Share

บทที่ 2 (ต่อ)

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 21:52:36

#####บทที่ 2 (ต่อ)

            สิ้นเสียง ทิศทางประตูก็ปรากฎหญิงสาวร่างเพรียวระหงก้าวเข้ามา ร่างบอบบางในชุดสีดอกกุ้ยฮวา สีชุดส่งเสริมให้ใบหน้าออกกลมดูเปล่งปลั่งสดใส ยามยิ้มมีลักยิ้มเล็กขึ้นกลางแก้ม นางย่อคารวะผู้อาวุโสทั้งสอง

            …โดยรวมถือว่าเป็นหญิงสาวน่ารักนางหนึ่ง ประกอบกับน้ำเสียงใสดุจระฆังทำให้คนได้ยินพากันนึกเอ็นดู

            “ลุกเถอะหลานรัก"

            ฮูหยินใหญ่ก้าวเข้ามาจับมือพยุงลุกขึ้น แววตาอบอุ่นขึ้นหลายส่วนตั้งเเต่คนตรงหน้าปรากฎ

            “ไยมาเรือนยายได้ล่ะ แม่นางกุ้ยอิน” 

            ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้าระอาไปทางสะใภ้ใหญ่ของตนที่ออกอาการโปรดปรานหลานสาวนอกสายเลือดจนออกนอกหน้า

            กุ้ยอินยิ้มหวานก่อนเอ่ย “ข้าตามท่านพ่อมาเจ้าค่ะ ท่านพ่อมีงานที่จำเป็นต้องหารือกับท่านลุงใหญ่เย่”

            หญิงวัยกลางคนพยักหน้าเข้าใจ พ่อของกุ้ยอินเป็นสหายกับลูกชายตน มักจะมาที่จวนเย่เพื่อร่ำสุรากันหรือไม่ก็เล่นหมากรุกตามประสาบุรุษ นอกจากนี้เเม่ของกุ้ยอินก็เป็นน้องของสะใภ้ใหญ่นางเช่นกัน ทำให้นางมักจะเห็นหญิงสาวมาที่จวนสกุลเย่บ่อยครั้ง

            “นั่งก่อนเถิด”

            หนิงหลินพูดจบก็พยักหน้าให้บ่าวตนรินน้ำชาให้หลานสาวสุดที่รัก

            “เจ้าคงไปเรือนป้าแล้วไม่เจอสินะ เลยมาเรือนนี้”

            กุ้ยอินรับชาขึ้นจิบ “ใช่เจ้าค่ะ หลานถามบ่าวในจวนได้ความว่าท่านป้าอยู่ที่นี่ เอ้อ คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือเจ้าคะ ดูสนุกเชียว”

            “สนุกอะไรกัน ป้ากลุ้มแทบอาเจียนแล้ว”

            พอนึกถึงเรื่องที่คุยก่อนหน้าก็อดตัดพ้อกับหลานรักไม่ได้

            “ท่านป้ากลุ้มเรื่องใดเจ้าคะ พอให้หลานช่วยได้ไหม?”

            กุ้ยอินพูดพลางจับมือท่านป้าตนอย่างประจบประแจง

            “เอ้อ ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ เจ้ามันคนซื่อ ก็ให้เเม่นางกุ้ยอินช่วยเสียเลย” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก

            “หากหลานช่วยได้ ยินดียิ่งเจ้าค่ะ ว่าแต่เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

            หนิงหลินยิ้มเจื่อนกับคำพูดแม่สะใภ้ตน ก่อนหันมาตอบเสียงหวานกับสตรีที่นั่งมองมาที่ตนสายตาแฝงความสงสัย

            “ข้ากำลังเลือกบ่าวข้างกายให้เจ้าเหวินเอ๋อน่ะ”

            พอกุ้ยอินได้ยินชื่อคนในใจตนก็หน้าเเดงระเรื่อแทบจะทันที ก็เขาคือบุรุษที่นางชื่นชอบนี่นา

            “ถ้าหากท่านพี่เหวินไม่ว่าอะไร ข้าช่วยได้นะเจ้าคะ หลานมักช่วยท่านเเม่ดูเเลเรือนบ่อยครั้ง จึงพอดูคนเป็นบ้าง”

