Share

เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก
เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก
Penulis: ข้ารักเจ้าหมื่นปี

ตอนที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-08-05 14:57:15

ท่ามกลางเศษซากของสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายด้วยระเบิดจนศูนย์วิจัยลัยแห่งนี้พังทลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม บริเวณรอบ ๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพผสมกับกลิ่นไหม้ที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว

กึก กึก

ท่ามกลางซากปรักหักพังมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังขยับเขยื้อนเพื่อขึ้นมาสู่ด้านบน ก่อนที่จะมือข้างหนึ่งโผล่ออกมา มืออีกข้างที่อยู่ข้างใต้ก็พยายามดันชิ้นส่วนกำแพงปูนออกไป

เฮือก

บัวเกี๋ยงสูดหายในเข้าปอดลึก ๆ ทันทีที่เขาโผล่ศีรษะขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าตัวเองจะตกน้ำตายไปเสียแล้ว ตอนนี้ก็คงจะอยู่ในโลกวิญญาณ ไม่คิดว่าเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เดิมทีเขาเป็นบ่าวในเรือนของท่านเจ้าคุณ ด้วยรูปโฉมที่งามเกินบุรุษ อีกทั้งเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะน่าฟังจึงเป็นที่ชื่นชอบแลเอ็นดูของบ่าวที่เป็นบุรุษในเรือน สร้างความไม่พอใจให้บ่าวที่เป็นอิสตรีที่หมายปองบ่าวหนุ่ม ๆ

จึงได้หลอกให้บัวเกี๋ยงไปเก็บสายตัวเป็นมาแกงให้เจ้านายกิน ระหว่างที่นั่งเรือเก็บสายตัวจู่ ๆ เรือที่นั่งก็มีน้ำรั่ว เขาพยายามตักน้ำออกพร้อมกับส่งเสียงเรียกให้คนมาช่วย

ทว่าตรงนี้ห่างไกลจากเรือนมากโขทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงของบัวเกี๋ยงเลย บ่าวทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบัวเกี๋ยงว่ายน้ำไม่เป็น ยามมาเก็บสายบัวก็จะมีคนมาเป็นเพื่อน

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ชวนคนอื่นมาด้วย เพราะเห็นว่าทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เนื่องจากอีกไม่กี่วันที่เรือนนี้จะมีงานมงคลของคุณหนู

เรือค่อย ๆ จมลงในน้ำพร้อมกับร่างของบัวเกี๋ยง ก่อนที่จะจมลงสายตาก็เหลือบไปเห็นพี่อิ่มที่เป็นแม่ครัวและบ่าวอีกสองคนยืนอยู่ข้างต้นมะพร้าวทั้งยังมองมาทางนี้

ในใจก็คิดสงสัย ในเมื่อเห็นแล้วเหตุใดจึงไม่คิดช่วย ปล่อยให้เขาจมดิ่งลงสู่ก้นสระน้ำอย่างช้า ๆ

เขาลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในช่องแคบ ๆ และกำลังจะขาดหายใจ จึงรีบดันสิ่งที่ทับอยู่ด้านบนออก จนในที่สุดเขาก็สามารถผลักมันออกไปได้

สายตากลมโตหันมองไปรอบ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เกิดอะไรขึ้น แล้วเขามาที่นี่ได้ยังไง

“ ที่นี่คือที่ไหน… ”

ไม่มีใครให้คำตอบกับบัวเกี๋ยงได้

“ โอ๊ย! ”

ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างแวบเข้ามาในหัวของบัวเกี๋ยงจนรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ เขาเห็นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผู้คนวิ่งไล่กัดกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย สถานที่แปลกตา อาคารบ้านเรือน และผู้คนมากมายที่บัวเกี๋ยงไม่เคยเห็นมาก่อน

เมื่อความทรงจำจบลงบัวเกี๋ยงก็สลบไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างนี้นอนอยู่ในตู้กระจกเป็นเวลานาน

ร่างนี้ชื่อมิลินอายุ 17 ปี เป็นลูกชายของนักวิจัยคนหนึ่ง เขาถูกซอมบี้ตัวหนึ่งกัดที่แขน ด้วยความที่พ่อรักลูกมากถึงนำร่างของลูกมาแช่เย็นไว้

ศูนย์วิจัยแห่งนี้ไมค์ได้ซื้อไว้อย่างลับ ๆ โดยที่ใครไม่รู้ เขาพาลูกมาที่นี่พร้อมกับนักวิจัยอีก 5 คน พวกเขามือเจาะเลือดของมิลินมาตรวจดู แล้วก็เริ่มทำการทดลองต่าง ๆ เพื่อหวังว่าวันหนึ่งลูกของตัวเองจะกลับมาเป็นคนปกติอีกครั้ง

