Share

บทที่ 2

last update Dernière mise à jour: 2025-11-30 21:52:09

#####บทที่ 2

            “เจ้ามัวยืนบื้ออันใด ยกถังน้ำตามข้ามาได้แล้ว!" 

            เสียงตะคอกดังขึ้นข้างใบหูของสาวน้อยร่างบอบบาง ผิวขาวดุจหิมะ แขนเรียวยาว ใบหน้ารูปไข่ สีตาดำสนิทแต่ดูราวมีม่านหมอกบดบังชั้นหนึ่ง ทำให้ยากจะรู้ว่าเจ้าของดวงตาเรียวนั้นคิดอะไรอยู่ องค์ประกอบบนใบหน้าดีไปหมดทุกอย่างติดก็ตรงรอยผื่นแดงบนใบหน้าและตามตัว ทำให้ใครเห็นก็ต่างเบือนหน้าหนีแทบจะทันที

            …และเจ้าของผื่นเเดงที่ว่านี้ก็คือนางเอง คุณหนูไป๋ผู้สูงศักดิ์!!!

            ใช่แล้ว ตอนนี้นางกำลังยกถังน้ำใบโตและเดินตามหญิงอวบอ้วนวัยกลางคนผู้ที่เป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้จอมสั่งการคนหนึ่งไปทำความสะอาดห้องของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเย่

            หลังจากที่นางอ้อนวอนขอติดตามเย่หยางเหวินเพื่อมาทำงานชดใช้ที่โทษฐานนางทำชุดที่เขาให้ยืมเสียหาย นางติดตามชายทั้งสองออกจากป่ามุ่งหน้าสู่เมืองซีเปียน ซึ่งเป็นเมืองที่จวนสกุลเย่ตั้งอยู่ พอถึงจวนสกุลเย่ ชิงซาก็พานางไปฝากกับพ่อบ้านหลิวให้หางานให้ทำ พร้อมส่งหมอประจำตระกูลคนหนึ่งมารักษาอาการผื่นเเดงของนางเพื่อยืนยันว่านางไม่ได้เป็นโรคติดต่อ มิเช่นนั้นนางคงต้องถูกระเห็ดออกจากจวน แม้เเต่บ่าวชั้นต่ำสุดก็ไม่ได้เป็น แผนการที่นางคิดไว้ทั้งที่อยู่ฟรี อาหารฟรีก็จบกัน

            …ยังดีที่อาการคันและผื่นแดงตามตัวของนางมาจากอาการแพ้จริง ซึ่งนางคิดว่าคงแพ้ดอกไม้ใบหญ้าสักอย่างตอนอยู่ในป่า 

            หลังจากนั้นนางก็ได้รับยาเเก้คันเเก้ผื่นเเดงมาทา ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของบ่าวด้วยกันเองรอบข้าง เพราะปรกติหากบ่าวชั้นต่ำป่วย ไม่ปล่อยให้หายเอง ก็ต้องเป็นบ่าวที่เจ้านายเมตตาจึงได้รับยารักษาเยี่ยงนี้ แต่นางเป็นเพียงหญิงอัปลักษณ์บ่าวหน้าใหม่ ระดับชั้นต่ำเสียยิ่งกว่าบ่าวชั้นล่างสุดในเรือน เพราะฉะนั้นการที่นางได้รับเมตตาจากคุณชายเย่ซึ่งเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูล แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดี

            ความหวังดีของคุณชายเย่นั้นทำให้นางถูกจัดให้เป็นบ่าวผู้ใช้แรงงาน คอยเช็ดถูเรือน วัน ๆแบกถังน้ำ ก้ม ๆ เงย ๆ ถูพื้น เช็ดเครื่องเรือน พอค่ำกินข้าว หัวถึงหมอนก็หลับทันทีเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

