LOGINไตรฉัตรพยายามเร้าอารมณ์พลอยปภัสเต็มที่ และดูเหมือนตอนนี้เธอก็กำลังเคลิบเคลิ้ม พร้อมที่จะตกเป็นของเขาตั้งแต่ตอนยืนจูบกันริมระเบียงแล้วเหมือนกัน
แต่ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจ สาเหตุอะไรที่พลอยปภัสยังรั้งเวลา ไม่ยอมให้เขาเอาเสียที กูปริจะแตกแล้ว ลูกชายตุงตั้งแต่ตอนเห็นเธอก้มและร่องนมโผล่โน่น! พูดตามตรงเลย พลอยปภัสเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาต้องใช้ความพยายามความอดทนและระยะเวลาที่โคตรยาวนานขนาดนี้ หากเป็นคนอื่นดีลกันไม่ถึงห้านาทีก็ได้สอดใส่แล้ว แต่นี่! กี่เดือน กี่วัน กี่ชั่วโมง กี่นาทีที่กูต้องรอ คืนนี้แหละกูจะทบต้นทบดอก เอาให้คุ้มกับระยะเวลาที่ต้องสูญเสียไป มาถึงจุดนี้ต่อให้ไม่ให้เอากูก็จะเอา "พี่ไตร...แต่เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะคะ" พลอยปภัสดันมือเขาออก เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ระหว่างเธอและเขาเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ไม่สามารถระบุสถานะได้ว่ากำลังอยู่ในขั้นไหน แล้วจะมีอะไรต่อมิอะไรกันยังไง ไตรฉัตรข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปเกี่ยวเส้นผมยาวสลวยแล้วลูบเบา ๆ ทั้งที่ภายในใจแทบคลั่ง "น้องพลอย แต่น้องพลอยก็ชอบพี่ไม่ใช่เหรอคะ" อย่าถามเรื่องนี้ พูดจบก็ไล่ลงไปคลอเคลียลำคอขาวระหง สูดดมกลิ่นกายหอม บีบคลึงเอวคอดกิ่วเบา ๆ อย่างอดใจไม่ไหวเพราะตอนนี้อารมณ์เขามาเต็มที่แล้ว แต่ดูเหมือนพลอยปภัสทำสิ่งที่มันโคตรขัดใจเขา ด้วยการใช้ฝ่ามือดันร่างกายแกร่งที่กำลังบดเบียดเสียดสีอยู่ให้ออกห่าง "พลอยชอบพี่ไตรก็จริง แต่พลอยไม่ใช่ผู้หญิงที่พี่ไตรเคยเจอหรือเคยดีลด้วยที่จะยอมนอนกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะ" พลอยปภัสใช้สายตาเอาจริงเอาจังจับจ้องมายังเขา ลำคอตั้งตรง หลังแอ่น บ่งบอกถึงความมั่นใจและลักษณะนิสัยค่อนข้างถือตัวตามสไตล์ผู้หญิงที่หัวแข็งพอสมควร "พลอย พี่ไม่ไหวแล้ว" ไตรฉัตรเร้าหรือ ลูบไล้เนินขาขาวเนียน ใช้สายตาใบหน้าความน่าหลงใหลเย้ายวนใจที่มันมักจะใช้ได้ผลต่อผู้หญิงทุกคนกับพลอยปภัสอีกครั้ง เผื่อมันจะสามารถทำให้เขาไม่ต้องตอบคำถามพวกนี้ "พี่ไตร พลอยไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่พี่เคยเจอ พลอยรักศักดิ์ศรีของพลอย ถ้าพี่ไม่ให้ความชัดเจนกับพลอย พี่ก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวพลอยทั้งนั้น" พลอยปภัสยังคงยืนยันเสียงแข็ง ยืนกรานที่จะเรียกร้องสถานะของตนเองจากไตรฉัตร แม่ง! เขานี่โคตรหัวเสียเลย "พลอย..." ไตรฉัตรทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่อออดอ้อนอีกฝ่าย กระพริบตาถี่ ๆ แล้วซบลงบนเนินอกนุ่ม ไอ้เชี้ย! โคตรใหญ่ เขาไม่ได้สนใจเสียงพูดของพลอยปภัสทั้งนั้น