Share

บทที่ 29 : มิติมายาฝัน!

Author: L.sunanta
last update publish date: 2026-07-05 02:00:03

"หืม.. เหตุใดมิพูดมิจาอะไรสักคำ หรือข้าต้องเหาะเหินลงไปใกล้กว่านี้?"

เง็กเซียนฮ่องเต้เอ่ยกับตัวเองอีกครั้ง พลันขับร่างกายาจิตที่ลอยอยู่เหนือฟ้าให้ขยับลงไปใกล้เป้าหมายมากขึ้น

.

แล้วก็เป็นห้้วงยามนั้นเองที่ทำให้พระองค์ตื่นรู้! เพราะจู่ ๆ ร่างหนาที่หมายหัวไว้ก็จมบุ๋มลงไปกับพื้นหญ้า! หมอนั่นทำราวกับว่าใต้พงดงไพรแห่งนี้คือผืนวารี ทั้งยังมีการกระเพื่อมของระลอกคลื่นบนผิวดินปรากฏให้เห็นอย่างน่าพิศวง

.

"เขาหายไปไหน?! แล้วไฉนถึงเหลือข้าอยู่เพียงผู้เดียว!?"

หันซ้ายแลขวาระแวดระวังไปกับภัยคุกคามที่มิน่าไว้ใจ เง็กเซียนถึงกับเหยียดนิ้วชี้ประกบนิ้วกลางสร้างเป็นมุทรากระบี่ พลางปล่อยปราณอรหันต์ออกมาหล่อเลี้ยงปลายนิ้วเอาไว้

.

นี่คือท่วงท่าของพวกนักบำเพ็ญเซียน และส่วนใหญ่ก็มักจะปักสองดัชนีนี้ทิ่มลงที่ต่ำเพื่ออำพรางเคล็ดวิชาที่ตนจะออกมิให้ศัตรูเห็น องค์เง็กเซียนเองก็เช่นกัน! ปราณอรหันต์สีทองอร่ามจึงถูกบีบเค้นจนเหลือขนาดเท่าเม็ดถั่ว ปลายนิ้วของแกเต็มที่จึงมิสว่างเกินไฟธูป ตอกย้ำว่าการประมือกับสิ่งที่มองมิเห็นน่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้!

.

ฉับพลันพื้นที่เหยียบอยู่กลับกลายเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้วิชาย้อนวัฏจักร (罗汉诀) ต้องพรึงเพริด! เพราะจากที่เคยเหาะเหินเดินทะยานได้ตามใจในความทรงจำของผู้อื่น บัดนี้องค์เง็กเซียนกลับมิสามารถขับเคลื่อนวิชาตัวเบาใด ๆ ได้อีกเลย! ประหนึ่งว่าตบะบำเพ็ญของแกได้ถูกดูดซับไว้โดยพื้นดินพิศวงเบื้องล่าง! มันกลายเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี มิหนำซ้ำหลังผ่านไปเพียงครู่สั้นจากพงหญ้ารกร้างให้อาหารสัตว์ บัดนี้กลับกลายสภาพเป็นสนามหญ้าสีเขียวชอุ่มอุ้มน้ำมาตรฐานพรีเมียร์ลีก! ทั้งยังกว้างไกลสุดหูลูกตาราวกับมิมีที่สิ้นสุดอีกต่างหาก!

.

"ได้เช่นไรกัน?! เกิดสิ่งนี้ขึ้นได้เยี่ยงไร? นี่คือผลพวงจากตบะบำเพ็ญของข้าเช่นนั้นรึ?"

ทำเอาเง็กเซียนถึงกับผงะ! นี่นับเป็นครั้งแรกสำหรับพระองค์เลยก็ว่าได้ที่ถูกต้อนถึงเพียงนี้

.

