เข้าสู่ระบบอาริเทียร์เคาะประตูห้องทำงานพร้อมกับส่งเสียงหวานใสกล่าวทักทาย เมื่อเธอพร้อมที่จะเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา
“ท่านพ่อ ลูกมาแล้วค่ะ”
เมื่อสิ้นเสียงของอาริเทียร์ประตูห้องก็ถูกเปิดโดยเบลฟอร์ด สีหน้าของพ่อบ้านมองเธออย่างรู้สึกเวทนา บรรยากาศอึมครึมแม้จะอยู่ในช่วงกลางวัน แต่กระนั้นก็ทำให้อาริเทียร์รู้สึกขนลุกซู่ มันไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของอากาศด้านในที่ปะทะใบหน้า แต่เป็นเพราะการได้เจอกับดยุกไคเดนผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรต่างหาก
ประตูถูกปิดแทบจะทันทีเมื่อขาของอาริเทียร์ก้าวพ้นเข้าไปในห้อง ร่างเล็กยิ้มเล็กน้อยให้ดูสดใสเหมาะสมกับตำแหน่งเลดี้แอสเตอร์ แห่งเวอร์ตั้นวูด แผ่นหลังเหยียดตรงสง่างาม
“ท่านพ่อ” อาริเทียร์ทักทายชายที่ทำสีหน้าถมึงทึงอยู่ตรงโต๊ะทำงาน เมื่อเข้ามาแล้วเธอถึงจะเพิ่งสังเกตว่าอาร์ดิโตพี่ชายของเธอก็อยู่ที่นี่ด้วย “ท่านพี่
“เธอยิ้มเหมือนไม่รู้ตัวเลยนะว่าทำอะไรผิด” น้ำเสียงทุ้มต่ำของดยุคไคเดนกล่าว
“ลูกทำอะไรผิดหรือคะ” อาริเทียร์ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น แม้ตัวเธอเองจะเดาได้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
หญิงสาวยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ แสงสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของเวทน้ำแข็ง ก็ซัดเข้ามาที่ร่างเล็กแบบบาง อาริเทียร์กระเด็นไปกระแทกกับประตูห้องที่เธอเพิ่งเดินผ่านเข้ามาเมื่อครู่ ล้มกลิ้งไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
“ท่านพ่อ” เธอถูกลงโทษเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ทุกครั้งไม่เคยรู้สึกชินกับเรื่องเช่นนี้เสียที
“ฉันเลี้ยงเธอมาให้กลายเป็นสตรีที่เพียบพร้อม สั่งสอนอบรมดูแลเป็นอย่างดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาตระกูลดยุกไม่เคยมีเรื่องที่ต้องเสื่อมเสียถึงขนาดนี้ เธอเก่งมากนะอาริเทียร์ที่ทำให้ตระกูลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ตกเป็นขี้ปากของสังคมได้”
อาริเทียร์เช็ดโลหิตที่มุมปากของตนเองค่อย ๆ ประคองตัวให้ลุกขึ้นมายืน แผ่นหลังเหยียดตรงคงไว้ซึ่งความสง่างาม
“ลูกขอโทษค่ะ ที่ทำให้ตระกูลแอสเตอร์เสื่อมเสียชื่อเสียง”
สีหน้าของดยุกยังคงไม่คลายความโกรธ มือใหญ่เสยเส้นผมสีทองสว่างของตนเองด้วยท่าทางหงุดหงิดรำคาญใจ
“ทำแบบนี้ แล้วชื่อเสียงของอาร์ดิโตจะเป็นยังไง จะมีสตรีชนชั้นสูงคนไหนกล้ามาเกี่ยวข้องกับตระกูลเราอีก ยิ่งมีข่าวลือว่าฉันทำร้ายร่างกายเธอด้วยแล้ว” เขาหยุดเว้นวรรคก่อนจะเดินผละออกจากโต๊ะทำงาน พร้อมกับหยิบไม้เรียวสำหรับลงโทษติดมือมาด้วย “หรือลูกเองก็คิดว่าพ่อคนนี้ทำทารุณกรรมลูกด้วยเหมือนกัน”
“ไม่ใช่นะคะท่านพ่อ ลูกไม่เคยคิดแบบนั้นเลยค่ะ” อาริเทียร์เม้มปากแล้วจึงพูดต่อ “ที่ท่านพ่อทำลงไปทั้งหมดก็เพียงเพราะอยากให้ลูกอยู่ในร่องในรอย ปฏิบัติตนเป็นสุภาพสตรีที่ดีเหมาะสมกับสถานะเลดี้ ลูกเข้าใจดีค่ะ ว่าท่านพ่อหวังดีกับลูก ลูกรับรู้มาโดยตลอด”
อาริเทียร์ปฏิบัติอยู่ในกรอบของดยุกไคเดนมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอเข้าใจว่าสิ่งที่ผู้เป็นบิดาทำลงไปทุกอย่างนั้นก็เพราะหวังดีต่อเธอ
คำตอบของอาริเทียร์ทำให้ดยุกไคเดนอารมณ์ดีขึ้น แต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาคลายโทสะลงไปได้ นอกเสียจากว่าจะได้ลงไม้ลงมือสั่งสอนหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
เพียะ!!!