แต่ไม่ว่าการทดลองครั้งไหนก็ล้มเหลว ทว่าไมค์ก็ไม่เคยย่อท้อ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อาหารที่ซื้อมาจักตุนก็ร่อยหรอแล้ววันหนึ่ง จู่ ๆ ที่นี่ก็มีสัตว์ซอมบี้บุกเข้ามาในขณะที่ไมค์กำลังฉีกวัคซีนใส่ในร่างของลูกชาย

พวกสัตว์ซอมบี้พังอุปกรณ์ในห้องทดลองของไมค์ตกแตกกระจาย ก่อนจะพุ่งมาฉีกร่างของเขาและนักวิจัยคนอื่น ๆ น่าเสียดายที่พวกเขาตายก่อนที่จะได้เห็นความสำเร็จของตัวเอง

วงจรไฟฟ้าถูกกัดจนพัง ก่อนที่สายไฟนั้นจะเกิดประกายไฟแล้วลุกลามไปรอบ ๆ จนในที่สุดก็ระเบิดออกมา นักวิจัยและสัตว์ซอมบี้รวมทั้งเอกสารการทดลองถูกทำลายจนหมดสิ้น

“ เฮ้อ ” ถึงกระนั้นคนที่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่ใช่มิลินตัวจริงอยู่ดี

บัวเกี๋ยงเคยคิดว่าคนที่ตายไปแล้วก็ควรจะอยู่ในโลกของคนตาย ชดใช้กรรมแล้วจึงจะไปเกิดใหม่ ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเกิดใหม่ในร่างของผู้อื่น อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต่างกันอีกด้วย

โชคดีที่บัวเกี๋ยงมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ ทำให้เด็กหนุ่มปรับตัวกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว

ยกมือพนมที่หน้าอกพร้อมกับพูดว่า “ คุณมิลินยกโทษให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันไม่ได้อยากแย่งร่างของคุณเลยหนา ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แต่คุณไม่ต้องห่วงหนา ฉันจะดูร่างของคุณให้เป็นอย่างดี ”

สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านร่างของเด็กหนุ่มไปราวกับรับรู้สิ่งที่เขาพูดออกไป

“ อย่างแรกก็ต้องสำรวจป่าแถวนี้ดูก่อนว่าพอจะมีอะไรกินได้บ้าง ”

เพราะตอนนี้เขารู้สึกหิวมาก ๆ เหมือนว่าไม่ได้กินอะไรมานาน แต่ก็ไม่ได้กินอะไรจริง ๆ นั่นแหละก็ร่างนี้นอนนิ่งอยู่ในตู้กระจกตั้งหลายปี

ตุบ

ขาไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลก็สดุดตอไม้ล้มหน้าฟาดไปกับพื้นดิน ทั้งที่รับปากว่าจะดูแลร่างนี้ให้ดีไม่ทันได้ข้ามวัน บัวเกี๋ยงก็สร้างบาดแผลให้ร่างนี้เสียแล้ว

“ ซี้ด เจ็บจัง ”

ปัดมือที่มีเศษกิ่งไม้กับดินออกเผยให้เห็นรอยถลอกมีเลือดซึมนิด ๆ ไม่ได้เจ็บมากแต่ก็รู้สึกแสบ ๆ บัวเกี๋ยงก้มมองเท้าข้างที่เจ็บ ตรงนิ้วโป้งมีเลือดออกด้วยความที่เท้าเปล่าจึงไม่มีอะไรมาป้องกัน เท้าของเขาจึงไปฉุดกับต่อไม้เข้าเต็ม ๆ

บัวเกี๋ยงเดินกระเผลกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ทิศทาง ด้วยความที่ร่างนี้นอนนิ่ง ๆ เป็นเวลานานเดินไปได้ไม่ไกลก็ขาสั่น หอบหายใจเหนื่อยเสียแล้ว

เด็กหนุ่มหยุดนั่งพักที่ใต้ต้นไม้พอหายเหนื่อยก็เดินต่อไป แต่เหมือนจะไม่มีอะไรที่กินได้เลย เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ที่เขาเห็นยืนต้นตายแทบจะไม่มีพืชใบเขียวเลย สัตว์สักตัวก็ไม่เห็น

“ แปลกจัง ”

ในความทรงจำของเจ้าของร่างตอนที่ยังไม่ถูกกัด สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายขนาดนี้ กระนั้นต้นไม้ต้นหญ้ายังมีให้เห็น พอได้เก็บกินประทังชีวิตได้  

ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ตัวเองกลายเป็นซอมบี้ทุกอย่างก็เลวร้ายมากขึ้น พืชและสัตว์เกิดการกลายพันธุ์ บางอย่างก็สูญพันธุ์ไป

เดินมาได้สักพักก็เจอกับลำธาร นับว่าโชคดีที่น้ำยังใสอยู่เพราะตั้งแต่วันสิ้นโลกเกิดขึ้นน้ำสะอาดก็เป็นสิ่งที่หายาก

แม่น้ำลำคลองเต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก ยากที่จะเห็นน้ำใสแจ๋วแล้วมีปลาแหวกว่ายไปมาอย่างนี้

ดวงตากลมเปร่งประกายพร้อมกับยิ้มกว้างทันทีด้วยความดีใจเมื่อเห็นปลาตัวอวบ ๆ    

“ วันนี้ย่างปลากินก็แล้วกัน ”

ปลาตัวหนึ่งว่ายไปตามซอกหินที่เป็นแอ่งน้ำตื้นเล็ก ๆ พอจะว่ายกลับทางเดิมก็ทำไม่ได้เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ เหยียบบนหินอย่างเงียบเชียบ แล้วกางมือทั้งสองข้างออกก่อนจะจับที่ลำตัวของปลาจนมันดิ้นไปมา

พอจับปลาได้แล้วบัวเกี๋ยงก็รีบเดินขึ้นฝั่งทันที เขาเก็บเศษกิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่อยู่รอบ ๆ มากองไฟ จากนั้นก็ใช้ไม้สองอันมาถูจนเกิดประกายไฟ กิ่งไม้แห้งติดไฟอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่รอในกิ่งไม้กลายเป็นถ่าน บัวเกี๋ยงก็มาจัดการปลา เขาดึงเครื่องในของปลาออกแล้วก็นำไม้มาเสียบปลาเพื่อง่ายต่อการนำมาย่าง

กลิ่นหอมของปลาย่างดึงดูดบางอย่างที่อันตรายให้เข้ามาโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว มันค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าหาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีทองอำพันทอประกายแวววับ ลำตัวหมอบลงต่ำราบกับพื้นพร้อมที่จะกระโจมใส่ศัตรู

“ หืม ” บัวเกี๋ยงรู้สึกถึงบางสิ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา พอเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสัตว์ตัวจ้อยตัว

เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อน ตัวของมันเหมือนลูกแมวสีขาวขนปุกปุยแต่สีปีเหมือนนก มันจ้องปลาในมือของเขาตาไม่กระพริบ

เขาเดินอยู่ตั้งนานไม่ยักกะเห็นสัตว์สักตัวคาดว่ามันคงได้กลิ่นหอมของปลา

“ มานี่สิเจ้าตัวเล็ก ” ท่าทางเป็นมิตรและน้ำเสียงของบัวเกี๋ยงทำให้สัตว์ตัวขาวค่อย ๆ เดินเข้ามาหามนุษย์ด้วยความระแวงพร้อมกับส่งเสียงในลำคอขู่เบา ๆ

“ นี่อย่าขู่กันสิ บัวไม่ใช่ศัตรูนะ ”

แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกว่าสัตว์ตรงหน้าจะทำร้ายเขา ท่าทางนั้นออกจะน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ สัตว์อะไรน่ารักมาก ๆ

“ อะ กินสิ ”

เขาหยิบเนื้อปลาชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นไปด้านหน้า จมูกสีชมพูดมกลิ่นหอมที่อยู่ในมือมนุษย์ก่อนจะค่อยกินเนื้อขาว ๆ พอเห็นว่ามันกินแล้วเขาก็กินบ้าง

บัวเกี๋ยงกินสลับกับป้อนเจ้าแมวขาวไปด้วย พอได้กินของอร่อยสัตว์ตัวน้อยลดเกราะป้องกันลงแล้วขยับเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้นั่งชิดกันราวกับสนิทกันมานาน

ไม่นานปลาย่างก็เหลือแต่ก้าง บัวเกี๋ยงลุกขึ้นเดินไปล้างมือที่ลำธาร หันกลับมาก็เห็นเจ้าแมวขาวกำลังนอนเลียขนอย่างสบายอกสบายใจ

วันนี้บัวเกี๋ยงไม่คิดจะเดินต่อแล้ว เขาไม่อยากฝืนร่างกายจึงตัดสินใจพักที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ เด็กหนุ่มเก็บกิ่งไม้เพิ่มเพื่อใช้ก่อไฟในตอนค่ำ ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีสัตว์มีพิษหรือไม่ หวังว่าเปลวไฟสีแดงจะช่วยขับไล่พวกมันไม่ให้เข้าใกล้เขา อีกทั้งยังให้ความอบอุ่น

