulasan kalian untuk membantu penulis. Terimakasih.ภาพที่อยู่เบื้องหน้าทำให้นวลแพรยิ้มออกมา ธาวินทร์ที่กอดอยู่ด้านหลังกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น “ที่นี่สวยมากเลยค่ะ วินรู้จักที่นี่ได้ยังไงคะ” ตายาวรีมองไปยังภูเขาสูงที่มีทะเลหมอกรายล้อมเบื้องหน้า ที่นี่สวยมากถึงจะสวยไม่เท่าเชียงรายจังหวัดบ้านเกิดก็ตาม แต่ที่นี่ก็สวยและทำให้คนท้องสดชื่นมาก ๆ เช่นกัน “ตอนย้ายมาก็ไม่คิดว่าจะเจอสถานที่ที่สวยแบบนี้ครับ” ตอนนั้นเขาคิดแค่ต้องมาให้ไกลจากเธอให้มากที่สุด “ตอนนั้นคิดแค่ว่า หนีแพรให้พ้นใช่ไหมคะ” “ใช่ครับ ตอนนั้นคิดได้แค่นี้จริง ๆ” “แพรมีความสุขมากเลยค่ะ ที่ได้เจอวินอีกครั้ง” “ผมก็มีความสุข ที่ได้อยู่กับคุณอยู่กับลูกของเรา” ธาวินทร์บอกกับหญิงสาว แล้วฝังจมูกลงมาบนซอกคอขาวเนียน “เหมือนฝันเลยนะคะ แพรไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวของเราจะมาลงเอยแบบนี้” “ใช่ครับเหมือนกับความฝัน แต่เป็นฝันที่มีอยู่จริง” “ผ่านอะไรกันมาตั้งมากมาย แล้วเรารักกันไหมคะ” “อย่าถามหาความรักจากผู้ชายอย่างผมเลยครับ ขอให้แพรรู้ว่าทุกคำพูดทุกการกระทำของผมมันคือเรื่องจริง ผ
ธาวินทร์นั่งมองดาวบนท้องฟ้า ดาวที่อับแสงไม่ต่างจากชีวิตเขา ที่มืดม่นจนมองไม่เห็นทางออก “แพรคุณเป็นอย่างไรบ้าง ผมขอให้คุณปลอดภัยทุกช่วงเวลาของชีวิตนะครับ” คนเลวอย่างเขาทำได้แค่อวยพรให้เธอผ่านสายลมนั้น “หมอวาครับพี่ขอโทษนะครับ” ความรักที่เขามีให้วาสินีคือเรื่องจริง เขารักและอยากใช้ชีวิตคู่กับเธอ แต่การกระทำอันสิ้นคิดของเขาทำให้สร้างเรื่องที่ผิดมหันต์จนต้องพาตัวเองมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่ “ผมขอโทษ” พูดแล้วหงายหลังลงกับแคร่ไม้ไผ่จ่าอำนาจส่ายศีรษะให้กับภาพตรงหน้า คืนนี้ก็เหมือนเดิม ธาวินทร์ยังนั่งอยู่ที่เดิม ดื่มเหล้าและพูดประโยคเดิม ๆ ไม่ได้หวังให้เจ้านายหายเศร้า แต่อยากให้ดีขึ้นกว่านี้สักนิด นอกจากจะไม่มีความสุขแล้ว สุขภาพร่างกายก็เสียไปด้วย “เมาก็นอนเถอะครับนาย” จ่าอำนาจเข้ามาประคองเจ้านายเข้าห้องนอน เหมือนอย่างเช่นทุกคืนเช้านี้ธาวินทร์ตื่นพร้อมเสียงไก่ขัน ชีวิตที่นี่ก็แค่นี้ ลืมตาตื่น อาบน้ำ กินข้าว เข้าโรงพัก วนอยู่แบบนี้ทุกวัน วันนี้ก็เช่นกันธาวินทร์เข้าโรงพักทำงานตามปรกติ ที่ไม่ปรกติก็คือแขกที่ลูกน้องมารายงานว่ามีคนมาหา คิ้วเข้มขมวดเข้า
ทุกคนปรับความเข้าใจกัน รามชวนม่านไหมกับวาสินีค้างคืนที่บ้าน เพราะอยากให้นวลแพรอยู่กับแม่ ม่านไหมปฏิเสธ เพราะไม่เหมาะสมถึงจะไม่ได้คิดอะไรกับรามแล้ว และมากับลูกแต่เธอก็คิดว่าไม่เหมาะสม “ถ้าไม่สะดวกใจพักที่บ้าน ออกไปพักรีสอร์ทก็ได้นะครับไหม” รามบอกกับม่านไหม “ไม่เป็นไรค่ะราม ฉันกลับดีกว่าค่ะ” ม่านไหมบอกกับคนที่ยืนมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “หนูวาน่ารักมากเลยนะครับ ยินดีกับคุณด้วยที่มีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่ต้องห่วงแพรนะไหมผมสัญญาว่าผมจะดูแลลูกให้ดีที่สุด” รามบอกกับม่านไหมด้วยความจริงใจ “รามคะ ชีวิตแต่งงานของฉันกับพ่อเลี้ยงธงชัย ไม่ได้มีความสุขอย่างที่คุณและใคร