Share

20

last update publish date: 2026-06-03 19:33:42

ทางฝั่งของผักบุ้ง

หล่อนโมโหตัวสั่นเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อกลับจากห้างสรรพสินค้าก็รีบวิ่งแจ้นไปฟ้องมารดาที่นั่งขบถั่วอยู่หน้าโทรทัศน์จอเล็กทันที

"แม่คะ! แม่รู้หรือเปล่าคะว่าวันนี้หนูไปเจออะไรมา" หล่อนกระแทกก้นลงนั่งแล้วส่งเสียงฟึดฟัดในลำคออย่างคนอารมณ์เสีย "หนูไปเจอนังขึ้นฉ่ายมาค่ะแม่มันสวมชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังที่ค่าเทอมแพงหูฉีก พายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาครึ่งแสน ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ของขึ้นชื่อกำลังนั่งกินไอศกรีมกลางห้างสรรพสินค้าสบายใจเฉิบไม่ได้อดๆอยากๆเหมือนที่เราคิดเลยสักนิด"

"แกตาฝาดหรือเปล่า!" พิมพาพึ่งหูแล้วเลิกคิ้วถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของหล่อนด้วยความไม่เชื่อเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ นางขึ้นฉ่ายจะมีชีวิตสุขสบายเหมือนคุณหนูได้อย่างไรกันในเมื่อหล่อนยกมันให้ไปเป็นนางบำเรอของนายท่านเพื่อชดใช้หนี้สิน 10 ล้านที่ไปก่อเอาไว้จากการเล่นการพนันไม่ใช่เหรอ?

"จะตาฝาดได้ไงคะแม่ หนูเนี่ยไปตบมันมาแล้ว แล้วก็โดนผู้ชายของมันตบกลับมาจนหน้าชาโดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าหนูเป็นผู้หญิง เป็นเพศแม่!"

"ผู้ชาย?"

"ใช่ค่ะแม่มันนั่งกินไอศกรีมอยู่กับใครก็ไม่รู้ เป็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีหล่อเหลาน่าจะเป็นลูกครึ่งอิตาลีด้วย ดูเป็นคนร๊วยคนรวยถ้ามองจากการแต่งตัวภายนอกเพราะประดับประดาไปด้วยของแบรนด์เนมทั้งตัว" ผักบุ้งบรรยายสรรพคุณตั้งแต่หัวจรดเท้าของผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มและใฝ่ฝันอยากจะครอบครองนั่งแทนที่นางขึ้นฉ่ายหากเป็นหล่อนคงเหมาะสมกว่าไหนๆ

"นายท่านหรือเปล่า? คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายท่าน นายท่านคงไม่ปล่อยให้นางขึ้นฉ่ายไประเริงยิ้มอยู่กับผู้ชายคนอื่นหรอก" พิมพาสันนิษฐานตามความเป็นไปได้

"!!!ทำไมแม่ไม่บอกหนูคะว่านายท่านอะไรนั่นหล่อเหลาขนาดนั้น ถ้าเกิดไปอยู่กับนายท่านแล้วมีชีวิตดีเหมือนนางขึ้นฉ่ายหนูขอไปแทนมันดีกว่า! หนูไม่ยอมนะคะแม่ที่มันได้ดิบได้ดีกว่าเรา หนูไม่ยอมจริงๆค่ะแม่" ผักบุ้งเขย่าเรือนร่างของมารดาจนตัวสันเร่าๆคล้ายกับเจ้าเข้าเพราะความอิจฉาริษยาที่คับแน่นอยู่ในใจหล่อน

"แล้วจะให้แม่ทำยังไงล่ะ แม่เองก็ไม่เคยเห็นนายท่านอะไรนั่นมาก่อน"

"ไม่รู้แหละยังไงหนูก็ไม่ยอม! ถ้าหนูไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้ หนูจะไม่มีวันให้มันมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของหนูเด็ดขาด หนูจะทำทุกอย่างให้มันร่วงลงมาจากหอคอยที่มันปีนป่ายขึ้นไป" ทั้งแววตาและน้ำเสียงของผักบุ้งเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นว่าหล่อนจะกระทำเช่นที่ตนเองกล่าวออกมาจริงๆโดยไม่สนใจบุญบาปหรือผิดชอบชั่วดี

ปรื้น!!!