            เอ่ยอย่างถ่อมตนแต่ในใจหยักยิ้มเย็น

            นางชอบเย่หยางเหวินมาตั้งเเต่เด็ก เหตุที่นางติดตามท่านพ่อมาที่จวนสกุลเย่บ่อยครั้งก็เพราะอยากพบหน้าเขาผู้นั้น ปีนี้พี่เหวินของนางก็อายุสมควรออกเรือนได้แล้วและนางเช่นกัน ทำให้ประตูจวนจวนสกุลเย่ไม่ร้างเเม่สื่อ นางเลยหวังประจบทางเเม่ของเขาเพื่อให้ได้ตำแหน่งสะใภ้ใหญ่มาครอง แต่ออกตัวเกินก็ไม่ได้ต้องคงกริยากุลสตรีในห้องหอไว้มัดใจผู้ใหญ่ในเรือน

            “ดีเสีย งั้นท่านเเม่ ยามเว่ยข้ายืมตัวบ่าวในเรือนท่านให้มาทำการคัดเลือกด้วยนะเจ้าคะ”

            หนิงหลินยิ้มคลายกังวลลง พลางเอื้อมมือไปลูบผมกุ้ยอินอย่างเอ็นดู เพราะนางคือคนที่มาช่วยไขปัญหาที่กวนใจของนาง

            “ป้ากับเหวินเอ๋อต้องขอบใจเจ้าล่วงหน้าที่ออกตัวช่วยด้วย”

            “ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ”

            ไป๋ซูเมิ่งเช็ดล้างเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเสร็จตั้งเเต่ก่อนยามอู่ตอนนี้กำลังกินข้าวรวมกับบ่าวคนอื่นที่ห้องครัวส่วนนอก เสียงพูดคุยดังขึ้นรอบข้างบ่าวพากันจับกลุ่มล้อมวงกินข้าวไปคุยไป ยกเว้นเพียงตรงที่นางนั่งอยู่ยังเหลือว่าง

            “เจ้าเขยิบไปสิ นี่มันที่พี่มูลี่นะ”

            สาวใช้คนหนึ่งใบหน้าแน่งน้อยอายุน่าจะไม่เกินสิบห้าเดินเข้ามาสะกิดซูเมิ่งด้วยเท้า ไม่นานหญิงสาวเจ้าของชื่อมู่ลี่ย่างเดินผ่านธรณีประตูห้องครัวเข้ามา กริยาการเดินราวกับเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ คอระหงยืดสุด แววตาแฝงความหยิ่งยโส

            “ได้สิ”

            ไป๋ซูเมิ่งหลุบม่านตาลงละสายตาจากเท้าที่ก่อนหน้าเตะสะกิดนางที่น่อง มุมปากหยักขึ้นบางเบา

            หลังจากบริเวณเดิมอันเป็นที่ของซูเมิ่งว่างเเม่นางน้อยที่ก่อนหน้าวิ่งมาจัดการที่ทางก็วิ่งไปพยุงมู่ลี่เข้ามา ข้างกายมู่ลี่มีเเม่นางอีกคนถือชามข้าวเข้ามาก่อนวางตรงหน้ามู่ลี่

            “พี่มูลี่กินได้เลยจ้ะ กินเยอะ ๆ เดี๋ยวพอไปรับใช้คุณชายใหญ่แล้วไม่มีเวลากิน ฮิฮฺิ”

            เเม่นางน้อยสองคนหันไปหัวร่อใส่กัน สายตาก็ยิ้มกระหย่องใส่บ่าวรับใช้รอบข้าง

            “ยังไม่รู้ว่าคุณชายจะรับข้าหรือไม่เลย เจ้าก็พูดไป”

            มูลี่หันไปเอ็ดเสียงเบา เเต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            “เเค่คุณชายเห็นพี่มู่ลี่รับรองรับแน่นอนอยู่แล้วจ้ะ”

            สองสาวน้อยยังไม่วายประจบสอพลอต่อ มูลี่เป็นบ่าวรับใช้ขั้นสองคนโปรดที่รับใช้ฮูหยินใหญ่มานานแล้ว พอได้ข่าวว่าเจ้านายจะส่งเเม่นางไปเป็นบ่าวรับใช้คุณชายใหญ่สองสาวก็รีบเข้ามาประจบทันที

            หลังสองสาวประจบพอเป็นพิธีจบก็เเยกย้ายกันนั่งเตรียมกินข้าวตามเคย

            “ว้าย! น้ำอะไรเนี่ย”

            เเม่นางคนก่อนหน้าที่วิ่งเข้ามาจัดที่ให้มู่ลี่ตะโกนขึ้น พลางยืนขึ้นอีกครั้ง กระโปรงสีซีดมีรอยน้ำดวงใหญ่กลางก้นสร้างเสียงหัวเราะขึ้นรอบข้างแทนเสียงพูดคุยก่อนหน้าทันใด

            “ฮ่า ๆ เจ้าใช้ก้นกินข้าวรึ มีผักติดก้นด้วย”

            สาวใช้คนหนึ่งที่นั่งห่างไม่มากพูดพลางชี้ไปที่ก้นเป้าหมาย

            “บ้ารึ! ใครกล้าแกล้งข้า” 

            ใบหน้าเดี๋ยวเเดงเดี๋ยวซีดของนางตะโกนเสียงเเหลม สองสายตาสอดส่องมองคนรอบข้าง

            “เป็นเจ้ารึ!”