            ตั้งเเต่เย่หยางเหวินฝากนางให้พ่อบ้านหลิวดูเเลนางก็ไม่เห็นเขาอีกเลย วันนี้ครบสิบวันที่นางมาอาศัยในจวนเเห่งนี้ งานที่ว่าหนักก็กลายเป็นชินไปเสียแล้ว และจากการสังเกตของนางร่างนี้เดิมทีอ่อนแอยิ่งนัก เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว แต่พอนางได้ยกถังน้ำทุกวัน เดินไปเดินมาตลอดวัน อาศัยโอกาสนี้ฝึกฝนร่างกายทำให้ทนเหนื่อยได้มากขึ้น

            ไป๋ซูเมิ่งเดินตามบ่าวผู้เป็นหัวหน้านางเข้าไปเตรียมทำความสะอาดห้องตามเดิม แต่วันนี้ไม่มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าคนเดียวอย่างเช่นทุกวัน ข้างกายเป็นสตรีใบหน้าเกลี้ยงเกลา รวบผมขึ้นตามแบบหญิงที่ออกเรือนแล้ว อายุน่าจะราว ๆสามสิบปีกว่านั่งคุยอยู่

            หากนางเดาไม่ผิดต้องเป็นฮูหยินใหญ่ แม่ของเย่หยางเหวินเป็นแน่

            “ท่านเเม่ บ่าวรับใช้ข้างกายของเหวินเอ๋อขาดหนึ่งคนเจ้าค่ะ ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่เพราะข้าเลือกบ่าวส่งไปให้แล้ว เจ้าหยางเอ๋อบอกปัดกลับมาว่าบ่าวของเขาเพียงพอแล้ว แต่ข้ารู้เจ้าค่ะว่าเขาไม่ถูกใจบ่าวที่ข้าเลือกให้”

            ฮูหยินใหญ่เย่นัยน์ตาหม่นหมองอย่างคนคิดหนัก

            “เหตุใดเป็นเช่นนั้น เจ้าส่งใครไปรึ?”

            ฮูหยินผู้เฒ่าพูดพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ

            “ข้าส่งมู่ลี่ไปเจ้าค่ะ นางเป็นคนใส่ใจ ปรนนิบัติดีมากคนหนึ่ง”

            ฮูหยินผู้เฒ่านั่งนิ่งนึกภาพมูลี่ในความทรงจำสักพัก ก่อนปิดปากหัวเราะร่วน

            “นี่เจ้าตาบอดรึแกล้งโง่ นางบ่าวมู่ลี่เเค่ข้ามองก็รู้ว่านางใฝ่สูงเพียงใด จากสายตาข้า กริยาชมดชม้อยชายตานั้นของนางคงประจบเจ้าหวังจะไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของเหวินเอ๋อมากกว่า หึ” 

            เหล่าสาวใช้ที่กำลังปรนนิบัติรินชาและพัดวีให้เจ้านายพร้อมใจกันปิดปากหัวเราะเห็นด้วยกับฮูหยินผู้เฒ่า

            ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกลับส่ายหน้าให้กับความซื่อของสะใภ้ใหญ่ของนางคนนี้นามว่าหนิงหลิน แม้ที่ผ่านมาสะใภ้นางนี้จะตั้งใจดูเเลจวนอย่างดี จัดการปัญหาได้หมดจดไม่ต้องถึงมือคนแก่อย่างนาง แต่หากเป็นเรื่องเล่ห์เหลี่ยมกลโกงไว้ใจสะใภ้คนนี้ไม่ได้เชียวล่ะ

            “ท่านเเม่ไยพูดเช่นนั้น” หนิงหลินตัดพ้อเสียงอ่อน 

            “เอาเถอะ ๆ ไยเจ้าไม่ให้เหวินเอ๋อเลือกเองเสียเล่า มาเลือกบ่าวในการปกครองของข้าด้วยย่อมได้”

            “ข้าบอกเขาแล้ว แต่หากให้เลือกเอง เหวินเอ๋อคงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเลยสักคนเป็นแน่” 

