Share

บทที่ 7

Author: เฉียวเฉียว
ลู่สือหลานเข้าโรงพยาบาลแล้ว

แต่เซี่ยงเฉียวไม่ได้ไปเยี่ยมเขา

เธอกลับมาอยู่บ้านคนเดียว ทำธุระของตัวเอง อ่านหนังสือ ดูหนัง และจัดกระเป๋าเดินทาง

จนกระทั่งคืนนั้น พ่อบ้านโทรศัพท์มาหาอย่างกะทันหัน

"คุณผู้หญิงครับ ช่วยมาเยี่ยมคุณผู้ชายที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ? โรคกระเพาะของเขาพึ่งกำเริบ เขาปวดหนักมาก ยาที่หมอให้มาก็ไม่ค่อยได้ผลเลย เขาปวดจนเหงื่อแตกเต็มตัว แถมยังไม่ยอมให้พยาบาลเข้าใกล้ เมื่อก่อนต้องให้คุณผู้หญิงคอยนวดให้เขาถึงจะทุเลาลงบ้าง... พวกเราหมดหนทางแล้วจริงๆ คุณผู้หญิงพอจะ..."

เซี่ยงเฉียวเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองเมืองทั้งเมืองที่ถูกม่านฝนปกคลุมจนมืดมัว เม็ดฝนกระหน่ำกระจกดังเปาะแปะ ราวกับจะกลืนทั้งโลกให้จมหายไป

เธอฟังพ่อบ้านพูดจนจบ ก่อนจะตอบมาเรียบๆ ว่า "ฝนตกหนัก ฉันไปไม่ได้แล้ว"

ปลายสายเงียบไปทันที ไร้เสียงตอบกลับอยู่หลายวินาที ราวกับไม่เชื่อหูตัวเองในสิ่งที่ได้ยิน

"คุณ... คุณผู้หญิง... ว่าอะไรนะครับ?" พ่อบ้านถามตะกุกตะกัก

"ฉันบอกว่า ข้างนอกฝนตกหนัก ฉันไม่อยากออกจากบ้าน คืนนี้จะไม่ไปที่นั่นค่ะ"

"แต่ว่าคุณผู้ชายเขา..."

"ฉันจะนอนแล้วค่ะ" เซี่ยงเฉียวพูดขัดขึ้น "ราตรีสวัสดิ์นะคะ"

เธอกดวางสาย ปิดเครื่อง แล้วขึ้นเตียง ไม่สนใจความวุ่นวายใดๆ อีกต่อไป

วันต่อมา ลู่สือหลานออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนดและกลับมาที่คฤหาสน์

สีหน้าของเขายังคงซีดเซียวอยู่บ้าง เมื่อเห็นเซี่ยงเฉียวที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ฝีเท้าเขาก็ชะงัก ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ

"เมื่อคืนนี้..." เขาเปิดฉากคุยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาจ้องมองเธออย่างเคร่งขรึม "พ่อบ้านโทรหาคุณใช่ไหม?"

"อืม" เซี่ยงเฉียวพลิกหนังสือไปอีกหน้าโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

"ทำไมคุณถึงไม่มา?" ลู่สือหลานถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างไว้ "เมื่อก่อน... ไม่ว่าลมจะแรงหรือฝนจะตก ต่อให้ผมแค่พูดลอยๆ ว่าไม่สบาย คุณก็จะรีบมาหาทันที"

มือที่กำลังพลิกหน้าหนังสือของเซี่ยงเฉียวหยุดลง ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาลู่สือหลาน แววตาของเธอนิ่งสงบ

“คุณก็พูดเองไม่ใช่เหรอ ว่านั่นมันเมื่อก่อน” เธอมองเขาและพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่กลับเหมือนค้อนเล็กๆ ที่เคาะลงบนใจของลู่สือหลาน "ลู่สือหลาน คนเรามันเปลี่ยนกันได้"

ลู่สือหลานอ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีอะไรจะพูดเลย

ใช่แล้ว คนเรามันเปลี่ยนกันได้

เซี่ยงเฉียวเปลี่ยนไปแล้ว

แต่เขาไม่รู้เลยว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ความจริงข้อนี้ทำให้เขาเริ่มใจคอไม่ดี เป็นความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาคิดว่าเธอคงกำลังโกรธเรื่องที่เขาเอาตัวไปช่วยฉินเหยาจนตัวเองบาดเจ็บ และกำลังทำตัวเย็นชากับเขาอยู่

"อีกไม่กี่วัน" เขาพยายามทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด และเหมือนอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง “จะถึงวันครบรอบแต่งงานของเราแล้ว คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าอยากฉลองดี ๆ สักครั้ง ปีนี้ผมจะจัดงานเลี้ยงให้คุณ เชิญทุกคนมาให้คึกคัก ดีไหม?”