            ทุกคนมองตามนิ้วไปตกที่ร่างหญิงสาวใบหน้าแดงอีกคน แต่เป็นเเดงที่ไม่ใช่จากความโกรธหรือเขินอาย เป็นเเดงพร้อมผื่นดูน่ากลัว นางคนนั้นคือ ไป๋ซูเมิ่งนั่นเอง

            ไป๋ซูเมิ่งพยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น “ข้า อุ๊บ ข้าเปล่า”

            “ข้าไม่เชื่อ ก็ก่อนหน้าเจ้านั่งตรงนี้ เจ้ากล้าแกล้งข้าเชียวรึ!”

            เเม่นางคนถูกแกล้งกระทืบเท้าทำเสียงปึงปัง ก่อนรีบเดินมาทางไป๋ซูเมิ่งหวังแก้แค้นให้หายเคียง

            “ว้าย โครมมมม!!!”

            เเต่ก่อนมาถึงตัวสตรีใบหน้าน่ากลัวเท้าพลันลื่นของบางอย่างล้มลงเท้าชี้ฟ้า ก้นที่ก่อนหน้ามีผักติดตอนนี้กระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

            “ไยเจ้าต้องรีบขนาดนั้น ข้าไม่หนีไปไหนเสียหน่อย”

            ปากบางหยักยิ้มสะใจพร้อมน้ำเสียงแฝงความหยอกเย้าไม่ปิดบัง ส่วนคนรอบข้างก็หัวเราะเสียงดังไม่เกรงใจใคร ต่างชอบใจกับละครตรงหน้าไม่มีใครนึกถึงเรื่องที่ว่า คู่กรณีของแม่นางน้อยนั้นคือคนที่พวกนางไม่ชอบหน้าอย่างซูเมิ่ง

            “เจ้า ๆ ขัดขาข้ารึ”

            “หือ ใครจะขายาวอย่างนั้น ข้าอยู่ห่างเจ้าตั้งไกล”

            ใครบอกว่านางขัดขา นางเเค่ปล่อยผักทิ้งไว้บนพื้นรอเหยื่อมาติดกับเท่านั้นเอง ส่วนรอยเปียกน้ำดวงใหญ่บนก้น นางก็เป็นคนเทน้ำกับข้าวที่นางกินอยู่ไว้บนเก้าอี้ เนื่องจากเป็นน้ำสีใสหากนั่งโดยไม่ระวัง นั่งโดยไม่ดูก่อนก็ง่ายที่จะนั่งทับน้ำนั่นได้

            หากว่าดูก่อนนั่งก็ไม่ต้องเปื้อน และหากเดินดูทางก็ไม่ลื่นเช่นนี้หรอก นางแกล้งใครเสียที่ไหน...

            นี่คือผลกรรมจากที่เอาเท้ามาสะกิดนางไง

            “งั้นใครขัดขาข้า!?” 

            พูดพลางมองตาขวางไล่ดูคนรอบข้างทีละคน ซึ่งจากที่หัวเราะกันสนุกก็เปลี่ยนเป็นก้มหน้ากินข้าวตามเดิมไม่มีใครสนใจเเม่นางน้อยตรงกลางห้องอีก

            “เจ้ามานั่งนี่เถอะ ไยเจ้าต้องสนใจคนหน้าตาน่าเกลียดด้วย” มู่ลี่เอ่ยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ

            เเม่นางน้อยก่อนหน้าจึงทำได้เพียงหายใจกระฟัดกระเฟียดแต่ก็ยอมไปนั่งเเต่โดยดี

            “รอพี่มู่ลี่ได้เป็นบ่าวข้างกายคุณชายแล้วอย่าลืมแก้แค้นนางพวกนี้ให้ข้านะ”

            พอมู่ลี่ได้ยินดังนั้นก็ทำเป็นเสแสร้งขวยเขินเเต่ในใจยิ้มกริ่ม

            พอละครสดจบลงเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นอีกครั้งเวลาผ่านไปไม่นาน เสียงทุ้มหนาของคนที่เข้ามาใหม่ก็ดังขึ้น