วิชาก็วิชาตัวเองแท้ ๆ แต่กลับควบคุมอะไรในมิติทรงจำแห่งนี้มิได้เลย แล้วพอลองจะก้าวเดินดูก็พบว่า 玉履 (อวี้ลวี่) ซึ่งเป็นรองเท้าที่ทำจากหยกบริสุทธิ์ หนึ่งในเครื่องทรงเมฆาแห่งเก้าชั้นฟ้าอุดมไปด้วยธาตุหยินเป็นปรปักษ์กับวิญญาณร้ายในโลกมืด จู่ ๆ ก็ถูกสลับเปลี่ยนไป! กลับกลายเป็นรองเท้าสตั๊ดของพวกนักฟุตบอลที่ปรากฏขึ้นมาสวมแทน! ความตระหนกตกใจนี้ทำให้องค์จักรพรรดิถึงกับต้องรีบถลกชายอาภรณ์ขึ้นตรวจสอบ ซึ่งก็ทำอะไรมิได้เพราะต่อให้พยายามจะถอดมันออกสักแค่ไหน แต่ยิ่งทำรองเท้าพิเศษสำหรับนักบอลนี้ก็ยิ่งรัดแน่น! มันรัดซะจนน่องของท่านเง็กเซียนชักจะเริ่มปูดเกิดเป็นเส้นเอ็นยึกยือ!

.

"不好 (ปู้ห่าว!) แย่แล้ว! แบบนี้มิดีแน่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า! เจ้าหมอนี่หาใช่มนุษย์ธรรมดา! เก็บซ่อนตัวตน! ปิดบังความสามารถ! คอยดูเถอะข้าจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับเจ้าในนี้ให้จงได้! , คอยดู!"

.

ชะตาจะขาดยังทำเป็นปากเก่ง เป็นความจริงที่ต่อให้เป็นถึงจักรพรรดิสวรรค์ก็หวั่นวิตกได้ ชั่วยามนี้องค์เง็กเซียนเริ่มรู้ตัวลึก ๆ แล้วว่าตนเองอาจจะต้องถอนวิชาอรหันต์ย้อนวัฏจักร (罗汉诀) ออก เผื่อกรณีที่เลวร้ายที่สุดอย่างการถูกปิดกั้นสัมผัสทั้ง 5 แล้วติดแหง็กอยู่ที่นี่ เพราะแม้แต่วิชาการเหาะเหินยังถูกปิดผนึก เปลี่ยนเครื่องทรงส่วนตัวอย่างรองเท้ายังทำได้โดยง่าย ย่อมหมายความว่ามนุษย์แซ่จางผู้นี้ยากจะหยั่งถึง! การลองหยั่งเชิงกับเขาในมิติทรงจำล้วนต้องเจออะไรอีกมาก มิสู้ถอยออกไปตั้งหลักในโลกเซียนข้างนอกก่อนดูจะได้เปรียบกว่า

.

หาไม่เพราะคิดไตร่ตรองยังมิทันไรก็เหมือนเจ้าบ้านจะรู้ทัน ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้กับรองเท้าสตั๊ดที่สวมใส่เป็นครั้งแรกจึงต้องรีบกระโจนถอยหลัง! ระ.. ระ.. เร็วมาก! มาเร็วกว่าที่คิดสำหรับการโจมตีจากผืนดินวิปลาศ! ปราณอรหันต์สีทองคำบนปลายดัชนีจึงต้องสะบัดปรับเปลี่ยนเป็นพัลวัน! เพื่อเรียกเอาอาคมคุ้มกันเป็นโล่อักษร "盾" (ต๊วน) ให้โผล่ออกมารับการกระหนาบตีของมวลดินมหาศาล!

.

"เปรี๊ยงงง!"

.

"ฟึมมม!!! , ฟึมมม!!!"

.

ที่นี่คล้ายกับสนามบอลก็จริงแต่เป็นสนามบอลที่ยังสร้างมิเสร็จสมใจ มวลดินขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับหญ้าเขียว ๆ สั้น ๆ สวย ๆ ที่อยู่ฝั่งขวามือจึงยกตัวลอยสูงขึ้นเป็นทรงลูกบาศก์สี่เหลี่ยมขนาดยักษ์! ความกว้างคูณยาวคูณสูงของมันน่าจะเทียบได้กับตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งหลัง ก่อนที่ทั้งหมดจะโถมทับลงมาใส่องค์เง็กเซียนแบบทั้งก้อน!

.

"ฟึมมมม!!!"

.

