LOGINเท้าเรียวสวยภายใต้ส้นเข็มแหลมปรี๊ดก้าวขาเข้ามาในภัตตาคารสุดหรูหราตามนัดหมายของไตรฉัตรก่อนเวลาสิบนาที
วันนี้เธอแต่งตัวสวยเป็นพิเศษตามที่เขาร้องขอ อวดโฉมเรือนร่างเรียวบางตามแบบฉบับดารานักแสดง แต่อวบอูมในส่วนที่ควรเป็น เปิดสะโพกผายรั้นรับกับเอวคอดกิ่วด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสด ความยาวเลยหัวเข่าแต่ผ่าข้างขึ้นมาจนเห็นเนินขาอ่อนรำไร ด้านบนเปิดกว้างกว้านลึกตามร่องเนื้ออิ่มอัด ห้อยสร้อยคอเล็ก ๆ ประดับจี้รูปดาว พร้อมเครื่องประดับน้อยชิ้น เธอปล่อยผมตรงยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางในลุคคมเฉี่ยวคล้ายสาวลูกครึ่งฝรั่ง เรียกได้ว่า ฟินิชลุควันนี้ โคตรสวย! "เชิญทางนี้ค่ะคุณพลอยปภัส" พนักงานสาวเดินออกมาต้อนรับและนำพลอยปภัสเข้าไปด้านใน "คุณไตรฉัตรจัดการทุกอย่างและสั่งอาหารไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันว่ารับรู้ ก่อนพนักงานสาวจะเดินออกไป พลอยปภัสถอดแว่นตาดำที่สวมใส่อยู่เก็บเข้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู กวาดสายตามองบรรยากาศรอบ ๆ แล้วเผลอยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ร้านอาหารแห่งนี้โด่งดังและกำลังมีกระแสนิยมมากที่สุดจึงทำให้ต้องมีการจองล่วงหน้านานร่วมเดือน แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำเอาอีท่าไหนถึงสามารถได้ห้องวีไอพี ห้องวิวดี ที่มองไปก็เห็นทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและแสงสีไฟสว่างจ้าจากเมืองหลวงมาได้ "หึ" พลอยปภัสเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เดินสำรวจดูทั่ว ๆ ห้อง ทว่าจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับมานั่งประจำยังโต๊ะอาหาร "ดอกไม้สวย ๆ สำหรับคนสวย ๆ ครับ" ไตรฉัตรยื่นช่อดอกคาร์เนชั่นช่อโตมอบแก่หญิงสาวด้านหน้า พร้อมรอยยิ้มที่สามารถทำให้คนหลงวูบเข้าไปโดยไม่รู้ตัว "ขอบคุณค่ะ" พลอยปภัสรับมา "สีหวานมากเลยนะคะ" เธอเอ่ยชมไม่ขาดปาก สายตาที่มองดอกคาร์เนชั่นช่อโตเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่มีใครเคยทำให้เธอขนาดนี้มาก่อน ความรัก ความหลงใหลจึงถูกก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สะดุดเข้าหลุมพรางเขาเต็มเป้า "น้องพลอยรู้ไหมคะว่าดอกคาร์เนชั่นมีความหมายว่ายังไง" ชายหนุ่มถามพลางก็เลื่อนเก้าอี้ให้ร่างบางนั่ง แววตาคู่นั้นยังคงจับจ้องใบหน้างดงามไม่เลิก คล้ายจะกลืนกินเธอเข้าท้องเต็มแก่ พลอยปภัสตอบด้วยการส่ายหน้า ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องจดจำหรือรู้ความหมายของดอกไม้พวกนั้น เพราะสองสามวันเดี๋ยวก็เหี่ยวเฉา สีสันที่เคยสวยงามก็กลายเป็นสีน้ำตาลไม่น่ามอง "ดอกคาร์เนชั่นเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้ที่ยืนหยัดเพื่อความรักและความหลงใหลค่ะ สีแดงหมายถึงความรักที่ชื่นชม ชื่นชอบ ให้ด้วยความเสน่ห์หา" เลื่อนมือไปจับ ๆ ที่ดอกคาร์เนชั่นสีแดง ตวัดสายตาเหลือบมองพลอยปภัสแล้วส่งยิ้มทำลายหัวใจส่งให้เธอ "ส่วนสีชมพูหมายถึงความรักที่กำลังผลิบาน เหมือนความรักของเราสองคนไงคะ" ตาย ช็อตนี้พลอยปภัสตายอย่างเขียด ใบหน้าสวยเห่อร้อน พวงแก้มแดงก่ำคล้ายผลตำลึงสุก ดวงตาสั่นระริกหลุบไหวเพราะไม่อาจต้านทานเสน่ห์ที่กำลังดึงดูดเธอจากตัวเขาได้ "โห อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ" เลือกที่จะแก้อาการขัดเขินของตนเองด้วยการเปลี่ยนเรื่อง หันมาสนใจมื้อสุดหรูหราหมาเห่าที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะอาหารแทน "ของโปรดน้องพลอยทั้งนั้นเลยนะครับ" ไม่เคยมีใครจำได้ ไม่สิ! ไม่เคยมีใครสนใจผู้หญิงงี่เง่าน่ารำคาญแบบเธอแม้กระทั่งป๊า บิดาผู้ให้กำเนิด อย่าถามถึงเลยว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ว่าลูกสาวนอกคอกคนนี้เกิดวันไหน แต่ไตรฉัตรกลับใส่ใจทุกรายละเอียดของเธอ... "ขอบคุณค่ะ" ทั้งสองคนรับประทานมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยบ้างประปราย "ที่นี่วิวดีจังเลยนะคะ" ถามพลางก็เดินไปยืนกอดอกอยู่ริมระเบียงที่สามารถทอดเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน "ครับ" ชายหนุ่มเดินตามหลังมาพร้อมกับไวน์องุ่น สองแก้ว "วิวสวยมาก" พลอยปภัสไม่รู้เขากำลังพูดถึงอะไรกันแน่ เพราะสายตานั้นไม่ได้มองวิวด้านนอกเลยแต่มันกลับจับจ้องอยู่บนใบหน้าเธอต่างหาก "ไวน์องุ่นจากฝรั่งเศสครับ" "พี่ไตรจะมอมเหล้าพลอยหรือเปล่าคะเนี่ย" พลอยปภัสแหงนหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แต่ก็ยกขึ้นจิบเบา ๆ "แล้วถ้าเกิดพี่มอมเหล้าน้องพลอยจริง ๆ ล่ะ" หลุบตามองต่ำ แล้วเลื่อนหน้าเข้าไปข้างใบหูเล็ก "น้องพลอยจะยอมให้พี่มอมไหมคะ" น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าชวนให้คนฟังขนลุกซาบซ่าน เธอเริ่มหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง รู้สึกว่าก้อนเนื้อดวงน้อยกำลังเต้นผิดจังหวะคล้ายกับตอนเข้าฟิตเนสวิ่งบนลู่วิ่ง "พี่ไตร..." เราใกล้ชิดกันจนมันค่อนข้างอันตรายต่อหัวใจ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดหัวไหล่มนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปหมด ก่อนฝ่ามือหนาจะยกขึ้นมาประคองสะโพกผายพร้อมใบหน้าที่เลื่อนมาจรดกันพอดี "น้องพลอยสวยมากเลยนะคะ" สายตาคู่นั้นกำลังทำให้เธอหลงใหลและยินยอมพร้อมใจไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามนับต่อจากนี้ บรรยากาศใต้แสงเทียนที่มีเพียงชายหญิงซึ่งในใจเต็มไปด้วยต้นรักเล็ก ๆ กำลังถูกก่อตัวขึ้นอยู่กันตามลำพังในอริยบถที่ค่อนข้างล่อแหลมต่อการหวั่นไหว ชักนำพาความรู้สึกให้ลุ่มหลงไปกับคำหวานที่ถูกพ่นออกมาจากปากผู้ชายเจ้าชู้จอมกะล่อนอย่างไตรฉัตร "พี่ไตร..." ไตรฉัตรเลื่อนใบหน้าเข้ามาชิดใกล้ ทาบทับลงบนกลีบปากอวบอิ่มแล้วขบเม้มเบา ๆ อย่างอ่อนโยนมากที่สุด "อือ..." ปลายลิ้นร้ายชำแรกเข้าไปในโพรงปากอุ่น พยายามฉกชิงความหวานที่เขาเฝ้ารอคอยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มือข้างหนึ่งก็บีบคลึงสะโพกด้วยเบา ๆ จนร่างบางสั่นระทวยไปหมด ความร้อนแรงยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขาไม่ได้เป็นผู้ล่าต้อนไล่เหยื่อฝ่ายเดียว แต่พลอยปภัสเองใช้อารมณ์และความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเขาเป็นเครื่องช่วยนำทางตอบสนองกลับไปอย่างเก้งกัง เพราะนี่ คือจูบแรกของเธอ เพิ่งจะคิดได้ตอนนี้ว่าไอ้แก้วไวน์มันช่างเกะกะและน่ารำคาญเสียจริง ซึ่งดูเหมือนว่าไตรฉัตรจะคิดเห็นเช่นเดียวกัน เขาถอดถอนจูบออก จูงมือพาหญิงสาวกลับเข้าไปโซนด้านใน รีบเก็บแก้วไวน์วางให้พ้นทางก่อนจะยกเธอขึ้นนั่งบนโต๊ะอาหารมื้อหรู จากนั้นจึงบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันอีกรอบ คราวนี้เป็นจูบที่ดุเดือดและร้อนแรงกว่าเดิม ทั้งสองผลัดกันฉุกชิงผลัดกันหยอกล้อจนเสียงดังจ๊วบจ๊าบ มือหนาเคล้าคลึงบั้นสะโพกกรมมนเบา ๆ ส่วนพลอยปภัสก็เลื่อนแขนเรียวยาวขึ้นคล้องลำคอแกร่งเอาไว้ กระทั่งผ่านไปร่วมห้านาทีจึงถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ "พะ...