            “เหล่าบ่าวไพร่ฟังข้าให้ดียามเว่ยขอให้บ่าวสตรีทุกนางที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบไปรวมกันที่ลานของเรือนฮูหยินผู้เฒ่า หากพบว่าใครไม่ไปมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้านาย โทษโบยหนึ่งร้อยไม้พร้อมไล่ออกจากจวน อย่าสายกันล่ะ” 

            บ่าวหัวหน้าคนเดิมกล่าวจบก็กระแอมเล็กน้อยก่อนตั้งท่าจะหันกลับไป

            “เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ เอ่อ เหตุใดให้ไปรวมที่ลานเจ้าคะ”

            เเม่นางน้อยคนเดิมเอ่ยถามหลังจากได้รับสายตาเชิงคำสั่งของมู่ลี่

            “โอย เเค่ก ๆ หิวน้ำ” หัวหน้าบ่าวแสร้งไอสายตาแฝงแววเจ้าเล่ห์

            “นี่เจ้าค่ะน้ำ”

            บ่าวที่ใกล้สุดหยิบน้ำของตนขึ้นมาส่งให้

            ...ตอนนี้ไม่ว่าใครก็อยากรู้สาเหตุกันทั้งนั้น

            “ขอบใจ อึก ๆ ฮูหยินใหญ่จะเลือกบ่าวรับใช้ให้คุณชายใหญ่น่ะ” 

            เคร้ง!

            เสียงช้อนตกดังฉับพลัน ทุกคนพุ่งสายตาไปที่เจ้าของช้อนเละว่าที่บ่าวรับใช้คุณชายใหญ่ที่ตอนนี้อ้าปากค้างดวงตาฉายแววแค้นเคืองล้นออกมาจากตา

            นั่นก็หมายความว่าตำแหน่งบ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายใหญ่มิใช่มู่ลี่น่ะสิ ฉะนั้นที่ตนยกตนข่มบ่าวคนอื่นก็ทำเสียเปล่า และยังมิวายหน้าแตกเข้าเต็มเปา 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 15

    #####บทที่ 15 “ฮูหยินใหญ่ตระกูลเสิ่นกลับหนานเปียนเเล้วขอรับ เพิ่งออกจากเมืองนี้เมื่อหนึ่งเค่อที่แล้วขอรับ” ช่างอินเงยหน้าจากหนังสือในมือ ก่อนส่งเสียงตอบรับ “อืม” “เอ่อ ส่วนงานที่จ้างไว้ก็ให้คนมาบอกยกเลิกขอรับ” เสียงของลูกน้องคนเดิมเอ่ยขึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 14

    #####บทที่ 14 ตอนนี้เป็นยามซื่อ กู่เทียนหลิวจึงเดินเข้ามาพร้อมกับท่านเจ้าเมืองและคนอื่นอีกหลายคน รวมถึงมือปราบเซียวที่เดินเข้ามาไม่แม้จะมองมาที่ซูเมิ่ง กู่เทียนหลิวมองสบตากับซูเมิ่งที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษที่นางกำลังไล่ทบทวนรายละเอียดใหม่อีกครั้ง “ยังหาตัวคนขับรถม้าชุ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 13 (ต่อ)

    #####บทที่ 13 (ต่อ) เขาหันไปกล่าวกับทุกคน นอกจากคนของมือปราบเมืองซีเปียนและเมืองตงเปียนที่เขานำมาแล้วยังมีคนของเมืองหนานเปียนอยู่ด้วย “งั้นท่านคงให้กระดาษในมือท่านแก่ข้าได้แล้วมั้งขอรับ เพราะว่าหากเรายังจับคนร้ายไม่ได้ก็คงไม่รู้ว่าใครจะชนะพนัน เอ หากท่านไม่ให้ข้าจะคิดว่าท่า

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 13

    บทที่ 13 ซูเมิ่งดับไฟที่ตะเกียงเตรียมตัวเข้านอน ร่างบางในชุดเสื้อตัวในบางเบาเดินมุ่งไปที่เตียงท่ามกลางราตรีอันมืดมิด ถอดรองเท้าไว้หน้าเตียง ขึ้นไปบนเตียงก่อนเอื้อมมือบางปลดหน้ากากบนหน้าลง …นางชอบตอนอยู่คนเดียวเป็นที่สุด เพราะไม่ต้องสวมเจ้ากากให้อึดอัดที่ใบหน้า นา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status