ระหว่างพูด เขาก็คอยสังเกตปฏิกิริยาของเซี่ยงเฉียว

แต่เซี่ยงเฉียวเพียงมองเขาด้วยสายตานิ่งสงบ “แล้วแต่คุณ”

แล้วแต่คุณอีกแล้ว

ความหงุดหงิดในใจของลู่สือหลานพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเริ่มเตรียมงานเลี้ยงอยู่ดี

เขาจองโรงแรมที่แพงที่สุด จ้างบริษัทออแกไนเซอร์ที่ดีที่สุด สั่งตัดชุดราตรีที่แพงที่สุด และซื้อเครื่องประดับที่ล้ำค่าที่สุดให้เซี่ยงเฉียว

ในวันงานเลี้ยง เซี่ยงเฉียวสวมชุดราตรีที่เขาเลือกให้ ประดับด้วยชุดเพชรน้ำงามมูลค่ามหาศาล เธอควงแขนเขาเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง

ทุกคนต่างมองดูเธอด้วยความอิจฉา

"คุณผู้หญิงลู่ช่างมีความสุขจริงๆ เลยนะ"

"ท่านประธานลู่ดีกับเธอมากเลย"

"ได้ยินว่าเครื่องประดับชุดนั้นประมูลมาจากงานประมูลเลยนะ ตั้งหลายสิบล้านแน่ะ"

เซี่ยงเฉียวฟังคำพูดเหล่านั้น พร้อมรอยยิ้มสุภาพบนใบหน้า แต่ในใจกลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ระหว่างงาน เธอเดินออกไปรับลมที่ระเบียง

ยืนอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง

เป็นฉินเหยา

"เธอมาทำไม?" เซี่ยงเฉียวหันไปถาม

"พี่สือหลานเชิญฉันมาเองแหละ" ฉินเหยาเดินมาหยุดข้างเธอแล้วพิงราวระเบียง

"เขาบอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอทั้งคน เลยอยากให้ฉันมาเป็นพยานในความสุขของเธอ"

พูดจบฉินเหยาก็หัวเราะ "เซี่ยงเฉียว เธอมีความสุขไหมล่ะ?"

เซี่ยงเฉียวไม่ได้ตอบอะไร

ฉินเหยาขยับเข้าไปใกล้เธอ "ฉันรู้ว่าเธอไม่มีความสุขหรอก ในใจพี่สือหลานมีแค่ฉันคนเดียว เธอเป็นแค่ตัวแทนที่น่าสงสารและน่าขำก็เท่านั้น! เมื่อคืนเขายังทำเพื่อฉันจน..."

"ฉินเหยา" ในที่สุดเซี่ยงเฉียวก็พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเธอนิ่งสงบจนน่ากลัว "เธอรู้ไหม? เธอน่ะเสียงดังน่ารำคาญ แล้วก็น่าสมเพชด้วย เหมือนเด็กที่พอไม่ได้กินขนมก็ลงไปนอนดิ้นกับพื้น เรื่องระหว่างฉันกับลู่สือหลานจะเป็นยังไง มันก็เป็นเรื่องของเรา ส่วนเธอน่ะ"

"เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่จมปลักอยู่กับอดีต และต้องคอยหาเรื่องคนอื่นเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ ไม่คู่ควรให้ฉันเสียอารมณ์ด้วยเลยสักนิด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 24

    ข้อความเสียงจบลงเพียงเท่านี้ และเริ่มเล่นซ้ำโดยอัตโนมัติ"ลู่สือหลาน วันนี้เป็นวันเกิดของคุณนะ ฉันทำเค้กไว้แล้ว รอคุณกลับมากินด้วยกันนะ""ต่อให้จะดึกแค่ไหน ฉันก็จะรอคุณค่ะ"รอบแล้ว รอบเล่าในวันเกิดนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาหลงลืม เธอนั่งเฝ้าเค้กเพียงลำพัง รอจนดึก รอจนฟ้าสาง สุดท้ายก็ได้แต่กินครีมที่ละลายไปแล้วกับเนื้อเค้กที่แข็งกระด้างเงียบ ๆ คนเดียว ลู่สือหลานนอนฟังอยู่ หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาจากหางตาที่แห้งผากอย่างไม่ขาดสายเขาเหม่อมองเพดาน แววตาค่อยๆ พร่าเลือนแต่มุมปากกลับยกขึ้นด้านบนเล็กน้อยอย่างแผ่วเบาที่สุดราวกับว่าได้คิดถึงเรื่องราวที่งดงามเป็นที่สุดบางอย่างเขาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่มี เปล่งคำไม่กี่คำออกมาอย่างแหบพร่าและไร้เสียง เข้าหาความว่างเปล่า เข้าหากรอบรูปอันเย็นเฉียบในอ้อมอก และเข้าหาข้อความเสียงที่เปิดวนลูปซึ่งไม่มีวันได้รับความเห็นใจหรือการตอบรับกลับมาอีกตลอดกาล"...เฉียวเฉียว...""...สุขสันต์วันเกิดนะ..."น้ำเสียงนั้นเบาหวิวเกินกว่าจะได้ยิน ก่อนจะสลายหายไปในอากาศอันหนาวเย็นในพริบตาภายในอ้อมอก กรอบรูปร่วงหล่นลง ตกลงบนผ้าห่มอันนุ่มนิ่ม ส่งเสียงทึบออกมาเบาๆ

