/ LGBTQ+ / เพรงพ่าย / คุณหมอรถแห่

공유

คุณหมอรถแห่

작가: ลลนล
last update 게시일: 2025-11-07 12:16:16

เสียดายที่กิดากานต์สะบัดหน้าหนีไม่ได้เหมือนทุกครั้ง คนคอแข็งทื่อที่หมดอารมณ์จะต่อกรกันเป็นเด็กๆ ก็หมุนตัวไปอีกทาง เพื่อที่จะเริ่มงานในเช้าวันใหม่ได้อย่างขมุกขมัว

ปล่อยทิ้งให้อีกคนมองตามด้วยความรู้สึกห่วงใยมากขึ้นไปอีก...จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่เลิกกัน ปริญญ์ก็ค่อยๆ คายความเป็นตัวตน แล้วกลืนเอาความหลากหลายของกิดากานต์มาเป็นตัวเอง

เธอเริ่มฟังเพลงลูกทุ่งได้เพราะขึ้นมานานหลายปีแล้ว และเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าหลงคิดว่าพวกเพลงเหล่านั้นคือสิ่งที่เข้ามาทดแทนคนรักเก่า

และที่สำคัญที่สุด คือมันไม่ใช่เหตุผลจริงๆ ที่ทำให้เราเลิกกัน...

นับจากนี้ ไม่ว่ากิดากานต์จะจิกกัดกันเรื่องเก่าๆ มากขนาดไหน เธอก็จะพยายามไม่ใส่ใจ เพราะสิ่งที่เธอห่วงใยจนต้องรีบรับปากบ๊อบบี้ในทันที ก็เพราะสิ่งที่กิดากานต์ชื่นชอบ มันล้อมรอบไปด้วยหนุ่มๆ ทั้งหนุ่มแตกสาว และหนุ่มฉกรรจ์ พวกเขาให้เหตุผลว่าเพื่อไปคุ้มครอง คุณหมอรถแห่ ฉายาที่ไม่ใกล้กับบุคลิกที่คนทั่วไปพบเห็น

แต่นั่นคือตัวตนที่กิดากานต์ไม่กล้าเปิดเผยกับปริญญ์มาก่อน อยู่ที่นี่ได้ทำอะไรในสิ่งที่ชอบ คุณหมอรถแห่คงมีความสุขมากสินะ แล้วใครจะกล้าทำลายความสดใสนั้นลงคอล่ะ

ไม่คิดว่าการกลับมาครั้งนี้ของปริญญ์ มันจะทำให้กิดากานต์อึดอัดทรมานได้เสียขนาดนี้ แรกเริ่มเหมือนเธอจะคิดเอาเองว่าน่าจะเอาอยู่ แต่ตอนนี้ที่เป็นอยู่ ไม่ต่างกับเผลอแกะสะเก็ดแผลที่ยังไม่หายสนิท แล้วเลือดมันก็ไหลซึมออกมาอีกรอบ

กว่าเธอจะกล้าเผยตัวตนกับคนที่นี่ ก็ใช้เวลาอยู่ตั้งหลายปี ทำไมความชอบของเธอ จะต้องเป็นความน่ารำคาญของคนอื่น ซึ่งคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครเลย แต่เป็นคนที่เธอเคยรักมากที่สุดอีกต่างหาก

คนบ้าอะไร เราก็ฟังของเราอย่างนี้มาตั้งนาน แต่บทอยากจะเลิกก็ยกมันมาเป็นข้ออ้าง แล้วทีตัวเองเอาผู้หญิงมาอยู่บนเตียงที่เราเคยนอนด้วยกันทุกคืน กิดากานต์เจ็บเจียนตาย หลับหูหลับตาว่าไม่ใช่เรื่องจริง ยอมเป็นคนโง่ ให้เขาฉีกทึ้งหัวใจเป็นว่าเล่น