เพราะตอนนี้สายตาเขากำลังจับจ้องไปยังอกใหญ่ ๆ พลางคิดจินตนาการว่าตนเองกำลังใช้ฝ่ามือบีบขยำแรง ๆ จนเนื้อขาวเนียนแดงเถือกตามรอยง่ามนิ้วทั้งห้า น้ำลายย้อย! อยากจะงับ งับ งับยอดหัวจุกให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ดูสิว่าคราวนี้พลอยปภัสจะยังขัดขืน ต่อต้านเขาไหวอีกหรือเปล่า เขาเห็นมาแล้วนัดต่อนัด ปากดี ปากแซ่บ แต่พอได้เจอสกิลลิ้น นิ้วเรียวยาวควงร่อน สะโพกระดับห้าจีของเขาก็อ่อนระทวย พี่ไตรคะ พี่ไตรขาเหมือนกันหมด "พี่ไตร" พลอยปภัสเริ่มเสียงแข็งขึ้นมา "ถ้างั้นพลอยกลับนะคะ" เธอทำท่าจะลุกหนี ทว่ามันเลยเถิดมาจนถึงขั้นใกล้จะสอดใส่เต็มที ซ้ำตอนนี้อารมณ์เขามันก็แล่นพลุ่งพล่านทั่วร่าง หากจะให้รออีกแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีเดียวเขาคงได้ผูกคอตายก่อน "ว่ายังไงคะ?" บีบกูจัง! แล้วมีทางเลือกให้กูไหมล่ะ กูอดทนรอมาตั้งกี่เดือนกูไม่ยอมให้มันสูญเปล่าหรอก ยังไงเสียกูก็จะต้องได้ทบต้นทบดอกคืนบ้าง คนอย่างไอ้ไตรฉัตรไม่มีทางทำอะไรไม่หวังผล หว่านพืชหวังผล หว่านคนก็ต้องหวังเอาสิวะ! ทนคุยทำไมถ้าจุดหมายปลายทางไม่ได้เย เขาว่ามันเสียเวลา "ครับ เราเป็นแฟนกัน พี่เป็นแฟนน้องพลอย น้องพลอยเป็นแฟนพี่" ไตรฉัตรจำใจตบปากรับคำเออ-ออตามน้ำไปก่อนเพื่อให้ค่ำคืนนี้ดำเนินไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรเสียจะสลัดทิ้งทีหลังก็ไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นอะไรสำหรับคนแบบไอ้ไตรฉัตร ผู้ชายจอมเจ้าชู้ กะล่อน ปลิ้นปล้อน หลอกลวง คาสโนว่าเรียกพ่อ พูดจบก็มุดหน้าลงบนร่องอวบอิ่มทันที ทั้งหอม ทั้งซอก ทั้งไซร้ ฝ่ามือบีบนวดคลึงอยู่ใต้ราวนม รอจังหวะเหมาะเจาะก็หมายจะพุ่งเข้าใส่ทันที "สัญญานะคะว่าพี่ไตรจะมีแค่พลอยคนเดียว" เธอรู้ชื่อเสียงเรียงนามของไตรฉัตรดีว่าเป็นอย่างไร แต่เธอก็คาดหวังกับเขาเอาไว้มาก จึงพยายามใช้สถานะผูกมัดเพราะมันจะเป็นหลักค้ำประกันว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวเขา ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขาวันไนท์สแตนน้ำแตกแยกย้าย เธอรักไตรฉัตร ต่อให้เมื่อครู่เขาจะไม่ให้สถานะกับเธอ เธอก็คงยินยอมเป็นของเขาอยู่ดี... "สัญญาค่ะ" วินาทีนี้ไม่ว่าจะให้เขาพูด ให้เขาสัญญา หรือทำอะไรเขาก็ยอมทั้งสิ้น "และ..." พลอยปภัสทำท่าจะอ้าปากพูดต่อ ไตรฉัตรนึกรำคาญจึงเลื่อนขึ้นไปประกบ ใช้ริมฝีปากดูดดึงบทเบียดจูบเข้าหาเธอจนเสียงพวกนั้นหายไป เสียงที่เขาอยากจะได้ยินมากที่สุดในตอนนี้นั่นก็คือเสียงร้องเสียงครางของพลอยปภัสมากกว่า "อื้ม..." หญิงสาวร้องครางในลำคอ ฝ่ามือร้ายเลื่อนกระตุกเชือกสายเดียวปลดเปลื้องมันออก มันเป็นเนื้อผ้าลื่น ๆ เขาจึงรูดมันลงไปกองอยู่ที่สะโพกได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก พลอยปภัสทำทีท่าเหมือนว่าไม่ยินยอมพร้อมใจจะตกเป็นของเขา แต่กลับเตรียมเนื้อเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี สวมใส่เสื้อผ้าที่มันถอดง่าย ด้านในปกปิดเพียงแผ่นแปะจุกแผ่นเล็ก ๆ ที่เขาใช้ปลายนิ้วสะกิดก็หลุดออกแล้ว แถมจากที่เขาสัมผัสเมื่อครู่ชั้นในตัวล่างเป็นจีสตริงลายลูกไม้ นั่นไม่ได้บ่งบอกว่าพลอยปภัสเองก็เตรียมพร้อมสำหรับการตกเป็นของเขาด้วยเหรอวะ! ทำเป็นเหมือนต่อต้าน เล่นตัว รักเกียรติรักทรัพย์สินเป็นกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้วกายก็คงสั่นระริกอยากนอนแบอ้าขาให้เขาเต็มที วันนี้เขาก็จะสนองให้อย่างสาสมแก่ใจจนคุ้มค่ากับระยะเวลาหลายเดือนที่เขาต้องสิ้นเปลืองไป "พี่ไตร อื้อ..." แม่ง! สวย สวยไปหมด ฝ่ามือเขาไล่ลูบไล้เนื้อขาวเนียนด้วยสายตาโลมเลียหมายจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว เรือนร่างบอบบางเปลือยเปล่าไร้ซึ่งเศษผ้าปกปิดเผยความงดงามสนองกิเลสตัณหาไตรฉัตร "สวย สวยมาก" ไตรฉัตรจ้องร่างบางตรงหน้าตาเป็นมัน พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ก่อนจะรีบโถมเข้าไปตะปบริมฝีปากเข้างับเม็ดเชอร์รี่สีชมพูระเรื่อที่ถูกแต่งแต้มอยู่บนเนื้ออวบอูมขนาดใหญ่โตเกินกว่ามือ "พี่ไตร..." เธอเขินอายจนแทบจะซุกแผ่นดินอยู่แล้วเขาก็ยังไม่หยุดพูดจาและใช้สายตาลามกแบบนั้นจ้องมองเรือนร่างเธออย่างโจ่งแจ้งเสียที "อ๊า อื้อ! อ๊ะ อื้อ" เสียงหวานร้องครางกระเส่ายามที่เขาใช้ริมฝีปากดูดดึงยอดรอยป้านสีหวาน สลับกับปาดเลียรอบ ๆ ฐาน ส่วนฝ่ามืออีกข้างบีบขยำคลึงเบา ๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ "ชอบไหมคะ?" เขาแหงนหน้าขึ้นไปถาม ก่อนมุดหน้าซุกกลับลงกลางร่องอ่วมอิ่มดังเดิม ลากเลียไปมาด้วยความเสื่อมกระหายจนเนินเนื้อขาวเนียนฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำลายจากเขา ริมฝีปากยังคงซุกซนเล่นสนุกอยู่กับความใหญ่โตที่โคตรนุ่มนิ่ม ส่วนฝ่ามืออีกข้างไล่ลงไปจับสองขาเรียวยาวให้อ้าออกแล้วค่อย ๆ ส่งปลายนิ้วเรียวถูไถร่องกลีบกุหลาบงามผ่านจีสตริงลายลูกไม้เบา ๆ "อื้อ อ๊ะ อื้อ พี่ไตร" ยิ่งได้ยินเสียงหวานร้องกระสับกระส่าย ใบหน้าบิดเบ้เพราะความเสียวซ่าน ปฏิกิริยาตอบสนองที่กำลังร่อนสะโพกสู้กับปลายนิ้วเรียวของเขาตามสัญชาตญาณนั้นยิ่งทำให้ไฟร่านที่มันอยู่ในกายเขาลุกโชน! ถึงจุดนี้ไตรฉัตรกล้าพูดกล้ายืนยันได้เต็มปากแล้วว่าพลอยปภัสเป็นผู้หญิงที่สวยไร้ที่ติที่สุดตั้งแต่ที่เขาเคยเจอมา แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะสามารถทำให้ผู้ชายจอมกะล่อน รักอิสระอย่างไตรฉัตรยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาล่มหัวจมท้ายด้วยได้อยู่ดีพลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค







