เข้าสู่ระบบหลังจากนั้นวันเวลาก็ล่วงไปนับเดือนที่ไซรัสยังคงถูกทดสอบจากวศินและธันวา จวบจนกระทั่งวันนี้ วันนี้พวกเขาต้องแพ้ให้กับความเด็ดเดี่ยวและอดทนของชายหนุ่ม จนต้องจำใจยอมรับอีกฝ่ายในฐานนะลูกเขยหรือน้องเขยในอนาคต
แต่ทว่าอนาคตที่ว่านั้นมันใกล้เกินกว่าที่วศินกับธันวาคิด เพราะไซรัสกลับมาขอให้พวกเขาช่วยทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานเซเรน่า แน่นอนว่าพวกเราไม่ชอบใจเป็นแน่ มันเร็วเกินไปกว่าจะรับไหว
ทว่าถึงกระนั้นสุดท้ายก็ต้อใจอ่อนเมื่อเห็นว่าเซเรน่ารักเขาถึงเพียงใด
และแล้ววันนั้นก็มาถึง...
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงจากท้องฟ้า พาให้เส้นขอบน้ำทะเลแต้มประกายทองระยิบระยับจากแสงสุดท้ายของวัน ลมทะเลอ่อนพัดกลิ่นธรรมชาติและกลีบดอกไม้ ให้ลอยละล่องอยู่เหนือชายหาดที่เงียบสงบ บ้านพักริมทะเลของวศินในวันนี้ไม่เหมือนทุกวัน เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่ทุกคนรู้ดีว่ากำลังจะเกิดขึ้น
เซเรน่าสวมชุดเดรสลูกไม้สีขาวบางเบา ที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเย็นงดงามราวกับทวยเทพ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับพี่ธันวาถึงพาเธอมาเที่ยวที่นี่กะทันหัน ทั้งที่เมื่อเช้ายังพูดถึงการประชุมอยู่เลย แต่เพราะเห็นสีหน้าแปลกๆ ของไซรัส เธอจึงเริ่มสงสัยในใจทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ตลอดทางที่รถแล่นเข้าสู่เขตชายหาดส่วนตัวของตระกูล เซเรน่าไม่รู้เลยว่าเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังประสานกับเสียงหัวใจของไซรัสที่เต้นแรงขึ้นทุกที
“ไม่สบายเหรอ วันนี้นายดูไม่ปกตินะ”
เสียงหวานของเซเรน่าทำลายความเงียบภายในรถ เธอเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังนั่งพิงเบาะอย่างสงบนิ่ง แต่ปลายนิ้วเรียวยาวกลับกำแน่นราวกับซ่อนความตื่นเต้นบางอย่างไว้ไม่อยู่
“เปล่า ฉันไม่ปกติงั้นเหรอ”
ไซรัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาเอียงคอมองเธอ รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มช่างอบอุ่นแต่กลับซุกซนในเวลาเดียวกัน จนเซเรน่าขนลุกซู่เมื่อไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“ก็แบบ…เหมือนคนมีความลับ”
“ฉันจะมีความลับอะไรได้ ในเมื่อเธออ่านฉันออกหมดแล้ว”
“ไม่เสมอไปหรอก บางทีฉันอาจจะยังไม่รู้จักนายทั้งหมดก็ได้” เซเรน่าเลิกคิ้วเล็กน้อย
คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มแอบยกยิ้ม เขาอยากบอกเหลือเกินว่าอีกไม่กี่นาทีเธอก็จะได้รู้จักเขาในอีกมุมหนึ่ง และยังเป็นมุมที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้เห็น
ทันทีที่รถจอดสนิท หลังจากมาถึงสถานที่ที่ทำให้ไซรัสอยู่ไม่สุข ธันวาก็เปิดประตูฝั่งเซเรน่าออก แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกวนอารมณ์
“ลงจากรถก่อนน้องสาว”
แต่ไม่ทันที่เธอจะขยับ ร่างสูงของไซรัสก็อ้อมมาฝั่งนั้นก่อน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น เขายื่นมือออกมาราวกับสุภาพบุรุษในนิยาย
“ระวังพื้นนะ มันอาจจะลื่น”
เธอหัวเราะเบา ๆ แต่ก็วางมือบนมือของเขาอยู่ดี ความอบอุ่นจากผิวสัมผัสนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจในเสี้ยววินาที เธอไม่รู้ว่าเพราะลมทะเล หรือเพราะมือของเขาที่จับไว้อย่างแน่นหนากันแน่
และก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไร ธันวาก็เดินอ้อมหลังมาแล้ว พร้อมปิดตาเธอด้วยผ้าผืนหนึ่ง
“พี่ธันวา! นี่มันอะไรคะ” เซเรน่าร้องตกใจ พลางยกมือจับผ้าไว้
“ไม่ต้องกลัว แค่เซอร์ไพรส์เล็ก ๆ น้อย ๆ”
เสียงของธันวาแฝงแววขบขัน แต่ข้างในกลับมีความรู้สึกซับซ้อน เขาเองก็รู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ น้องสาวของเขาจะเดินไปอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายอีกคนอย่างเต็มใจ
“เซอร์ไพรส์อะไร…” เธอพึมพำ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เพราะเสียงของไซรัสดังขึ้นจากข้างหู
“เชื่อใจฉันไหม เซเรน่า”
“เชื่อสิ” เธอนิ่งไป ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
ไซรัสยกยิ้มบาง ๆ อย่างที่เต็มพอใจ พร้อมความรู้สึกที่ไม่มีคำพูดใดบรรยายออกมาได้ตีตื้นภายในอก เขาประคองเธอเดินอย่างช้า ๆ ไปบนพื้นทรายที่เย็นเฉียบ เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ ดังชัดขึ้นทุกก้าวที่ขยับเข้าใกล้ พาให้เซเรน่าใจตื่นแรงอย่างตื่นเต้น
กลิ่นดอกไม้สดลอยมาแตะจมูก กลิ่นที่เธอคุ้นเคยดี กลิ่นของดอกลิลลี่ขาวที่เธอชอบ และเมื่อถึงจุดหมาย ไซรัสก็หยุดฝีเท้าลง เขาค่อย ๆ ปลดผ้าปิดตาออกจากดวงตาของเธอด้วยมืออันแผ่วเบา
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







