Masukปั้ง!!!!
ชายหนุ่มปิดประตูรถอย่างแรงแล้วกระแทกสะโพกเข้ามานั่งในเบาะฝั่งคนขับก่อนจะหันไปจ้องมองพลอยปภัสที่กำลังนั่งกอดอกส่งเสียงจิจ๊ะน่ารำคาญอยู่ข้าง ๆ "เมื่อไหร่จะเลิกบ้าสักที!!" "นี่พี่ไตรว่าพลอยบ้าเหรอคะ" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองคนที่กำลังจะสตาร์ทรถออกจากใตห้างสรรพสินค้าชื่อดัง "ถ้าไม่บ้าคงไม่กล้าทำเรื่องน่าอายแบบนั้นหรอกพลอย นี่พี่ถามหน่อยเถอะพลอยใช้อะไรคิดห๊ะถึงได้เข้าไปตบมินเขาน่ะ!" ถามพลางไตรฉัตรก็ขับรถไปด้วย แต่จากน้ำเสียง สีหน้า ท่าทีแล้วบ่งบอกว่าเขากำลังไม่พอใจพฤติกรรมของพลอยปภัสเมื่อครู่มาก เขาโมโหเธอเพราะผู้หญิงคนนั้น! "ทำไม ทำไมพลอบจะตบมันไม่ได้ในเมื่อมันมายุ่งกับแฟนพลอย มันมาเกาะแกะพี่ไตร แล้วพี่ไตรจะให้พลอยยืนมองแล้วยิ้มหน้าระรื่นที่แฟนของพลอยเดินควงกับผู้หญิงคนอื่นกลางห้างเนี่ยนะคะ" หญิงสาวโต้สวนกลับไปด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง ภายในแววตาของเธอร้อนผ่าวแทบจะเผาไหม้เพราะความรู้สึกโมโหหงุดหงิด "แต่มันก็ไม่สมควรไหมพลอย" "มันก็ไม่สมควรเหมือนกันนั่นแหละที่พี่ไปควงกับผู้หญิงคนนั้นเดินกันกลางห้าง ถ้าเกิดพลอยไม่มาเห็นกับตาพลอยจะรู้ไหมว่าพลอยกำลังจะโดนสวมเขา พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง พี่ทำได้ยังไงพี่ไตร!" หญิงสาวหันหน้าไปใช้สองแขนเรียวยาวเขย่าเรือนร่างของคนที่กำลังนั่งเบาะฝั่งคนขับด้วยท่าทีใจร้อน "หยุด! พี่กำลังขับรถอยู่" เขาพยายามประคองทวงมาลัยให้ดี และต้องต่อสู้กับแรงโมโหของผู้หญิงเพศแม่อย่างพลอยปภัสด้วยอีกแรง "ก็หยุดสิ!!" เอี๊ยด!!!!! ล้อรถถูกเบรคอย่างแรงจนเสียดสีกับพื้นถนน มันทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวอย่างพลอยปภัสหัวโผล่เข้ากับพลาสติกด้านหน้า โชคดีที่เธอคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้หลวม ๆ ไม่อย่างนั้นคงเลือดอาบหน้าผากไปแล้ว "พี่ไตร!!!!" เสียงแหลมแผดใส่อีกครั้ง เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปลูบศีรษะเบา ๆ ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยแววตาคาดโทษ "นี่พี่ไตรแกล้งพลอยเหรอคะ" "เปล่านี่ พลอยบอกให้พี่จอดพี่ก็จอดแล้วจะเอาอะไรจากพี่อีก" ไตรฉัตรไหวไหล่ตอบอย่างไม่ยี่หระ เขากำลังกวนตีนเธอ! สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนนั่นทำให้พลอยปภัสยิ่งมีน้ำโหเข้าไปใหญ่ เธอพูดพร้อมกับกัดฟันจนเสียงดังกรอด ๆ "พี่ไตร...ผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร" เธอหายใจแรงจนเนื้ออูมสั่นโยกสั่นคลอนไหวกระเพื่อมตามจังหวะที่พ่นออกมา ไตรฉัตรแอบซัดสายตาไปมองเพียงคู่ก็ต้องรีบหลบหลีกกลับมาเพราะกลัวว่าจะดันมีอารมณ์ในช่วงเวลานรกแบบนี้ "เขาชื่อมินตรา เป็นเพื่อนพี่" "โกหก เพื่อนอะไรเดินซบกันจนแทบจะสิงร่างอยู่แล้ว แถมเมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นยังพูดถึงการกลับมาเป็นเหมือนเดิมอะไรสักอย่าง พี่ไตรบอกความจริงพลอยมานะไม่อย่างนั้นพลอยจะกลับไปอาละวาดยัยนั่นอีกรอบ!!" ความหึงหวงเข้าครอบงำจนทำให้พลอยปภัสหรือทำตัวงี่เง่าทำนิสัยที่ไตรฉัตรไม่ชอบมากที่สุดออกไปโดยไม่รู้ตัว เธอเหมือนกำลังข่ม กำลังทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายยอมฝ่ายอ่อนข้อให้เพียงเพราะคำพูดเอาแต่ใจนั่น ไตรฉัตรผู้ที่โดนครอบครัวสปอยล์ ตามใจมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งโตขึ้นก็คือผู้ที่ถือไพ่ king มีอภิสิทธิ์ในการตัดสินใจหรือกระทำการทุกอย่าง ทุกคนต่างยอมอ่อนข้อยอมศิโรราบให้แก่เขาเพียงเพราะอยากนอนกับเขา เขาไม่เคยตกอยู่ภายใต้ความรู้สึกที่โดนข่มแบบนี้มันจึงค่อย ๆ ลดทอนความรู้สึกปรารถนาในตัวพลอยปภัสลงเรื่อย ๆ โดยที่เธอเองก็ยังทำนิสัยเช่นเดิมต่อไปเพียงเพราะเขาไม่เคยพูด "ถ้าพลอยจะถามแล้วไม่เชื่อพี่ คราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องถาม" พูดจบไตรฉัตรก็สตาร์ทรถออกไป "พี่ไตร! พี่ไตรตอบพลอย เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง พี่อย่าชิ่งหนีแบบนี้ พี่ไตร" "..." "พี่ไตร!!!" บรรยากาศเป็นไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงคอนโด เขาเลี่ยงตัวออกมาไม่ตอบโต้หรือสนทนาต่อล้อต่อเถียงกับพลอยปภัสให้เปลืองน้ำลายเพราะรู้ดีว่าต่อให้เขาพูดอย่างไรเธอยังคงรบเร้าไม่เลิกราเช่นเดิม "พี่ไตร เรากลับมาคุยกันก่อนนะคะ! พี่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม พี่ไตร" พลอยปภัสรีบจ้ำก้าวยาว ๆ ไปขวางหน้าไตรฉัตรเอาไว้ "พี่เหนื่อย พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" เขาพยายามที่จะปลีกตัวไปทางอื่นเพื่อสงบสติอารมณ์ให้บรรเทาลง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจเธอดื้อด้านที่จะพูดจากับเขาให้รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่อารมณ์ของเราทั้งคู่ร้อนเป็นไฟ "ไม่ได้! พี่ตอบพลอยมานะ ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้กับพลอย พี่โกหกพลอยทำไม ไหนพี่บอกว่าพี่ไปเซ็นสัญญากับลูกค้า คู่ขาคู่ขายแบบไหนถึงได้เดินกระหนุงกระหนิงกันแบบนั้น!!!" สองกำก็ปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำด้วยความเสียใจและผิดหวังที่แฟนหนุ่มโป้ปดเธอเพื่อจะออกไปเจออีกคน นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเขาให้ความสำคัญกับอีกคนมากกว่าความรู้สึกของเธอหรอกหรอ! "..." ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายืนหน้านิ่งเป็นปูนปั้นปล่อยให้พลอยปภัสได้ระบายความรู้สึกขุ่นเคืองในใจออกมาตามใจชอบ "พี่ไตร! พี่ไตร ตอบพลอยมาสิคะ รับปากพลอยมาเดี๋ยวนี้แล้วพี่จะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีก รับปากพลอย!" เสียงแหลมตะคอกพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาบีบบังคับ "หยุดทำตัวงี่เง่าสักที!!!!" คราวนี้เขาเองก็โต้สวนกลับไป "พี่ชักจะรำคาญกับความเอาแต่ใจของพลอยแล้วนะ" "..." กำปั้นที่เคยทุบตีแผงอกแกร่งเมื่อครู่ค่อย ๆ หล่นลงมาอยู่แนบข้างลำตัว สีหน้าขุ่นเคืองแปรเปลี่ยนเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจผ่านแววตาคู่นั้นที่สั่นไหวมีหยาดน้ำอุ่นเอ่อคลอเบ้า "ฮึก..." ร่างบางสะอึกสะอื้น นี่เป็นครั้งแรกที่ไตรฉัตรต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายและขึ้นเสียงตะคอกใส่เธอ "พะ..พี่ไตร" "ถ้าพลอยยังบ้าอยู่แบบนี้เราก็ไม่ต้องมาคุยกัน" พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำปล่อยพลอยปภัสจมอยู่กับความรู้สึกน้อยใจเสียใจตามลำพัง "แม่งเอ่ย!!!!!" พอถอดเสื้อเสร็จเขาก็สะบัดเหวี่ยงมันทิ้งบนพื้นอย่างแรงด้วยไฟโมโหที่มันกำลังสุมอยู่กลางอก ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครกล้าทำกับกูขนาดนี้มาก่อน!! เธอพูดจาข่มบังคับให้เขายินยอมทำตามใจชอบ เอาแต่ใจ ขี้เหวี่ยงขี้วีน ชอบใช้อารมณ์มากกว่าปัญญา พอไม่พอใจก็มักจะมาลงกับเขา ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงไตรฉัตรก็เดินกลับออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยชุดคลุมอาบน้ำ "พลอยเตรียมชุดนอนไว้ให้แล้วค่ะพี่ไตร" คนที่สำนึกผิดได้และกลัวว่าจะโดนทิ้งเพราะตัวเองเผลอทำตัวงี่เง่ารีบเข้ามาเอาอกเอาใจพูดจาคะขาออดอ้อน เขาก็ชอบอยู่หรอก พลอยปภัสเป็นคนช่างอ้อนช่างเอาอกเอาใจและรู้ใจเขาไปเสียทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์บนเตียง แต่ก็มีข้อเสียที่เขาไม่สามารถทำใจยอมรับได้อยู่ไม่น้อยเหมือนกันซึ่งเมื่อก่อนเขาคิดว่ามันจะสามารถลบล้างกันได้แต่ตอนนี้คงจะต้องพิจารณาใหม่อีกทีเพราะดูเหมือนมันจะหนักข้อเข้าเรื่อยๆ "ขอบใจ" เขาตอบรับ "แต่เอาไปเก็บเถอะ พี่จะออกไปข้างนอก" "พี่ไตรจะออกไปไหนคะ" "ไปหาเพื่อน" ถามพลางก็เลือกชุดในตู้เสื้อผ้าไปด้วย ชุดพวกนี้พลอยปภัสส่งซักอบรีดให้หมดทุกตัวกลิ่นหอมโชยแถมยังจัดเซ็ตเอาไว้ด้วยซึ่งเขาเองก็ไม่ได้อะไรมากหยิบหยิบมันออกมาเพราะแต่งแล้วก็ดูดีด้วยเพราะไลฟ์สไตล์และพลอยปภัสเองก็เป็นคนแฟชั่นนิสต์อยู่แล้ว "ให้พลอยไปด้วยได้ไหม พลอยไม่เคยเจอเพื่อนพี่แบบจริง ๆ จัง ๆ สักครั้งเลยนะคะ ทำคะ..." เธออ้าปากยังไม่ทันพูดจนจบประโยค "ไม่ต้อง เดี๋ยวพลอยก็ไปอาละวาดใส่เพื่อนพี่อีก อยู่ห้องนี่แหละดีแล้ว" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบนั่นทำให้ใบหน้าสวยสลดแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