เนื่องจากไม่มีใบไม้ไว้รองนอน เขาจึงไปลอกเปลือกไม้มาทำเป็นที่นอนในคืนนี้

“ โอ๊ย เลือดออกอีกแล้ว ” ด้วยความไม่ระวังจึงถูกเสี้ยมตำนิ้ว เลือดหยดหนึ่งหยดลงพื้นใต้โคนต้นไม้แล้วซึมลงพื้นอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเองต้นไม้ที่ยืนต้นตายก็ค่อย ๆ แตกใบสีเขียวอ่อนคล้ายกับมีชีวิตอีกครั้ง สร้างความตกใจให้กับบัวเกี๋ยงไม่น้อย พุ่มไม้ใหญ่ขึ้นเป็นร่มเงา

ดวงตากลมเบิกกว้างกับช่อผลไม้สีชมพูอมแดงของต้นไม้ตรงหน้า ทำให้รู้ว่ามันคือต้นลิ้นจี่ป่านั่นเอง ไม่รอช้ามือเรียวเอื้อมไม่เด็ดลูกลิ้นจี่มากัด ลิ้นของเขาสัมผัสถึงรสหวานฉ่ำของลิ้นจี่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเปร่งประกายชอบใจ

            “ อื้อ หวานมาก ”

ลิ้นจี่ต้นไม้ทั้งหวานและลูกใหญ่น่ากินมาก ดูเหมือนว่าเย็นนี้เขาจะมีอาหารเย็นกินแล้ว

บัวเกี๋ยงหักลิ้นจี่ช่อโตมานั่งกิน เจ้าสัตว์ขนปุยตัวขาวได้กลิ่นหอม ๆ ก็ลุกขึ้นเดินหามาเขาแล้วใช้จมูกดุนลูกลิ้นจี่ที่อยู่ในมือก่อนจะเงยหน้ามองด้วยสายตาออดอ้อน

พอเห็นแบบนั้นเขาก็ปอกเปลือกลิ้นจี่พร้อมกับเอาเมล็ดข้างในออกให้เหลือแต่เนื้อลิ้นจี่ก่อนจะยื่นไปให้เจ้าแมวขาว มันทำจมูกฟุดฟิดจากนั้นก็อ้าปากงับ

บัวเกี๋ยงมองว่ามันจะคายลิ้นจี่ออกมาไหม แต่นอกจากจะไม่คายแล้วยังส่ายหางไปมาเพื่อขอกินอีก เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดูก่อนจะส่งลิ้นจี่ลูกต่อไปให้มันกิน

เมื่อตะวันตกดินความมืดก็ปกคลุมไปทุกหนแห่ง แสงไฟจากกองไฟช่วยให้บัวเกี๋ยงยังมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวแต่ไม่ไกลนัก

ในเปลือกไม้ขนาดใหญ่มีร่างของเด็กหนุ่มร่างบางแล้วก็มีเจ้าแมวขาวนอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขน ตอนนี้พวกเราสนิมกันแล้วสามารถกอดกันได้

บังเกี๋ยงชอบเจ้าแมวขาวตัวนี้มาก ๆ เขาตั้งชื่อให้มันว่ามะลิเพราะสีของมันขาวเหมือนดอกมะลิ

“ ตัวของมะลิอุ่นจังเลย น่าเสียดายที่มะลิยังเด็กอยู่ถ้าโตกว่านี้คงจะกอดอุ่น อ่า ตอนกลางคืนนี่หนาวชะมัดเลย ”

เจ้ามะลิที่บัวเกี๋ยงพูดถึงไม่ได้เป็นสัตว์ธรรมดาแต่มันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ฉลาดมากกว่าสัตว์ทั่วไป อีกทั้งยังฟังสิ่งที่มนุษย์พูดได้ด้วย เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบ่นว่าหนาว มันจึงขยายตัวให้โตขึ้น

ขนาดของมันใหญ่กว่าบัวเกี๋ยงหลายเท่า จากเจ้าแมวขาวก็กลายเป็นสิงโตขาวตัวเต็มวัยสูงสองเมตร

“อะ มะลิแกขยายตัวได้ด้วยเหรอ ”

โฮก

มะลิส่งเสียงตอบกลับ ก่อนจะหลับตาลงแล้วนอนต่อไม่สนใจมนุษย์ตัวจ้อยที่มองมาด้วยความตื่นเต้น

“ ว้าว ขนของมะลินุ่มจังเลย ” เด็กหนุ่มซุกตัวไปนอนตรงหน้าท้องของแมวใหญ่ พอโตแล้วก็รู้สึกอุ่นกว่าเมื่อครู่อีก ไม่นานมนุษย์ตัวขาวก็พล็อยหลับไปด้วยความง่วง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 20

    วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 19

    บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 18

    “ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 17

    ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 16

    ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก

  • เริ่มต้นใหม่หลังวันสิ้นโลก   ตอนที่ 15

    ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status