LOGIN"หมายความว่ายังไง? เจ๊บอกจะแล้วใช่ไหมยัยพลอยว่าไม่อยากให้มีเรื่องพันนี้" เจ๊นัตตี้กดปิดไอแพดแล้วหันไปมองหน้าเด็กในสังกัดที่ยังคงสบายใจเฉิบไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนเหมือนกับหล่อน ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรงแท้ ๆ
"ก็ไม่มีอะไรนี่เจ๊ พวกชาวเน็ตก็แค่พูดกันสนุกปากก็เท่ากันเอง" พลอยปภัสปฏิเสธ แต่กลับไม่กล้าสบสายตารีบเบือนหนีไปทางอื่น "พลอย" คราวนี้เจ๊นัตตี้เริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง "เจ๊รู้จักกับแกมาตั้งแต่แกอายุสิบเก้าจนตอนนี้แกยี่สิบอยู่แล้ว แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไปมาก" หล่อนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ดูเหมือนจากที่เคยเหวี่ยงวีน ก็เกิดอารมณ์ดีมีสุนทรีย์ขึ้นมาทันใด เมื่อก่อนอย่าว่าแต่จับโทรศัพท์มือถือขึ้นมารูดไถฟีดให้ได้รู้ข่าวสารทางชาวบ้านชาวช่องเขาเลย แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่ห่างนั่งใจจดใจจ่อพิมพ์ไปยิ้มไปเหมือนคนบ้าเข้าทุกที "เปล่านี่" หญิงสาวรีบปฏิเสธ เธอไม่ยักจะรู้ว่าเธอเปลี่ยนไปตรงไหน เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว เธอก็ยังคงเป็นพลอยปภัสคนเดิมอยู่วันยันค่ำ จะให้เปลี่ยนเป็นยัยพรีมลูกเมียน้อยได้ยังไง เธอไม่ลดตัวใฝ่ต่ำลงไปสิงสถิตร่างแม่นั่นหรอก "พลอย เจ๊ถามแกจริง ๆ ระหว่างแกกับคุณไตรนี่ถึงขั้นไหนแล้ว" ที่ผ่านมาที่ไม่พูดก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ซ้ำพลอยปภัสเองก็ใช่ขี้ริ้วขี้เหร่ออกจะสวยดีกรีระดับดาราเบอร์ต้นประจำช่อง คงไม่แปลกหากมีผู้ชายเทียวไปเทียวมา คอยส่งขนมจีบให้ไม่เว้นวัน ที่แล้วแล้วมาก็เยอะถมเถไป แต่กับคนนี้ผิดแปลก ปกติยัยพราวจะไล่ตะเพิดหายหัวไปตั้งแต่สามสัปดาห์แรก แต่กับคุณไตรฉัตรอะไรนี่สิดูเหมือนมันจะเลยเถิดจนย่างก้าวเข้าเดือนที่สามแล้วไม่ใช่เหรอ หล่อนเห็นยัยพราวมาตั้งแต่อ้อนแต่เอาะ ไม่อยากมันต้องมานั่งร้องไห้เสียใจ น้ำตาเช็ดหัวเข่า ตกอยู่ในหัวอกเดียวกับมารดา เพราะเจอผู้ชายเจ้าชู้มากเมียเช่นเดียวกับป๊า "ก็ไม่มีอะไรนี่เจ๊" ไหวไหล่อีกครั้ง ยิ่งหันหน้าหนียิ่งมีพิรุธเข้าไปใหญ่ ปกติหากไม่ใช่เรื่องจริงพลอยปภัสจะพุ่งเข้าใส่แล้วพูด พูด พูด เถียง เหวี่ยง วีนจนกว่าตนเองจะเป็นฝ่ายชนะและได้รับความเป็นธรรม "พลอยเอาจริง ๆ เจ๊เป็นห่วงแกนะพลอย แกก็รู้ว่าเจ๊รักและเอ็นดูแกเหมือนน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง" หล่อนเดินเข้าไปจับแขนเรียวบางเบา ๆ พลอยปภัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ก็แค่คุย ๆ กันเฉย ๆ นะเจ๊ ยังไม่ได้ไปถึงขั้นไหนตอนไหนหรอก" เธอตอบไปตามตรง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและไตรฉัตรมันก็แค่คนสองคนที่คุยกันทุกวันก็เท่านั้นเอง "แกชอบเขาแล้วใช่ไหม แกรู้สึกกับเขาแล้วใช่ไหมยัยพราว" เจ๊นัตตี้มองออก ทุกการกระทำมันบ่งบอกชัดเจน หากพลอยปภัสไม่ได้คิดอะไรด้วยก็คงปฏิเสธไปแล้ว แต่นี่ยังยินยอมให้เขามารับมาส่งและพาไปโน่นไปนี่เป็นประจำ พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธทว่าการกระทำเช่นนี้กลับทำให้คนที่รู้จักกันมายาวนาน รู้ลึกถึงนิสัยใจคอ กมลสสันดานด้านในอย่างเจ๊นัตตี้ทราบได้ทันทีเลยว่าถูกเข้าดังผางแล้ว เวลานางโกหกง่ายนิดเดียวนั่นก็คือจะนิ่งเงียบราวกับเป็นใบ้ ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วหมาในปากมักจะออกมาวิ่งเล่นเที่ยวไล่กัดคนไปทั่ว แถมกัดไม่เลือกหน้าเสียด้วย "พลอย คุณไตรฉัตรน่ะไอ้หล่อมันก็หล่อจริงนั่นแหละ แถมรวยด้วย แต่คาสโนว่าตัวพ่อ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เจ๊กลัวว่าแกจะต้องเสียใจ" เจ๊นัตตี้เตือนด้วยความหวังดี ทั้งหมดที่พูดออกไปก็เพราะรักพลอยปภัสเหมือนน้องสาวอย่างที่เคยบอกเธอจริง ๆ ถ้าไม่รักก็คงไม่ทนอยู่รองรับอารมณ์จนถึงทุกวันนี้หรอก พูดจริง หากเป็นคนอื่นหล่อนคงตัดหางปล่อยวัดและเลือกที่จะปั้นเด็กใหม่ที่มันว่านอนสอนง่ายแทนแล้ว "ผู้ชายน่ะ ยิ่งเป็นผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าหล่อ รวย คาสโนว่าตัวพ่อ ตอนมันอยากได้มันก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แต่พอได้แล้วมันจะเขี่ยเราทิ้งตอนไหนก็ไม่รู้ เจ๊ไม่อยากให้แก...เอ่อ" กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป "ไม่อยากให้ฉันต้องเจอแบบแม่ใช่ไหม" พลอยปภัสพูดสวนขึ้นมา เธอเองก็คิดเรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วเหมือนกัน ใครบ้างโดยเฉพาะมนุษย์เพศหญิงหากเข้าไปข้องเกี่ยวกับใครสักคนแล้วไม่ตามสืบจนรู้ประวัติหมดเปลือก ใช่ว่าเธอไม่รู้เขาเป็นคาสโนว่าตัวพ่อ ที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เปลี่ยนผลัดราวกับเปลี่ยนกางเกงใน แต่จากที่เธอให้นักสืบสะกดรอยตามสามเดือนที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยข้องแวะกับสาวคนไหนเลย และเขาก็เป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนดี เป็นผู้ชายที่คอยเทคแคร์เอาใจใส่รวมทั้งยอมรับข้อเสียของเธอได้หมดทุกข้อโดยไร้ซึ่งข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น เธอจึงเลือกที่จะเปิดใจรับเขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึก แต่เธอไม่ได้คิดจะง่าย เธอคงรอดูไปสักระยะนึงก่อนจนมั่นใจว่าเขาจะถอดเขี้ยวถอดเล็บแล้วจริง ๆ ถึงวันนั้นเขาจะได้รู้ซึ้งเห็นคุณค่าของเธอว่ากว่าที่จะได้เธอมามันยากเย็นขนาดไหน "พลอย...