ไม้เรียวถูกฟาดลงไปที่แผ่นหลังของอาริเทียร์ อยู่หลายครั้ง คนตัวเล็กกำหมัดเข้ากับกระโปรงของตนเองจนแน่น ไม่ปริปากสิ่งใด ตอนแรกนึกว่าจะถูกลงโทษด้วยเวทน้ำแข็งเสียแล้ว เพราะเห็นจากความโกรธที่ทำให้น้ำแข็งจับตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ในห้อง โชคดีที่เป็นการตีธรรมดาไม่ได้ลงเวท เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงนอนซมไปอีกหลายวัน ไม่สิต้องบอกว่าหลายเดือน
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะอาริเทียร์ ลูกโกรธพ่อเหรอที่ลงโทษแบบนี้”
หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วจึงค่อยเชิดใบหน้าขึ้นส่งยิ้มออกไป
“ไม่โกรธค่ะ ลูกไม่โกรธที่ท่านพ่อทำเลยสักนิดค่ะ” อาริเทียร์ฝืนยิ้มแม้จะเจ็บปวดก็ตาม ดวงตาสีดำเข้มปลายไปมองอาร์ดิโตที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่มุมห้อง ราวกับกำลังจะขอร้องอะไรบางอย่าง ‘ได้โปรดเถิดท่านพี่ ช่วยห้ามท่านพ่อที’ มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดทุกครั้งที่เธอถูกลงโทษอาร์ดิโตจะเข้ามาห้ามปรามขอร้อง ใส่ยาและปลอบประโลมเธอ อาริเทียร์เองก็คาดหวังให้ครั้งนี้เป็นเช่นนั้น
“คิดว่าพี่ชายลูกจะช่วยลูกได้เหรอวันนี้” ดยุกไคเดนรู้ใจบุตรสาวนัก “เธอคงเคยชินกับการได้รับความช่วยเหลือจากว่าที่ผู้นำตระกูลอย่างอาร์ดิโตสินะ แต่ขอโทษด้วยครั้งนี้มันเปล่าประโยชน์”
“ขอโทษนะอาริเทียร์ ครั้งนี้เธอก็ทำเกินไปหน่อย พี่ก็พลอยถูกนินทาไปกับเขาด้วยเช่นกัน” อาร์ดิโตตอบแบบไม่ยี่หระ ครั้งนี้เขาถูกตั้งคำถามมากมายจากคนในกองทัพ มากเสียจนทำให้เขาหงุดหงิด “เธอก็...รับโทษไปเถอะนะ นี่ไม่ใช่การลงโทษแต่เป็นการสั่งสอนต่างหาก”
อาร์ดิโตเดินมาแตะที่บ่าของน้องสาว สายตาเย็นชา
“ท่านพี่” หัวใจของอาริเทียร์สั่นไหว ความหนาวเย็นกัดกินหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกพี่ชายที่เธอรักยิ่งเมินเฉยเช่นนี้
ร่างสูงหันไปหาผู้เป็นบิดา “ท่านพ่อก็อย่าลงมือหนักจนเกินไปนะครับ” แล้วก็เดินไปเปิดประตูจากไป ทิ้งอาริเทียร์ให้ถูกลงโทษเช่นนั้นต่อไป
โชคดีที่การสั่งสอนครั้งนี้กินเวลาไม่นานนักแต่กระนั้นสภาพของอาริเทียร์ก็สะบักสะบอมไปจนหมด แผ่นหลัง ขา และแขนเต็มไปด้วยริ้วรอยของการถูกตี คราบโลหิตที่ไหลออกมาเลอะเทอะชุดเดรสราคาแพงจนสภาพไม่เหลือชิ้นดี ไหนจะรอยขาดตามตัวอันเกิดจากการที่ไม้เรียวสัมผัสส่วนย้ำตรงส่วนนั้น ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แมรี่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก็ต้องตกใจทันทีที่เห็นท่านหญิงของตนเองอยู่ในสภาพเช่นนั้น
“ท่านหญิง”
อาริเทียร์เงยหน้าเห็นหญิงรับใช้ ดูเหมือนว่าถ้าจำไม่ผิดชื่อแมรี่หรือเปล่านะ
“เธอยังอยู่ที่นี่อีกเหรอ” อาริเทียร์ใช้กำแพงเป็นหลักยึดให้เธอยืนให้มั่นคง
“ค่ะ ก็ท่านหญิงบอกให้ดิฉันรอ ดิฉันก็รอจนกว่าท่านหญิงจะกลับมา” แมรี่น้ำตาร่วงไม่คิดว่าข่าวลือในหนังสือพิมพ์พวกนั้นจะเป็นจริง