ทว่าองค์เหนือหัวก็ใช้โล่อาคมกันไว้ได้แบบมิยากเย็น แถมยังกระทุ้งมันออกไปแบบไม่ยี่หระ! ดูมีความ "อย่างเทพ" ขึ้นมาเลยถ้ามิใช่เพราะฝั่งซ้ายเองก็มีเหมือนกัน หลังมวลดินลูกบาศก์พร้อมกับเศษหญ้าใบเขียวสวย ๆ จากฝั่งซ้ายได้ลอยตัวสูงขึ้นแล้วโถมทับลงมาทั้งก้อนแบบเมื่อครู่! และแม้ท่านเง็กเซียนจะป้องกันไว้ได้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้พื้นที่ ๆ พระองค์ยืนอยู่นั้นต่ำลงเรื่อย ๆ ตามไปด้วย ทำไปทำมากว่าจะรู้ตัวอีกทีตัวแกเองก็แทบจะโดนฝังทั้งเป็นให้จมคาสนามบอลไปเสียแล้ว!

.

"หน็อยมันจะมากเกินไปแล้วนะ เห็นข้าเล่นด้วยเข้าหน่อยอย่าริอาจคิดกำแหงเชียว! ฮึ่ย! ของแค่นี้หยุดข้ามิได้หรอกเจ้ามนุษย์ต่ำต้อย!"

กัดฟันเค้นคำในลำคออย่างกับพวกคนชั่ว บางทีแกอาจจะลืมไปแล้วว่าตนคือเทพสูงสุด

.

อักษรจีนตัว "盾" (ต๊วน) ที่แปลว่า "โล่" จึงเด่นหลาขึ้นอย่างทรนง! สีของมันเข้มขึ้นด้วยระดับอาคมอันบ้าคลั่งของพลังตบะบำเพ็ญ ทั้งยังกระทุ้งเอามวลดินเศษหินเศษหญ้าให้ปลิวกระเด็นสวนทางขึ้นไปบนฟ้ากระจัดกระจาย! จังหวะที่มีก้อนดินร่วงหล่นลงมานั้นเอง ชั่วพริบตาเดียวรองเท้าสตั๊ดที่รัดจนน่องปูดก็กระโดดสลับฟันปลาซ้ายขวา ๆ ไต่ดินแบบเรียงก้อนจนนำร่างหนาของท่านเง็กเซียนขึ้นมายืนบนพื้นหญ้าสนามบอลอันเป็นปกติได้อย่างสง่างาม

.

"แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ "

.

"พรึบ! , พรับ! , พรับ!"

.

แกยืนหอบอยู่พักหนึ่งก่อนจะสะบัดมุทรากระบี่ดัชนีคู่ป่ายปัดไปตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายเพื่อปรับลมปราณให้อยู่ตัว ในใจแกคิดว่าก็มิเท่าไหร่คิดจะเล่นงานประมุขสวรรค์ด้วยของแค่นี้คงเร็วไปร้อยปี

.

และเพราะความหมั่นไส้นี้กระมังด่านเคราะห์ที่สองจึงตามมาติด ๆ แบบมิให้ตั้งตัว งานนี้องค์เง็กเซียนยังฟื้นฟูมิเต็มที่ด้วยซ้ำ เสี้ยวอึดใจที่แกกำลังเดินลมปราณผ่านชีพจรและแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบนเพื่อสูดอากาศ แกก็พานพบเข้ากับเท้าขนาดยักษ์! เท้าจริง ๆ ! เท้าของคนที่ใส่รองเท้า adidas ขนาดยักษ์เบอร์ 800,000 ครึ่งเห็นจะได้! มันใหญ่แบบเต็มแม็พ ชนิดที่ต่อให้กระโดดสุดตัวพุ่งสุดเหยียดยังไงก็มิพ้นวิถีการเหยียบ!

.

"ฟ้าววว~!"

.

ประหนึ่งสัดส่วนของคนเทียบกับมดเห็นจะได้ เง็กเซียนฮ่องเต้คือเทพสูงสุดใหญ่สุดบนสวรรค์ เพิ่งจะมีครั้งนี้แหละที่แกเห็นเท้าของคนอื่นใหญ่กว่าทั้งตัวของตนเอง และลำพังจะใช้อาคมคุ้มกายเรียกโล่ "盾" ออกมาอีกก็คงมิต่างจากการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เพียงสัมผัสแรกที่โดนอาคมโล่ก็น่าจะโดนทลายจนแหลกสลาย งานนี้ถ้ามิอยากตายเห็นทีคงมีแต่จะต้องวิ่ง!