แล้วต้องยอมรับกับตัวเองได้อย่างไม่อาย ว่าอยู่ไม่ได้หากไม่มีปริญญ์อยู่เคียงข้าง ทั้งๆ ที่เขาสุดแสนที่จะเหยียบย่ำ ถือสายคุยกับคนอื่นต่อหน้า คล้ายๆ ว่าแฟนเด็กจะทำทุกวิถีทางที่จะไล่เธอออกจากความสัมพันธ์ แต่เธอก็ยังจะทนอยู่ เพราะบางขณะ แววตาอันแสนดื้อรั้นนั้น มันเต็มไปด้วยความรักความห่วงหา หากแต่บางคราวมันก็สลับไปเป็นไม่ให้เกียรติกันเลยสักนิด

รักมาก และทนมาก เพราะคิดไม่ออกเลยว่า หากเลิกกันแล้วจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป หรือเป็นเพราะเธอคิดเองไม่ได้ ปริญญ์เลยเป็นฝ่ายตัดสินให้อย่างเด็ดขาด

แต่ในขณะนั้น กิดากานต์ก็ด้านมากพอที่จะเลิกฟังเพลงที่น่ารำคาญหูเขาเพื่อเอาใจ แต่มันก็ไม่สำเร็จ เพราะแม้เธอจะพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองเท่าใด สายตาแข็งกระด้างอย่างเอือมระอาของปริญญ์ มันก็ฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น

และวันนี้เธอก็วนกลับไปเจ็บใหม่อีกครั้ง เพลงที่เคยเปิดฟังคลอเบาๆ เวลาทำงานอยู่ในห้องเพียงลำพัง กลับโดนเมินเฉยอย่างตั้งใจ

ข้อมูลจากด้านนอก ถูกส่งผ่านระบบเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่กิดากานต์กำลังนั่งอยู่หน้าจอ แต่ละข้อมูลละเอียดยิบ ไม่มีช่องโหว่ให้ต้องหงุดหงิดใจ เธอชอบทำงานร่วมกับปริญญ์ เพราะเคยเป็นทั้งคนสอนและพากันเรียนรู้เคสยากๆ มาด้วยกันหลายปี

แต่พอข้อมูลที่ทยอยส่งเข้ามาเริ่มนิ่ง หญิงสาวที่แผลใจยังไม่สมานก็เอื้อมมือไปกดเปิดเพลงเศร้าๆ ช้ำๆ ของศิลปินคนโปรด ที่เพียงแค่ได้ยินอินโทรบรรเลง อินเนอร์ของคนที่ช้ำไม่สร่างซา ก็ดึงเอาไหล่บางงองุ้มหดหู่

ดวงตาเลื่อนลอยรอความเคลื่อนไหวที่หน้าจอ เพื่อรอการรายงานเคสในลำดับถัดไป หากแต่แล้ว อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ค่ะ...”

รับคำด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง และต้องรีบเด้งมือไปกดปิดเพลงทันทีที่ใครบางคนโผล่เข้ามาอีกแล้ว ซึ่งท่าทีอันเลิ่กลั่กเช่นนั้น มันทำให้ใจคนมองอ่อนยวบยาบ รู้สึกผิดจนอยากจะถอยหลังกลับ แต่เพราะเจ้าของห้องที่เปลี่ยนทีท่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว ก็ทำให้ปริญญ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

“มีอะไร”

“คือ...คีย์มาคิดดีๆ แล้วว่า”

“เกี่ยวกับเรื่องงานมั้ย” กิดากานต์ถามแทรกขึ้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด

“เกี่ยวค่ะ”

“ได้...งั้นก็พูดมา”

“ถ้าคีย์ไม่ไปรถแห่ มันจะทำให้พี่สนุกขึ้นจริงๆ เหรอคะ”

“ควรพูดเวลางานแบบนี้มั้ย ถ้าจะมาเคาะประตูสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วมาพล่ามอะไรบ้าๆ ทีหลังจะไม่อนุญาตแบบนี้แล้วนะ”

“แล้วเรื่องรับน้องใหม่ ไม่เกี่ยวกับงานเหรอคะ”

“เค้าเรียกว่ากิจกรรมนอกเวลางานรึเปล่า”

“คีย์เรียกมันว่า งานสานความสัมพันธ์ค่ะ พี่เคยสอนคีย์มาอย่างนั้น”

อีกคราวที่กิดากานต์สามารถหัวเสียขึ้นมาได้ แต่จะให้เคืองก็ใช่เรื่อง เพราะเธอเคยสอนรุ่นน้องมาอย่างนั้นจริงๆ

“โอเค งานก็งาน และมันไม่สนุกแน่ ถ้ามีใครบางคนไม่ศรัทธาในศิลปะแขนงนั้นปะปนอยู่ใกล้ๆ”

“แต่คีย์มีข้อแลกเปลี่ยน”

“................................”