            ที่นางอยากให้เจ้าลูกชายตัวดีรับบ่าวเพิ่มเป็นเพราะนางอยากให้ลูกนางอยู่อย่างสะดวกสบาย และอีกอย่างคราที่นางไปเยี่ยมที่จวนสกุลหลี คุณชายใหญ่บ้านนั้นบ่าวรับใช้เยอะกว่าเหวินเอ๋อของนางหลายคนเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่หากเทียบแล้วตระกูลเย่ระดับสูงกว่ามาก 

            “เจี้ยนเอ๋อยังมีบ่าวรับใช้มากกว่าเหวินเอ๋อเสียอีก” บ่นพึมพำกับตนเอง

            หนิงหลินพูดถึงคุณชายรองลูกของนางที่ตอนนี้อายุสิบหกปีน้อยกว่าผู้เป็นพี่เพียงสี่ปี แต่ความรับผิดชอบต่างกันลิบลับ

            “เจ้าก็ช่างนำไปเปรียบเทียบกับเจ้ารองจอมเสเพลนะ” 

            ฮูหยินผู้เฒ่าหยักยิ้มหลังจากนึกถึงเจ้าหลานขี้อ้อนขึ้นมา ทั้งที่เป็นพี่น้องกันท้องเดียวกัน ทว่าหยางเหวินขอช่วยงานของตะกูลตั้งเเต่รู้ความ แต่กับหยางเจี้ยน บัดนี้อายุใกล้ทำพิธีสวมหมวกได้แล้ว[3]ยังเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่ทุกวี่ทุกวัน

            ในช่วงเวลาที่ทั้งสองกำลังถกปัญหาอย่างออกรสออกชาติ เสียงหวานใสกังวาลก็ดังขั้น

            “คารวะท่านย่ากับท่านป้าเจ้าค่ะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 47 (ต่อ)

    บทที่ 47 (ต่อ)“คุณหนู พร้อมแล้วออกมาได้เลยนะเจ้าคะขบวนของชินหวังใกล้มาถึงแล้วคุณหนูออกมาได้เลยเจ้าค่ะ”ร่างงามระหงเดินตามนางกำนัลเจี่ยงและคนอื่นออกจากห้องนอนเพื่อไปยังโถงจัดงานไม่นานขบวนเสด็จของชินหวังก็หยุดลง ทั้งขุนนาง และทหารรักษาพระองค์ตั้งขบวนจนหางยาวไปไกลลิบตา บนม้าต้นขบวนร่างกำยำงามสง่าในชุดแดงผ่าเผย นัยน์ตานิ่งลึกล้ำยากคาดเดา ยามปรายตาไปทางใดเหล่าบ่าวใช้ที่ติดตามเจ้านายจวนตระกูลไป๋ออกมาต้อนรับต่างเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ซือหมิงเหวี่ยงตัวลงจากอานม้าท่าทางงามสง่าเต็มไปด้วยอำนาจแม้วันนี้เขาจะยังคงท่าทาดุดันเข้าถึงยากอยู่แต่หากเป็นคนสนิทของซือหมิงย่อมมองออกมาเจ้านายของพวกเขานั้นนัยน์ตาเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าวันใด และริมฝีปากบางนั่นก็หยักยกเล็กน้อยด้วยพอซือหมิงถูกเชิญเข้ามาในจวนเพื่อไปยังห้องโถงกลาง ก็พอดีกับที่นางกำนัลเจี่ยงจูงมือซูเมิ่งซึ่งมีผ้าสีแดงผืนใหญ่ปิดใบหน้าเดินออกมา ขนาดไม่เห็นหน้าตาซือหมิงยังรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา เขามองเห็นเพียงทรวดทรงและท่าทางการเดินนั่นก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นไหน ๆ พอถึงย้อนไปคราที่เขาพบนางครั้งแรก ท่ามความมืดมิดในค่ำคืนหนึ่งในป่ากว้าง ร่างงามสง่าผิวข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status