ๆ คิดหรอกนะคะ ฉันก็แค่เมียขัดดอก” “นี่คงเป็นเหตุผลที่คุณหนีไปใช่ไหม ม่านไหม ทำไมคุณไม่กลับมาหาผม” รามถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “อำนาจของพ่อเลี้ยงธงชัย จะทำให้ทุกคนเดือดร้อน โดยเฉพาะคุณกับคนพ่อ” รามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ที่ม่านไหมพูดมาก็ถูกทั้งหมด ตอนนั้นเขาเป็นแค่คนงานในไร่ จะเอาอะไรไปสู้กับอำนาจของคนเหล่านั้น ขนาดเมียกับลูกยังรักษาไว้ไม่ได้เลย
“ฉันขอตัวนะคะ” นวลแพรเอ่ยขอตัว เธออยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “แพรลูกมาหาแม่นะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” ม่านไหมเดินมาหา แต่นวลแพรถอยหลังหนี “หนูแพร ผม...” ดีใจจนพูดไม่ออก คำพูดทั้งหมดพากันมาจุกอยู่ที่คอหอย “คุณแม่คะ วางงไปหมดแล้ว คุณแม่ช่วยอธิบายให้ฟังนะคะ” “วาลูกแม่ขอโทษ” ม่านไหมบอกกับลูก “วาต้องการคำอธิบายค่ะ คุณแม่มีคำตอบให้วาไหมคะ” พูดไปแบบนั้น เพราะภายในใจสับสนไปหมอ “แพรแม่ขอโทษ ขอโทษที่แม่ทิ้งหนูไป แม่ขอโทษ” ม่านไหมล้มลงกับพื้น สัญชาติญาณและความรู้สึกที่อยู่ภายในหัวใจ ทำให้รามรีบรับเธอไว้ในอ้อมแขน “ยกโทษให้แม่ได้ไหมลูก” “อย่าพึ่งพูดอะไรเลยนะคะ ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว” นวลแพรบอกกับคน แล้วถอยหลังอยากออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด “อย่าหันหลังให้แม่ได้ไหมลูก” ม่านไหมร้องห้ามเธอไม่อยากให้นวลแพรไปจากตรงนี้ เพราะกลัวลูกจะหันหลังให้เธอตลอดไป “คุณแพรฟังแม่ก่อนนะคะ อย่าหันหลังให้แม่เลยนะคะ” วาสินีขอร้อง อยากให้นวลแพรเข้าใจแม่ แม่คงมีเหตุผลถึงตัดสิน
วาสินีกลับมาบ้านพักพร้อมพชรทั้งสองเดินคุยกันมาเรื่อยทาง จนคนที่เห็นยังนึกแปลกใจ ถ้าไม่รู้ว่ามาก่อนว่าวาสินีอกหักก็คงไม่รู้ เพราะหญิงสาวไม่แสดงทีท่าว่ากำลังเสียใจเลยสักนิด “มากันแล้ว กินข้าวเลยไหมลูก แม่ตั้งโต๊ะรอแล้ว” “ได้ค่ะแม่วากำลังหิวพอดีเลย” “ขอฝากท้องด้วยนะ
“แพร...ผมขอโทษ” ธาวินทร์บอกกับคนที่มองเขา “สารวัตร ฮือ ฮือ” เรียกชื่อธาวินทร์แล้วร้องไห้ออกมา ธาวินทร์คงรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขาแล้วสินะ เขาถึงร้องไห้และขอโทษเธออย่างไม่มีเหตุผล “ผมขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ” ธาวินทร์ยังพร่ำบอกคำขอโทษ “คุณไม่ผิด คุณก็ไม่รู้เ
ม่านไหมมาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ที่วาสินีทำงาน ประมาณ 11.30 น. ระหว่างรอลูกสาวจึงเข้ามากินข้าวในร้านสวัสดิ์การของโรงพยาบาล แล้วเดินเข้ามานั่งรอลูกในห้องพักแพทย์ของโรงพยาบาล “สงสารหมอวาจังเลยนะพี่” พยาบาลที่พึ่งเปิดประตูเข้าพูดคุยกัน ม่านไหมหันไปมอง เพราะคนในบทสนทนาของพยาบาลกลุ่มนั้น คือ
นวลแพรลุกจากที่นอน พับผ้าห่มเป็นระเบียบเหมือนทุกวัน หยิบผ้าขนหนูพาดบ่า จังหวะที่เดินไปที่ประตู ก็หันไปมองตู้โชว์อีกครั้ง อยากรู้ว่าในอัลบั้มใส่รูปของใครไว้ และในกล่องคุกกี้สีแดง มีอะไรซ่อนอยู่ เธอเคยดูหนังเรื่องหนึ่ง ที่ตายายเก็บจดหมายไว้ในกล่องคุกกี้ ในกล่องใบนี้อาจเป็นจดหมาย ที่พ่อแม่ของธาวินทร์