แววตาของคนถูกต้อน จ้องใบหน้าที่เคยหลงใหลด้วยความรู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอีก

“ตอบคีย์มาคำถามหนึ่ง จะตอบยังไงก็ได้ ขอแค่เป็นความจริง แล้วคีย์จะไปยกเลิกนัด”

“เล่นอะไรของเธอ”

“พี่แต่งงานรึยังคะ”

ไม่จำเป็นต้องอารัมภบทใดอีก สาวแว่นดำเชิดหน้าถามด้วยหัวใจที่เต้นถี่ ไม่ต่างกับตอนที่ลุ้นว่าอีกคนจะรับรักหรือเปล่า เหตุการณ์ครั้งนี้กับครั้งนั้นไม่ได้ใกล้เคียง แต่เหงื่อที่ซึมเต็มฝ่ามือ มันคือความรู้สึกเดียวกันเด๊ะๆ

“ตอบแบบไหนก็ได้เหรอ” กิดากานต์ถามพร้อมรอยยิ้มเยาะ

“เอาความจริงค่ะ”

“จะอยากรู้ไปทำไม”

“ก็คิดว่า ปูนนี้แล้ว แค่อยากรู้ความเป็นอยู่ว่าสบายดีมั้ย อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ” ปริญญ์พูดข้างๆ คูๆ

“จะแต่งไม่แต่ง ไม่ใช่เรื่องของเธอ คนแถวนี้ยังไม่มีใครคิดที่จะถามกันสักคน” กิดากานต์บอกแล้วก็หันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

“ถ้าแต่งแล้วก็จะยินดีด้วยค่ะ”

“ยินดีจริงๆ เหรอ” พี่สาวตวัดสายตามาถามด้วยน้ำเสียงจิกกัดกันอยู่ในที

“พี่ควรต้องมีคนดูแล”

“ไม่ก้าวก่ายกันสิ”

“แต่คีย์เพิ่งเลิกกับแฟน เอ่อ...อันนี้แค่พูดลอยๆ น่ะ”

“รถไฟชนกัน หรือซ้อนสามซ้อนสี่กันเหรอ อย่าหักโหมให้มันมาก เฮ้อ...ที่เคยแช่งไว้ มันได้ผลจริงๆ นะเนี่ย” กิดากานต์พูดพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ไม่อยากให้สมหวังกับใคร เพราะอยากให้รักแค่พี่คนเดียวเหรอ”

“การคบกับเธอ มันเหมือนตกอยู่ในนรก ใครจะอยากก้าวขาเข้าไปอีก”

“ร้องเสียงหลงเลย นรกมันร้อนอ่ะเนอะ”

“อ้อ ถ้าอยากจะอยู่ในห้องนี้ก็เชิญเลยนะ พอดีมีเรื่องอื่นต้องไปทำ” กิดากานต์บอกแล้วก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน ถ้าไม่ตัดจบก็รังแต่จะเข้าตัวเปล่าๆ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เพรงพ่าย   ออกมาหาได้มั้ย

