Mag-log inพลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้
(ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชายคนนี้เป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตของพลอยปภัส เธอไม่เคยมีความรักกับใครหน้าไหนมาก่อน จนกระทั่งยินยอมเปิดใจให้ไตรฉัตร สุดท้ายความสัมพันธ์ก็จบลงรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน (เดี๋ยวเจ๊ไปเดี๋ยวนี้) ตู้ด ๆ จากนั้นสายก็ถูกตัดไป "เจ๊!" ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงเจ๊นัตตี้ก็มาถึง จากนั้นพลอยปภัสก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับอีกฝ่ายฟัง "อีเหี้ย!!!!" โมโหจนเลือดขึ้นหน้า โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแทนน้องสาวที่โดนกระทำจนถึงขนาดนั้น "นี่ฉันคิดว่าไอ้ไตรนั่นมันเลวแล้วนะ แต่พอได้ฟังจากแกโคตรเลว อภิชาติเลว ปรมาอาจารย์เลวเลย!" "ฉันมันโง่เองเเหละเจ๊" "ไม่เป็นไรนะยัยพลอย แกมีค่าพอที่จะคู่ควรกับผู้ชายดีที่ดีกว่าไอ้สารเลวนั่น เฮงซวย!" เจ๊นัตตี้โผตัวเข้าไปโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แล้วใช้ฝ่ามือลูบแผ่นหลังเรียบเนียนเบาๆ "เจ๊รู้นะว่าแกเสียใจมาก แกอาจพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ทำตัวสดใสร่าเริงเหมือนแกไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น แต่แกร้องไห้ออกมาได้เลยยัยพลอย แกไม่ต้องกลัว แกไม่ต้องอาย เจ๊บอกแล้วไงว่าแกคือครอบครัวของเจ๊ เราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกันและกัน" จากนั้นแหละหญิงสาวก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่ บ่อน้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วเพราะเมื่อคืนเธอร้องไห้จนตาบวมเป่งฟกช้ำไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็ไหลทะลักเออออกมาราวกับเขื่อนแตกอีกครั้ง "ฮื่อ...เจ๊ ฮึก...เขาทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ฮึก ฮื่อ" มันยังเสียใจ ยังจุกอยู่ในอก "ฉันรักเขา แต่เขาบอกว่าเขาไม่เคยรักฉันตั้งแต่แรก ฮึก แล้วเขามาหลอกฉันทำไม ฉันทำอะไรผิดนักหนาเจ๊ ฉันทำอะไรผิด ที่ผ่านมาชีวิตฉันมันยังบัดซบไม่พอใช่ไหม" ตั้งแต่เล็กจนโตเธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าความสุขได้อย่างเต็มตาเต็มกลืนหรือเต็มหัวใจเสียที พอมันสุขก็สุขไม่สุด สุดท้ายก็มีความทุกข์เหนือกว่าเข้ามาขวางกั้นเอาไว้ทุกครั้ง "แกไม่ได้ทำอะไรผิดพลอย แกทำดีที่สุดแล้วแต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันสารเลว มันเฮงซวย มันบัดซบมันอุบาทว์ชาติชั่ว" ว่าพลางก็ลูบหลังไปด้วย ร่างบางสั่นโยกสั่นคลอนทำให้หัวใจของคนที่อยู่ด้วยกันมาเนิ่นนานหลายปีกระเตื้องแปลก ๆ "เข้าใจไหมว่ามันชิงหมาเกิด นรกส่งมันมาเกิด มันเหี้ย มันเป็นตัวเงินตัวทองหรือไม่มันก็เป็นเปรตที่ออกมาก่อนเดือนสิบ แกอย่าไปสนใจมันเลย" "ฮื่อ...