พี่ไตร..." "น้องพลอย..." ไตรฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ซุกซ่อนไปด้วยความเซ็กซี่เย้ายวนใจ เขาไล่ประพรหมจูบลงมาเรื่อย ๆ จนถึงไหล่ลาดเนียนแล้วสูดดมกลิ่นหอมจากเนื้อกายขาวนวลดั่งน้ำนมข้าวหลายที พลอยปภัสนั่งตัวเกร็ง ทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ ยังคิดถึงรสสัมผัสจากจูบอันแสนดูดดื่มของเธอและเขาเมื่อครู่ไม่หาย ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกคำพูด ทุกแววตา ทุกการกระทำ มันเหมือนขนนกที่ปลิดปลิวผ่านแล้วค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมจนคล้อยตา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเคลิบเคลิ้ม ไตรฉัตรจึงอาศัยจังหวะนั้นใช้นิ้วกระตุกสายเชือกเส้นเล็กที่พาดผ่านอยู่บนไหล่ลาดเกี่ยวตวัดลงมา "พี่ไตร..." "น้องพลอยไม่ชอบพี่เหรอคะ?" เขาถามอย่างเอาแต่ใจ ตามประสาผู้ชายที่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว "เอ่อ...อะ" เธอกระอักกระอ่วน แน่นอนคำตอบมันชัดเจนตั้งแต่ที่เธอยอมไปไหนมาไหนด้วยเขาแล้ว "เป็นของพี่นะคะ" ว่าพลางฝ่ามือก็ลูบไล้แขนเรียวบางไปด้วยด้วยสายตาหยาดเยิ้มพร้อมรบเต็มทีในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่
"นี่คุณจะมาตามตื๊อตามตอแยอะไรฉันนักหนา ไม่มีการมีงานทำหรือไง!!" พลอยปภัสหันไปเหวี่ยงวีนใส่คนที่กำลังเดินตามติดเธอแจราวกับกาวตราช้างจนเธอหายใจหายคอไม่สะดวกเหมือนกับมีใครมาแย่งก๊าดออกซิเจนไป!ไม่รู้ทำไมช่วงนี้เธอเหม็นหน้าเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ชนิดที่ว่าอยากอาเจียน ไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากอยู่ร่วมในพื้นที
ตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมาตั้งแต่ตรวจเจอว่าตนเองกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู้ในท้อง เธอก็ดูแลตัวเองอย่างดี ระมัดระวังมากขึ้น ไม่หักโหมทำงานมากเกินไป และเบรคเจ๊นัตตี้เรื่องการรับงานเพิ่มเพื่อสะสางคิวงานที่มีให้เสร็จสิ้นก่อนท้องเธอจะโตจนป่องยังไม่มีใครรู้เรื่องที่เธอกำลังตั้งท้องแม้กระทั่งเจ๊นัตตี้คนที่
"อีพลอย!!!" "พอเถอะค่ะคุณแม่" พรีมเดินเข้ามารั้งแขนของมารดาเอาไว้ "อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยค่ะ ง้างมือไปแม่ก็โดนเจ้พลอยตบก่อนอยู่ดี แม่แก่แล้วนะคะ จะสู้แรงคนสาว ๆ ได้ยังไง""ยัยพรีมนี่แกว่าฉันแก่เหรอ!" พิมพ์ดาวหันไปเหวใส่ลูกสาวอย่างอารมณ์เสีย อยู่ดีไม่ว่าดีดันมากัดขากันต่อหน้าศัตรูจนได้! "ก็มันจริงน
เพล๊งงง!!!! "นี่มันอะไรกันพิมพ์ดาว หมายความว่ายังไง!!" เสียงเจ้าสัวณรงค์ตะคอกดังลั่นสนั่นบ้าน ตวาดใส่หน้าภรรยาสาวที่อยู่กินกับมาเกือบยี่สิบปีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "...พิมพ์เปล่านะคะคุณณรงค์ พิมพ์ไม่รู้เรื่อง พิมพ์โดนใส่ร้าย" พิมพ์ดาวเข้าไปจับประคองท่อนแขนของสามีเอาไว้แล้วบีบนวดเพื่อเอาอกเอาใจ"ไม