    “ไม่ไปได้ยังไงคะป๊า ตั๋วเค้าก็จองให้หมดแล้ว แล้วอูนก็แค่ไปช่วยงาน ยังไม่ได้ย้ายสักหน่อย”“หนูไม่ต้องมาใช้คำว่าสักหน่อยกับป๊า แค่หนูป่วยแค่นิดเดียว หัวใจป๊าก็เจ็บปวด...”พูดยังไม่ทันจะจบ ลูกสาวขี้วีนก็สวนกลับทันที“อย่ามาลิเกค่ะป๊า”“ป๊าไม่ได้ลิเก แต่คราวนี้ป๊ายอมไม่ได้”“ก็บอกแล้วว่าแค่ไปช่วยงาน”“อูนเอาคำว่าแค่ช่วยงานมาอ้างให้ป๊าตายใจ ไปลาออกเลย ลูกสาวคนเดียวป๊าเลี้ยงได้ ไม่ต้องทำงานเป็นหมอแล้ว ป๊านอนไม่หลับสักวันเพราะเรื่องหนูนี่แหละ”“ป๊าลองเป็นช้างสิ ถ้าป่วยมาแล้วไม่มีหมออย่างอูน ป๊าจะรู้สึก”“หนูอย่ามาแช่งป๊านะ”“ไม่ได้แช่ง แต่ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่เลี้ยงหนูมาให้รักสัตว์ ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่ชอบช้างมากที่สุด หนูก็เดินตามทางที่ป๊าเคยขีดไว้ให้แล้วไง หนูจะสี่สิบแล้ว หนูถึงขอให้เลิกยุ่งกับชีวิตหนูสักที”“ก็หนูทำตัวน่าเป็นห่วง ให้ตายยังไงป๊าก็ไม่ยอมให้หนูไปลำปาง”“งั้นป๊าก็ต้องช่วยหนูแล้ว

  • เพรงพ่าย   ใช้ของด้วยกัน

    “กวนประสาท...ฮือ ทำไงดี เด็กต้องตกใจแน่ๆ ตาพี่แดงไปหมดเลย”ว่าแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด มันก็ดันมาเกิดกลางทาง และหากจะพากันไปทั้งสภาพนี้ มันคงแย่พอๆ กับการไม่ไปร่วมขบวน ดังนั้นคนทั้งคู่เลยพากันกลับไปล้างหน้าที่บ้านอีกรอบ“แว่นคีย์ที่พี่เคยซื้อให้อยู่ไหนอ่ะ ใส่อันนั้นพรางตาได้ดีนะ” ปริญญ์บอกคนที่ยืนล้างหน้าอยู่ในครัว“อยู่บนห้องอ่ะ หยิบให้หน่อย”และเมื่อปริญญ์เดินกลับลงมาอีกครั้ง เธอก็เดินเข้าไปสวมกอดผ่านแผ่นหลังกันไปอย่างอ่อนโยน“เลิกเกลียดคีย์เรื่องเพลงน้า”“คนพูดน่ะพูดง่าย”“คีย์ขอโทษ ตอนนี้คีย์อยากเห็นคุณมีความสุข เพลงพวกนั้นมันแค่ข้ออ้างของคนปากเสีย ไม่ได้ขอให้คุณให้อภัยนะคะ แต่อยากให้เข้าใจว่า มันไม่ใช่สิ่งที่คีย์คิดจริงๆ เพราะเพลงที่คีย์ไม่ชอบจริงๆ อ่ะคือเพลงเพื่อชีวิต พี่ก็น่าจะรู้ตั้งแต่เราคบกันแรกๆ”“ไม่ใช่แค่นี้ใช่มั้ยที่โกหกพี่”“มันนานมากแล้วอ่ะ จำไม่ค่อยได้...”“แล้วที่ทำน่ะ เพราะเข้าใจว่าพี่ยังรั

  • เพรงพ่าย   รู้ใจ

    จริงดั่งที่เข้าใจมาตลอด ยิ่งปริญญ์พยายามทำให้อีกคนเจ็บมากเท่าใด แต่หัวใจของเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า เธอมองเห็นความอ่อนล้าเหล่านั้นก็อยากจะโผเข้าไปกอด แต่หากจะทะเล่อทะล่าแสดงออกไปเช่นนั้น คนที่มีปมแน่นในใจ คงไม่ยอมเปิดใจให้กันง่ายๆเธอเลยทำได้แค่แสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจ หญิงสาวไม่พูดอะไร นอกจากการเดินเข้าไปหา แล้วค่อยๆ เอนตัวลงนอนหนุนตักคนที่รักสุดหัวใจนั้นไปเงียบๆ“อืมม์...คีย์คะ คือจริงๆ ไม่ต้องพาไปก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปเองก็ได้”นั่นไงล่ะ ปริญญ์คิดเอาไว้ไม่มีผิด ว่าจะต้องได้ยินอะไรแบบนี้ ดังนั้นจากที่เคยนอนหงาย ก็ค่อยๆ พลิกตัวเข้าไปกอดกันเอาไว้เพียงหลวมๆ ศีรษะได้รูปทำท่าส่ายหน้า ไม่ยอมรับข้อเสนอนั้น ก่อนจะงึมงำบอกออกมาว่า“ของีบสักห้านาทีนะ แค่ห้านาที หมดเวลาแล้วปลุกเลย”“เหนื่อยเหรอคะ”“ค่ะ ปีนขึ้นปีนลง มาหลายตัวด้วย”“ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปช่วย”“ถึงพี่อยู่คีย์ก็ไม่ยอมให้พี่ทำหรอก”“งั้นนอนพักดีกว่ามั้ย ไม่ต้องไปหรอกเนาะ”“ไม่เอา ขอแค