“เธอมาใหม่สินะ ไม่รู้หรือยังไงว่าฉันไม่ชอบให้ใครมารับใช้ในเวลากลางคืน” อาริเทียร์โวยวายใส่ “กลับไปเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้กลับไป ถ้าไม่กลับ ฉันจะไล่เธอออก แล้วก็จะไม่เขียนหนังสือแนะนำตัวเธอให้กับใครทั้งสิ้น ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีตระกูลชนชั้นสูงไหนอีกรับเธอเข้าทำงาน”
อาริเทียร์ข่มขู่ เธอเกลียดสายตาเวทนาสงสารพวกนั้น เธอคือท่านหญิงอาริเทียร์แห่งตระกูลดยุกแอสเตอร์ผู้สูงศักดิ์ไม่ต้องการความเห็นใจจากพวกสามัญชน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่อาริเทียร์ชอบที่จะอยู่เพียงคนเดียวในเวลาค่ำคืน โดยเฉพาะค่ำคืนหลังจากการถูกบิดาสั่งสอน
อาริเทียร์แวะไปที่ห้องซักล้างก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องของตนเอง คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้สาวใช้ของเธอไปทำหน้าที่อื่นกัน คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปด้านใน เห็นแมรี่กำลังวุ่นวายกับการซักผ้าปูที่นอนหลายผืน โดยมีหญิงรับใช้ที่อายุมากกว่าแมรี่น่าจะเพียงไม่กี่ปียืนจับกลุ่มพูดคุยกัน ทั้งหมดปล่อยให้แมรี่ทำงานอยู่ตามลำพังคนเดียวโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งที่ตอนนี้คือเวลาที่ควรจะเข้านอนได้แล้วทันทีที่อาริเทียร์เห็นภาพความไม่ประทับใจนั่น หญิงสาวก็หายไปที่ห้องครัวที่อยู่ใกล้ ๆ กัน หยิบเอาขวดซอสสีดำที่มีกลิ่นฉุนติดมือมาด้วย หญิงรับใช้พวกนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นอาริเทียร์ที่เดินเข้ามา ก็ทำความเคารพ“แมรี่ กลับขึ้นไปบนห้องของฉันเดี๋ยวนี้ เธอไม่เห็นเหรอว่าสภาพฉันตอนนี้เป็นยังไง” อาริเทียร์กอดอกออกคำสั่งเสียงเข้ม “ไปเตรียมน้ำให้ฉันอาบเดี๋ยวนี้”“แต่ว่า...” แมรี่ลังเล “คุณเบลฟอร์ดสั่งให้ดิฉันอยู่ที่นี่ค่ะ ถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ได้กลับไป”คำตอบของแมรี่ทำเอาอาริเทียร์หงุดหงิด“เธอฟังคำสั่งของเบลฟอร
อาริเทียร์นั่งรถม้ากลับคฤหาสน์แอสเตอร์โดยมีแกรนด์ดยุกเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรเป็นผู้มาส่ง หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ผิดกับอีกฝ่ายที่ดูมีท่าทางสบาย ๆ แตกต่างจากเธอ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์ ทหารยามที่เฝ้าประตูทางเข้าสอบถามจากคนขับรถม้า แล้วยื่นหน้าเข้ามาด้านใน พอเห็นว่าเป็นอาริเทียร์จึงปล่อยให้เข้าไปอย่างง่ายดายรถม้าแกรนด์ดยุกไปจอดอยู่ที่ลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลแอสเตอร์ ไนซีอาลงจากรถม้าก่อน ตามมารยาท ส่วนอาริเทียร์เดินลงตามหลัง“ท่านหญิงเพียงคนเดียวกลับมาแล้ว แต่ไม่มีใครออกมาต้อนรับเลยนะครับ” ไนซีอากล่าวเชิงตำหนิเบลฟอร์ดที่เพิ่งรู้ว่าแกรนด์ดยุกมาถึงหน้าบ้าน รีบวิ่งออกมาต้อนรับ“สวัสดีครับท่านแกรนด์ดยุก อ้าวท่านหญิง ทำไมถึงมาอยู่กับแกรนด์ดยุกได้ ผมก็นึกว่าท่านหญิงอยู่ในห้องเสียอีก” ผู้เป็นพ่อบ้านตกใจที่เห็นอาริเทียร์เพิ่งจะกลับบ้านมา“....” อาริเทียร์หน้าตึงทันที ที่แท้ที่พวกเขาไม่ออกไปตามหาเธอเพราะคิดกันเอาเองว่าเธอกลับมาแล้ว คนตัวเล็กมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นผู้คนก