"พี่ไม้..." ผู้ชายคนที่ 2 ของเดือน "มาแล้วเหรอคะ"

"ก็มาแล้วสิจ๊ะ...พี่ว่าอย่าพูดจาให้เสียเวลาดีกว่า เอาขึ้นไปข้างบนกันเลยเนอะ" ไม้โอบเอวแล้วดึงร่างของผักบุ้งเข้ามาแนบชิดก่อนใช้ฝ่ามือบีบขยำก้นกลมๆของหล่อนเข้า 1 ทีด้วยสายตาหื่นกระหายอยากกลืนกินหล่อนเสียตรงนี้

"ค่ะ"

...

@3 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก

ทุกอย่างผ่านพ้นไปรวดเร็วจนขึ้นฉ่ายแทบตั้งตัวไม่ทัน เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาที่มันมีแนวโน้มค่อนข้างจะดีพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆไม่มีหยุดหย่อน

อาคมทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกมีความสุขตลอดเวลาที่ได้มีเขาข้างๆกายแล้วลืมตาตื่นขึ้นมามองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาเป็นคนแรก...ก่อเกิดประกายความรักความผูกพันเล็กๆในใจที่กำลังก่อตัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ส่วนงานหมั้นหมายของเขาและอารยาที่เคยมีกำหนดไว้เมื่อต้นเดือนที่แล้วก็ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเนื่องจากคุณทรงอำนาจติดภารกิจใหญ่ที่ต่างประเทศเพราะธุรกิจเกิดผลกระทบและปัญหาใหญ่หลวงตามมา ส่วนมารดาของอารยาเองก็ล้มป่วยหัวฟาดพื้นนอนโรงพยาบาลอยู่ร่วมเดือนๆครอบครัวของทั้งคู่ก็เลยอยากจะให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ก่อนถึงจะมีพิธีมงคลเกิดขึ้น

เป็นผลดีต่ออาคมคนที่ไม่ได้อยากแต่งงานหรืออยากหมั้นหมายกับอารยาตั้งแต่แรก...

@มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

ขึ้นฉ่ายเดินออกมาจากประตูรั้วมหาวิทยาลัยทางฝั่งด้านหลังเพื่อซื้อชานมไข่มุกร้านโปรดที่เธอมักจะมาอุดหนุนเป็นประจำ แต่ทว่าจู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...

"ไงนังขึ้นฉ่าย! ยิ้มแย้มแจ่มใสหน้าระรื่นชื่นมื่นขนาดนี้คงจะมีความสุขดีล่ะสิท่า" ผักบุ้งยืนเอามือกอดอกแล้วเอนแผ่นหลังพิงต้นไม้ต้นใหญ่ข้างๆรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง

"มีอะไร?"

"ฉันก็แค่อยากจะมาพบหน้าลูกสาวที่ฉันเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่เอาะไม่ได้เหรอ" หลายวันที่ผ่านมาผักบุ้งมาแอบดุ้มๆมองๆและคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของขึ้นฉ่ายจนสามารถจับจุดได้ว่าเธอมักจะออกมาซื้อชานมไข่มุกทุกๆช่วงบ่ายของวัน วันนี้ก็เลยพามารดามาดักรอเพื่อเรียกไถ่เงิน

"สวัสดีค่ะแม่" ขึ้นฉ่ายยกมือไหว้ผู้มีพระคุณ

"ก็ยังดีนะที่ยังจำได้ว่าฉันเป็นแม่ ต่อฉันจะไม่ได้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดแต่ฉันก็เป็นแม่พระที่เลี้ยงดูแกมาก็แล้วกันนะขึ้นฉ่าย"

"แม่มีธุระอะไรจะคุยกับหนูหรือเปล่าคะ?"

"ได้ข่าวว่าแกมีชีวิตสุขสบายอย่างกับคุณหนูนี่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นคงจะดูแลแล้วก็บำรัดบำเรอแกดีจนมีใบหน้าอิ่มเอิบเช่นนี้ งั้นก็ดี! เอาเงินมา 20,000 บาท" พิมพาแบมือขอเงินจากลูกสาวคนโตจากสามีอย่างที่ทำเป็นประจำเพียงแค่จำนวนเงินอาจสูงกว่าเดิมเป็นหลายเท่าเนื่องจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของขึ้นฉ่าย

"เงินมากมายขนาดนั้นหนูไม่มีให้แม่หรอกนะคะ" เธอยังทำงานเองไม่ได้ด้วยซ้ำ...