  • เพรงพ่าย   ถ้ายังรักกัน

    และยิ่งกิดากานต์ปฏิเสธกันเท่าใด อีกคนก็ยิ่งอยากฟาดกันให้ราบคาบเสียแต่ตอนนี้ หญิงสาวเอาแต่ยืนหายใจฟืดฟาด จ้องหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น“ก็บอกว่าจะเข้าไปส่งไง”“ก็แล้วจะเข้าเมืองไปทำไม”“จะไปส่งเมียตัวเองมันผิดตรงไหน”“เมียไหนกันแน่ ที่แน่ๆ พี่ยังไม่ใช่เมียเธอ ยัยเด็กคนไหนล่ะที่อยากไปหา มันไม่ใช่แค่อยากไปส่งพี่หรอก”และนี่ก็กลายเป็นการยืนยันว่า พวกเธอยังคงไม่เชื่อใจกันอย่างชัดเจน“ไม่อยากเป็นแล้วเหรอ ไหนเมื่อคืน...”พูดยังไม่ทันจบ อีกคนก็ทุบกำปั้นลงไหล่กันไม่เบานัก“เลิกพล่ามถึงตอนนั้นได้ป่ะ”“ความจริงคนเรามันออกมาตอนนั้นไม่ใช่เหรอ”“แล้วมันจะเป็นไปได้ไง ในเมื่อเธอไม่ได้ต้องการฉันจริงๆ”“.........................”เมื่อไม่อยากจะเถียง ปริญญ์ก็ทำเพียงยิ้มเยาะใส่หน้า เป็นท่ากวนประสาทที่อีกฝ่ายอยากจะตะโกนใส่หน้าให้สุดเสียง“ไม่ต้องด้อยค่ากันถึงขนาดนั้นก็ได้”“เปล่

  • เพรงพ่าย   รู้เป็นคนสุดท้าย?

    “มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นะอูน”“นี่คีย์เค้าคิดว่าอูนกลับไปมีอะไรกันกับพี่แทคงั้นเหรอคะ ป้าขา...เราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ” กิดากานต์พูดเสียงแหบแห้งออกมาจากใจที่อ่อนล้า“ป้าจะไม่ลงรายละเอียดนะ ให้คุยกันเอง”“ไม่ได้มีจริงๆ นะคะ”“ไปคุยกันเอาเอง เพราะเจ้าปริญญ์มันก็ไม่ฟังใคร มันเชื่อที่ตามันเห็น”“ก็หนูอธิบายเค้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้ทำๆ ถึงว่าสิ พอพูดถึงพี่แทคเมื่อไหร่แล้วคีย์จะกลายเป็นคนบ้าไปเลย”หลังจากวางสาย กิดากานต์ก็เพิ่งจะมานั่งคิดทบทวนว่า ปริญญ์เริ่มเปลี่ยนแปลงแหนงหน่ายกันตั้งแต่เมื่อไร และก็ถึงกับน้ำตาซึมว่ามันเกิดหลังจากสาเหตุนั้นจริงๆ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงแม้กฤษกรจะทรงแบดดูกินไม่เลือกในเวอร์ชั่นผู้ชาย แต่เขาจะให้เกียรติเธอเสมอ จนกระทั่งตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังดีอยู่ ก็เพราะเขาไม่เคยหาจังหวะรังแกกันเลยสักครั้งแต่แล้วในขณะที่นั่งไล่เรียงไทม์ไลน์อย่างรวดเร็ว พลันอีกหนึ่งความสงสัยก็ผุดขึ