ทั้งหมดที่หมายถึงอัศวินของพวกเขาด้วย ทิ้งเธอเอาไว้ในร้านขายอาวุธเพียงลำพัง อาริเทียร์ออกมายืนหน้าร้าน คาดหวังว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับมารับเธอ แต่ผ่านไปสองชั่วโมงจนฟ้าใกล้มืดแล้วก็ยังไม่มีสักคนคิดจะย้อนกลับมาพาเธอกลับบ้านน่าเสียดายที่เมื่อกี้ดันยื่นถุงเงินให้กับพ่อค้าผู้นั้นไปจนหมด ลืมคิดหน้าคิดหลังเผื่อตนเองลำบากเอาไว้เสียด้วย คนตัวเล็กทำหน้าเศร้า สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ยามมองมาที่เธอก็น่ากลัวจนเกินไป ถ้าหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับเธอบ้าง จะมีใครกระโดดออกมาช่วยเธอเหมือนกับที่ช่วยเลดี้ผมสีทองคนนั้นไหมนะ“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ไนซีอาเองก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่อาริเทียร์ถูกทิ้งเอาไว้ในตรอกแห่งนี้คนตัวเล็กหันไปมองเจ้าของเสียง“อ้อ....กำลังจะกลับแล้วค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ในที่แห่งนี้เธอไม่ควรจะไว้ใจใครทั้งสิ้น “ดิ..ฉันขอตัวนะคะ” อาริเทียร์เร่งรีบออกมาให้พ้นจากชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก เดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็นึกโกรธตนเองที่วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุม แถมยังใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมิดชิดเสียด้วย ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าจะถูกทิ้งเช่นนี้“ตายจริ
เมื่อเสร็จจากร้านขนมแล้ว อาริเทียร์ก็ร่ำร้องอยากไปร้านขายอาวุธอย่างที่ตั้งใจและบอกกับอาร์ดิโตเอาไว้ตั้งแต่แรก แม้จะรู้สึกปวดท้องแต่เธอก็พยายามอดทน เวลายังเหลืออีกพอสมควร ทั้งหมดจึงเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถม้า เพราะมันช่วยให้ภาพลักษณ์ของทุกคนดูดีและได้เฉิดฉายต่อสายตาของผู้คนร้านขายอาวุธชั้นดีอยู่ในย่านการทหาร ที่อยู่ถัดออกไปสามสี่ตรอกทั้งสามคนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาราวสามสิบนาทีก็มาถึงอาร์ดิโตเห็นเหงื่อผุดอยู่บนใบหน้าของน้องสาวก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน“ถ้ารู้ว่าน้องจะเหนื่อยขนาดนี้พี่คงให้นั่งรถม้ากันมาดีกว่า”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” อาริเทียร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร “ว่าแต่...น้องไม่รู้เลยค่ะ ว่าดาบร้านไหนคุณภาพดีที่สุด” อาริเทียร์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการทหารอาวุธสักชิ้นเธอก็ไม่เคยเห็น ร้านที่อยู่ในตรอกการทหารก็ดูคล้าย ๆ กันไปหมด“พี่มีอยู่ร้านหนึ่ง” อลันคุยโว “มาเถอะไปร้านนั้นก็ได้...ว่าแต่เทียร์เธอจะไม่เลือกให้ฉันสักเล่มเหรอ” อลันเองก็อยากได้ของขวัญจากอาริเทียร์ด้วยเช่นกัน“ไว้รอท่านพี่อลันได้ตำแหน่งก่อนนะคะ วันนั้นน้องจะตั้งใจเลือกเลยค่ะ” อ
เมื่อพวกเขาอยากได้น้องสาวที่น่ารัก บุตรสาวที่เพียบพร้อม คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบ อาริเทียร์ก็พร้อมจะเป็นให้พวกเขา คนตัวเล็กยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งที่ได้ออกมานอกบ้านกับอาร์ดิโตผู้เป็นพี่ชาย“ได้ยินว่าท่านพี่ได้เลื่อนขั้นด้วย” อาริเทียร์ยิ้มให้กับพี่ชาย และเริ่มสนทนากันเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง “น้องแสดงความยินดีด้วยนะคะ”“ขอบคุณน้องมากนะครับ”“แต่น้องไม่มีอะไรมอบให้ท่านพี่เลย” อาริเทียร์ทำหน้าเศร้า “ว่าแต่ทำไมท่านพี่ได้เลื่อนขั้นถึงไม่ยอมมาบอกข่าวน้องหน่อยล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้น้องรู้จากเบลฟอร์ด”อาร์ดิโตเบิกตาเล็กน้อย มองน้องสาวที่ทำหน้าเศร้า“ตายจริง พี่ไม่เคยบอกน้องเหรอ” เขาคงงานยุ่งจนเกินไปจนละเลยเธอ“ค่ะ ท่านพี่ยังไม่ได้บอกน้องอย่างเป็นทางการเลยนะคะ วันงานเลี้ยงเลื่อนขั้นของท่านพี่ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ น้องก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรเอาไว้เลย อันที่จริงน้องรู้จาก...จากการที่เบลฟอร์ดพูดเรื่องนี้กับสาวใช้ เรื่องที่คฤหาสน์จะจัดงาน” อาริเทียร์น้อยใจ“อย่าน้อยใจไปเลยน้องพี่ งั้น...ให้โอกาสพี่อีกสักรอบได้ไหม” อาร์ดิโตลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน“...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ“อาริ
เขาตามสายข่าวเรื่องการก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ของอาณาจักรมาจนถึงงานเทศกาล ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาความผิดปกติหรือผู้ต้องสงสัย บังเอิญไปพบกับใครสักคนที่เห็นผ่านหน้าผ่านตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงที่มารดาชอบอ่านอยู่บ่อย ๆ“นั่นไม่ใช่ท่านหญิงอาริเทียร์ผู้โด่งดังหรอกหรือครับ” ริชาร์ดชี้มือไปทางสตรีชนชั้นสูงที่ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าร้านขายบาร์บีคิว“นั่นสิ แต่ฉาวโฉ่ต่างหากไม่ใช่โด่งดัง” ไนซีอา ฟิลล์ รอนนิ่ง หรือที่ทุกคนรู้จักในฐานะแกรนด์ดยุกรอนนิ่งแห่งก็อตเทนแฮม ก็มองไปยังทิศทางที่ริชาร์ดอัศวินของเขาชี้ไปเช่นกัน“น่าแปลกนะครับ ไม่คิดว่าจะได้มาพบเธอในตลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้” ริชาร์ดกังวล“หากนายกังวลเรื่องของเธอนัก ก็ไปติดตามเธอเสียสิ จะเปลี่ยนใจไปเป็นอัศวินของเธอก็ได้นะ” ไนซีอาบอกแบบไม่ยี่หระ ตัวเขาไม่ได้มีความสนใจในตัวของเลดี้ผู้อื้อฉาวคนนั้นเท่าไหร่นัก“ไม่ดีกว่าครับ อยู่กับท่านแกรนด์ดยุกดีกว่าเยอะ” ริชาร์ดยิ้มแหยรีบปฏิเสธ “แต่...หญิงรับใช้คนนั้นก็คุ้น ๆ อยู่นะครับ นั่นไม่ใช่แมรี่ ที่มาขอร้องให้ท่านดยุกเขียนหนังสือแนะนำตัวเพื่อเข้าไปทำงานในคฤหาสน์แอสเตอร์ใ