คิดดี ๆ นะพลอย คิดจะเล่นกับไฟมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าแกจะควบคุมเพลิงนั้นได้โดยไม่ปล่อยให้มันย้อนกลับมาแผดเผาตัวแกเอง" หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากันเบา ๆ รับฟังทุกคำสอนคำเตือนของเจ๊นัตตี้ แต่จะเป็นการฟังในรูปแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรือเปล่าก็แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรมอีกทีหนึ่ง "ฉันรู้นะว่าเจ๊รักฉัน ฉันขอบคุณเจ๊มากจริง ๆ แต่เรื่องนี้ฉันขอใช้หัวใจของฉันเป็นตัวตัดสินก็แล้วกัน" "อื้ม" ในเมื่อทำอะไรไม่ได้หล่อนก็เพียงภาวนาขอให้ยัยพลอยโชคดี "ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเจ๊ขอให้แกรู้เอาไว้ว่าเจ๊ยังอยู่เคียงข้างแกเสมอ" "ค่ะเจ๊" กริ๊งงงง พี่ไตรฉัตร เดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์มันก็พัฒนาก้าวหน้า สรรพนามเรียกชื่อก็เลยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วยเช่นเดียวกัน "ฉันขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะเจ๊" "อื้ม" พลอยปภัสเดินหลีกออกมา ก่อนจะเลื่อนนิ้วเรียวยาวกดรับสาย 'คนคุย' "สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ไตร" กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเรียกขาน พี่ไตร (เย็นนี้น้องพลอยว่างไหมคะ พี่ว่าจะชวนน้องพลอยมาดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ด้วยกันสักหน่อย) เสียงปลายสายตอบกลับมา "น่าจะว่างนะคะ ดินเนอร์เนื่องในโอกาสอะไรคะเนี่ย" ถึงถามไปอย่างนั้นแต่รอยยิ้มก็เด่นหราบนใบหน้าบ่งบอกว่าตื่นเต้นและดีใจมากแค่ไหน ไม่ได้คิดอะไร แต่ตั้งตารอคอย! (บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ ถ้าอย่างนั้นห้าโมงเย็นพี่ไปรับที่หน้าบ้านนะคะ) เออ-ออ ห่อหมกไปเอง "นี่มันจับมือชกชัด ๆ เลยนี่คะ พลอยยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อย" เธอเย้าเขาเล่น (น้องพลอยจะปฏิเสธพี่ได้ลงคอจริง ๆ เหรอคะ) คราวนี้อีกฝ่ายทำเสียงอ้อนเสียงเล็กเสียงน้อย มีหรือที่ผู้หญิงอย่างเธอจะไม่อ่อนระทวยและหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น "ไว้เจอกันค่ะ" (แต่งตัวสวย ๆ เลยนะคะ) "แล้วปกติพลอยไม่สวยเหรอคะ" ตอบผิดชีวิตเปลี่ยนของจริง! แต่งตัวสวย ๆ เลยนะคะ แล้ววันอื่น ๆ เธอแต่งตัวเป็นแม่ป้าหรือไง ผู้นำแฟชั่น สไตล์ลิสต์ยังต้องกราบไหว้ (พี่เปล่าหมายความแบบนั้นนะคะ วันปกติน้องพลอยก็สวยอยู่แล้ว แต่วันนี้สวยเป็นพิเศษเพราะเป็นดินเนอร์สุดพิเศษยังไงล่ะคะ) โอเค รอดตัวไป ถือว่ามีปฏิภาณไหวพริบสามารถเอาตัวรอดได้ดีเยี่ยม "ค่ะ เจอกันค่ะ"พลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค





![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

