LOGINก๊อก ๆ
ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย "ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธหรือแสดงกิริยาอาการใด ๆ ที่บ่งบอกว่ากำลังรู้สึกไม่พึงพอใจกับการกระทำของอีกฝ่าย "แล้วนี่มันไปไหนแล้ว" "ฮึก...รปภ. จับตัวเขาออกไปแล้วค่ะ มินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะกลับมาทำร้ายมินอีกเมื่อไหร่ ฮึก มินไม่มีใคร มินมีแค่ไตรคนเดียว ไตรอยู่เป็นเพื่อนมินนะคะ มินกลัว" หล่อนเอ่ยวาจาเดิมวกไปวนมา น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกว่ากำลังหวาดผวากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาก "ครับ มินไม่ต้องกลัวนะผมจะปกป้องมินเอง" เขาให้คำมั่นสัญญา เหตุการณ์เดิมสะท้อนเข้ามาอีกรอบ...ภาพความทรงจำในวันวานที่เขาเคยปกป้องมินตราจากไอ้พวกโจรที่มุ่งหมายจะกระทำย่ำยี ตอนนั้นเขาก็กอดมินตราแบบนี้ ลูบหลังเธอแบบนี้ และให้คำสัญญาแบบนี้ "ฮึก...ขอบคุณนะคะไตร ไตรดีกับมินไม่เคยเปลี่ยนเลย" มินตราแหงนหน้าขึ้นมาแล้วค่อย ๆ โน้มเข้าไปจนได้ยินเสียงลมหายใจซึ่งกันและกัน จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดประกบติดกันหวนรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งก่อน ทว่าจู่ ๆ ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงแว๊ด ๆ ของพลอยปภัสก็ดันโผล่เข้ามาชั่ววูบหนึ่งทำให้เขาสะดุ้งตัวแล้วขยับออก กูจะนึกถึงหน้าผู้หญิงคนนั้นทำไมวะ! คงเป็นเพราะคิดว่าหากพลอยปภัสมาเห็นภาพนี้ก็คงจะมีลักษณะทีท่าเหมือนในห้วงความคิดเมื่อครู่ละมั้ง ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือจากนี้ทั้งนั้น "เดี๋ยวผมทำแผลให้นะ กล่องยามีไหม" ไตรฉัตรชวนเปลี่ยนเรื่อง "มีค่ะ อยู่หลังทีวีค่ะ" มินตราพยายามเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมาจนเกินงามว่าเธอกำลังรู้สึกขัดใจและเสียดายที่ไม่ได้จูบกับเขาเมื่อครู่ เพราะหากมันเกิดขึ้นเธอก็จะปล่อยตัวปล่อยกายเลยเถิดเผื่อว่าเขาจะคิดถึงน้ำพริกถ้วยเก่าที่เคยสุขสมด้วยกันแล้วลืมแม่พลอยปภัสดาราจอมวีนอะไรนั่น "ครับ" เมื่อได้กล่องยามาแล้วเขาก็ค่อย ๆ เช็ดเลือดและทำแผลให้กับมินตรา "นึกถึงเมื่อก่อนนะคะตอนที่มินหกล้มแล้วไตรก็คอยเป่า คอยโอ๋ คอยกอดมิน" หล่อนพยายามพูดรื้อฟื้นเพื่อรำลึกความหลังระหว่างเรา "..." เขาเงียบ "ไตรนี่แสนดีเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ เลยนะคะ" แสนดีแต่กลับทิ้งเขาไปคบกับไอ้หนุ่มฝรั่งนั่น! ผู้หญิงนี่เป็นอะไรกันไปหมด เขาไม่เข้าใจเลย "มินยังรักไตรอยู่นะคะ มินคบกับจอห์นไม่เคยมีความสุขเลย มินเพิ่งจะรู้ตัวว่ามินไม่เคยรักเขาเพราะจริง ๆ แล้วมินยังคิดถึงไตรอยู่ตลอดเวลา" หล่อนเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนหน้าขาของไตรฉัตรแล้วออกแรงลูบไล้เบา ๆ ก่อนอีกฝ่ายจะแหงนหน้าขึ้นมาจนสายตาสบกันพอดี "..." "ไตรคะ" มินตรากระเถิบตัวเข้าไปแนบชิดใกล้ สองแขนเรียวยาวเลื่อนขึ้นคล้องท้ายทอยแกร่งเอาไว้แล้วดันศีรษะเขาเข้ามาจนปลายจมูกชนกัน "มินรู้ว่าไตรก็ยังไม่ลืมมินใช่ไหมคะ" "..." ไตรฉัตรก็ยังคงนั่งเงียบดังเดิม เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อมมินตราตอนนี้มันเรียกว่าอะไรแต่เขาเป็นห่วง ร้อนรนใจแทบขาดตอนที่ได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือเจือปนเสียงสะอึกสะอื้นเล็ดลอดผ่านสายโทรศัพท์เข้ามา เขาเคยมั่นใจ เคยตั้งปฏิภาณกับตัวเองว่าจะไม่รักผู้หญิงคนนี้ จะตัดใจจากเธอแล้วเดินก้าวไปข้างหน้า ต่อให้เธอจะหวนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งเขาก็จะทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจสารทุกข์สุขดิบในชีวิตคือจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่าง แต่เอาเข้าจริง พอมินตรากลับมาจริง ๆ เขากลับทำไม่ได้สักอย่าง