  • เพรงพ่าย   ไม่แฟร์

    “โอเค คีย์อาจจะขอผิดเวลา แต่ขอให้มั่นใจกับอะไรกว่านี้อีกสักหน่อย คีย์จะกลับมาขอคบอีกครั้ง”“มั่นใจเรื่องอะไรคะ”“ไว้ถึงเวลาแล้วจะบอกค่ะ”“เรื่องที่พี่เคยถามน่ะเหรอ”ทันทีปริญญ์ก็แสยะยิ้มเครียดออกมา ทำเอาอีกคนยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก“นอนเถอะ...จะได้หายเร็วๆ ไว้หายแล้วค่อยคุยกัน”“ค่ะ”แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกัน เป็นเรื่องน่าปวดหัวที่ไม่มีใครกล้าตั้งมันขึ้นมาเป็นคำถาม...ตั้งแต่ที่ปริญญ์เดินเข้ามาจุ๊บหน้าผากก่อนออกไปทำงาน กิดากานต์ก็กลับไปเป็นคนคลั่งรักได้อย่างเงียบๆ สมองมันแล่นแปลบปลาบ ฉายแต่ภาพซ้ำๆ ที่ทำเอานอนหน้าร้อนเป็นสีระเรื่อปริญญ์เป็นเพียงคนเดียวในชีวิต ที่รู้จักร่างกายเธอดียิ่งกว่าผู้ใด การเคลื่อนไหวอย่างรู้ใจและแสนจะช่ำชอง มันพร้อมจะหลอมละลายกายที่เกร็งสั่น ให้ปวดมวนไปทั่วร่างด้วยความกำซาบฝ่ามือเจ้าเล่ห์ปาดฉวัดเฉวียนเฉียดผ่าน แต่ไม่แตะต้องเพชรเม็ดงามที่ฉ่ำลื่นจนเจ้าตัวต้องถอนหายใจซ้ำซากด้วยความอึดอัด เพราะ

  • เพรงพ่าย   พี่แย่ขนาดนั้นเหรอ?

    “อย่าโกรธสิ ก็เห็นอยู่ว่าไม่ได้มีอะไร”“นอนเถอะ จะได้พักผ่อน”“ไม่เอา จะโกรธพี่ทำไมคะ” กิดากานต์ที่ตามอารมณ์กันไม่ทัน ตามไปเขย่าตัวคนแข็งทื่อด้วยความท้อแท้ใจ“ไม่ได้โกรธ”“แล้วที่ทำอยู่นี่เรียกว่าอะไรคะ”

  • เพรงพ่าย   ก็แค่ช่างมัน

    “บางทีคีย์ก็กลัวพี่นะคะ ถ้าไม่คิดอะไร หยุดทำแบบนี้เถอะ” ปริญญ์กัดฟันพูดแต่ละคำออกมาได้อย่างยากลำบาก แต่อีกคนกลับเอาแต่ส่ายหน้าเป็นเด็กๆ“อูน จะต้องให้คีย์ทำยังไง บอกมาสิ”“แค่ตอบมาหน่อยว่าทำไมป้าต้อยต้องว่าพี่ พี่เคยทำร้ายอะไรคีย์เหรอ”

  • เพรงพ่าย   แทนกันไม่ได้

    “ไม่ใส่เหรอ” ปริญญ์ถามออกไปตรงๆ ขณะที่มือพยายามลูบคลำถึงสิ่งที่เข้าใจตรงกัน เพราะทันทีคนที่ถูกถามก็พยักหน้าเนือย แต่ไม่กล้าสบตากัน“ดูแลตัวเองบ้างสิ”“ไม่ใส่แล้วมันเกี่ยวตรงไหน”“เปล่า...มันผอมเกินไป” ปริญญ์บอกเสียงดุพอๆ กับสายต

  • เพรงพ่าย   ทำอย่างกับไม่เคยเห็น

    “หรือถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา ก็จะหาทางงัดเข้าไปช่วยเอง”“ไม่ล็อค...”ได้ยินแล้วปริญญ์ก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดจนอกยก คำสั้นๆ ที่ปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง มันทำให้เธอแทบระงับอาการตัวเองไม่ไหว แต่มันไม่ใช่ที่ไม่ใช่ทางไม่ใช่เวลา เธออยากจะท

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status