"อีขึ้นฉ่าย! มึงจะมุบมิบเงินงั้นเหรอ? กูรู้นะว่านายท่านเลี้ยงดูมึงดีถ้าเห็นจากการแต่งตัวที่แบรนด์เนมทั้งตัวของมึงแล้วล่ะก็ เงินแค่นี้มึงก็ไปขอมาสิวะ!" พิมพากระชากแขนเรียวบางของขึ้นฉ่ายเข้าหาตัวแล้วเขม่นตาถลนออกมา

"แม่ยกหนูให้กับคุณอาคมเพื่อชดใช้หนี้ที่แม่ไปก่อเอาไว้ แล้วอยากให้หนูไปขอเงินเขามาให้แม่อีกเหรอคะ หนูทำไม่ได้หรอกค่ะแม่" แค่นี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณของอาคมอย่างไรดีอยู่แล้ว

เพี๊ยะ!!!

"นังลูกอกตัญญู ฉันไม่น่าเลี้ยงแกให้เสียข้าวสุกจริงๆ"

"..."

"ถ้าหนูเลือกได้หนูก็คงกลั้นหายใจตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วล่ะค่ะ! ถ้าเกิดออกมาแล้วหนูจะต้องมาอยู่กับคนที่มีความคิดแบบนี้" ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกไปมันมีแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจผู้เป็นมารดาที่ไม่เคยแลเห็นเธอเป็นคนในครอบครัว

"อีขึ้นฉ่าย!!! มึงกล้าว่าแม่กูเหรอ แม่ ไปล็อคตัวมัน เดี๋ยวหนูจะสั่งสอนอีนี่ให้รู้จักบุญคุณคนเอง" ไม่ว่าเปล่าผักบุ้งก็ใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของขึ้นฉ่ายอย่างแรงจนเรือนร่างบอบบางกระเด้งกระดอนล้มลุกคลุกคลานลงบนพื้น ก่อนที่พิมพาจะรีบมัดตัวเหนี่ยวแขนเรียวบางล็อกไว้ด้านหลัง

"แม่ปล่อยหนูเถอะนะคะ! ที่ผ่านมาแม่กับน้องยังทำร้ายจิตใจหนูไม่พออีกเหรอ" เธอพยายามดิ้นพล่านและร้องขอให้คนช่วย แต่โชคร้ายด้านหลังมหาวิทยาลัยเป็นซอยค่อนข้างเปลี่ยวแทบไม่มีรถพลุกพล่านหรือใช้สัญจรไปมา มีเพียงแค่ร้านชานมไข่มุกของคุณยายวัย 50 กว่าปีที่อยู่ในซอยถัดไปซึ่งห่างจากบริเวณนี้หลายเมตร...

"หึ!"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

"โอ๊ย!"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

ผักบุ้งออกแรงตบซ้ายตบขวาจนใบหน้าสวยๆของขึ้นฉ่ายประทับตราฝ่ามือทั้ง 5 แดงเถือกช้ำเลือดช้ำหนอง!

"โทษฐานที่แกกล้าถือดีกับฉัน"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

"ฉันไม่ยอมให้แกได้ดิบได้ดีกว่าฉันหรอกนางขึ้นฉ่าย!"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เลือดสีแดงสดไหลซิบหยดย้อยลงตามมุมปากเป็นทาง ก่อนที่ผักบุ้งจะกระชากหัวขึ้นฉ่ายแล้วจับศีรษะของเธอโขกเข้ากับรวมมหาวิทยาลัยด้วยความโมโห

โป๊ก!!

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

"ถ้าแกเอาเรื่องนี้ไปฟ้องผัวแกล่ะก็ แกโดนมากกว่านี้แน่นังขึ้นฉ่าย!"

ตุ้บ!!! ตบอย่างสาสมใจอยากแล้วก็ใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกอีกครั้งหนึ่งจนเรือนร่างบางสลบไสลไปเพราะไม่สามารถทนทานความเจ็บปวดไว้ไหว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงใจกระหายรัก   32 จบบริบูรณ์

    "ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย

  • เพียงใจกระหายรัก   31

    @10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ

  • เพียงใจกระหายรัก   30

    3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห

  • เพียงใจกระหายรัก   29

    "..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม

  • เพียงใจกระหายรัก   28

    "เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ

  • เพียงใจกระหายรัก   27

    รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status