เขาไม่สามารถใจร้าย ไม่สามารถใจแข็งหรือด้านชาต่อความเสียใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่เคยมีความอดทนมากเพียงพอในเรื่องนั้น มินตรายิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนริมฝีปากเข้าไปทาบทับริมฝีปากของเขาแล้วเราก็จูบกันอยู่ครู่ใหญ่หวนรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งก่อนสมัยยังคบหากัน เธอบดเบียดละเมียดละไมดูดดื่มความรู้สึกโหยหาถึงกัน พยายามชำแรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย เลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผงอกแกร่งกำยำเพื่อเร้าอารมณ์แล้วสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวสีกรมสัมผัสความแข็งแน่นของมัดกล้ามที่อัดแน่นอยู่ทุกอณูขุมขน ทางฝั่งของพลอยปภัส พอเธอได้รับสายและการรายงานข่าวจากโก๋ เธอก็รีบคว้ากุญแจรถ BMW คันหรูแล้วมุ่งหน้ามายังคอนโดของอีมินตราทันที ระหว่างทางที่เดินขึ้นมาสืบสาวราวเรื่องก็พอจะรู้โดยสังเขปว่านางเป็นคนรักเก่าของไตรฉัตรที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วนางก็ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศก่อนจะเปิดตัวคบหากับผัวฝรั่งโดยที่ยังไม่ได้บอกเลิกเขา เขาก็เลยเจ้าชู้ประตูดินมาจนถึงทุกวันนี้ "น้องพลอยใจเย็นนะคะ พี่ว่ามีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า การใช้อารมณ์ และการใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกเสมอไป" คีรินเองก็พยายามพูดเกลี้ยกล่อมพลอยปภัสให้ใจเย็นลง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้บนใบหน้าคมเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตพร้อมจะเข่นฆ่าคนที่เข้ามายุ่งกับของรักของหวงได้ทุกเมื่อ "สำหรับอีหน้าด้านนั่นค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จามันใช้ไม่ได้ผลหรอกค่ะ คนหน้าด้าน ๆ ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้านก็ต้องโดนตบเท่านั้นถึงจะสำนึก" ตอบพลางขาเรียวยาวครบก้าวสับ ๆ พรวดพราดไปด้วย ในใจของเธอนี่ร้อนรนแทบระเบิดออกมาอยู่รอมร่อแล้ว มันร้อนเป็นไฟ สุมอยู่กลางอก หากไม่ได้ระบายตอนนี้มีหวังคงตายก่อน "แต่พี่ว่า เอ่อ..." "หยุดค่ะพี่คิริน ถ้าเกิดเมียพี่คีรินเนี่ยมาหาแฟนเก่าถึงคอนโดบ้าง พี่คีรินจะทนค่อยพูดค่อยจาไหวอยู่ไหมล่ะคะ" เธอชักจะรำคาญกับคีรินเต็มทีไม่รู้ว่าคบหากับใครฉันได้อย่างไรนิสัยถึงต่างกันสุดขั้วขนาดนี้ "ครับ" เขาปิดปากเงียบกริบ "ไฟท์เลยน้องพลอย ตบให้เลือดกลบปากไปเลย อย่าไปยอม ผัวของเราใครหน้าไหนมันก็แตะไม่ได้ทั้งนั้นถูกไหม ต่อให้เป็นแฟนเก่าแล้วไง เลิกกันไปแล้วมีสิทธิ์อะไร!!!" คิรินเป็นฝ่ายห้ามส่วนโก๋และธามไธยุยงใส่ไฟเต็มที่ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ค่อยชอบหน้ามินตราอยู่แล้ว จะเรียกว่าใช้พลอยปภัสเป็นเครื่องมือในการล้างแค้นเธอก็ไม่สนใจเพราะแค้นนี้เธอก็ได้ชำระด้วยเหมือนกัน ถือเสียว่าวิน ๆ กันทั้งคู่ "ห้องนี้แหละค่ะ" โก๋จำได้ มันเป็นห้องเดิมของมินตราที่ไอ้ไตรฉัตรเคยซื้อให้สมัยคบหากันอยู่ ก๊อก ๆ! ก๊อก ๆ! "น้องมินใจเย็น ๆ สิครับ เคาะแรงขนาดนี้เดี๋ยวข้างห้องก็เปิดประตูออกมาด่าหรอก" "ก็ออกมาสิคะพลอยจะด่าแม่ให้เหมือนกัน ผัวไปอยู่กับแฟนเก่าให้ยืนสงบนิ่งท่องนะโมสามจบอยู่หรือยังไงบ้าบอ" ทั้งสามคนกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ขบเม้มริมฝีปากรีบถอยหลังไปยืนเรียงกันแล้วใช้สองฝ่ามือประสานไว้กลางกายแล้วปล่อยให้องค์แม่ที่ประทับร่างพอประภัสอยู่ตอนนี้เฉิดฉายเต็มที่ "ใครคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก พลอยประภัสไม่สนใจห่าหิวอะไรทั้งสิ้นกระโดดขึ้นถีบขาคู่ใส่ร่างมินตราจนล้มหงายลงไปกองอยู่บนพื้น "อีหน้าด้าน!!!"พลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค