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 23

    หลายปีต่อมาทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งแสงแดด ชายหาด น้ำทะเลสีน้ำเงินคราม สิ่งปลูกสร้างสีขาวทุกอย่างดูเหมือนภาพในโปสการ์ดเลยงานแต่งงานของเซี่ยงเฉียวถูกจัดขึ้นที่นี่เป็นงานขนาดเล็ก ที่อบอุ่น เธอเชิญเพียงแค่ครอบครัวและเพื่อนพ้องที่สนิทสนมที่สุดเท่านั้นเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ รูปแบบเรียบง่ายดูดี ไม่มีชายกระโปรงลากยาวรุ่มร่า แต่กลับช่วยเน้นส่วนเว้าโค้งของเอวที่คอดกิ่วและช่วงไหล่กับลำคอที่งดงามได้อย่างพอดีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นสีแชมเปญอ่อนๆ เปล่งประกายละมุนภายใต้แสงแดด เธอยืนอยู่ใต้ซุ้มประตูที่ประดับด้วยดอกไม้สด ในมือถือช่อดอกสแตทิสสีขาวช่อหนึ่ง ยิ้มสดใสเปล่งประกาย ภายในดวงตามีแต่ความสุขและความสงบสุขที่ไร้เงามืดใดๆ อย่างแท้จริงเจ้าบ่าวสวมชุดสูทสีขาว ยืนอยู่ข้างกายเธอ ดวงตาที่ลุ่มลึกจ้องมองเธอด้วยความอ่อนโยน ความรักที่เต็มเปี่ยมแทบจะล้นทะลักออกมาบาทหลวงอ่านคำปฏิญาณด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล"คุณเซี่ยงเฉียว คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณเสิ่นทิงหานหรือไม่ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ร่ำรวยหรือยากจน สุขภาพแข็งแรงหรือเจ็บป่วย ก็จะรักเขา ดูแลเขา ให้เกียรติเขา และซื่

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 22

    เข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงอีกปีหนึ่ง งานเลี้ยงการกุศลครั้งใหญ่จัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมที่หรูหราที่สุดในใจกลางเมือง เซี่ยงเฉียวเข้าร่วมงานเลี้ยงในฐานะแขกรับเชิญพิเศษและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์"มูลนิธิเซี่ยงเฉียว" ของลู่สือหลาน เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมของงานเลี้ยงอาหารค่ำในครั้งนี้ก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น ด้านหลังเวทีเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเจ้าหน้าที่ แขก และนักข่าวเดินสวนกันไปมาไม่หยุดหย่อนเซี่ยงเฉียวกำลังพูดคุยเสียงเบากับผู้รับผิดชอบของมูลนิธิเกี่ยวกับรายละเอียดของการขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีในอีกสักครู่ เธอพูดไปเดินตรงไปยังทิศทางของห้องพักรับรองไปเมื่อเลี้ยวผ่านหัวมุมหนึ่ง ก็มีคนผู้หนึ่งเดินสวนตรงมารูปร่างของเขาผอมซูบ สวมสูทสีดำที่พอดีตัวแต่ดูเก่าเล็กน้อย ผมถูกหวีอย่างเรียบร้อย ในมือถือเอกสารและกำลังก้มหน้าอ่านอยู่ ทั้งสองเผชิญหน้ากันอย่างไม่ทันตั้งตัวในทางเดินแคบ ๆ ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น สายตาทั้งสองคู่ประสานกันราวกับเวลาหยุดนิ่งลงในวินาทีนั้น ลู่สือหลานตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ในทันที ราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งในชั่วพริบตาเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง"แปะ"ดวงต