ฮึก..." ทั้งสองปลอบกันอยู่นานสองนานพลอยปภัสร้องไห้จนแทบไม่เหลือน้ำตาสักหยด มันมีแต่ความเจ็บจุกอยู่กลางอก "เก็บของเถอะ" เธอเก็บข้าวเก็บของทุกชิ้นที่เคยขนมาใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ ดวงตาเหม่อลอยมองบรรยากาศรอบห้องที่ยังคงเต็มไปด้วยภาพความทรงจำระหว่างสองเรา ภาพที่เธอและเขาเคยมีความสุขร่วมกันด้วยบทเซ็กซ์ที่เราสามารถตอบสนองและมอบความสุขให้แก่กันได้โคตรดี ตอนนี้มันเลือนลางเหลือแค่ความทรงจำที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเคยเกิดขึ้นที่นี่ล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น...สินะ คำบอกรัก คำหวานคำสัญญาตอแหลตะหลบตะแลงนั่นไม่เคยมีความจริงอยู่เลย "ครบยัง" "คงจะครบแล้วนะเจ๊" "พวกของสดในตู้เย็นนี่ใครเป็นคนซื้อ" เจ๊นัตตี้เดินออกมาถามคนที่กำลังนั่งคิดถึงภาพวันเก่า ๆ ด้วยสายตาละห้อย "ฉัน แต่เสียดายนะยังทำไม่หมด" "ทุกอย่างในห้องครัวก็คือแกซื้อใช่ป่ะ" "อื้ม" เธอพยักหน้า "งั้นก็เก็บให้หมด" เจ๊นัตตี้เอาถุงออกมาแล้วก็เก็บกวาดข้าวของในห้องครัวไม่ว่าจะเป็นพวกผักของสด ของดิบหรือพวกอาหารแปรรูปหมด "เจ๊!" "ก็ไม่ต้องแดกให้มันไปซื้อเอาเอง ไหน มีอะไรอีกที่แกเป็นคนซื้อ" หล่อนกวาดสายตามองไปรอบห้อง ชิ้นไหนที่มันดูมีสไตล์ไม่ใช่สีโทนดำอย่างวันแรก ๆ ที่พลอยปภัสเคยเล่าให้ฟัง หล่อนก็เก็บหมดไม่เหลือวางไว้สักชิ้น "ไปกันเถอะเจ๊" แกร๊ก! ไตรฉัตรเปิดประตูเข้ามา ตั้งใจจะพูดคุยและเคลียร์กับพลอยปภัสให้รู้เรื่อง ยอมรับว่าเมื่อคืนเขาโมโหและหัวเสียมากไปหน่อยก็เลยพลั้งปากเผลอพูดจารุนแรงใส่เธอ แต่ภาพที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็ดันปรากฏอยู่ตรงหน้า ข้างกายร่างเล็กเต็มไปด้วยข้าวของและกระเป๋าเดินทางหลายใบ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น "ทำอะไร" เจ๊นัตตี้เมื่อเห็นหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่มีเค้าของความสำนึกผิดเลยสักนิดก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ รีบเดินสับ ๆ เข้าไปกระโดดขาคูาแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างแรง "ไอ้สารเลว!!!! แกทำแบบนี้กับน้องฉันได้ยังไง ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ไอ้สัตว์!!!" ฝามือสองฝ่ามือบีบเข้าที่ลำคอของไตรฉัตรถึงแม้ร่างกายหล่อนจะเป็นหญิงแต่พละกำลังก็ยังคงเป็นชายจึงทำให้ไตรฉัตรแทบจะหายใจไม่ค่อยออก ดวงตาเหลือกลานเหมือนคนใกล้ตาย "เจ๊! เจ๊พอแล้ว" หญิงสาวรีบเข้าไปห้ามปรามแล้วดึงตัวเจ๊นัตตี้ออกมา "แกจะมาห้ามฉันทำไม ลืมแล้วเหรอว่าไอ้เหี้ยนี่มันทำอะไรกับแกไว้บ้าง แกจะสงสาร จะเป็นห่วงมันเพื่ออะไร!!!" เจ๊นัตตี้เหวใส่เสียงดังพร้อมกับหันไปจ้องตาถลนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ "ฉันแค่ไม่อยากให้เจ๊ไปยุ่งกับเขาอีกก็เท่านั้น..." "นี่น้องพลอยจะไปไหน" "ก็ไปจากผู้ชายเฮงซวยแบบแกไงไอ้ไตรฉัตร! ผู้ชายเหี้ย