.

"ฟ้าววว~!"

.

"โครมมม!"

.

"ฟ้าววว~!"

.

"โครมมมมมม! , โครมมมมมม!"

.

ง้างทีก็กระทืบทีง้างสองทีเหยียบเสร็จแม่งยังมีปั่นขยี้! แล้วก็ใช่ว่าจะทิ้งร่องรอยเป็นรอยเท้ายักษ์ธรรมดา ๆ ซะที่ไหน ด้วยความที่เป็นรองเท้าสตั๊ดมันก็เลยมีปุ่ม ความตะปุ่มตะป่ำกับหลุมขนาดใหญ่ก็เลยสร้างความเสียหายให้พื้นสนามหญ้าในระดับวอดวายมหาศาล จากที่ว่ายากอยู่แล้วเง็กเซียนเลยเจองานยากยิ่งกว่าเก่า สภาพแกตอนนี้นอกจากจะเหาะเหินมิได้ยังเต็มไปด้วยความทุลักทุเล!

.

แกหอบเอาชายผ้าอาภรณ์ยาวของแกไว้แนบพุง ถลกชุดคลุมให้มีพื้นที่สำหรับยกขาให้มากที่สุด พลันวิ่งจ้ำอ้าวเอาตัวรอดของแกไปด้วยความคล่องแคล่ว ปุ่มสตั๊ดเกาะพื้นได้ดีทั้งยังเซฟข้อเท้ามิให้ได้รับการบาดเจ็บ สำหรับเทพที่แทบมิเคยออกกำลังกายแล้วนับว่าดีเยี่ยม และถึงตอนนี้เง็กเซียนก็เข้าใจแล้วว่ารองเท้าสตั๊ดที่ถูกบังคับให้สวมใส่นั้นดูดีกว่ารองเท้าหยก 玉履 (อวี้ลวี่) เป็นไหน ๆ ชั่วยามนี้แกจึงได้แต่วิ่ง! , วิ่ง! , วิ่ง! แล้วก็วิ่ง!

.

ความเชื่องช้าของศัตรูดูจะเป็นเหตุผลเดียวที่แกยังรอด สนามบอลนี่ก็กว้างใหญ่ซะเหลือเกินมองเห็นแต่เส้นข้างสีขาวอยู่ไกลลิบ แต่ประตูของอีกฝั่งหรือแม้แต่เส้นกลางสนามที่เป็นรูปวงกลมยังวิ่งไปไม่ถึงเลย ยังไงดีจะทำยังไงต่อไปดีท่านเง็กเซียนดูเหมือนจะเข้าตาจนเสียแล้ว! ซ้ำร้ายที่เพราะที่นี่คือสนามบอล ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีมฉันใดจึงมิได้มีแค่เท้าซ้ายและเท้าขวาใหญ่ยักษ์ของจางอี้เฟิงเท่านั้น แต่ยังมีของ ๆ คนอื่นปะปนลงมาด้วย

.

"ฟ้าววว~!"

.

"โครมมมม! , โครมมมม!"

"โครมมมม! , โครมมมม!"

"โครมมมม! , โครมมมม!"

.

11 คนก็ 22 ข้าง เมื่อรวมเข้ากับของทีมฝั่งตรงข้ามด้วยก็กลายเป็น 44 ! หลบให้พ้นเถอะท่านเง็กเซียน! ฟุตบอลเตะกันตั้ง 90 นาที ขอให้ท่านหนีรอดจากมิติทรงจำที่มีแต่ฟุตบอลอยู่ในหัวของจางอี้เฟิงแห่งนี้ให้ได้ด้วยเถิด วิชาอรหันต์ย้อนวัฏจักร (罗汉诀) ของท่าน ถึงนาทีนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า "พลาดมหันต์ใครจะพาฉันกลับ" ดูจะเป็นชื่อที่เข้ากว่า!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status