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 21

    หลายปีต่อมาการประชุมเวทีหารือระดับสูงสุดของวงการแปลนานาชาติถูกจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เหล่าล่ามผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันอย่างคับคั่งเซี่ยงเฉียวในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์ที่อายุน้อยที่สุดและหัวหน้าล่ามแปลสด ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หลักเปิดงานภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ เธอสวมชุดสูทสีขาวมุกที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัว ผมยาวถูกเกล้าขึ้นอย่างสง่างาม เผยให้เห็นหน้าผากที่เกลี้ยงเกล้าและลำคอที่เรียวยาวเธอยืนอยู่หลังแท่นปราศรัย เผชิญหน้ากับฝูงชนที่เบียดเสียดอยู่ด้านล่างและเลนส์กล้องนับไม่ถ้วนที่ส่องแสงวาบ โดยไม่มีความตื่นตระหนกและพูดจาได้อย่างฉะฉานเธอสลับใช้ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว มุมมองเฉียบคม ความคิดเห็นโดดเด่น มีการอ้างอิงตำราและหลักฐานต่างๆ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดายมีความมั่นใจ สง่างาม และเป็นมืออาชีพเธอคือจุดสนใจของทั้งงานอย่างไร้ข้อกังขา เมื่อการสุนทรพจน์สิ้นสุดลง เสียงปรบมือด้านล่างเวทีก็ดังสนั่นกึกก้องและยาวนานไม่ยอมหยุดนักวิชาการหนุ่มผู้มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อยในชุดสูทส

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 20

    บนรถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำแผลอย่างเร่งด่วนและเฝ้าติดตามสัญญาณชีพเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่ด้านข้าง บนมือและเสื้อโค้ตของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของลู่สือหลาน ทั้งเหนียวเหนอะหนะ อุ่นๆและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เข้มข้นเธอมองชายบนเปลพยาบาลที่ใบหน้าขาวซีดและดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ใดๆ มีเพียงริมฝีปากที่เม้มแน่นเท่านั้นที่เผยให้เห็นถึงความเครียดที่ยากจะสังเกตเห็นลู่สือหลานในระหว่างที่หมดสติ ละเมอพึมพำออกมาอย่างไร้สติอยู่ตลอดเวลา"เฉียวเฉียว... ผมขอโทษ...""ลูก... พ่อขอโทษ...""อย่าไปนะ... อย่าทิ้งผมไว้..."น้ำเสียงนั้นแหบพร่า แฝงไปด้วยความสิ้นหวังของคนที่กำลังจะตายเซี่ยงเฉียวหันหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่างรถดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าด้านข้างของเธอดูเย็นชาเป็นพิเศษท่ามกลางแสงไฟที่วับๆ แวมๆเมื่อถึงโรงพยาบาล ลู่สือหลานก็ถูกเข็นตรงเข้าห้องผ่าตัดทันทีไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างขึ้นเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่บนม้านั่งยาวในทางเดิน เลือดบนมือและเสื้อโค้ตของเธอแห้งกลายเป็นสีแดงคล้ำแล้วเธอไม่ได้ไปล้างทำความสะอาด ทำเพียงนั่งอยู่เงียบๆ จ้

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 19

    ผู้ช่วยกำโทรศัพท์แน่น หันไปมองชายในห้องผู้ป่วยที่ต้องประทังชีวิตด้วยความทรงจำและน้ำเกลือ จนร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่กระดูกและแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออกหนึ่งปีต่อมาเนื่องจากเซี่ยงเฉียวมีผลงานการทำงานที่โดดเด่น จึงถูกสำนักงานใหญ่ส่งตัวกลับประเทศ เพื่อเข้าร่วมงานแปลในประชุมนานาชาติครั้งสำคัญครั้งหนึ่งสถานที่จัดการประชุมคือศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับสูงสุดใจกลางเมืองตอนที่ลู่สือหลานรู้ข่าวนี้ เขากำลังประชุมอยู่ผู้ช่วยก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ สองสามประโยค มือที่ถือปากกาของเขาชะงักทันที จนปลายปากกาขีดลากเป็นทางยาวบนเอกสารเขาเงียบไปนาน ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้การประชุมดำเนินต่อไปแต่ในช่วงครึ่งหลังของการประชุม เขากลับใจลอยอย่างเห็นได้ชัด สายตามักจะเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยครั้งเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง เขาขังตัวเองไว้ในห้องทำงาน และสูบบุหรี่หมดไปทั้งซองจากนั้น เขาก็สั่งให้คนไปติดสินบนพนักงานบริการคนหนึ่งในสถานที่จัดงานประชุมในวันประชุม เขานั่งอยู่ที่แถวหลังสุดและเป็นมุมอับที่สุดของฮอลล์ สวมหมวกและหน้ากากอนามัย ซ่อนตัวเองไว้ในเงามืดเขาไม่กล้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status