ๆ แบบนี้สมควรไปเอากระโปรงแม่มานุ่งไป้" หล่อนไม่มีให้พลอยปภัสได้อ้าปากก็สวนกลับไป "เฮ้ยนี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!" "นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับสิ่งที่แกทำกับน้องสาวฉัน โคตรสารเลวเลย ถ้าไม่ได้รักไม่ได้คิดจริงจังตั้งแต่แรกแล้วมาทำให้มันรัก มาทำให้มันรู้สึกดีด้วยทำไม ถ้าเกิดเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับแม่กับน้องสาวแกบ้าง แกจะรู้สึกยังไง!!" เจ๊นัตตี้เดือดดาลแทบคลั่ง ไม่ว่าใครก็ไม่สมควรพบเจอกับเหตุการณ์อุบาทว์แบบนี้ทั้งนั้น แล้วยิ่งโดยใช้เฉพาะนังตัวดีพลอยปภัสน้องสาวที่หล่อนรักเหมือนน้องในไส้ ไตรฉัตรหน้าชา ตั้งแต่เล็กจนโตตั้งแต่ที่เขาเข้าวงการเพลย์บอยคั่วฟันผู้หญิงทิ้งมาแล้วนัดต่อนัดไม่เคยมีใครมายืนด่าเขาฉอด ๆ จนทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเองขนาดนี้มาก่อน เขาไม่เข้าใจแล้วกูผิดอะไร ก็แค่กูไม่ได้รัก กูแค่อยากได้เฉย ๆ ไม่ได้อยากผูกมัด แต่พลอยปภัสเองไม่ใช่เหรอวะที่ใช้สถานการณ์มัดตัวกูเอาไว้บีบบังคับให้กูตบกระไดพลอยโจนเนี่ย แล้วพอมันเกิดเรื่องขึ้นจะโทษว่าเป็นความผิดของกูฝ่ายเดียวได้ยังไง "ไปกันเถอะเจ๊" สองคนช่วยกันลากกระเป๋าออกไป แต่ในจังหวะที่พลอยปภัสกำลังเดินสวนกับไตรฉัตรเขาก็คว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้แล้วเอ่ยถามเธอย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "น้องพลอยจะไปจริง ๆ เหรอ น้องพลอยไม่รักพี่แล้วเหรอคะ" "ไอ้!" เจ๊นัตตี้ทำท่าจะอ้าปากด่า ทว่า เพี๊ยะ!!!!! ฝ่ามือเล็กของหญิงสาวฟาดลงบนใบหน้าเขาอย่างแรง "ไอ้ชั่ว! คุณนี่มันสารเลวกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เลยนะ ชาตินี้อย่าได้เจอะอย่าได้เจอกันอีกเลย ผู้ชายเฮงซวยแบบคุณไม่มีทางสมหวังในความรัก จะว่าไปคุณกับอีหน้าด้านนั่นก็ดูเหมาะสมกันดีนะคะ เหมือนผีเน่ากับโลงผุ!" ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะก้าวขาออกไป ทว่า "อ้อ! ลืมไปค่ะ" เหมือนคล้ายกับหลงลืมบางสิ่งบางอย่างจึงเดินกลับเข้าไปในตัวห้องคอนโด เพล๊ง!!! โทรทัศน์จอแบนขนาดสี่สิบสองนิ้วถูกแรงทั้งหมดของพลอยปภัสผลักหล่นลงบนพื้นจนแตกละเอียด "พลอย!!!" เขากำลังจะเข้าไปห้ามแต่อีเจ๊นัตตี้นี่เข้ามารั้งเอาไว้ ดูตัวเล็ก ๆ แต่แรงเยอะชิบหาย "เอาเลยยัยพลอย!!!" "ขอล้างแค้นก่อนไป ส่งท้ายให้พี่ไปจำพลอยไว้จนวันตายก็แล้วกันนะคะ" พลอยปภัสอาละวาด เจ้าแม่กาลีประทับร่าง ขว้างปาข้าวของมีค่าทั้งหมดเขวี้ยงทิ้งจนแตกละเอียด หยิบมีดปลายแหลมขึ้นมากรีดโซฟาที่เขารักนักรักหนาจนขาดยู่ยี่ไม่เหลือชิ้นดี "บ๊าย! บุ้ยย" มาทำจนสะใจแล้วก็เดินออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "พลอย!!! เออ ไปซะได้ก็ดีผู้หญิงแบบเธอฉันก็ไม่อยากเอาทำเมียเหมือนกัน โธ่เว้ยยยยย"ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







